เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 - สตูดิโอของจี้เฟิง

บทที่ 29 - สตูดิโอของจี้เฟิง

บทที่ 29 - สตูดิโอของจี้เฟิง


"ห๊ะ? ฉันไม่ใช่..." เวินหน่วนรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

จี้เฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบช่วยแก้ต่างให้ทันที

"โต้วติง อย่าพูดมั่วซั่ว"

"อ้าว รับทราบครับลูกพี่" โต้วติงเกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงง

มองผิดเหรอ? ก็ไม่น่าใช่นะ ที่นี่มันฐานลับของพวกเขานะเว้ย

ขนาดกู้เสวี่ยถิงยังไม่เคยได้เหยียบที่นี่เลย ถ้าไม่ใช่ซ้อใหญ่ จี้เฟิงจะพามาทำไม

แต่ในเมื่อทั้งสองคนปฏิเสธ โต้วติงก็ต้องกลับคำ

"งั้น สวัสดีครับคุณเวินหน่วน"

"สวัสดี" เวินหน่วนพยักหน้ารับ ไม่คิดจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจี้เฟิงต่อ

หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี ก็เริ่มเข้าสู่เรื่องการเติบโตของสตูดิโอในช่วงนี้

"พี่เฟิง อย่างที่พี่บอกเป๊ะเลย พอได้ค่าคอมมิชชั่นเดือนแรก พวกนั้นทำงานกันไฟแลบเหมือนโดนฉีดยาเลย"

"ยอดรอบนี้เป็นไงบ้าง"

"ตอนนี้มีคนทำทราฟฟิกทั้งหมด 9 คน ยอดรวม 1 แสน 9 หมื่น 7 ตัวท็อปสุดคือไอ้ผี ค่าคอมฯ ปาไป 3 หมื่น 4 ส่วนที่ห่วยสุดคือไอ้ต้าหวง ได้หมื่นกว่าๆ ยอดแต่ละคนไม่ค่อยเท่ากันครับ"

จี้เฟิงพยักหน้า การทำทราฟฟิกให้นายหน้าเถาเป่าเนี่ย

ต่อให้ใช้วิธีเดียวกัน เวลาเท่ากัน อุปกรณ์เหมือนกัน แต่คนทำคนละคน ผลลัพธ์มันก็ต่างกันอยู่แล้ว

คนเราต้นทุนไม่เท่ากัน

บางคนอยากรวยก็สู้ยิบตา บางคนขี้เกียจสันหลังยาว ทำนิดทำหน่อยก็เลิก

มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้

"พี่เฟิง วันที่ 15 อาลีมาม่าจะโอนค่าคอมฯ มา เงินก้อนนี้จะแบ่งยังไงดี"

"ตามที่ตกลงกันไว้ ค่าคอมฯ ให้พวกมันเอาไปให้หมด ฉันไม่เอาสักแดงเดียว"

น้ำเสียงของจี้เฟิงราบเรียบ ราวกับเงินค่าคอมมิชชั่นเกือบ 2 แสนหยวนนั้นไม่มีค่าในสายตา

แม้ว่าเรื่องการแบ่งเงินค่าคอมมิชชั่น จี้เฟิงจะเคยคุยเรื่องนี้มาก่อนแล้ว

ตอนนั้นจี้เฟิงไม่ได้พูดชัดเจน แค่เกริ่นๆ กับโต้วติงว่าค่าคอมฯ จากการทำทราฟฟิก เขาจะไม่หักเลย ให้พวกพี่น้องเอาไปแบ่งกันให้หมด

แต่โต้วติงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมจี้เฟิงต้องทำแบบนี้

วิธีหาทราฟฟิกจี้เฟิงก็เป็นคนสอน สคริปต์พูดคุยจี้เฟิงก็เป็นคนหามา โปรแกรมโปรโมทจี้เฟิงก็เป็นคนซื้อ

แม้แต่การเลือกสินค้า จี้เฟิงก็เป็นคนลิสต์รายการให้

เรียกได้ว่าสตูดิโอนี้ถ้าไม่มีจี้เฟิง ก็คงเปิดไม่ได้ตั้งแต่แรก อย่าว่าแต่จะพากันโกยเงินเป็นกอบเป็นกำแบบนี้เลย

