เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน

บทที่ 28 - ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน

บทที่ 28 - ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน


เมื่อก่อนคำว่า "พวกเรา" ที่จี้เฟิงพูด จะมีแค่เธอกับจี้เฟิงเท่านั้น

แต่ตอนนี้ มันกลับกลายเป็นเวินหน่วน

สรุปว่า จี้เฟิงกับเวินหน่วนคบกันแล้วเหรอ?

แล้วเธอจะทำยังไงต่อไป?

พอนึกถึงความเย็นชาเมื่อครู่ของจี้เฟิง และคำพูดตัดรอนที่เด็ดขาดเหล่านั้น หัวใจของกู้เสวี่ยถิงก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด

เมื่อก่อนพวกเขาไม่ใช่แบบนี้นี่นา เดี๋ยวนะ...

หรือว่าระหว่างพวกเขาจะไม่มีคำว่า "วันหน้า" อีกแล้ว?

กู้เสวี่ยถิงฟุบลงกับโต๊ะ ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ จี้เฟิงดูเหมือนจะไม่แคร์เธอแล้วจริงๆ

ความอ่อนโยนที่เขามีให้เวินหน่วน ก็ดูไม่ใช่การแสดงละคร

คนที่เคยดีกับเธอ รักเธอ และปกป้องเธอมาตลอด ถูกเธอทำหล่นหายไปเสียแล้ว

พอคิดได้แบบนี้ น้ำตาก็ไหลพรากออกมาจากหางตาอย่างห้ามไม่อยู่

"กู้เสวี่ยถิง ลุกขึ้นมาเคลียร์ส่วนที่เหลือหน่อย"

กู้เสวี่ยถิงลุกขึ้นมองเยี่ยนหงฮ่าว สายตานั้นทำเอาเยี่ยนหงฮ่าวรู้สึกประดักประเดิด

"ทำไมฉันต้องจ่าย"

เสียงของเธอเย็นยะเยือก น้ำเสียงต่างไปจากปกติอย่างสิ้นเชิง

เยี่ยนหงฮ่าวถึงกับไปไม่เป็นชั่วขณะ

"ก็ของพวกนี้สั่งมากินด้วยกัน เธอก็ได้กินไม่ใช่เหรอ"

"นายเข้าใจผิดแล้ว เยี่ยนหงฮ่าว ของพวกนี้นายสั่งเอง และมื้อนี้... ฉันไม่ได้แตะเลยแม้แต่คำเดียว"

เยี่ยนหงฮ่าวได้ยินดังนั้นก็ก้มมองตรงหน้ากู้เสวี่ยถิง ก็เป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ

มื้อนี้กู้เสวี่ยถิงไม่ได้แตะอะไรเลย และไม่ได้สั่งอะไรด้วย

ที่เธอไม่สั่งเพราะไม่อยากร่วมมือกับเยี่ยนหงฮ่าวแกล้งจี้เฟิง และที่ไม่กินเพราะไม่มีกะจิตกะใจจะกิน ไม่อยากเอาเปรียบจี้เฟิง

สรุปคือ มื้อนี้เธอมีเหตุผลที่จะไม่จ่ายเงินจริงๆ

"เราเป็นแฟนกันนะ"

"แฟนเหรอ? โอเค งั้นฉันบอกนายตรงนี้เลยว่า เราเลิกกันแล้ว อีกอย่าง ร้านนี้นายก็เป็นคนเลือกเอง ไม่มีปัญญาจ่ายเหรอ? ไม่มีปัญญาจ่ายแล้วจะอวดรวยทำไม?"

พูดจบ กู้เสวี่ยถิงก็คว้ากระเป๋าของตัวเองเดินเชิดออกไปทันที

เยี่ยนหงฮ่าวทำท่าจะตามไป แต่พนักงานเสิร์ฟและรปภ. ของร้านรีบเข้ามาขวางไว้ทันควัน

"คุณลูกค้าครับ คุณยังไม่ได้ชำระเงินนะครับ เมื่อสักครู่คุณผู้ชายท่านนั้นชำระไปครึ่งหนึ่งแล้ว คุณลูกค้าต้องชำระเพิ่มอีก 13,639 หยวนครับ"

เยี่ยนหงฮ่าวที่โดนขวางหน้าอกกระเพื่อมด้วยความโกรธ หน้าดำหน้าแดงจนแทบจะระเบิด อยากจะตามไปรั้งกู้เสวี่ยถิงไว้ แต่ก็หาข้ออ้างไม่ได้

หลังจากสีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่พักหนึ่ง เยี่ยนหงฮ่าวก็พูดเสียงเย็น

"จะรีบอะไรนักหนา ผมขอโทรศัพท์ก่อน"

"เชิญครับคุณลูกค้า"

พนักงานยิ้มรับอย่างสุภาพและผายมือให้

ขอแค่ยอมจ่ายเงิน จะตีลังกาท่ายากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่ว่า

ในขณะที่เยี่ยนหงฮ่าวกำลังโทรหาคนนู้นคนนี้ให้วุ่น จี้เฟิงกับเวินหน่วนก็เดินลงมาถึงข้างล่างแล้ว

จี้เฟิงเดินนำหน้า จู่ๆ เวินหน่วนก็เรียกเขาไว้

"จี้เฟิง..."

"หือ?"

"วันนี้จริงๆ แล้วฉันต้องเป็นคนเลี้ยงนาย แต่มื้อนี้... มันแพงมาก ฉันจะหาทางคืนเงินให้นายนะ"

เวินหน่วนซีเรียสเรื่องเงินมากจริงๆ นี่เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้

อาหารมื้อละ 1 หมื่น 3 พันหยวน สำหรับเธอแล้วมันคือตัวเลขมหาศาล

เรื่องนี้มีต้นเหตุมาจากเธอ ทำให้เวินหน่วนรู้สึกผิดในใจ

"ไม่ขนาดนั้นหรอก จริงๆ แล้วฉันอยากกินเองต่างหาก เลี้ยงเพื่อนกินข้าวสักมื้อเป็นเรื่องปกติจะตาย ฉันก็เลี้ยงพวกเพื่อนฝูงบ่อยๆ อีกอย่าง เธออยากเลี้ยงข้าวฉันไม่ใช่เรื่องยาก ก็ยังมีมื้อเย็นอยู่นี่นา"

เวินหน่วนชะงัก จริงสิ พวกเขายังไปกินมื้อเย็นกันได้นี่นา

"งั้นตอนนี้เราไปไหนกันต่อ ไปห้องสมุดเหรอ"

"วันนี้ไม่ไปแล้ว เราไปเดินเล่นกันก่อน ดึกๆ หน่อยค่อยพาเธอไปที่ที่หนึ่ง

ฉันรู้ว่าเธอสงสัยเรื่องนั้นมาตลอด ฉันเช่าห้องไว้ห้องหนึ่ง พอดีเลยจะได้พาเธอไปดูพี่น้องของฉัน..."

เวินหน่วนได้ยินแบบนั้น สายตาก็เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด

ดึกๆ หน่อย? เรื่องที่สงสัยมาตลอด? เช่าห้องไว้? ดูพี่น้อง?

ยิ่งคิดจินตนาการเตลิดไปไกล หน้าของเวินหน่วนก็ค่อยๆ แดงระเรื่อ เธอยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก

สีแดงลามจากคอขึ้นไปจนถึงหลังใบหู

"เธอเป็นอะไร"

เธอหันหน้าหนี ยืนนิ่งอยู่กับที่ เสียงเบาหวิว

"จี้เฟิง แบบนี้มันจะดีเหรอ..."

"มีอะไรไม่ดี? เธอยังโกรธพวกเขาอยู่เหรอ? เรื่องคราวก่อนพวกเราผิดจริงๆ นั่นแหละ แถมยังมีคนลงไม้ลงมือกับเธอด้วย ฉันขอโทษแทนพวกเขาตรงนี้ก่อนเลย เดี๋ยวไปถึงที่นั่นแล้ว จะให้พวกเขาขอโทษเธออีกที"

"เอ๊ะ?"

เวินหน่วนอ้าปากค้าง พวกเขา? เรื่องคราวก่อนมาขอโทษ?

พอรู้ว่าตัวเองคิดลึกไปไกล หน้าของเวินหน่วนยิ่งแดงจัดเข้าไปใหญ่

"เธอร้อนเหรอ"

"มะ ไม่ร้อน"

"ตอนนี้พวกเขายุ่งกันอยู่ เราเดินเล่นกันก่อน เดินย่อยอาหาร รอให้ค่ำๆ พวกเขาเลิกงานแล้วค่อยไป"

"อื้อ"

จี้เฟิงหาที่ฝากเสื้อผ้าและรองเท้า แล้วพาเวินหน่วนเดินเตร็ดเตร่ในตัวเมือง

ตลอดช่วงบ่าย พวกเขาไปร้านเกมที่เวินหน่วนไม่เคยเข้า ไปคีบตุ๊กตา หยอดไข่กาชาปอง

จี้เฟิงถึงขั้นพาเวินหน่วนเข้าไปเล่นทรายในบ้านบอล ทั้งที่ข้างในมีแต่เด็กเล็กๆ

กว่าจะเตรียมตัวกลับ ก็ปาเข้าไป 5 โมงกว่าแล้ว

สายลมฤดูใบไม้ผลิและแสงแดดสาดส่องลงบนไหล่ แดดร่มลมตกไม่ร้อนแล้ว

เวินหน่วนหันไปมองจี้เฟิงที่อยู่ข้างกาย ความขุ่นมัวเมื่อตอนเที่ยงหายวับไปจนหมดสิ้น ในใจเหลือเพียง... ความสุข?

ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่เล็กจนโต น่าจะเรียกว่าความสุขสินะ?

แต่เธอไม่รู้จะอธิบายมันออกมายังไง

"ไปกันเถอะ ไปดูที่สตูดิโอ"

"อืม"

เวินหน่วนยังคงก้มหน้าเงียบ จี้เฟิงเองก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย

เหมือนที่แม่ของเวินหน่วนบอก จี้เฟิงเป็นเด็กที่รู้กาลเทศะมาก

เพียงแต่ระหว่างที่เดิน เงาของทั้งสองคนค่อยๆ ขยับเข้าหากันทีละนิด

...

ทั้งสองเดินมาจนถึงหน้าหมู่บ้านธรรมดาแห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านเก่าที่มีตึกสูงแค่ 7 ชั้น

ชั้น 1 ส่วนใหญ่จะมีลานหน้าบ้าน และห้องที่จี้เฟิงเช่าก็อยู่ชั้น 1

"ที่นี่แหละ"

จี้เฟิงชี้ไปที่ลานบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ริมสุด

หน้าประตูมีรถตู้ส่งของคันเล็กจอดอยู่สองคัน พนักงานขนส่งสองคนกำลังง่วนอยู่กับการแปะใบปะหน้าพัสดุ

ในปี 2012 ใบปะหน้าแบบความร้อนยังไม่แพร่หลาย ใบปะหน้ายุคนั้นแผ่นใหญ่มาก ต้องมานั่งแปะเองทีละใบ

ตรงหน้าทั้งสองคนมีพัสดุกองพะเนินเทินทึก ดูยุ่งวุ่นวายสุดๆ

พอเห็นจี้เฟิงมา ทั้งสองก็รีบแหวกทางให้ และพยักหน้าทักทาย

"เถ้าแก่จี้"

"ตามสบายเลยครับ"

พอได้ยินคำที่พวกเขาเรียกจี้เฟิง เวินหน่วนก็แสดงสีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด

จากนั้นเธอก็เดินตามจี้เฟิงฝ่ากองพัสดุเข้าไปในสตูดิโอ

โต้วติงที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่บนโซฟา พอเห็นจี้เฟิงก็รีบลุกขึ้นยื่นบุหรี่ให้ทันที

"พี่เฟิงมาแล้วเหรอ!"

แต่เขาก็เหลือบไปเห็นเวินหน่วนที่เดินตามหลังจี้เฟิงมา มือที่ถือบุหรี่ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ

"เอ่อ..."

โต้วติงมองเวินหน่วนอย่างทำตัวไม่ถูก รู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้แปลกๆ เลยส่งสายตาถามจี้เฟิง

จี้เฟิงยิ้ม ไม่คิดจะเล่นลิ้นหรือปิดบังอะไร รีบอธิบายตรงๆ

"เวินหน่วนช่วยติวหนังสือให้ฉันมาตลอด เธอสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ความสัมพันธ์ของเราก็ดีอยู่ ฉันเลยพาเธอมาดู"

เวินหน่วน? คนที่พวกตนเคยไปดักรอที่โรงงานร้างวันนั้นน่ะเหรอ?

สีหน้าของโต้วติงดูพิลึกชอบกล เขาจำได้ว่าจี้เฟิงเพิ่งจะกลับตัวกลับใจก็หลังจากคืนนั้น

ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลขนาดนี้เลยเหรอ?

หน้าตาก็สวยใช้ได้เลยนี่หว่า เป็นพี่สะใภ้ใหญ่ได้สบายๆ

"หวัดดีครับซ้อ!" โต้วติงผงกหัวทักทายอย่างแรง

เวินหน่วนยืนอึ้ง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 28 - ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว