เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

อสูรพฤกษา

อสูรพฤกษา

อสูรพฤกษา


‘เปิดโลกเลยแฮะ นึกว่าหมอนั่นจะบ้าที่สุดซะอีก’ เรเชลคิดในใจ ขณะที่เริ่มโคจรปรานอีกครั้ง

“ใครจะไปยอมพูดประโยคน่าอายแบบนั้นกัน!” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะหยิบดาบหินที่เธอทำไว้อย่างง่ายๆขึ้นมาชูใส่ชายหนุ่มผมเขียว มันคือดาบหินที่ผ่านการตัดแต่งเป็นใบดาบอันแสนคมกริบด้วยเจตดาบของเธอแล้วนำมาประกอบรวมเข้ากับท่อนไม้ที่ใช้เป็นส่วนด้าม และใช้เถาวัลย์เป็นตัวเชื่อม

“ช่างเป็นดาบที่ไร้อารยะเสียจริงๆ” ชายหนุ่มมองดาบหินด้วยแววตาดูถูก

“อย่าดูถูกดาบที่สร้างมาจากความพยายามหลายวันของฉันนะ! นายไม่รู้หรอกว่าฉันต้องตัดหิน กับผูกเชือกเถาวัลย์นี่กี่สิบรอบกว่าจะสร้างดาบเล่มนี้ขึ้นมาได้น่ะ ยังไม่รวมที่ต้องลำบากสู้กับคนที่หวังจะชิงคะแนนไปจากฉันอีก ขอโทษเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เรเชลพูดเสียงดัง ร่างกายของหญิงสาวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ รังสีอำมหิตที่เกิดจากความกดดันที่สะสมเป็นเวลานานนับตั้งแต่เริ่มการแข่งขันเริ่มแผ่กระจายออกมาจนแทบจะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

“โอ้...ต้องขออภัยด้วยหากข้าทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดี พอดีว่าข้าไม่ค่อยได้คุยกับมนุษย์มานาน เอาล่ะ ข้าขอโทษเจ้าแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาที่เจ้าจะต้องขออภัยข้าเรื่องที่เจ้าทำเสียงดังในที่ๆข้านอนเช่นกัน” ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นแล้วชี้พัดของเขามาที่เรเชลก่อนพูดด้วยแววตาที่สื่อว่า

‘ขอโทษข้าสิๆ’

“เอ่อ ขอโทษค่ะ” เรเชลที่เห็นแบบนั้นก็ลองขอโทษชายหนุ่มแปลกหน้าออกไป เพราะเธอรู้สึกว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายตรงหน้า การลองทำตามที่เขาพูดก็ไม่ได้เสียหายอะไร ถ้ามีอะไรผิดพลาดเธอค่อยวิ่งหนีก็เท่านั้น

หลังจากที่ชายหนุ่มได้ยินคำพูดของเรเชล เขาก็พยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะโบกพัดใส่หน้าของเขาเบาๆ

“ดีมาก แต่เรื่องขอโทษก็ส่วนเรื่องขอโทษ ส่วนเรื่องที่เจ้าไม่ยอมพูดคำว่า ‘หนูน่ะ...รักพี่จ๋าที่สุดในโลกเลย’ ข้ายังไม่อภัยให้ เพราะงั้น...จงรับบทลงโทษนี้ซะ” กล่าวจบชายหนุ่มก็สะบัดพัดออกไป เกิดเป็นรากไม้ขนาดยักษ์นับสิบเส้นโผล่ออกมาจากพื้นดินเคลื่อนที่เป็นคลื่นโจมตีใส่เรเชล

“ดาบตัดนภา!” หญิงสาวตวัดดาบที่เต็มไปด้วยเจตดาบของเธอฟาดฟันใส่รากไม้เหล่านี้จนพวกมันถูกตัดไม่เหลือชิ้นดี

“โฮ่ ใช้ได้ๆ” ชายหนุ่มผมเขียวยิ้มบางๆก่อนจะสะบัดพัดอีกครา แต่ครั้งนี้สิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ใช่รากไม้ แต่เป็นเถาวัลย์หนามที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความแข็งดุจเหล็กกล้า หลังจากถูกเรียกออกมาโดยชายหนุ่ม พวกมันก็พุ่งเข้าใส่เรเชลราวกับฝูงอสรพิษที่หวังกลืนกินเหยื่อของมัน

“...” เรเชลไม่พูดอะไรออกมา เธอทำเพียงแค่สะบัดดาบของเธอด้วยความรวดเร็ว ความคมของเจตดาบทำให้แม้แต่เถาวัลย์หนามที่แข็งแกร่งก็ไม่อาจต้านทานการฟันของเธอได้ พวกมันถูกฟันเป็นส่วนๆจนไม่สามารถทำร้ายเธอได้อีก

ชายหนุ่มผมเขียวที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมา ก่อนจะสะบัดพัดใส่หน้าของตนเพื่อสร้างความเย็นให้กับตัวของเขา

“เป็นเจตดาบที่ดี...” กล่าวจบเขาก็กระดิกนิ้วมือข้างที่ไม่ได้จับพัดไปมาคล้ายกับการบรรเลงเปียโน