ในฐานะลูกน้องมือขวาของจี้เฟิง โต้วติงอดไม่ได้ที่จะแย้งเรื่องการไม่แบ่งเงินนี้

"พี่เฟิง ผมไม่ได้จะสอดนะ แต่ถ้าเอาตามความคิดผม พี่หักค่าคอมฯ สัก 50% ก็ไม่น่าเกลียดนะพี่ 9 คนรวมกันค่าคอมฯ เกือบ 2 แสน พี่หัก 50% ก็ได้ตั้ง 1 แสนเต็มๆ

นี่แค่เดือนเดียวนะพี่ แถมเป็นเดือนแรกด้วย ขอแค่ธุรกิจนี้ไม่เจ๊ง สตูดิโอเราขยายตัวได้อย่างมั่นคง รายได้ในอนาคตต้องพุ่งกระฉูดแน่ อีก 2-3 ปีข้างหน้า ฟันเงินล้านสบายๆ"

เดือนละ 1 แสน? 2-3 ปีฟันเงินล้าน?

พอได้ยินตัวเลขนี้ เวินหน่วนถึงกับพูดไม่ออก

ก่อนหน้านี้เธอรับค่าสอนพิเศษจากจี้เฟิง เดือนละ 7000 หยวน เธอก็รู้สึกว่ามันเยอะมหาศาลแล้ว

แต่วิธีการทำทราฟฟิกที่จี้เฟิงเอามาแจกจ่ายให้คนอื่นทำ เงินที่มันสร้างได้นั้น เกินขอบเขตจินตนาการของเธอไปไกลลิบ

ไม่อยากจะเชื่อ? หรือว่าไม่เข้าใจ?

ฟังจากที่โต้วติงพูด จี้เฟิงไม่คิดจะเอาเงินส่วนนี้เลยเหรอ

สายตาตื่นตะลึงของเวินหน่วนทำให้จี้เฟิงรู้สึกฟิน จริงๆ แล้วการโชว์พาวไม่จำเป็นต้องมีคนดูเยอะแยะ ขอแค่มีคนที่แคร์ดูก็พอแล้ว

สิ่งที่โต้วติงพูดมา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริง

พวกนายหน้าเถาเป่ารุ่นบุกเบิกส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ ในเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปี น้อยหน่อยก็โกยได้หลักแสน มากหน่อยก็หลักล้าน

แต่เพดานของคนกลุ่มนี้ก็อยู่แค่นั้น คนที่ทำได้ถึงหลักสิบล้าน แทบจะนับหัวได้

เหตุผลนั้นง่ายมาก คือเรื่องการแบ่งผลประโยชน์

หัวหน้ากินส่วนแบ่งลูกน้อง อาจารย์กินส่วนแบ่งลูกศิษย์ ผู้นำทีมกินส่วนแบ่งลูกทีม

วัฏจักรมันเป็นแบบนี้ เพียงแต่คนที่กินส่วนแบ่งพวกนี้ จะเริ่มจากหัก 50% แล้วค่อยๆ ลดลงจนเหลือประมาณ 5% แล้วสุดท้ายระบบส่วนแบ่งนี้ก็จะพังทลายลง

พวกนายหน้าเถาเป่าที่โหนกระแสพวกนี้ ก็จะได้กินแค่เศษเนื้อข้างเขียงเท่านั้นแหละ

เจอกับคำถามของโต้วติง จี้เฟิงไม่ได้รีบร้อนตอบ

คนในสตูดิโอเยอะเกินไป เรื่องเงินๆ ทองๆ คุยกันในที่ส่วนตัวหน่อยดีกว่า

เขาโบกมือเรียกโต้วติงกับเวินหน่วนเข้าไปคุยในห้องทำงานส่วนตัว

แม้ห้องทำงานนี้จะซอมซ่อ มีแค่โต๊ะตัวเดียว คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว แต่มันก็เป็นห้องทำงานห้องเดียวที่มี

ในสายตาจี้เฟิง โต้วติงต่างจากคนอื่นตรงที่เป็นเพื่อนคู่คิดที่ไว้ใจได้

ต่อให้ตอนนี้มันจะไม่รู้อะไรเลย วิสัยทัศน์สั้นจุ๊ดจู๋ ความสามารถก็งั้นๆ

แต่แค่ความไว้ใจได้ข้อเดียว ก็เพียงพอแล้ว

เรื่องอื่นค่อยๆ ปั้นกันได้

ช่องว่างระหว่างคนมันกว้างก็จริง แต่ก็ไม่ได้กว้างขนาดนั้น เดินมาเยอะ เห็นมาแยะ เดี๋ยวก็มีหลักการของตัวเอง

"โต้วติง มองการณ์ไกลหน่อยดิวะ"

"เอ่อ ว่ามาเลยพี่"

ระหว่างถาม จี้เฟิงก็หยิบสมุดบัญชีหยาบๆ ที่โต้วติงทำขึ้นมาดู จริงๆ ก็แค่จดตัวเลขกับยอดคร่าวๆ เท่านั้นแหละ

มองสมุดบัญชีเล่มนี้แล้วจี้เฟิงก็นวดขมับ

ไอ้ทึ่มนี่ความสามารถไม่ถึงจริงๆ หรือจะบอกว่ามันไม่เหมาะกับการทำธุรกิจเลยก็ได้

"แกคิดว่าสิ่งที่ยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราตอนนี้ คืออะไร"

โต้วติงเริ่มลน จริงๆ ทุกครั้งที่โดนจี้เฟิงทดสอบภูมิปัญญา เขาจะลนตลอด กลัวทำพัง

ยิ่งช่วงนี้รายได้พุ่งกระฉูด ความนับถือที่โต้วติงมีต่อจี้เฟิงก็แทบจะกราบกราน บูชาขึ้นหิ้งไปแล้ว

ถ้าไม่มีจี้เฟิง เรียนจบไปเขาคงต้องไปขับสิบล้อแน่ๆ

ดังนั้นทุกครั้งที่จี้เฟิงตั้งคำถาม โต้วติงจะตั้งใจขบคิดอย่างหนัก แล้วให้คำตอบที่ทำเอาจี้เฟิงกุมขมับ

"ยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์? ก็ต้องมิตรภาพลูกผู้ชายสิครับ! ตามพี่เฟิงมีกินมีใช้ เราพี่น้องกัน..."

"..."

เดิมทีโต้วติงกำลังพูดอย่างออกรส แต่พอเห็นหน้าเอือมระอาของจี้เฟิง เสียงก็ค่อยๆ แผ่วลง

"พี่เฟิง ผมพูดอะไรผิดเหรอ"

"เฮ้อ โต้วติง มิตรภาพลูกผู้ชายน่ะมันมีอยู่จริง อย่างเช่นระหว่างแกกับฉัน ฉันเชื่อใจแก ฉันถึงพาแกมาที่นี่ ถึงบอกเรื่องพวกนี้กับแก

แต่ไอ้มิตรภาพลูกผู้ชายที่ว่าน่ะ มันไม่ได้มีเยอะอย่างที่แกคิดหรอก และมันเลี้ยงปากท้องทุกคนไม่ได้ ที่พวกเรารวมกลุ่มกันได้ หนึ่งคือมันสนุก สองคือมีคนพาเล่น

ไม่ต้องให้ฉันพูดแกก็น่าจะรู้ พอเรียนจบ กลุ่มแก๊งเล็กๆ อย่างพวกเราก็คงวงแตก ส่วนใหญ่ก็จะค่อยๆ ห่างกันไป ส่วนน้อยที่ยังนัดเจอกันบ้าง กินเบียร์ กินปิ้งย่าง โม้เหม็นกันไป ถึงตอนนั้นต่างคนต่างมีชีวิต มีชนชั้นของตัวเอง สุดท้ายก็แยกย้ายไปคนละทาง"

ได้ฟังจี้เฟิงพูด โต้วติงก็ก้มหน้าลง

จริงๆ ไม่ใช่แค่นักเรียนนักเลงอย่างพวกเขาหรอก เพื่อนนักเรียนส่วนใหญ่พอสอบเสร็จ ก็ต่างคนต่างไปทั้งนั้น

แม้แต่ตัวโต้วติงเอง เรียนจบก็เตรียมใจไปขับสิบล้อแล้วเหมือนกัน

"พี่เฟิง พี่พูดต่อเลย ผมฟังอยู่"

"ถ้าอยากจะให้คบกันได้ยาวๆ หลังเรียนจบ จริงๆ มันง่ายมาก คือต้องทำให้พี่น้องไม่มีห่วง แล้วไอ้ห่วงที่ว่าคืออะไร? ก็คือเงินไงล่ะ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 29 - สตูดิโอของจี้เฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว