- หน้าแรก
- ยามสายลมฤดูร้อนพัดมา
- บทที่ 23 - มา ขอดูเท้าหน่อยซิ
บทที่ 23 - มา ขอดูเท้าหน่อยซิ
บทที่ 23 - มา ขอดูเท้าหน่อยซิ
เมื่อมาถึงโซนรองเท้าสตรีที่ชั้นสอง จี้เฟิงก็ลากเวินหน่วนไปที่โซนที่นั่งพัก แล้วกดไหล่เธอเบาๆ
เวินหน่วนยังคงงุนงงไม่เข้าใจ
"จะทำอะไรน่ะ"
"นั่งลงก่อน"
ความเคยชินที่จะเชื่อฟังทำให้เวินหน่วนนั่งลงตามคำสั่ง
แต่เธอรู้สึกทะแม่งๆ ว่าสายตาของจี้เฟิงตอนนี้ดูแปลกชอบกล บอกไม่ถูกว่าแปลกยังไง อาจจะเป็นสัญชาตญาณของผู้หญิงละมั้ง
"แล้วต้องทำอะไรต่อ"
เมื่อเห็นท่าทางอ่อนปวกเปียกของเวินหน่วน จี้เฟิงต้องข่มใจอย่างหนักไม่ให้เผลอรังแกเธอ แล้วเปลี่ยนมาทำเสียงจริงจัง
"เวินหน่วน เธอรู้ไหม จริงๆ แล้วในหลายๆ ครั้ง ผู้ชายไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าผู้หญิง ไม่ต้องได้ยินเสียง ก็สามารถเกิดความชอบหรือหลงใหลได้
คนทุกคนต่างมีจุดเปล่งประกายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เหมือนกับพลุที่จุดขึ้นฟ้า หิมะที่โปรยปราย การถูกคนรักสวมกอด หรือการถูกผู้ศรัทธาล้อมหน้าล้อมหลัง เมื่อเราสัมผัสได้ถึงจุดเปล่งประกายนั้น เราก็จะนึกถึงความงดงามเหล่านั้น
ดังนั้น จงพยายามโชว์จุดเด่นของตัวเองออกมา เข้าใจไหม"
เวินหน่วนมองจี้เฟิงด้วยความสงสัย
"พูดภาษาคนได้ไหม"
"มา 'ขอดูเท้าหน่อยซิ'"
"..."
ใบหน้าของเวินหน่วนแดงซ่านไปถึงใบหูทันที ถึงจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่คำพูดของจี้เฟิงก็ยังทำเธอไปไม่เป็นอยู่ดี
"ก็ได้"
ความเขินอายบนใบหน้าไม่ใช่การปฏิเสธ เป็นเพียงความลังเลของสาววัยแรกรุ่น
เวินหน่วนไม่ได้ยื้อเวลาไว้นานนัก เธอเริ่มถอดรองเท้าของตัวเองออก เพียงแต่ท่วงท่านั้นดูเชื่องช้าอ้อยอิ่ง
สายตาของจี้เฟิงหยุดอยู่ที่ถุงเท้าฝ้ายสีขาวของเวินหน่วน
มันเป็นถุงเท้าผ้าฝ้ายสีขาวขอบลูกไม้แบบที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ชอบใส่ ถ้าอยู่บนตัวเด็กๆ ก็คงดูปกติ แต่พอมาอยู่บนเท้าของเวินหน่วน มันกลับดูขัดตาชอบกล
ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้กันมาก แม้จะมีถุงเท้ากั้น แต่จี้เฟิงก็ได้กลิ่นหอมละมุนเฉพาะตัวของเด็กสาว
กลิ่นหอมสดชื่นปนเปรี้ยวจางๆ ที่ถูกกลบด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผงซักฟอก (Salty : ปนเปรี้ยวจางๆ นี่แปลกๆนะ :D)
แต่ไอ้กลิ่นที่ซ่อนอยู่นั้นแหละ ที่เหมือนมือที่มองไม่เห็นมาบีบคอจี้เฟิงไว้ จนเขาอดไม่ได้ที่จะสูดจมูกดมฟุดฟิดหลายครั้ง
และทำให้เขาเกิดจินตนาการแปลกประหลาดขึ้นมา
พอเห็นสายตาของจี้เฟิงจ้องมองเท้าเธอไม่วางตา เวินหน่วนก็ยิ่งเขินอายจนแทบทนไม่ไหว
"ถุงเท้า... ก็ต้องถอดด้วยเหรอ"
"ก็ต้องถอดสิ หรือเธอจะใส่ถุงเท้าแล้วสวมรองเท้าแตะ ถ้าเธอทำแบบนั้นจริงๆ ฉันก็คงพูดได้แค่ว่า รสนิยมเธอช่างล้ำลึกเหลือเกิน"
คำพูดประชดประชันของจี้เฟิงได้ผล เวินหน่วนถอดถุงเท้าออกวางไว้ข้างๆ อย่างเงียบๆ
เผยให้เห็นเท้าขาวผ่อง
เท้าสวรรค์สร้างชัดๆ!
เท้าของเด็กสาวขาวเนียนสวยงาม ราวกับหยกเนื้อดีที่ใสกระจ่าง
ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื้น โค้งเว้าได้รูปทรงงดงาม
เล็บเท้าถูกตัดแต่งจนเรียบเสมอ แม้จะไม่ได้ทาสีเล็บ แต่ก็ไร้ซึ่งร่องรอยความหยาบกร้าน
ยืนยันได้เลยว่า นี่คืองานศิลปะชั้นเลิศ
จี้เฟิงกระพริบตาปริบๆ ต่อให้เขาจะผ่านโลกมาถึงสองชาติ แต่เจอแบบนี้เข้าไปก็ใจสั่นเหมือนกัน
"อะแฮ่ม ลองรองเท้ากันก่อน เธอใส่เบอร์อะไร"
"37"
จี้เฟิงชี้เลือกรองเท้าแตะมาสองสามคู่ มีทั้งแบบส้นสูงและแบบส้นเตี้ย
เลือกเสร็จเขาก็หันไปเรียกพนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ
"น้องครับ ช่วยหยิบรองเท้าพวกนี้เบอร์ 37 มาให้ลองหน่อยครับ"
"ได้ค่ะคุณลูกค้า รอสักครู่นะคะ"
เมื่อเห็นสายตาที่หลุดการควบคุมของจี้เฟิง บนใบหน้าของเวินหน่วนก็ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เป็นครั้งแรก
จี้เฟิงในอดีตนั้นนิ่งเฉยเกินไป ดูเหมือนควบคุมทุกอย่างไว้ในมือตลอดเวลา
ทำให้เวินหน่วนรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เด็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
การหลุดมาดที่หาดูได้ยากนี้ ทำให้เธอรู้สึกว่าจี้เฟิงเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับเธอจริงๆ
เวินหน่วนเปลี่ยนมาใส่รองเท้าแตะอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอลุกขึ้นหมุนตัวต่อหน้าจี้เฟิง เขาก็เอ่ยปากชมจากใจจริง
"นี่แหละศิลปะ"
"ฉันเหรอ"
"อืม"
บทสนทนาสั้นๆ สร้างความสุขให้เวินหน่วนอย่างมาก ตอนนี้อารมณ์ของเธอสดใสขึ้นอีกหลายส่วน
ความรู้สึกดีๆ นี้คงอยู่จนกระทั่งจี้เฟิงเดินไปจ่ายเงิน
ส้นสูง รองเท้าแตะ และรองเท้าผ้าใบ จี้เฟิงเลือกมาสามคู่เช่นกัน
รองเท้าสามคู่ราคารวมเกือบ 1000 หยวน
พูดกันตามตรง ถ้าแยกกันซื้อก็ไม่ได้แพงมาก แต่พอมารวมกันมันก็เยอะเอาเรื่อง รวมกับค่าเสื้อผ้าเมื่อกี้ก็เกิน 2000 หยวนไปแล้ว แต่เวินหน่วนพกมาแค่ 2000
พอเห็นเวินหน่วนขมวดคิ้ว จี้เฟิงก็รู้ทันทีว่าเงินของเด็กสาวคงไม่พอ
จี้เฟิงอยากจะบอกว่าทั้งหมดนี้เขาซื้อให้ แต่เขารู้นิสัยดื้อรั้นของยัยคนนี้ดี
ค่าเสื้อผ้าพวกนี้ เวินหน่วนจะต้องหาทางจ่ายคืนแน่นอน
จี้เฟิงเลยหาข้ออ้างที่ดีกว่านี้ไม่ได้ชั่วคราว จึงได้แต่เกลี้ยกล่อมไปว่า
"ไม่ต้องรีบ แล้วก็ไม่ต้องกังวลให้มาก ค่าสอนพิเศษของเธอก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร ยังต้องเก็บไว้จุนเจือที่บ้านกับดูแลน้าหวังอีก ถ้าให้ฉันหมดตอนนี้ ชีวิตเธอต้องลำบากแน่ เอาอย่างนี้แล้วกัน ไว้ตอนจ่ายค่าเรียนพิเศษครั้งหน้า ค่อยหักจากค่าชั่วโมงสอนเอาก็ได้"
จี้เฟิงรู้สึกว่าเขาพูดอ้อมค้อมที่สุดแล้ว แต่เวินหน่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้า
"จี้เฟิง นายไม่จำเป็นต้องพูดแบบนี้หรอก"
บนใบหน้าของเธอเผยความตรงไปตรงมาและความสดใสที่หาได้ยาก
เมื่อประกอบกับเสื้อผ้าและรองเท้าชุดใหม่ ตอนนี้เวินหน่วนดูเหมือนนางเอกที่เดินออกมาจากฟิลเตอร์แห่งกาลเวลา เป็นรักแรกในอุดมคติจริงๆ
จี้เฟิงอึ้งไปเล็กน้อย ยัยคนนี้มีความคิดเป็นของตัวเองแล้วเหรอเนี่ย
"โอเค"
"ไปไหนต่อ"
"ไปหาอาจารย์โทนี่กัน"
...
เวินหน่วนถูกจี้เฟิงลากมาที่ร้านทำผมชื่อ "ซิ่ว"
ที่นี่อาจจะไม่ใช่ร้านใหญ่ที่สุดในเมือง และราคาไม่ได้แพงที่สุด แต่จี้เฟิงจำได้ว่าช่างที่นี่ฝีมือดีมาก
ชาติที่แล้วมีประโยคหนึ่งในโลกอินเทอร์เน็ตกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ
นักพนันจอมปลอมจะแค่หมดตัวบนโต๊ะพนัน
แต่นักพนันตัวจริง จะยอมเอาความหล่อสวยของตัวเองไปเดิมพันกับช่างตัดผมที่ไม่รู้จัก
จี้เฟิงไม่ใช่นักพนัน และยิ่งไม่มีทางเอาความสวยของเวินหน่วนไปเสี่ยง ดังนั้นหาช่างที่ไว้ใจได้หน่อยดีกว่า
"ช่างมือหนึ่งของที่นี่ราคาเท่าไหร่ครับ"
เดินเข้าร้านปุ๊บ จี้เฟิงก็ถามตรงประเด็นทันที
"ช่างปิ่งลงกรรไกร 688 ค่ะ"
"โอเคครับ เอาคนนี้แหละ"
ช่างตัดผมในปี 2012 ราคายังไม่เวอร์วังขนาดนั้น แต่ระดับมือหนึ่งของร้านราคาก็ต้องสูงเป็นธรรมดา
มือหนึ่งของร้าน ราคา 688 หยวน ถือว่าพอรับได้
แต่เวินหน่วนที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
ปกติเธอตัดผมเองตลอด แค่เล็มๆ ให้ตรง ไม่เคยคิดเลยว่าการตัดผมมันจะแพงขนาดนี้
เมื่อช่างปิ่งเดินเข้ามาหาทั้งสอง พอเห็นหน้าเวินหน่วน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา
"น้องผู้หญิงผมหนามากเลยครับ สุขภาพผมก็ดี น้องผู้ชายอยากได้ทรงไหน บอกพี่ได้เลยครับ"
ช่างปิ่งสายตาเฉียบแหลม พอเห็นเวินหน่วนเดินตามจี้เฟิงมาแบบกล้าๆ กลัวๆ ก็รู้ทันทีว่าใครเป็นคนตัดสินใจ
จี้เฟิงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ชี้ไปที่ผมของเวินหน่วนแล้วอธิบายคร่าวๆ
"ซอยผมเธอให้บางลงหน่อยครับ จัดทรงให้ดูอ่อนหวาน อืม... ข้างหลังเอาเป็นทรงแมงกะพรุน ข้างหน้าเอาผมหน้าม้าออก อย่าให้ปิดหน้าผาก"
"ทรงแมงกะพรุน?"
ช่างปิ่งทำหน้างง ชัดเจนว่าช่วงเวลานี้ทรงแมงกะพรุนยังไม่ฮิต
จี้เฟิงเลยต้องอธิบายรายละเอียดเรื่องเลเยอร์ ความยาว และลักษณะของหน้าม้าให้ฟัง
ช่างปิ่งฟังไปตาลุกวาวไป จี้เฟิงดูรู้เรื่องทรงผมดีจริงๆ!
"พี่พอจะเข้าใจคอนเซปต์แล้ว งั้นเชิญน้องผู้หญิงไปสระผมก่อนเลยครับ"
เวินหน่วนหันมองจี้เฟิงด้วยความกังวล
เมื่อได้รับสายตายืนยันจากจี้เฟิง เธอถึงพยักหน้า
"ค่ะ"
(จบแล้ว)