“บทเพลงแห่งพงไหร...ผสานพฤกษา” สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ต้นไม้น้อยใหญ่รอบตัวของเขาก็เคลื่อนไหวมารวมตัวกันก่อเกิดเป็นอสูรพฤกษารูปร่างเหมือนกับมนุษย์ต้นไม้ที่มีรูปร่างดุจนักเพาะกายและมีความสูง 4 เมตรตนหนึ่ง ดวงตาที่เรืองแสงสีเขียวอ่อนมองผู้เป็นนายครู่หนึ่ง

“คาเรชาซา อูนาริคกาสะ” ชายหนุ่มผมเขียวพูดขึ้นด้วยภาษาที่เรเชลไม่เข้าใจ เธอคิดว่าเขาคงบอกอสูรตนนี้ให้จัดการเธอ คิดถึงตรงนี้หญิงสาวก็ระวังตัวมากกว่าเดิม เธอมองอสูรตรงหน้าตาไม่กระพริบ

“ถ้าเจ้าเอาชนะเด็กของข้าได้ ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่ถ้าไม่ก็จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เพราะเด็กของข้าตนนี้ชื่นชอบเลือดมนุษย์เป็นชีวิตจิตใจเชียวล่ะ” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ

“พาลินาระ” อสูรพฤกษาหันมาพูดกับนายของตน

“เกซาลาทิ” ชายผมเขียวพูดพลางสะบัดมือใส่มันเหมือนกับให้เริ่มได้แล้ว

เมื่อได้ยินที่เจ้านายของมันพูด อสูรพฤกษาก็ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะมองเรเชลด้วยความรู้สึกสงสาร

‘ทำไมฉันรู้สึกว่าเจ้าต้นไม้นี่มองเราเหมือนกำลังเห็นใจเลยนะ คิดมากไปเองมั้ง’ เรเชลคิดในใจ ก่อนจะตั้งท่าเตรียมสู้

ฮูมมม!

อสูรพฤกษากู่ร้องเสียงดังจนสิ่งมีชีวิตโดยรอบที่สัมผัสได้ถึงพลังของมันรีบหนีจากไปทันทีที่สัมผัสได้ถึงพลังของราชาอสูรระดับ S แช็งแกร่งกว่าอสูรระดับ S ทั่วไปนับสิบเท่า

“...” หลังจากที่หญิงสาวสัมผัสถึงระดับพลังของอสูรตรงหน้าได้ เธอเลือกที่จะไม่ถอย

“ใจกล้าดีนี่ เจอราชาอสูรที่ต้องใช้ผู้ใช้พลังระดับ S 100 คนถึงจะล้มมันได้แต่ก็ยังจะสู้อยู่อีก” ชายผมเขียวยิ้มกว้างราวกับถูกใจในความกล้าหญิงสาว

เรเชลไม่ตอบอะไร แต่คิดในใจว่า

‘ถ้าเป็นสองคนนั้นคงจัดการเจ้ายักษ์นี่ได้สบายๆ ฉันก็จะต้องทำได้เหมือนกัน ฝึกมาตั้งขนาดนี้แล้ว ฉันจะไม่ยอมตายอยู่ที่นี่แน่ๆ’ เรเชลมองไม่ที่ชายหนุ่มผมเขียว

‘ชายคนนี้สามารถควบคุมราชาอสูรได้ เขาเป็นใครกันแน่ ช่างเถอะ ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ค่อยพูดยอมแพ้แล้วออกไปค้นหาชื่อของเขาแล้วค่อยกลับมาจัดการเชาที่หลัง’ เรเชลคิดจบก็กระโดดหลบการโจมตีของอสูรพฤกษาที่พึ่งจะเหวี่ยงหมัดของมันทุบเธอ

“พลังทำลายอะไรกันเนี่ย ถ้าเป็นหมอนั่นจะรับหมัดนี้ตรงๆไหวไหมนะ” เรเชลนึกถึงคนๆหนึ่ง ก่อนจะสะบัดดาบของเธอใส่อสูรตรงหน้า

“ตัดนภา!”

รังสีดาบของเธอได้ตัดแขนของอสูรพฤกษาจนขาดกระเด็น แต่ครู่ต่อมา แขนที่พึ่งถูกตัดไปก็ถูกรากไม้ที่ยื่นออกมาจากต้นแขนที่ถูกตัดดึงมาเชื่อมกลับเป็นเหมือนเดิม

“ขี้โกงนี่” หญิงสาวบ่นก่อนจะกระโดดถอยออกมาตั้งหลัก

ฮูมมม

อสูรพฤกษากู่ร้องอีกครั้งก่อนจะง้างหมัดทั้งสองข้างทุบพื้นดินจนก่อให้เกิดคลื่นกระแทกไปยังหญิงสาว

“โจมตีระยะไกลก็ได้งั้นเหรอ!?” เรเชลโคจรปราณไปที่ขาของเธอก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนฟ้าจนหลบการโจมตีนี้ได้สำเร็จ ก่อนจะร่อนตัวลงมายืนบนพื้นที่ในตอนนี้ไม่ได้ราบเรียบเหมือนเมื่อครู่

แต่ไม่ทันทีเรเชลซึ่งพึ่งเหยียบพื้นจะได้ตั้งตัว อสูรพฤกษาก็กระโจนเข้ามาง้างหมัดเตรียมต่อยใส่หญิงสาว

จบบทที่ อสูรพฤกษา

คัดลอกลิงก์แล้ว