เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 - เฟิ่นหง

บทที่ 47 - เฟิ่นหง

บทที่ 47 - เฟิ่นหง


บทที่ 47 - เฟิ่นหง

กินมื้อเช้าง่ายๆ เสร็จ เสี่ยวอู่ก็พาหูจิ่วไปหากระต่ายสายฟ้า

"เดี๋ยวจะได้เจอกระต่ายสายฟ้าสามตัวนะ เป็นครอบครัวเดียวกัน แม่ชื่อ 'เฟิ่นหง' (สีชมพู) ลูกสองตัวชื่อ 'เสี่ยวฮุย' (สีเทา) กับ 'เสี่ยวไป๋' (สีขาว)"

"โธ่ เสี่ยวอู่ ตั้งชื่อให้มันครีเอทกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ? ต้าหมิง เอ้อร์หมิง เฟิ่นหง เสี่ยวฮุย เสี่ยวไป๋... โอ๊ยตายๆ" หูจิ่วขำพรืดกับสกิลการตั้งชื่อของเสี่ยวอู่ สิ้นคิดชะมัด!

"เชอะ ฉันว่าเพราะดีออก มีปัญหาอะไรยะ?" เสี่ยวอู่เท้าเอวมองหน้า หาเรื่องเหรอ? ชื่อพวกนี้เธอคิดตั้งนานนะ มาหัวเราะเยาะกันได้ น่าโมโหจริง!

"โอเคๆ ถ้าเสี่ยวอู่ตั้ง ย่อมไพเราะเพราะพริ้งที่สุดอยู่แล้ว" หูจิ่วรีบง้อกระต่ายขี้น้อยใจ

"ฮึ! ค่อยเข้าหูหน่อย!" เห็นแก่หัวไชเท้าที่ยื่นมา เสี่ยวอู่ยอมให้อภัยความปากเสียของเขา

......

บ้านของครอบครัวกระต่ายสายฟ้าอยู่ไม่ไกล แม้ที่นี่จะเป็นใจกลางป่าซิงโต่วที่มีแต่สัตว์โหดๆ แต่กระต่ายสายฟ้าที่มีสกิลเทเลพอร์ตเอาตัวรอดเก่ง แม้จะอยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารในเขตนี้ แต่ก็ปักหลักสร้างครอบครัวได้

ยิ่งอยู่ใกล้ใจกลางป่า พลังงานยิ่งเข้มข้น ช่วยให้สัตว์วิญญาณฝึกฝนได้ไวขึ้น

ฟังเสี่ยวอู่อธิบาย หูจิ่วถึงรู้ว่าสัตว์วิญญาณก็มีพรสวรรค์เหมือนกัน ตัวที่พรสวรรค์ดีจะเลื่อนระดับไว ทะลุขีดจำกัดอายุขัยได้ อยู่ได้นานขึ้น

แต่ครอบครัวกระต่ายสายฟ้าที่จะไปเจอนี้ พรสวรรค์งั้นๆ แม่กระต่ายเฟิ่นหงเลยมาถึงจุดสิ้นอายุขัย

เดินมาประมาณครึ่งชั่วโมง เสี่ยวอู่ก็พาหูจิ่วมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง

หุบเขานี้รูปร่างแปลกตา เหมือนน้ำเต้า ปากทางเข้าแคบแค่คนเดินผ่านได้ พอเข้าไปข้างในกลับกว้างขวาง

ในหุบเขาไม่มีต้นไม้ใหญ่ มีแต่ทุ่งหญ้าเขียวขจี

บนพื้นหญ้า กระต่ายสีเทากับสีขาวกำลังวิ่งเล่นหยอกล้อกัน บางทีก็ก้มลงเล็มหญ้าอ่อน

พอหูจิ่วกับเสี่ยวอู่เดินเข้ามา กระต่ายสองตัวก็ตื่นตัวทันที โดยเฉพาะตัวสีเทา แววตาดุร้ายจ้องเขม็ง เตรียมพุ่งเข้าใส่

"เสี่ยวฮุย! ฉันมาหาแล้ว!" เสี่ยวอู่ยืนนิ่ง ตะโกนเรียก

"จี๊ดๆ!" ได้ยินเสียงเสี่ยวอู่ แววตากระต่ายทั้งสองเปลี่ยนเป็นดีใจ หายวับไปกับตา โผล่อีกทีก็มาคลอเคลียอยู่ข้างขาเสี่ยวอู่แล้ว

กระต่ายสองตัวยาวประมาณครึ่งเมตร ใหญ่กว่ากระต่ายทั่วไปนิดหน่อย แต่น่ารักไม่แพ้กัน

เห็นกระต่ายน้อยกลิ้งเกลือกอ้อนเสี่ยวอู่ สายตาหูจิ่วก็อ่อนโยนลง

กระต่ายนี่น่ารักจริงๆ แฮะ

"ฮิๆ!" เสียงหัวเราะสดใสของเสี่ยวอู่ดังก้องทั่วหุบเขา

เล่นกันพักใหญ่ เสี่ยวอู่ถึงนึกได้ว่าต้องแนะนำหูจิ่ว

"เสี่ยวฮุย เสี่ยวไป๋ แนะนำให้รู้จัก นี่เพื่อนฉันเอง วันนี้เขาตั้งใจมาหาพวกเธอโดยเฉพาะ แถมมีของฝากมาด้วยนะ"

พูดจบ เสี่ยวอู่ขยิบตาให้หูจิ่ว ถึงคิวพระเอกออกโรงแล้ว

หูจิ่วรู้งาน เรื่องป้อนอาหารนี่งานถนัด

พริบตาเดียว แสงสว่างวาบตรงหน้า กองภูเขาหัวไชเท้าก็ปรากฏต่อหน้ากระต่ายน้อยทั้งสอง

"สวัสดีนะ นี่วิญญาณยุทธ์หัวไชเท้าของฉัน อร่อยมากนะ ลองชิมดูสิ!" หูจิ่วผายมือเชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร

กระต่ายน้อยเงยหน้ามองเสี่ยวอู่ พอเห็นเธอพยักหน้า ถึงค่อยๆ ขยับเข้าไปดมๆ

วินาทีต่อมา ราวกับได้เจออาหารทิพย์ พวกมันคาบหัวไชเท้าเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมูมมาม

"ฮ่าๆ ค่อยๆ กิน ยังมีอีกเยอะ" ขนาดต้าหมิงเอ้อร์หมิงยังสยบ แล้วกระต่ายสองตัวนี้จะเหลือเหรอ! หูจิ่วอยากให้พวกมันกินเยอะๆ กินให้อิ่มแปล้ไปเลย

เพื่อเลี้ยงดูปูเสื่อให้เต็มที่ หูจิ่วทุ่มสุดตัว สร้างหัวไชเท้าไม่หยุด จนพลังวิญญาณเกือบเกลี้ยง

ระหว่างที่หูจิ่วกำลังเพลิดเพลินกับการให้อาหาร ที่ท้ายหุบเขาก็ปรากฏร่างกระต่ายยักษ์สีชมพู

ตัวยาวเกือบสองเมตร ขนฟูนุ่มนิ่มน่ากอด

"เสี่ยวจิ่ว ดูนั่น นั่นคือเฟิ่นหง" เสี่ยวอู่สะกิดหูจิ่วที่กำลังปั่นหัวไชเท้ามือเป็นระวิง

"อ้อ!" หูจิ่วเงยหน้า สบตากับเฟิ่นหงพอดี ในดวงตาคู่นั้น เขาอ่านได้ถึงความอ่อนโยนและเป็นมิตร

วินาทีนั้น หูจิ่วรู้สึกว่าเฟิ่นหงเหมือนพี่สาวใจดี อบอุ่นและเข้าถึงง่าย

"สวัสดีเฟิ่นหง ฉันชื่อเสี่ยวจิ่ว เป็นเพื่อนเสี่ยวอู่ ลองชิมหัวไชเท้าของฉันมั้ย อร่อยนะ" หูจิ่วยิ้มบางๆ ชูหัวไชเท้าในมือ

ภาพเบลอวูบหนึ่ง เฟิ่นหงก็มายืนอยู่ตรงหน้าหูจิ่ว

เฟิ่นหงกิริยามารยาทงามสง่า คาบหัวไชเท้าไปเคี้ยวอย่างเรียบร้อย

กินไปสองคำ ดวงตาของเฟิ่นหงก็เป็นประกาย เงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้หูจิ่ว เหมือนจะชมว่าอร่อย

พอกินเสร็จ เสียงนุ่มนวลก็ดังขึ้นในใจหูจิ่ว

"เสี่ยวจิ่ว หัวไชเท้าของเธอรสชาติดีมาก ฉันชอบ"

"เอ๊ะ เฟิ่นหง เธอ..." หูจิ่วไม่คิดว่าเฟิ่นหงจะสื่อสารกับเขาได้

"ฮิๆ เสี่ยวจิ่ว แปลกใจล่ะสิ พลังจิตของเฟิ่นหงพิเศษมาก สามารถสื่อสารกับคนได้นะ" เสี่ยวอู่อธิบาย

"นายโชคดีมากนะ ดูท่าเฟิ่นหงจะชอบนาย ปกติเธอไม่ค่อยพูดกับใครหรอก"

"พี่เสี่ยวอู่ พูดอะไรแบบนั้น ฉันเขินแย่เลย" เสียงเขินอายของเฟิ่นหงดังขึ้น

"จริงสิ พี่เสี่ยวอู่ วันนี้พาเสี่ยวจิ่วมาที่นี่ คงมีธุระอะไรใช่มั้ย บอกฉันได้นะ?" หายเขินแล้ว เฟิ่นหงก็มองเสี่ยวอู่กับหูจิ่วอย่างสงสัย เดาความสัมพันธ์ของทั้งคู่

"อ่า!" เสี่ยวอู่ไม่คิดว่าเฟิ่นหงจะฉลาดขนาดนี้ เล่นเอาไปไม่เป็น

"เรื่องนั้น... เอ่อ... คือว่า..."

"พี่อยากให้เสี่ยวจิ่วได้รับวงแหวนของฉันสินะ!" เสียงของเฟิ่นหงยังคงนุ่มนวล เหมือนไม่มีวันโกรธ แต่คำพูดนั้นแฝงไว้ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลม

"เฟิ่นหง... ฉัน..." เสี่ยวอู่ก้มหน้าด้วยความละอายใจ พูดไม่ออก

ความจริงก็คือแบบนั้น เพื่อวงแหวนของหูจิ่ว เธอเลยมีความเห็นแก่ตัว

หูจิ่วอยากได้ทักษะเทเลพอร์ต เธอก็เลยพามาหา แถมยังพามาหาตัวที่ดีที่สุด

"พี่เสี่ยวอู่ไม่ต้องคิดมากหรอก สภาพของฉันพี่ก็รู้ดี ต่อให้พวกพี่ไม่มา ฉันก็อยู่ได้อีกไม่นาน ถ้าช่วยพวกพี่ได้ ฉันก็ดีใจนะ!" เฟิ่นหงปลอบโยนอย่างอ่อนโยน

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 47 - เฟิ่นหง

คัดลอกลิงก์แล้ว