เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เคล็ดวิชาซ่อนปราณ

เคล็ดวิชาซ่อนปราณ

เคล็ดวิชาซ่อนปราณ


“เดี๋ยวก่อนสิครูหลินคนสวย มันไม่ใช่อย่างที่ครูคิดหรอกนะครับ พอดีวันนี้ผมมาฝึกใช้พลังที่นี่แล้วดันถูกฟ้าผ่าใส่ทำให้เสื้อผ้าถูกเผาไปหมดน่ะครับ มองตาผมสิ ผมเป็นผู้บริสุทธิ์นะ!” ราฟรีบแก้ตัวทันทีเพราะไม่อยากให้เรื่องที่เขาเป็นชีเปลือยในเทือกเขาถูกแพร่กระจายออกไป เพราะแค่ข่าวลือของเจ้าของร่างคนก่อนก็ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนโรคจิตในสายตาคนอื่นมากพอแล้ว

“ไม่ต้องพูดมากแล้ว ตอบฉันมาตามตรง นายเป็นคนดูดกลืนสายฟ้าสวรรค์ด้วยร่างกายของนายจนหมดใช่มั้ย? ...อย่าปฏิเสธซะให้ยาก เพราะฉันมองด้วยเนตรสายฟ้าประจำตระกูลของฉันแล้ว”

ขณะที่ราฟกำลังจะอ้าปากพูดปฏิเสธ หญิงสาวก็พูดดักทางแล้วชี้นิ้วไปที่ดวงตาของเธอที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ออกมา

“เง่ะ แล้วจะให้ผมตอบทำไมครับ ในเมื่อครูรู้คำตอบอยู่แล้ว” ราฟอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ พร้อมกับรู้สึกตกใจที่ถูกหญิงสาวมองออก

‘เดี๋ยวนะ เนตรสายฟ้า? ของตระกูลหลิน? ชิบหาย!’ เมื่อราฟคิดถึงสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดออกมา ราฟก็ตั้งการ์ดระวังตัวทันที เพราะเขากลัวว่าจะถูกหลินอิงอิงที่เป็นคนของตระกูลหลินเอาเรื่อง

“ไอ้ท่าทางเหมือนกับเห็นฉันเป็นศัตรูแบบนั้นนั่นมันอะไรกันน่ะเจ้าบ้านี่ ฉันไม่ได้จะมาทำร้ายนายสักหน่อย อีกอย่างเรื่องพลังของนายน่ะ ฉันรู้ตั้งแต่ตอนที่นายดูดซับทัณฑ์มังกรสายฟ้าของฉันที่ห้องสภานักเรียนแล้วล่ะ เพราะงั้นถ้าฉันจะทำร้ายนายฉันทำตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพราะดันแอบดูดพลังปราณของฉันไปนี่นะ แล้วอีกอย่าง...ไปหาที่หลบซะ ฉันไม่อยากตาบอด” หลินอิงอิงกล่าวขึ้นยิ้ม ๆ พร้อมกับมองนักเรียนของเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนและใบหน้าที่แดงเล็กน้อยหลังจากเห็นร่างกายกำยำของราฟ มันทำให้เธอนึกถึงตอนที่เจอเขาที่หอพัก...หญิงสาวรีบสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปทันที

จากสายตาของเธอที่มองผ่านเนตรสายฟ้า เธอมองเห็นว่าร่างกายของราฟเต็มไปด้วยยสายฟ้าที่ไหลผ่านไปทั่วร่างของชายหนุ่มเสมือนว่าเขาคือต้นกำเนิดของสายฟ้า หลินอิงอิงมองได้สักพักก็รีบเลิกใช้เนตรสายฟ้าทันทีเพราะเธอรู้สึกแสบตากับปริมาณของสายฟ้าของนักเรียนเธอ

‘ปริมาณสายฟ้านี่มันอะไรกัน ขนาดพ่อของเรายังเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ เหมือนกับเจ้าเด็กนี่ไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเทพสายฟ้าจำแลงมาอย่างนั้นแหละ นี่ถ้าคนในตระกูลเห็นเข้าคงอยากจับเขาเข้าตระกูลแน่ ๆ แต่คนนิสัยเพี้ยนอย่างเขาจะยอมอยู่ในตระกูลเฉย ๆ งั้นเหรอ? มีหวังได้ก่อนเรื่องไม่เว้นวันแน่ ไม่ได้การละ ฉันต้องหาวิธีที่จะทำให้เขาไม่ถูกตรวจเจอจากคนตระกูล ทำยังไงดีเนี่ยเรา คิด ๆ ๆ...อ๊ะ วิธีนี้น่าจะได้ผลแฮะ’ หลังคิดเสร็จหลินอิงอิงก็ได้หยิบกระดาษเปล่าในกระเป๋าของเธอขึ้นมา แล้วหลับตาของเธอลงพร้อมยื่นมือทั้งสองข้างออกมา โดยมือซ้ายปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาทำให้กระดาษลอย ส่วนมือขวาได้วาดมือไปมากลางอากาศพร้อมกับมีสายฟ้าแลบออกมา และกระดาษก็เริ่มมีตัวหนังสือเกิดขึ้นมาท่ามกลางความแปลกใจของราฟที่ยื่นหัวออกมาดูโดยที่ตัวแอบอยู่หลังต้นไม้ตามคำสั่งของหญิงสาว เมื่อเวลาผ่านไปสักพักหลินอิงอิงก็ลืมตาขึ้นแล้วยื่นกระดาษไปให้ชายหนุ่ม

ราฟที่ยื่นมือออกไปรับกระดาษมาก็มองมันด้วยความสนใจ ภาษาที่หลินอิงอิงเขียนเป็นภาษาของโลกใหม่ที่เขาไม่รู้จัก แต่สามารถอ่านได้ด้วยความทรงจะของร่างนี้

“เคล็ดวิชาซ่อนปราณ? มันคืออะไรเหรอครับ?” ราฟถามด้วยความสงสัย

“มันเป็นวิชาที่จะทำให้ผู้ใช้กลบกลิ่นอายปราณของตัวเองได้น่ะ ยิ่งเชี่ยวชาญมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกลบปราณได้มากเท่านั้น ถ้านายเชี่ยวชาญจนถึงระดับแก่นแท้จริง ๆ ต่อให้นายเจอคนที่มีความสามารถเรื่องการตรวจจับ นายก็จะเป็นเหมือนคนธรรมดาที่ไม่มีพลังในสายตาของพวกเขา...เอ๋ นี่นาย ทำได้ทันทีเลยงั้นเหรอ?” หญิงสาวพูดยังไม่ทันจบ กลิ่นอายสายฟ้าที่รุนแรงจนหลินอิงอิงที่ไม่ต้องใช้เนตรสายฟ้าก็ยังคงสัมผัสได้ อยู่ ๆ ก็หายไปเหมือนกับว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น

“หือ ผมก็แค่นึกภาพตามมันก็ได้เลย” ราฟพูดด้วยเสียงเรียบ ๆ  แต่ในใจของเขาตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

‘ว่ะ 555 ประสาทสัมผัสที่ดีขึ้นมันทำให้เข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้นหลายเท่าเลยแฮะ ดูหน้าครูคนสวยสิ อึ้งกิมกี่ไปเลย ฮี่ ๆ ต่อไปนี้เราคือราฟสไตน์ เคี๊ยก ๆ…แค่ก ๆ เสียงหัวเราะดูชั่วร้ายไปแฮะ เอางี้ดีกว่า ก๊าก ๆ’

ในขณะที่ราฟคิดเรื่องไร้สาระในใจด้วยใบหน้านิ่งประหนึ่งเซียนที่น่านับถืออยู่นั้น หลินอิงอิงได้ช็อคไปเป็นที่เรียบร้อย

‘การเรียนรู้ในชั่วพริบตา!? พลังของเขามันแค่ดูดซับพลังแปลงเป็นพลังกายนี่ แสดงว่าเจ้าเด็กนี่เป็นอัจฉริยะตั้งแต่แรกแล้วงั้นเหรอ?’ หญิงสาวคิดพร้อมกับนึกถึงตอนที่ชายหนุ่มใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างไร้ตัวตน

‘ชะ ช่างเป็นการใช้ชีวิตที่สิ้นเปลืองอะไรเช่นนี้’ หลินอิงอิงได้แต่เอามือก่ายหน้าผาก จากนั้นเธอก็เลิกสนใจ เพราะถึงเขาจะเป็นอัจฉริยะ แต่เขาได้เลือกใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว เธอไม่อยากเขาไปก้าวก่ายชีวิตนักเรียนของเธอ เว้นแต่ตอนที่เขาก่อเรื่องล่ะนะ

ที่สำคัญกว่านั้นคือหลินอิงอิงอยากรู้ว่าราฟจะไปได้อีกไกลแค่ไหน

“ว่าแต่ครูหลิน ครูไม่โกรธเหรอที่ผมเอาสายฟ้าของตระกูลครูไปน่ะ?” หลังจากราฟเลิกคิดไร้สาระเสร็จ เขาก็เลิกเก๊กขรึมแล้วถามหญิงสาวด้วยความสงสัย

“ไม่หรอก พลังพวกนั้นก็สำคัญจริง ๆ นั่นแหละ เพราะพลังที่เหลือจากเขตแดนเทพสายฟ้าพวกนั้นทางตระกูลฉันจะเอาไปทำเป็นคัมภีร์เรียกสายฟ้าออกมาโจมตีสัตว์อสูรแทนน่ะ แต่ตอนนี้คัมภีรพวกนั้นมีเยอะเต็มคลังจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว จะเอาไปขายก็ไม่ได้ เพราะคนที่ใช้ได้ทีแค่คนตระกูลหลินเท่านั้น มันเป็นกฎของตระกูล ส่วนเรื่องพลังส่วนเกินที่ถูกเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไปมันมีเหลือเยอะพอแล้ว นายลองคิดดูสิ ตลอดการระยะเวลาพันปี คิดว่าจะมีพลังงานเหลือให้ใช้ขนาดไหนกันล่ะ” หลินอิงอิงอธิบาย

‘ความรู้ใหม่แฮะ แต่ก็ดีแล้วที่ไม่เกิดปัญหาตามมา’ ราฟยิ้มกว้าง (เอ็งแหละสร้างปัญหาให้เขา)

ราฟบอกขอบคุณครูสาว แล้วขอตัวกลับหอไปเตรียมตัวเพื่อไปรับโทษที่ประตูมิติระดับ C พรุ่งนี้

หลินอิงอิงพยักหน้า แล้วมองดูราฟเดินจากไปด้วยสายตาครุ่นคิด

‘พลังของเขาเลยระดับ C ไปไกลโขแล้ว อาจจะอยู่ระดับ A หรือระดับ S ได้เลย ในตอนนี้ประตูมิติระดับ C คงไม่ใช่บทลงโทษสำหรับเขา แต่เป็นของเล่นสำหรับเขามากกว่า ที่สำคัญคือตอนนี้โลกมีติงต๊องที่ดันแข็งแกร่งเพิ่มเข้ามาแล้วสินะ เห้อ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าโลกจะปั่นป่วนเพราะเจ้าหมอนี่กันนะ’

หญิงสาวเลิกคิดเลิกคิดเรื่องพวกนี้ เพราะเธอคิดว่าดีซะอีกที่มีคนแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น จะได้ช่วยทวงคืนเขตแดนมนุษย์มี่ถูกอสูรยึดครองกลับคืนมา

หลินอิงอิงได้แต่ภาวนาไม่ให้นักเรียนของเธอไปก่อเรื่องอะไรที่นั่นก็พอแล้ว

จบบทที่ เคล็ดวิชาซ่อนปราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว