เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 การประลองของเซวียหงหลิง

บทที่ 11 การประลองของเซวียหงหลิง

บทที่ 11 การประลองของเซวียหงหลิง


บทที่ 11 การประลองของเซวียหงหลิง

กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ยามเช้าตรู่ บนถนนอันเป็นที่ตั้งของร้านค้าตระกูลจ้าว กลุ่มคนสี่คนกำลังเดินตรงมายังจ้าวชิง จ้าวหมิงฮ่าว และจ้าวหมิงอวี้ ที่ยืนรออยู่บริเวณหน้าร้าน

จ้าวชิงและอีกสองคนเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว กำลังรอข่าวการออกเดินทางของจ้าวชิงหง

"สวัสดีเจ้าค่ะ ที่นี่คือร้านค้าตระกูลจ้าวที่เทพธิดาหมิงเหยาสังกัดอยู่ใช่หรือไม่?" หญิงสาววัยรุ่นในชุดสีแดงสด ผู้มีดวงตาสุกสกาวและฟันขาวสะอาด หนึ่งในผู้มาเยือนเอ่ยถามด้วยท่าทีหยั่งเชิง

"ใช่แล้ว พวกท่านทั้งสี่คือใครกัน?" จ้าวหมิงอวี้ก้าวออกไปเบื้องหน้า สายตาพินิจพิเคราะห์ผู้คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามพลางเอ่ยถาม

"ข้าชื่อเซวียหงหลิง พี่ชายของข้าคือเซวียฉางคงแห่งหอกวนไห่" สายตาของหญิงสาวชุดแดงมองข้ามจ้าวหมิงอวี้ไป ไม่ได้หยุดอยู่ที่จ้าวชิง แต่กลับไปจับจ้องที่ใบหน้าของจ้าวหมิงฮ่าวแทน

ดวงตากลมโตของนางสำรวจจ้าวหมิงฮ่าวอย่างละเอียด แต่เมื่อพบว่าจ้าวหมิงฮ่าวมีระดับการบำเพ็ญเพียรเพียงขอบเขตเมล็ดพันธุ์วิญญาณขั้นที่สอง ใบหน้าของนางก็ปรากฏแววฉงนสนเท่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง

"เซวียฉางคง หมายถึงท่านอาวุโสเซวีย ผู้ที่บรรลุเป็นผู้ฝึกตนที่แท้จริงขอบเขตแท่นเต๋าตั้งแต่อายุสามสิบปี และได้เป็นผู้ตรวจการแห่งเมืองเซียนจื่อหลานแล้วผู้นั้นหรือ!" จ้าวหมิงอวี้ผู้กว้างขวางจดจำได้ทันทีว่าผู้มาเยือนเป็นใคร

"ถูกต้อง นั่นคือพี่ชายของข้าเอง"

เซวียหงหลิงพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยต่อ "ท่านผู้นี้คงเป็นน้องชายร่วมอุทรของเทพธิดาหมิงเหยาสินะ"

"สหายเต๋าเซวีย ข้าคือจ้าวหมิงฮ่าว และเป็นน้องชายแท้ๆ ของเทพธิดาหมิงเหยาตามที่ท่านกล่าวมา" จ้าวหมิงฮ่าวก้าวมายืนข้างจ้าวหมิงอวี้ ตอบกลับด้วยท่าทีไม่ต่ำต้อยและไม่หยิ่งผยอง

"ฮิฮิ"

"ดี"

"มาประลองกันสักรอบเถอะ!"

เซวียหงหลิงพลิกฝ่ามือ เรียกกระบี่บินที่แผ่ไอความร้อนระอุออกมา พลางกล่าวกับจ้าวหมิงฮ่าวด้วยรอยยิ้ม

"หืม? ทำไมล่ะ?"

