- หน้าแรก
- ปัญญาท้าลิขิตสวรรค์ สู่วิถีอมตะด้วยการรังสรรค์เคล็ดวิชามโนภาพ
- บทที่ 021 ให้ศาลายุทธภัณฑ์เทพทำงานให้คุณ
บทที่ 021 ให้ศาลายุทธภัณฑ์เทพทำงานให้คุณ
บทที่ 021 ให้ศาลายุทธภัณฑ์เทพทำงานให้คุณ
บทที่ 021 ให้ศาลายุทธภัณฑ์เทพทำงานให้คุณ
เฉินซานไม่ได้รั้งอยู่นาน หลังจากวางวัสดุสำหรับการตียุทธภัณฑ์เทพไว้แล้ว เขาก็จากไป
ในเมื่อหลินฉางชิงเสนอราคาให้สูงขนาดนี้ เขาเองก็ต้องพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเช่นกัน
ในอีกไม่กี่วันต่อมา นอกจากการฝึกฝนประจำวันและการชี้แนะหลินหู่แล้ว หลินฉางชิงยังต้องเจียดเวลามาตียุทธภัณฑ์เทพด้วย
วัสดุที่เฉินซานนำมาในครั้งนี้ประกอบด้วยทองเมฆา ยี่สิบชั่ง และเหล็กธรรมดาหนึ่งร้อยชั่ง
ทองเมฆาเป็นโลหะพิเศษที่ใช้สำหรับสร้างยุทธภัณฑ์เทพ มูลค่าและประสิทธิภาพของมันด้อยกว่าเหล็กทองคำทมิฬ แต่เป็นวัสดุที่ช่างตียุทธภัณฑ์เทพนิยมใช้มากที่สุดในการสร้างยุทธภัณฑ์เทพ ระดับเก้า
ปริมาณที่เฉินซานจัดหามาให้นั้น หากเป็นช่างตียุทธภัณฑ์เทพทั่วไป อย่างมากก็ตีดาบระดับเก้าได้เพียงสองเล่ม
เห็นได้ชัดว่าเฉินซานคำนวณมาอย่างแม่นยำแล้ว
แต่ทว่า หลินฉางชิงนั้นต่างออกไป
เขาได้ปรับปรุงเทคนิคการตีเหล็กใหม่ การสร้างยุทธภัณฑ์เทพ ระดับเก้าที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน เขาใช้ทองเมฆาเพียงแค่ห้าชั่งเท่านั้น
ดังนั้น ทองเมฆายี่สิบชั่งของเฉินซาน จึงเพียงพอให้เขาสร้างยุทธภัณฑ์เทพ ระดับเก้าได้ถึงสี่เล่ม
ความจริงแล้ว นี่คือเหตุผลหลักที่หลินฉางชิงยอมร่วมมือกับศาลายุทธภัณฑ์เทพ
ศาลายุทธภัณฑ์เทพจัดหาวัสดุมาให้ และหลินฉางชิงไม่เพียงแต่ได้รับค่าจ้างจากการตีดาบสองเล่มให้ทางร้าน แต่เขายังได้วัสดุสำหรับสร้างดาบอีกสองเล่มมาฟรีๆ
เมื่อคิดคำนวณผลประโยชน์โดยรวมแล้ว เขาได้กำไรมากกว่าศาลายุทธภัณฑ์เทพเสียอีก
พูดตามตรงก็คือ เหมือนหลอกใช้ศาลายุทธภัณฑ์เทพให้ทำงานให้เขาดีๆ นี่เอง
หากเฉินซานรู้เรื่องนี้ เขาคงโกรธจนกระอักเลือดแน่ๆ
อุตส่าห์วิ่งวุ่นแทบตาย แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาอาจจะไม่ถึงหนึ่งในสามของสิ่งที่หลินฉางชิงได้รับด้วยซ้ำ
วันเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปห้าวัน
เช้าตรู่วันนี้ หลินฉางชิงนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้ในลานบ้าน ทำสมาธิและนึกภาพจักรวาลและธารดารา
เขากำลังทำความเข้าใจพลังจิต
ทันใดนั้น เขาก็เบิกตาโพลง แสงศักดิ์สิทธิ์สองสายพุ่งออกมาจากดวงตา
ราวกับสายรุ้งพาดผ่าน มันค้างอยู่ในอากาศเป็นเวลานาน
ร่างของหลินฉางชิงไหววูบ ราวกับภูตพราย เพียงชั่วพริบตาเขาก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูรั้ว
"ฉางชิง ฉางชิง..."
ทันทีที่เขาเปิดประตู เสียงตะโกนของหลินหู่ก็ดังแว่วมาแต่ไกล น้ำเสียงเร่งรีบแต่แฝงไปด้วยความปิติยินดี บ่งบอกว่าเป็นข่าวดี
ไม่นานนัก ก็เห็นหลินหู่วิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล
"รีบร้อนอะไรขนาดนั้น เจ้าหู่..."
