เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อย่างนี้ต้องพิสูจน์

อย่างนี้ต้องพิสูจน์

อย่างนี้ต้องพิสูจน์


“เจ็บชะมัด ใครมันบังอาจลอบโจมตีข้าฟะ แถมมีแรงเยอะพอที่จะทะลวงการป้องกันของข้าได้อีก” หลิวหยางฟื้นขึ้นกลางทุ่งหิมะด้วยความมึนงง ทันใดนั้นเองเขาก็สัมผัสถึงอันตรายได้

ฉัวะ!

เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับหัวของผู้เข้าแข็งขันนับสิบที่ถูกกรงเล็บสีแดงส่งกลิ่นคาวเลือดฟันจนกระเด็นออกไปรอบทิศ

“อสูรเ!?” หลิวหยางโคจรปราณวารีทั่วร่างเคลื่อนกายหลบการโจมตีนี้ด้วยความพลิ้วไหวดุจสายน้ำ

“หลบการโจมตีของข้าได้งั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าพวกเจ้าสองคนจะมีดีอยู่บ้าง” เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น

“สองคน?” หลิวหยางพึมพำแล้วเบนสายตาไปทิศทางอื่น เขาเห็นชายหน้าตายิ้มแย้มคนหนึ่งกำลังสะบัดดาบของเขาฟันต้านรับกรงเล็บนั้นอยู่

‘เจ้านี่ไปเอาอาวุธมาจากไหนกันนะ ทั้งที่การแข่งขันนี้ให้เริ่มต้นจากตัวเปล่าแท้ๆ’ หลิวหยางคิดในใจด้วยความสงสัย

แต่ไม่นานความสงสัยของเขาก็ถูกทำให้กระจ่าง เพราะชายหนุ่มหน้ายิ้มเรียกดาบโลหะสีเงินมันวาวออกมาจากร่างกายของเขา ทำให้ตอนนี้เขาถือดาบคู่อยู่

“ร่างกายของเจ้าสามารถสร้างอาวุธได้อย่างนั้นเหรอ? เป็นพลังที่สุดยอดไปเลยนะเจ้าน่ะ” หลิวหยางพูดออกมา แต่ก็ต้องรีบโคจรปราณอีกครั้ง

ตูมมม

“พูดตุยกันสบายใจจังเลยนะ เหมือนจะไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเลย ช่างโง่เขลา...โลหิตทะลวงใจ!” ชายคนนั้นคำรามเสียงดังพลางยื่นมือออกมา ทั้งสองข้าง

ปรากฏกระสุนโลหิตนับสิบสายพุ่งออกมาจากนิ้วมือทั้งสิบของเขาโจมตีไปที่หลิวหยางและชายหน้ายิ้ม

“กำแพงน้ำวน” หลิวหยางกางมือซ้ายออกไปด้านหน้า จากนั้นก็มีน้ำวนพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขาทำหน้าที่เป็นโล่กำบังกระสุนให้กับเขา

“เพลงดาบคู่...เคลื่อนภูผา!” ชายหน้ายิ้มพูดออกมาพลางสะบัดดาบเบนทิศทางของกระสุนที่พุ่งมาทางเขาขึ้นไปบนฟ้าจนหมด

“ฮี่ๆ แล้วถ้าเจออย่างนี้ล่ะ...จงปรากฏกายให้แก่ข้า...”

“คชสารโลหิต!” สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ช้างแอฟริกาสีเลือดสูง 15 เมตรก็โผล่ออกมาจากช่องว่างมิติ งาสีขาวนวลเปล่งออร่าสีแดงฉานออกมาอย่างน่ากลัว ดวงตาสีดำสนิทของมันจ้องมองหลิวหยางและชายหนุ่มหน้ายิ้มอย่างเหยียดหยัน

“ท่านเมฟิสโต นี่ท่านเรียกข้ามาเพียงเพื่อจัดการมดปลวกพวกนี้งั้นเหรอ ไหนว่าท่านมาที่นี่เพื่อช่วยท่านวาเนสซ่าจับคัวบุตรแห่งสุริยันกัน?” คชสารโลหิตหันมาถามชายหนุ่มตรงหน้าที่เป็นถึงศิษย์คนโตของจักรพรรดิโลหิต

“เรื่องนั้นข้าก็ไม่แน่ใจ ยัยเด็กนั่นบอกว่ามีวิธีตามหาตัวเจ้าพัคแทยังนั่นแล้ว ข้าเลยปล่อยให้นางทำตามแผนของนางไป ส่วนข้าก็ขอสนุกก่อน แต่ไม่คิดว่าอยู่ๆจะถูกคนใครบางคนลอบโจมตีจนข้าสลบไป ข้าจำกลิ่นโลหิตมันตอนที่ขยับตัวโจมตีข้าได้ ถ้าได้เจอมันอีกครั้งข้าจะจำได้และลงมือฆ่ามันทันที!” เมฟิสโตพูดด้วยความโกรธ

“...พอข้าตื่นขึ้นก็เห็นพวกที่มาพร้อมข้านอนสลบกันอยู่ เลยลงมือสังหารพวกมันแก้ความหงุดหงิดนี้ซะ แต่ไม่คิดว่ายังมีแมลงสาปตายยากสองตัวที่หลบและปัดการโจมตีของข้าได้” ชายเผ่ามารชี้ไปทางชายหนุ่มทั้งสองคนที่ตัวสั่นเพราะแรงกดดันของอสูรคชสารโลหิตอยู่

“แล้วทำไมท่านไม่ลงมือเองล่ะ” คชสารโลหิตถาม

“ข้าไม่มีอารมณ์ ที่เหลือฝากเจ้าจัดการก็แล้วกัน” เมฟิสโตบอกพลางกวาดมือไปทางศพของผู้เข้าแข่งขันก่อนจะเกร็งมือ

ซูมมม

เลือดที่อยู่ในบรรดาศพไร้หัวที่ถูกตัดพุ่งออกมาก่อนจะควบรวมกันเป็นรูปร่างของบัลลังค์ ตากนั้นเมฟิสโตก็ขึ้นไปนั่งบนบัลลังค์นั้นและนั่งท้าวคางมองพวกหลิวหยางอย่างนึกสนุก

“เจ้าเล่นกับพวกมันให้เต็มที่เลย อยู่ในแดนมารมันน่าเบื่อออกนี่นะ”

“ด้วยความยินดี” คชสารโลหิตที่ถูกอัญเชิญมาผ่านพันธะสัญญาอสูรยอมรับคำสั่งของเมฟิสโต

มันชูงวงไปบนฟ้าแล้วฟาดงวงขนาดยักษ์โจมตีไปที่หลิวหยางและชายหน้ายิ้ม

“ซวยแล้ว! เห้ย เจ้าหน้ายิ้ม เจ้ามีของดีอะไรมาสู้กับมันมั้ย ถ้าไม่มีก็หลบไปอยู่ด้านหลังข้าซะ” หลิวหยางพูดเสียงเครียด

“คุณนี่ขี้กลัวจังเลยนะครับ คุณนั่นแหละหลบไป เป็นสาวเป็นนางก็ต้องให้สุภาพบุรุษอย่างผมปกป้องสิ ผมจะจัดการช้างนั่นและชายเผ่ามารตนนั้นเอง...หือ” ชายหนุ่มกล่าวไม่ทันจบเขาก็รู้สึกได้ถึงแรงเตะของสหายจำเป็น ทำให้เขาที่ถูกเตะออกมากระเด็นไปด้านข้าง

“นี่คุณ!...” ชายหน้ายิ้มขมวดคิ้วมองดาบที่เขายกขึ้นมากันได้อย่างทันท่วงที ดาบขอเขา...มันหัก?

ตูมมมม

“...” ชายหน้ายิ้มเห็นคนที่พึ่งจะเตะเขาถูกงวงมหึมาฟาดใส่เต็มแรง

เขากัดฟัน ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“นี่เธอช่วยเราไว้งั้นเหรอ...”

ในตอนที่เขากำลังพูดอยู่นั้น งวงของคชสารโลหิตก็สั่นอย่างรุนแรงก่อนจะถูกบางสิ่งยกขึ้นแล้วเหวี่ยงมันจนทำให้ร่างสูงกว่า 15 เมตรตัวลอยขึ้นแล้วถูกโยนให้กระแทกพื้นอย่างแรงจนมันแน่นิ่งไป

“พละกำลังนั่นมันอะไรกัน” ชาบหน้ายิ้มตะลึง

“โอ๊ย หนักโว๊ยยย” เสียงของหลิวหยางตะโกนออกมา ร่างผอมเพรียวแต่เต็มเปี่ยมได้ด้วยพลังของเขาสั่นเทาด้วยความอ่อนล้า

“คุณไม่เป็นอะไรนะ...”

“หุบปากไปเลยเจ้าหน้ายิ้ม! เจ้าว่าใครเป็นสตรีห๊ะ พูดงี้อยากเจ็บตัวใช่มั้ย ข้าล่ะเกลียดพวกชอบเข้าใจผิดอย่างเจ้าเป็นที่สุด ชิ มีแต่เจ้าตาทองคนเดียวสินะที่มองออกว่าข้าเป็นผู้ชาย คอยดูเถอะ ถ้าการแข่งขันนี้จบข้าจะเรียกลูกน้องของข้าที่ถูกข้าสั่งให้ยอมแพ้ไปก่อนปล่อยข่าวลือว่าดุ้นของเจ้ามันอันเท่านิ้งก้อย!” เสียงนุ่มทุ้มดังออกมาจากปากของหลิวหยาง เขาพูดพลางชูนิ้วก้อยซ้ายออกมาเป็นตัวอย่าง

“...” ชายหน้ายิ้มที่ได้ฟังคำพูดที่ไม่เข้ากับใบหน้านั้นถึงกับคิ้วกระตุก

“อย่าพูดคำว่าดุ้นด้วยใบหน้าแบบนั้นสิ! อีกอย่าง เลิกเรียกผมว่าเจ้าหน้ายิ้มได้แล้ว ผมชื่อเคียวยะต่างหาก” เคียวยะพูดขึ้นด้วยคิ้วที่ขมวดกันแน่น สวยขนาดนี้แต่เป็นผู้ชายเนี่ยนะ ไม่น่าเชื่อจริงๆ งี้ต้องพิสูจน์

“อะไร เจ้าจะทำอะไร...เชี่ย!” หลิวหยางที่หมดแรงหลังจากทุ่มคชสารโลหิตลงพื้นมาหมาดๆไม่สามารถหลบการโจมตีของชายหน้ายิ้มหรือเคียวยะได้

ปับ

“...” หลิวหยาง

“...” เมฟิสโตที่นั่งท้าวคางชมการต่อสู้นี้อยู่ถึงกับอ้าปากค้าง

“แบน...ไม่มีหน้าอกจริงๆด้วย นี่คุณ...โดนคำสาปให้กลายเป็นผู้ชายรึเปล่า” เคียวยะถาม เขาลืมตาสีส้มที่ดูเหมือนดวงตาของจิ้งจอกมองไปที่หลิวหยางที่ตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่

จบบทที่ อย่างนี้ต้องพิสูจน์

คัดลอกลิงก์แล้ว