จ้าวหมิงฮ่าวที่เพิ่งจะแอบดีใจอยู่ลึกๆ ที่มีสาวงามเจาะจงมาหา กลับคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยปากท้าประลองทันทีเช่นนี้

ไม่เพียงแต่จ้าวหมิงฮ่าวที่ตกตะลึง จ้าวชิงและจ้าวหมิงอวี้ต่างก็หันมองหน้ากัน หญิงสาวชุดแดงผู้อ้างตัวว่าเป็นน้องสาวของเซวียฉางคงคนนี้ช่างประหลาดคนนัก

"จะประลองต้องมีเหตุผลด้วยหรือ?"

"ถ้าอยากได้เหตุผลจริงๆ ก็เพราะพี่สาวของท่าน จ้าวหมิงเหยา เคยเอาชนะพี่ชายของข้า เซวียฉางคงมาแล้วน่ะสิ บังเอิญว่าข้าในฐานะน้องสาว ทราบข่าวว่าน้องชายแท้ๆ ของจ้าวหมิงเหยาเดินทางมายังเมืองเซียนจื่อหลาน การที่ข้าจะมาขอประมือด้วยก็ถือเป็นเรื่องสมควรแล้วมิใช่หรือ"

ขณะที่เซวียหงหลิงพูด นางก็ประสานมือคารวะแล้วกล่าวต่อ "ข้าไม่นึกว่าท่านจะอยู่เพียงขอบเขตเมล็ดพันธุ์วิญญาณขั้นที่สอง ข้าจะกดระดับพลังขอบเขตเมล็ดพันธุ์วิญญาณขั้นที่สี่ของข้าลงมาให้เหลือขั้นที่สอง เราจะได้ประลองกันอย่างยุติธรรม"

วัยรุ่นหนุ่มสาวอายุสิบห้าสิบหกปี ล้วนอยู่ในวัยที่เลือดร้อนและรักการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อถูกเซวียหงหลิงท้าทายซ้ำๆ

"ตกลง ถ้าแค่ประลองแลกเปลี่ยนวิชา ข้ารับคำท้า"

จ้าวหมิงฮ่าวยกมือขึ้นเรียกกระบี่จินซาออกมา ในฐานะอาวุธวิเศษประจำตระกูลจ้าว กระบี่จินซานับว่าเป็นของชั้นดีระดับกลางค่อนไปทางสูงในหมู่อาวุธวิเศษระดับต่ำ ทั้งในด้านการนำพลังเวท ความคม และการควบคุม

"ฮิฮิ จ้าวหมิงฮ่าว ระวังตัวด้วย!"

"เพลงกระบี่ร่ายรำอัคคี~"

เซวียหงหลิงถือกระบี่ยาวสามฟุต ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ พลางถอยหลังอย่างรวดเร็ว ทว่ากระบี่ยาวในมือกลับปลดปล่อยคลื่นไฟสีส้มแดงออกมามหาศาล กวาดเข้าใส่จ้าวหมิงฮ่าวราวกับแส้เพลิง

อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จ้าวชิงและจ้าวหมิงอวี้ถอยฉากไปด้านข้าง ต่างจ้องมองสถานการณ์ในสนามประลองอย่างไม่วางตา

จ้าวหมิงฮ่าวตวัดกระบี่จินซาในมือ ปล่อยคมมีดสีทองแหลมคมออกมาหลายสาย จากนั้นร่างกายก็หมุนควงพุ่งตัวขึ้นสู่กลางอากาศท่ามกลางเปลวเพลิงที่กระจัดกระจาย

"พวกเราไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่แท้จริงขอบเขตแท่นเต๋า การเหาะขึ้นฟ้าไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลยนะ"

เซวียหงหลิงชะงักไปเล็กน้อยกับการเคลื่อนไหวของจ้าวหมิงฮ่าว แต่ท่วงท่าของนางหาได้เชื่องช้าไม่ ร่างของนางโน้มไปข้างหน้าและปรากฏตัวราวกับภูตผีที่ใต้ร่างของจ้าวหมิงฮ่าวโดยตรง จากนั้นมือขาวผ่องที่กำลังร่ายคาถาก็กดลงทันที

ทันทีที่ฝ่ามือของเซวียหงหลิงสัมผัสพื้น กลิ่นอายพิเศษบางอย่างก็บังเกิดขึ้น

ในชั่วพริบตา วงแหวนแสงสีเหลืองดินหกวงก็ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน

คาถาระดับหนึ่งขั้นต่ำ วิชากระสุนหิน~

ความเชี่ยวชาญในวิชาอาคมของเซวียหงหลิงนับว่าไม่ธรรมดา นางสามารถร่ายวิชากระสุนหินได้สำเร็จถึงหกครั้งในชั่วอึดใจเดียว

เสาหินแหลมคมหกต้นส่องประกายเย็นเยียบพุ่งขึ้นจากพื้นดิน สูงขึ้นไปถึงสามจั้ง

ในขณะเดียวกัน เซวียหงหลิงที่บิดตัวถอยออกมา ก็ใช้วิชาเพลงกระบี่ร่ายรำอัคคีอีกครั้ง แส้เพลิงหลายสายปิดล้อมด้านข้างของจ้าวหมิงฮ่าวไว้อย่างสมบูรณ์

"คลื่นมรกต! ฟาดฟัน~"

เมื่อเห็นดังนั้น จ้าวหมิงฮ่าวที่กำลังรวบรวมพลังอยู่กลางอากาศ แม้จะตกใจแต่ก็ไม่ตื่นตระหนก เขามีความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นในวิชากระบี่คลื่นมรกตที่พี่สาวอัจฉริยะเป็นผู้ถ่ายทอดให้

วินาทีที่เขาเปล่งคำว่า 'ฟาดฟัน' มือที่กุมกระบี่ก็ขยับไหว

จังหวะพิเศษที่ชัดเจนแผ่ออกมาจากกระบี่จินซา แม้แต่อากาศก็ยังเกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ ให้เห็นด้วยตาเปล่า ขณะที่พลังเวทมหาศาลถูกถ่ายเทลงไป

ตูม!

กระบี่จินซาระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัว ทำลายเสาหินแข็งที่พุ่งขึ้นมาด้วยอานุภาพทำลายล้าง แรงกระแทกอันรุนแรงยังเป่าเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำอยู่สองข้างทางจนแตกกระเจิง

"แข็งแกร่งมาก"

"นี่คือความแข็งแกร่งของคนที่ได้รับการชี้แนะเป็นพิเศษจากพี่สาวอัจฉริยะงั้นหรือ?"

จ้าวชิงมองดูพลังอันมหาศาลที่จ้าวหมิงฮ่าวปลดปล่อยออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะเม้มริมฝีปาก แสดงความอิจฉาออกมา วิชากระบี่คลื่นมรกตที่เขาใช้นั้นช่างลึกล้ำนัก

จ้าวหมิงฮ่าวเองก็ตกตะลึงกับพลังของตนเองเช่นกัน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ลงมือต่อสู้จริงจังกับผู้อื่น

"วิชากระบี่ของท่านยอดเยี่ยม แต่การเคลื่อนไหวของท่านช้าเกินไปและมีช่องโหว่เต็มไปหมด!"

เซวียหงหลิงปรากฏตัวขึ้นเหนือจ้าวหมิงฮ่าวตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ และนางก็เตะเข้าที่หน้าผากของจ้าวหมิงฮ่าวเต็มแรง

แรงกระแทกที่เกิดขึ้นกะทันหันส่งร่างจ้าวหมิงฮ่าวลอยกระเด็นไปไกลหลายจั้ง ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว เซวียหงหลิงที่ฉวยโอกาสได้เปรียบก็ตามมาเตะซ้ำและจ่อปลายกระบี่ยาวสามฟุตในมือไปที่ลำคอของจ้าวหมิงฮ่าว

"ท่านแพ้แล้ว!" เซวียหงหลิงขมวดคิ้วมองชายหนุ่มที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าอย่างไม่คาดคิด ใบหน้าของนางไร้ซึ่งความยินดีในชัยชนะ กลับกันนางดูสับสนงุนงงอย่างยิ่ง

"ท่านชนะแล้ว"

จ้าวหมิงฮ่าวปัดเท้าของเซวียหงหลิงออกจากอก เช็ดเลือดที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับไปหาจ้าวชิงและจ้าวหมิงอวี้

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมท่านถึงอ่อนแอเช่นนี้?"

