เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นักดาบสาวจอมมโน

นักดาบสาวจอมมโน

นักดาบสาวจอมมโน


เมื่อราฟออกมาจากหอพัก เขาก็เริ่มออกตัววิ่ง จากนั้นก็มีเสียงแรงอัดอากาศดังขึ้นตรงจุดที่เขาออกตัว ทำให้ชาวเมืองไอรีนที่หลบภัยอยู่พากันมองหาต้นกำเนิดของเสียง แต่พวกเขาก็เห็นเพียงแค่เงาสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไปทางเทือกเขาเท่านั้น

ไม่กี่นาทีต่อมา

อ๊ากกก!

ตูมมม!

ท่ามกลางเสียงสายฟ้าคำรนที่ดังก้องไปทั่วเมืองไอรีนและเมืองใกล้เคียง ในพื้นที่ป่าดงดิบอันเขียวชะอุ่มบนเทือกเขา อยู่ๆก็มีรอยแยกรูปคนคนรอยหนึ่งเกิดขึ้นที่หินขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง ไม่นานก็มีมือสีแทนยื่นออกมาจับหิน จากนั้นก็มีร่างของชายผมเทาโผล่ออกมาจากรอยแยกนั้น

“โอย...เล่นเอามึนเลยแฮะ ไม่คิดว่าพลังเต็มที่ของเราจะควบคุมยากขนาดนี้ ดีนะทางที่วิ่งมาไม่มีใครอยู่ ไม่งั้นเราคงโดนผู้พิทักษ์รุมจับข้อหาทำร้ายร่างกายแน่ เกือบไปๆ” ราฟที่พึ่งออกมาจากรอยแยกของหินบ่นอุบอิบพลางเอามือปัดเศษดินที่ติดตามตัวของเขาออก

กรร

โฮก

อู้ดดด

ก๊าซซซ

“อื๋อ?” หลังบ่นได้ไม่นาน ราฟก็ได้ยินเสียงดังขึ้นรอบตัวเขา เมื่อเขามองหาที่มาของเสียงก็พบว่าพวกมันคือสัตว์อสูรที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่โลกใบนี้ตั้งแต่แรก

ราฟมองบรรดาสัตว์อสูรที่มีหน้าตาเหมือนกับสัตว์บนโลกของเขาทุกประการ แต่มีข้อแตกต่างจากโลกเก่าของเขาก็คือ พวกมันมีแววตาที่มีแต่ความกระหายเลือดทั้งพวกกินเนื้อและกินพืช อีกทั้งตัวยังใหญ่กว่าสัตว์ปกติที่เขาเคยเจอถึง 3 เท่า ดวงตาสีแดงก่ำของพวกมันมองมาที่เขาพร้อมกับน้ำลายที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย

“เอ่อ ถึงจะน่ากลัวกว่าสัตว์ที่โลกแต่ก็ถือว่าทำให้ปริมาณเนื้อที่กินได้เพิ่มขึ้นสามเท่าสินะ ก็ไม่เลวแฮะ จะว่าไปก็หิวแล้วแฮะ ไม่ได้ๆ ต้องไปขโมย...เอ๊ย ไปช่วยตระกูลหลินเก็บพลังสายฟ้า(ไว้กับตัวเอง)ก่อน งั้นไว้ค่อยเจอกันนะ น้องๆทั้งหลาย” เมื่อพูดจบราฟก็ยิ้มพร้อมโบกมือให้เหล่าสัตว์อสูรที่พากันยืนจ้องเขาอยู่ พวกมันมีทั้งเสือ กระทิง หมูป่า ลิง เหยี่ยว และสารพัดสัตว์มากมายที่บางตัวก็เหมือนมันจะสูญพันธ์ไปจากโลกเขาหมดแล้ว แต่สัตว์พวกนั้นดูเหมือนจะไม่สนใจที่จะเข้ามาโจมตีเขา พวกมันทำเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาระแวดระวังเท่านั้น

เมื่อเหล่าสัตว์อสูรเห็นท่าทางของราฟ พวกมันก็นึกว่าเขาจะโจมตี จึงพากันพุ่งเข้าใส่เขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี

“เห้ยๆ แรงลมที่เกิดจากพวกมันนี่พอๆกับรถยนต์เลยแฮะ เอาล่ะ งั้นก็ต้อง...ฮึบ” ราฟย่อตัวลงแล้วยกแขนทั้งสองขึ้นมาตั้งการ์ดเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน จากนั้นเขาก็เอนตัวไปข้างหน้าพร้อมกับยกส้นเท้าของเขาขึ้นเล็กน้อย แล้วส่งแรงมาที่เอว แล้วบิดเอวส่งไปที่หัวไหล่ จากนั้นก็ง้างหมัดขวาไปข้างหลังแล้วจึงปล่อยหมัดออกมาใส่บรรดาสัตว์อสูรตรงหน้าที่กำลังพุ่งเข้ามา

หมัดขวาตรง!