หลินฉางชิงถามเสียงขรึม
"ฉางชิง ท่านลุงหย่งฝานกลับมาแล้ว!"
หลินหู่หอบหายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "เขาอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน คนจากศาลายุทธภัณฑ์เทพมาส่ง!"
"อ้อ!"
ประกายในดวงตาของหลินฉางชิงเข้มข้นขึ้น แม้เขาจะสัมผัสได้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแสดงความยินดีออกมา "ดูท่าเฉินซานคนนี้จะมีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ"
"ใช่แล้ว เถ้าแก่เฉินแห่งศาลายุทธภัณฑ์เทพบอกว่าจะพาท่านลุงหย่งฝานกลับมาภายในห้าวัน แล้วเขาก็ทำได้จริงในห้าวัน"
หลินหู่พยักหน้าเห็นด้วย "ตระกูลเฉินสมกับเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่แห่งอำเภอเฟิงเล่อจริงๆ"
"ตระกูลเฉินหยั่งรากลึกในอำเภอเฟิงเล่อมาหลายร้อยปี อิทธิพลย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว"
หลินฉางชิงพยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายขณะมองออกไปในระยะไกล
ในขณะนี้ รถช้าคันหนึ่งรายล้อมไปด้วยกลุ่มคน กำลังมุ่งหน้ามายังลานบ้านของเขา คนเหล่านั้นบางส่วนเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านชิงซาน
และยังมีชายฉกรรจ์อีกสี่คน ซึ่งเป็นองครักษ์ชุดเดิมที่คุ้มกันเฉินซานมาในคราวก่อน
รถม้าหยุดลงที่หน้าลานบ้านของหลินฉางชิง และชายวัยกลางคนรูปร่างผอมโซ ผิวคล้ำแดด ก็ก้าวลงมาจากรถ
เขาคือ 'หลินหย่งฝาน' พ่อในชาตินี้ของหลินฉางชิง
"ท่านพ่อ..."
หลินฉางชิงมองหลินหย่งฝานที่ก้าวลงมาจากรถ รูม่านตาของเขาหดลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ยิ้มและเดินเข้าไปต้อนรับ
เขาได้รับสืบทอดความทรงจำและอารมณ์จากร่างเดิมมา
ดังนั้นจึงไม่มีความรู้สึกขัดเขินใดๆ กับหลินหย่งฝานในฐานะพ่อ
อันที่จริง เมื่อเห็นดวงตาที่ลึกโหลและใบหน้าอันเหนื่อยล้าของหลินหย่งฝาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกจุกในอก
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหลินหย่งฝานต้องทนทุกข์ทรมานมามากเพียงใดในช่วงที่ผ่านมา
"ฉางชิง..."
ใบหน้าของหลินหย่งฝานฉีกยิ้มกว้าง เขาตบไหล่หลินฉางชิงเบาๆ และกล่าวว่า "พ่อนึกว่าจะไม่ได้เจอหน้าเจ้าอีกแล้วในชาตินี้
พี่น้องพวกนี้บอกพ่อว่า เจ้าไปขอความช่วยเหลือจากเถ้าแก่เฉินแห่งศาลายุทธภัณฑ์เทพ
เจ้าช่วยพ่อออกมาจากนรกขุมนั้น
เจ้าคงลำบากแย่"
"ท่านพ่อ ข้าไม่ลำบากเลย ท่านเข้าไปพักผ่อนข้างในก่อนเถอะ!"
หลินฉางชิงส่ายหัวเล็กน้อย จากนั้นหันไปพูดกับชาวบ้านคนอื่นๆ "ท่านลุงท่านอาทั้งหลาย ท่านพ่อของข้าเพิ่งกลับมา ขอให้เขาได้พักผ่อนให้เต็มที่สักวันเถิด
พรุ่งนี้ ข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านลุงท่านอาทุกคนในหมู่บ้าน ขอเชิญทุกคนมาร่วมงานด้วย..."
"ฉางชิง เกรงใจเกินไปแล้ว แต่ก็นับเป็นเรื่องมงคลจริงๆ ที่หย่งฝานได้กลับมา"
"ใช่แล้ว ได้ข่าวว่าราชสำนักเกณฑ์ช่างตีเหล็กไปตั้งเยอะ ไม่เห็นมีใครได้กลับมาสักคน การที่หย่งฝานกลับมาได้ แสดงว่าฉางชิงมีความสามารถจริงๆ"
"ฉางชิง ได้ข่าวว่าตอนนี้เจ้าร่วมมือกับศาลายุทธภัณฑ์เทพ สุดยอดไปเลยนะ!"
...
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ชาวบ้านก็ค่อยๆ แยกย้ายกันกลับไป
ในขณะนี้
หลินฉางชิงจึงประสานมือคารวะขอบคุณองครักษ์ทั้งสี่จากศาลายุทธภัณฑ์เทพที่มาส่งหลินหย่งฝาน "พี่ชายทั้งหลาย ขอบคุณมาก"
ขณะพูด เขาหยิบตั๋วเงินร้อยตำลึงออกมาแล้วยื่นให้หนึ่งในองครักษ์ พร้อมกล่าวว่า "สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแสดงความขอบคุณ..."
"นี่... คุณชายหลิน ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย พวกเราเพียงทำตามคำสั่ง หลงจู๊กำชับว่าต้องส่งนายท่านหลินกลับมาอย่างปลอดภัย"
องครักษ์กล่าวปฏิเสธ แต่ดวงตาของเขากลับเป็นประกายวาววับเมื่อมองไปที่ตั๋วเงินในมือของหลินฉางชิง
หนึ่งร้อยตำลึง นี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ
ต่อให้แบ่งกันสี่คน ก็ยังได้คนละยี่สิบห้าตำลึง
ต้องรู้ว่าแม้พวกเขาจะเป็นองครักษ์ของศาลายุทธภัณฑ์เทพ แต่พวกเขาก็ไม่ใช่นักยุทธ์ที่มีระดับขั้น เงินเดือนรายเดือนของพวกเขาเพียงแค่สองตำลึง บวกกับโบนัสและสวัสดิการนิดหน่อย
อย่างมากที่สุดก็ประมาณสามตำลึงต่อเดือน
ยี่สิบห้าตำลึงเท่ากับเงินเดือนกว่าครึ่งปีของพวกเขา
พวกเขาจะไม่หวั่นไหวได้อย่างไร?
"รับไว้เถอะ ส่วนของเถ้าแก่เฉินก็ส่วนของเถ้าแก่เฉิน และนี่คือน้ำใจส่วนตัวของข้า" หลินฉางชิงยิ้มและยัดตั๋วเงินใส่มือองครักษ์ พร้อมกล่าวว่า "อ้อ พี่ชาย รบกวนฝากข้อความถึงเถ้าแก่เฉินให้ข้าด้วย
หลินผู้นี้ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของเขา
บอกเขาว่า อีกสิบวันค่อยส่งคนมารับของ..."
"ถ้าเช่นนั้นก็ขอบคุณมากคุณชายหลิน พวกเราจะนำข้อความไปบอกให้อย่างแน่นอน"
องครักษ์ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป เขารับตั๋วเงินไว้แล้วประสานมือลาหลินฉางชิง
พวกเขารีบขับรถม้าออกจากหมู่บ้านชิงซานไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากทั้งสี่คนจากไป และหลินฉางชิงเดินกลับเข้ามาในลานบ้าน หลินหย่งฝานดูเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ลังเล ตลอดทางเขาได้ยินเรื่องราวของหลินฉางชิงมากมายจากองครักษ์ทั้งสี่
เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ ราวกับกำลังฝันไป
ใครจะไปคิดว่าเพียงแค่เดือนหรือสองเดือนหลังจากที่เขาจากไป ลูกชายของเขาจะประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ ถึงขั้นสร้างความสัมพันธ์กับหลงจู๊แห่งศาลายุทธภัณฑ์เทพได้?
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกี้เขายังให้เงินหนึ่งร้อยตำลึงไปอย่างหน้าตาเฉย
นี่มันหนึ่งร้อยตำลึงเชียวนะ!
ต่อให้เขาทำงานโดยไม่กินไม่ดื่มตลอดทั้งปีก็ยังหาไม่ได้ขนาดนี้ แต่หลินฉางชิงกลับให้คนอื่นไปง่ายๆ และดูจากท่าทางแล้ว เขาไม่รู้สึกเสียดายแม้แต่น้อย ราวกับว่าสิ่งที่ให้ไปไม่ใช่เงินร้อยตำลึง แต่เป็นแค่ร้อยเหรียญทองแดง
"ท่านพ่อ ท่านไปอาบน้ำก่อนเถอะ แล้วก็นอนหลับให้เต็มอิ่ม หลังจากท่านพักผ่อนดีแล้ว ข้าจะเล่าทุกอย่างให้ท่านฟังอย่างละเอียดเอง"
หลินฉางชิงมีไหวพริบดี เขามองทะลุความคิดของหลินหย่งฝานได้ในทันที จึงยิ้มเล็กน้อย
เขาลุกขึ้นเดินไปที่ห้องเพื่อเตรียมอ่างน้ำสมุนไพรให้หลินหย่งฝาน
หลินหย่งฝานต้องทำงานหนักจนร่างกายทรุดโทรมและสูญเสีย 'ปราณต้นกำเนิด' ไปมากในช่วงที่ผ่านมา
การแช่น้ำสมุนไพรจะช่วยเขาได้มากทีเดียว