"ท่านคือน้องชายแท้ๆ ของเทพธิดาหมิงเหยา เทพธิดาหมิงเหยาอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานที่เอาชนะพี่ชายข้า เซวียฉางคง ได้เชียวนะ!"

เซวียหงหลิงยังคงรับไม่ได้ นางแทบไม่ได้ใช้แรงอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่กลับชนะมาได้อย่างง่ายดาย จนรู้สึกว่าชัยชนะครั้งนี้ช่างไร้เหตุผลและไม่ได้สร้างความภาคภูมิใจให้นางเลยแม้แต่น้อย

"ฮิฮิ"

"ยินดีด้วยเจ้าค่ะคุณหนู ที่เอาชนะน้องชายแท้ๆ ของเทพธิดาหมิงเหยาและเหยียบเขาจมดิน ล้างอายให้กับการพ่ายแพ้ของคุณชายต่อหน้านางได้สำเร็จ"

"หากคุณหนูนำเรื่องนี้ไปบอกคุณชาย คุณชายจะต้องดีใจมากแน่ๆ เจ้าค่ะ"

ในขณะเดียวกัน ผู้ติดตามของเซวียหงหลิงก็รีบก้าวเข้ามาประจบสอพลอ

"ฮิฮิ"

เมื่อได้ยินคำเยินยอจากผู้ติดตาม เซวียหงหลิงก็เลิกคิดมาก อย่างไรเสีย การที่นางเอาชนะจ้าวหมิงฮ่าวได้ก็เป็นความจริง นางจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ "น้องชายของเทพธิดาหมิงเหยารูปร่างหน้าตาหล่อเหลาไม่ธรรมดา แต่ข้าไม่นึกเลยว่าเนื้อแท้จะเป็นแค่หอกเงินหัวขี้ผึ้ง* ดีแต่รูปจูบไม่หอม"

*(สำนวนจีน หมายถึง ภายนอกดูดีแต่ภายในไร้ค่า ใช้งานจริงไม่ได้)

จ้าวหมิงฮ่าวได้ยินวาจาที่ลอยมาจากด้านหลัง มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่น แต่เขาก็ไม่ได้ตอบโต้อันใด

"ทันทีที่ข้าเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตแท่นเต๋า ข้าจะไปท้าดวลกับจ้าวหมิงเหยาทันที บางทีนางอาจจะเหมือนจ้าวหมิงฮ่าว ที่มีดีแค่หน้าตา แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เรื่อง ไม่แน่ว่าที่พี่ชายข้าแพ้นาง อาจเป็นเพราะหลงเสน่ห์นางจนยอมออมมือให้ก็ได้"

ความมั่นใจของเซวียหงหลิงพองโตขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ถึงขั้นเพ้อฝันไปว่าจะเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตแท่นเต๋าและเหยียบย่ำเทพธิดาหมิงเหยาผู้โด่งดังให้จมดิน

"บัดซบ! อย่ามาใส่ร้ายพี่สาวข้าว่าไม่ได้เรื่องนะ!"

สีหน้าของจ้าวหมิงฮ่าวเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาทนได้หากคนอื่นจะดูถูกเหยียดหยามตัวเขา แต่เขาไม่อาจยอมรับได้หากใครมาดูถูกจ้าวหมิงเหยา

จบบทที่ บทที่ 11 การประลองของเซวียหงหลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว