เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เรื่องนี้ฉันจะไม่ยุ่ง

เรื่องนี้ฉันจะไม่ยุ่ง

เรื่องนี้ฉันจะไม่ยุ่ง


‘ทำไมเจ้าคนสติเฟื่องนั่นถึงพาสัตว์ประหลาดแบบนี้เข้ามาได้นะ’ หญิงสาวคิด ด้วยความที่เธฮเป็นอสูรเทวะ ทำให้เธอสัมผัสถึงอันตรายได้ดีกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นหลายเท่า

และในตอนนี้สัญชาตญานของเธอกำลังกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งว่า

‘หนีไป!’

สิ่งที่ทำให้เธอยังยืนอยู่ตรงนี้ไม่หนีไปไหนนั้นคือศักดิ์ศรีของพยัคฆ์ทิวา และพัคแทยังที่ดูเหมือนจะเป็นสหายกับสัตว์ประหลาดตนนี้

“นี่คนสวย ทำไมต้องตัวสั่นแบบนั้นล่ะ ฉันไม่กินเธอหรอกน่า” ราฟฉีกยิ้มกว้างแสดงความเป็นมิตร

“กะ กิน!?” ไป๋เสวี่ยฉีสติหลุดไปแล้วหลังจากได้ยินที่ชายหนุ่มพูด แต่สิ่งที่ดึงสติเธอกลับมาก็คือลูกเลี้ยงของเธอ

“เจ้าคนไร้มารยาท อยู่ต่อหน้าท่านแม่ของข้าที่เป็นถึงอสูรชั้นเทวะ พยัคฆ์ทิวา บ๊ะ! ได้ยินเช่นนี้แล้วเจ้ายังไม่ก้มหัวอีก? นอกจากนายท่านแล้วมนุษย์คนอื่นไม่มีสิทธิ์แม้แต่จ้องตา! คอยดูเถอะ ท่านแม่ข้าจะจัดการภายในหนึ่งฝ่ามือ!” โมจิหรือไป๋ลู่ก้าวเท้าสั้นๆออกมาเผชิญหน้ากับราฟด้วยสีหน้ามั่นใจ

“ขะ ขออภัยในความไร้มารยาทของเจ้าเด็กนี่ด้วยค่ะ” ไป๋เสวี่ยฉีที่ได้ยินสิ่งที่โมจืพูดก็หันไปเขกหัวลูกเลี้ยงของเธอทันที

โป๊ก

“โอ๊ย ทำไมท่านถึงเขกหัวข้าล่ะท่านแม่ วันนี้หลายรอบแล้วนะ ถ้าข้าปัญญาอ่อนขึ้นมาใครจะมาแต่งงานกับข้ากัน...”

“เงียบซะ ถ้าไม่อยากตายก็ใช้สัมผัสเทวะที่ข้าสอนเร็วเข้า” หญิงสาวกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“เง่ะ ทำไมข้าต้องทำ...ก็ได้” เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของหญิงสาว เด็กชายก็เลือกที่จะทำตาม

เมื่อเด็กชายมองไปที่ตัวของราฟด้วยสัมผัสเทวะ

“กรี๊ดดด” โมจิแหกปากดังลั่นจนราฟที่หูดีต้องรีบเอามือปิดหู

“ปะ ปีศาจจจ! อย่ากินข้าเลย ข้ากลัวแล้ว ข้าสัญญาว่าจะไม่หนีเที่ยว ไม่แกล้งใคร ดังนั้นได้โปรดอย่าจับข้ากินเลย ฮือ...” เด็กชายรีบวิ่งไปหลบที่หลังของหญิงสาวด้วยความหวาดกลัว

“เจ้าเด็กนี่...ว่าใครเป็นปีศาจฟะ” ราฟกลอกตาก่อนจะหันไปมองอสูรทั้งสอง

“เป็นอสูรเทวะเหรอ แถมยังอยู่ในร่างมนุษย์ด้วย? ถ้าเอาตัวไปส่งสมาคมผู้พิทักษ์คงได้เงินเยอะสินะ” ชายหนุ่มผมเทาเอามือกุมคางก่อนจะยิ้มบางๆขณะมองหน้าหญิงสาวและเด็กชาย

“ขะ ขอร้องล่ะค่ะ ถ้าท่านจะสังหาร ได้โปรดสังหารแค่ข้า แล้วปล่อยเด็กคนนี้ไป”

“ทะ ท่านแม่”

ราฟมองท่าทางของสองแม่ลูกตรงหน้าด้วยความเหนื่อยใจ เขาแค่แกล้งนิดแกล้งหน่อยถึงกับคิดว่าเขาจะฆ่าพวกเธอเลยรึไง

“เห้อ เลิกทำแบบนั้นเถอะ จับกินบ้างล่ะ สังหารบ้างล่ะ คิดว่าฉันเป็นยักษ์เป็นมารรึไง เมื่อกี้ฉันแค่ล้อเล่นน่า” ราฟผายมือกว้างแสดงท่าทางเป็นมิตรอีกครั้ง แต่ดูเหมือนสองแม่ลูกจะยังไม่เชื่อและยังคงก้มหัวอยู่แบบนั้น

“...” ราฟที่เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปหาพัคแทยังที่หญิงสาวอุ้มอยู่

“พัคแทยัง ตื่นๆๆ” ราฟเอามือตบหน้าเพื่อนของเขาเบาๆ

ไป๋เสวี่ยฉีที่เห็นแบบนั้นก็อยากปัดมือของชายหนุ่มออกไปจากใบหน้าองค์ชายของเธอ แต่มือเจ้ากรรมดันไม่ยอมขยับนี่สิ หญิงสาวได้แต่เพียงมองอสูรกายในร่างมนุษย์ตบหน้าองค์ชายของเธอต่อไปด้วยใจที่บอบช้ำ

“ไม่ตื่นแฮะ” ราฟขมวดคิ้ว ก่อนจะทำนิ้วเป็นรูปดัชนีจี้ไปที่หน้าผากของเพื่อนเขาแล้วใช้ออกด้วยปราณสุริยันอ่อนๆ

“อึก...นะ หน้าอก” ชายหนุ่มตาทองพึมพำออกมาก่อนจะลืมตาขึ้นมาเห็นเพื่อนของเขากำลังฉีกยิ้มกว้างมองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“ราฟ? นายมาได้ยังไง” พัคแทยังถามด้วยรอยยิ้ม

“โอ้ ไม่ต้องสนหรอกว่าฉันมาได้ยังไง มาคุยกันเรื่องที่นายพูดเมื่อกี้กันดีกว่า ฉันได้ยินมันว่าหน้าอกด้วยแหละ ฮี่ๆ” ราฟพูดยิ้มๆ

“...” พัคแทยังพูดอะไรไม่ออก ก่อนจะรู้สึกตัวว่าตัวของเขาอยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาวอยู่

ชายหนุ่มหน้าแดงทันที ก่อนจะรีบลุกออกมายืนด้วยขาของตัวเอง

“เอ่อ ขอโทษครับพี่ไป๋” พัคแทยังพูดด้วยความเขินอาย

“มะ ไม่เป็นไร” ไป๋เสวี่ยฉีพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก ผิดกับที่ชายหนุ่มเคยรู้จัก ชายหนุ่มเป็นคนที่ความรู้สึกไวทำให้เขารู้ว่าเธอหวาดกลัวบางอย่าง เมื่อมองไปตามสายตาของเธอ เขาก็พบว่าเธอกำลังมองเพื่อนของเขาอยู่

ชายหนุ่มตาทองถอนหายใจก่อนจะพูดกับราฟว่า

“นายช่วยเก็บกลิ่นอายของนายหน่อยได้มั้ย แบบว่าพยั...พี่ไป๋เค้าเป็นพวกสัญชาตญานดีน่ะ”

“อ้อ ลืมไปเลย สัตว์เทวะสามารถสัมผัสอันตรายได้นี่เนอะ โทษทีนะพี่สาวคนสวย ก่อนหน้านี้ฉันต้องใช้มันล่ออสูรมากินน่ะ แหะๆ” ราฟพยักหน้าก่อนจะหันไปขอโทษหญิงสาว

“กะ กิน!?” อสูรเทวะทั้งสองในตอนนี้ดูเหมือนสติจะหลุดออกจากร่างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“นายรู้เหรอว่าพี่ไป๋เป็นอสูร”

“ก็นะ เจ้าเด็กที่กำลังตัวสั่นเป็นเจ้าเข้านั่นเป็นคนบอกเอง”

“อ้อ” พัคแทยังหันไปมองเพื่อนตัวน้อยของเขาแล้วลูบหัวเด็กชายเบาๆ

“นายท่าน สหายของนายท่านผู้นี้น่ากลัวยิ่งนัก ข้ากลัวเขาจะจับข้ากินอ่ะขอรับ...”