หมัดของเขาที่ผ่านการฝึกตลอด 1 เดือนแบบไม่หยุดพักพร้อมกับร่างกายที่สามารถดูซับพลัง(ปราณ)ธรรมชาติไม่จำกัด ประกอบกับไฟฟ้าบางส่วนที่รับเข้ามาทำให้แรงที่เกิดจากหมัดนั้นทำให้เหล่าสัตว์อสูรบางตัวที่มีสัมผัสถึงอันตรายดีเยี่ยมอย่างเช่นหนูรีบหยุดการโจมตีแล้วพากันวิ่งหนีไปให้ไกลจากเขา ส่วนสัตว์อสูรตัวอื่นที่ถึงแม้จะรับรู้ถึงอันตรายจากหมัดแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้พวกมันยังคงพุ่งเข้าโจมตีชายผมเทาต่อไป

หวีดดด!

เสียงหมัดของชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับเสียงของอากาศที่เหมือนจะฉีกออกจากกัน แต่ในขณะที่หมัดของเขากำลังจะปะทะกับเหล่าสัตว์อสูร ก็มีเสียงหวานใสดังขึ้นมาว่า

“หยุดนะ!”

หลังจากที่เหล่าสัตว์อสูรได้ยินเสียงนั้น พวกมันก็หยุดโจมตีราฟทันที และเมื่อราฟเห็นแบบนั้นเขาก็รีบหยุดหมัดของเขา แต่ทว่าชายหนุ่มยังคงควบคุมพลังของเขาได้ไม่ดีพอ เขาจึงไม่สามารถหยุดแรงหมัดนั้นได้ทันที ทำให้เขาต้องเกร็งหมัดแล้วหมุนข้อมือและข้อศอกของเขาลง แล้วเปลี่ยนจากหมัดตรงเป็นหมัดเสยคางเพื่อทำให้แรงหมัดพุ่งไปที่ท้องฟ้าแทน

ปังงง!

แรงหมัดที่พุ่งออกสู้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสายฟ้าสีดำได้ทำให้อากาศบนนั้นแปรปรวนอยู่ครู่หนึ่งแล้วกลับมาเป็นปกติ

เหล่าสัตว์อสูรที่เห็นแบบนั้นก็พากันรีบถอยให้ห่างจากชายผมเทาทันที

“อะไรวะเนี่ย พวกแกคิดเป็นด้วยเหรอ แปลกแฮะ จากความทรงจำเจ้าโรคจิต สัตว์อสูรโลกนี้ไม่ได้ฉลาดอย่างนี้นี่นา” ราฟเกาหัวด้วยความงุนงงหลังจากเห็นท่าทางของพวกมันแล้วบ่นพึมพำออกมาเบาๆ

“นี่นาย! เป็นนักเรียนไอรีนก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอพลังกายระดับที่ทำให้อากาศสั่นสะเทือนได้แบบนั้นไม่ใช่พลังที่ควรมาใช้ฝึกกับสัตว์อสูรระดับEพวกนี้น่ะ...หรือว่า นายก็เป็นพวกนักเรียนห้อง B ที่มาหาเรื่องฉันอีกคนน่ะ ไสหัวไปซะถ้าไม่อยากเจ็บตัว! ฉันเตือนแล้วนะ” เสียงหวานใสดังขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่โมโหในตอนแรกแล้วเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในภายหลัง

เมื่อราฟหันไปหาต้นตอของเสียง เขาก็พบกับหญิงสาวชาวยุโรปหน้าตาสะสวย ผมสีบลอนด์สวยเข้ากับดวงตาสีฟ้าที่กำลังมองมาทางเขาด้วยแววตาจริงจังพร้อมกับถือดาบเรเปียร์สีดำเล่มหนึ่งที่มีลวดลายสวยงามและน่าหลงใหลชี้มาทางเขาพร้อมกับกลิ่นอายของจิตสังหารที่แผ่ออกมาจนราฟมั่นใจมากว่าถ้าเป็นเขาเมื่อก่อนที่เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีพลังอะไรคงต้องสลบไปแล้วแน่ๆ

“เอ่อ ฉันไม่ใช่คนห้อง B อย่างที่เธอคิดหรอก ไม่ได้จะมาหาเรื่องเธอด้วย แค่มาเดินเล่นดูน้ำตกบนเขานี้เฉยๆเอง แล้วตอนกำลังกลับเพื่อหลบพลังของเขตแดนสายฟ้าก็ดันโดนสัตว์พวกนี้พากันล้อมวงเตรียมรุมกินโต๊ะฉันเนี่ย เห้อ วัยรุ่นเซ็ง!” ราฟอธิบายหญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับยักไหล่แล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นโบกไปมาเป็นเชิงยอมแพ้ เพราะขี้เกียจมีเรื่อง

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปก่อนนะ” ราฟบอกลาหญิงสาวแล้วหันหลังเตรียมจากไป

“เดี๋ยว! นายอยู่ห้องไหนกัน ฉันไม่คุ้นหน้าเลยทั้งๆที่มีพลังกายระดับนั้นโดยที่ไม่มีใครรู้อีก หรือว่า...นายเป็นสายลับของโรงเรียนอื่นเพื่อมาจัดการนักเรียนโรงเรียนเราไม่ให้เข้าร่วมงานประลองผู้พิทักษ์ ตอบมานะ!” หญิงสาวผมบลอนด์สะบัดดาบของเธอไปด้านหลังเตรียมโจมตี ‘สายลับ’ ตรงหน้า

“โว้ยยย พลังมโนของเธอมันจะสูงเกินไปแล้ว คิดได้ไงเนี่ย” ราฟที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาวถึงกับเอามือกุมหัว

จบบทที่ นักดาบสาวจอมมโน

คัดลอกลิงก์แล้ว