“ไม่ต้องกลัวหรอก ราฟเขาเป็นคนดีนะ”

“ขะ ข้าจะพยายามเชื่อนายท่านขอรับ”

หลังจากที่ไป๋เสวี่ยฉีได้ยินในสิ่งที่ราฟเอ่ย เธอก็รีบพูดออกมา

“มะ ไม่ต้องใส่ใจพวกข้าหรอกค่ะ...แต่ถ้าทำได้จะดีมาก เพื่อนขององค์ชายน่ากลัวชะมัด” ประโยคหลังหญิงสาวบ่นกับตัวเอง แต่คนหูผีอย่างราฟมีหรือจะไม่ได้ยิน เขายิ้มแห้งๆ จากนั้นเขาก็ใช้วิชาซ่อนปราณขั้นสูงสุด ‘ไร้ตัวตน’ ทันที

หลังจากที่ราฟใช้มัน กลิ่นอายของเขาก็หายไปเหมือนกับว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่

“ไร้ตัวตน...นายฝึกมันถึงขั้นนี้แล้วงั้นเหรอ สุดยอดไปเลย” พัคแทยังชมออกมา

“ก็นะ” ราฟยักไหล่

“นายท่านนน” เมื่อเห็นว่ามีช่องให้เข้ามาแทรก เฟยฮวาก็พุ่งเข้ามากอดแขนราฟทันที

“ราฟ ผู้หญิงคนนี้คือ?” พัคแทยังถามด้วยความสงสัย

“ฉันคือหญิงสาวผู้มีสายเลือดมังกรและเป็นภรรยาในอนาคตของนายท่านค่ะ!”

“ภะ ภรรยา?” พัคแทยังเบิกตากว้างก่อนจะถามราฟว่า

“แล้วเรเชลล่ะ”

“หา พูดเรื่องอะไรอ่ะ ยัยนั่นทำไมเหรอ” ราฟเอียงหัวถามด้วยความสงสัย

“เห้อ ช่างเถอะ เรื่องนี้ฉันจะไม่ยุ่ง” ชายหนุ่มตาทองยิ้มแห้งๆ

“...”

“ทำความรู้จักกันเสร็จแล้วใช่มั้ย ไอ้เจ้าเด็กบ้าพลังตรงนั้นน่ะ ตามฉันมาหน่อย อ้อ แค่นายเท่านั้นนะ” โลแกนที่ยืนกอดอกฟังเงียบๆด้วยใบหน้าตายด้านเอ่ยออกมา ก่อนจะเปิดใช้งานประตูมิติขึ้น เผยให้เห็นพื้นที่หิมะสีขาวโพลนด้านในนั้น

“ว้าว” ราฟที่เห็นดังนั้นก็ตาเป็นประกาย เขาหันมาพูดกับเพื่อนของเขาว่า

“เดี๋ยวฉันมา นายไปอยู่กับพี่สาวคนสวยของนายก่อนละกัน อ้อ แล้วอย่าลืมเล่าเรื่องที่ทำให้นายสลบจนละเมอว่าหน้าอกด้วยล่ะ ฮี่ๆ”

“...” พัคแทยังทำอะไรไม่ถูกนอกจากก้มหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอาย

“นายท่าน...” เฟยฮวาพูดออกมาเสียงเบา

ราฟที่มองท่าทางของหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมา เขาไม่อยากให้คนที่มีความรู้สึกดีๆกับเขาเสียใจเลยเอื้อมมือไปลูบหัวของเธอเบาๆ

“เดี๋ยวฉันกลับมานะ ทำตัวดีๆล่ะ”

“คะ ค่า” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับยิ้มหวาน

ราฟยิ้มให้เธอก่อนจะก้าวเท้าตามโลแกนไป

จบบทที่ เรื่องนี้ฉันจะไม่ยุ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว