- หน้าแรก
- พระเจ้า ลูกๆ ของฉันล้วนเป็นนายพล
- บทที่ 31 สหายเก่า
บทที่ 31 สหายเก่า
บทที่ 31 สหายเก่า
บทที่ 31 สหายเก่า
ณ ค่ายพักชั่วคราว ผู้คนจากดินแดนรุ่งอรุณกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็น หลังจากต่อสู้มาตลอดทั้งวันและได้ทานเพียงมื้อเช้า พละกำลังของทุกคนก็แทบจะไม่เหลือหลอ
แม้ว่าเผ่าก็อบลินจะไม่ทำการผลิต แต่พวกมันก็ช่ำชองการปล้นสะดม ในเผ่าจึงมีวัวและแกะอยู่เป็นจำนวนมาก
ข้างกองไฟ เซไคกำลังนำพาทั้งฟรอสต์ฟางและคนอื่นๆ ย่างเนื้อ ในฐานะผู้ข้ามมิติ ทักษะการย่างเนื้อของเขาอาจกล่าวได้ว่าล้ำหน้าโลกนี้ไปนับพันปี เขามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการควบคุมไฟ จังหวะการพลิกเนื้อ และการผสมผสานเครื่องปรุงรส
"นายน้อย สุกหรือยังเจ้าคะ"
ฟรอสต์ฟางจ้องมองเนื้อย่างสีน้ำตาลทองกรอบนอกนุ่มในที่อยู่ในมือของเซไค จนน้ำลายไหลออกมาจากมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่
"รอสักครู่"
เซไคหยิบกระปุกเกลือออกมาจากมิติระบบของเขา แล้วเริ่มลงมือปรุงรสเนื้อย่าง
เกลือนี้ยึดมาจากเผ่าก็อบลิน ที่เทือกเขากระซิบวายุนั้นมีเหมืองเกลืออยู่ และหากข้ามเทือกเขานี้ไปอีกราวร้อยกิโลเมตร ก็จะถึงมหาสมุทร ที่ซึ่งเหล่ามนุษย์ชายฝั่งทำการค้าขายกันอยู่บ่อยครั้ง
แน่นอนว่า พวกเขาไม่ได้ค้าขายกับก็อบลิน เกลือนี้เป็นสิ่งที่พวกก็อบลินปล้นมาจากดินแดนของมนุษย์
หลังจากปรุงรสอย่างระมัดระวัง เซไคก็ยื่นเนื้อย่างทั้งสามไม้ให้กับอลิซ ฟรอสต์ฟาง และโยวอิ่ง
ฟรอสต์ฟางและโยวอิ่งรีบรับเนื้อย่างไปกินอย่างตะกละตะกลาม ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข
ส่วนอลิซนั้นดูสง่างามกว่ามาก เธอกัดเนื้อย่างไปหนึ่งคำ ดวงตาก็พลันโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
เมื่อสังเกตเห็นว่าเซไคกำลังเริ่มย่างเนื้อไม้ใหม่ เธอก็ยื่นเนื้อย่างที่เธอกินไปเพียงคำเดียวให้เขา
"อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ นายน้อย ท่านก็ลองชิมดูสิคะ"
เซไคไม่ปฏิเสธ เขารับมากัดคำหนึ่ง เคี้ยวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า "ไม้นี้ย่างได้ดี เสียดายที่ไม่มีเมล็ดยี่หร่า"
อลิซถาม "เมล็ดยี่หร่าคืออะไรหรือเจ้าคะ"
"เครื่องปรุงรสพิเศษ เหมาะสำหรับย่างเนื้อมาก ไว้ข้าจะลองค้นคว้าดูเมื่อมีเวลา"
ทวีปพลังปราณนี้ยังคงล้าหลังเกินไป แม้จะมีพลังปราณต้นกำเนิด พวกเขากลับใช้มันเพื่อการต่อสู้เท่านั้น โดยไม่รู้วิธีนำมาปรับปรุงคุณภาพชีวิตเลย
บนดาวสีคราม ที่ที่เขาเคยอยู่ แม้จะไม่มีเวทมนตร์ แต่อุตสาหกรรมทุกแขนงก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด และศาสตร์การทำอาหารก็เช่นกัน
"หากนายน้อยคิดค้นมันขึ้นมาได้ ท่านต้องเรียกข้าไปชิมเป็นคนแรกนะเจ้าคะ" อลิซกล่าวพลางยิ้ม
ฟรอสต์ฟางและโยวอิ่ง สองสาวเผ่าอสูรจอมตะกละ ก็ส่งเสียงสนับสนุน แสดงความต้องการที่จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้ลิ้มลองเช่นกัน
เซไคมีความเข้าใจในเรื่องอาหารอย่างลึกซึ้งไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นเรื่องที่มหัศจจรรย์อย่างยิ่งสำหรับคนพื้นเมืองในทวีปพลังปราณ ทั้งกลุ่มเริ่มพูดคุยกันในหัวข้อนี้ และบรรยากาศก็เป็นไปอย่างคึกคัก
อีกด้านหนึ่ง อายุนและอาย่า สองพี่น้องกำลังย่างเนื้ออย่างเงียบเชียบ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยากจะบรรยาย รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่น่ากิน ทั้งรสชาติยังจืดชืด
"เอาสองไม้นี้ไปกินสิ"
เมื่อมองเนื้อย่างที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า สาวน้อยเผ่าอินทรีอาย่าก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย เธอเงยหน้าขึ้นและสบเข้ากับดวงตาที่อ่อนโยนของเซไค
เด็กสาวรับเนื้อย่างไปและกล่าวอย่างซาบซึ้ง "ขอบคุณค่ะ นายน้อย!"
อายุนที่อยู่ข้างๆ ก็รับเนื้อย่างไปและกล่าวขอบคุณเช่นกัน
เซไคไม่ได้พูดอะไรมาก เขาก้มหน้าก้มตาย่างเนื้อต่อไป สิ่งที่เขาชอบมีไม่มากนัก: ตกปลา อาหารอร่อย ดนตรี และ... สตรี
อืม มันเป็นธรรมชาติของผู้ชาย ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร...
เช้าวันรุ่งขึ้น
เซไคตื่นแต่เช้าตรู่ เมื่อเขาออกมาจากกระโจม ก็เห็นอลิซกำลังนำผู้คนเตรียมอาหารเช้าอยู่แล้ว
เผ่าก็อบลินถูกกำจัดสิ้นซากแล้ว แต่สงครามยังไม่จบ
เผ่าโนลล์ตัดสินใจผิดพลาด เซไคไม่ใช่นักบุญ ในเมื่อพวกมันหมายตาเขาแล้ว เขาจะไม่ทำอะไรเลยก็คงโง่เต็มที
แน่นอนว่า เหตุผลหลักคือความมั่นใจในกำลังคนของเขา พลังการต่อสู้ของดินแดนรุ่งอรุณนั้นเหนือชั้นกว่าเหล่าชนเผ่าต่างแดนในเทือกเขากระซิบวายุอย่างเทียบไม่ติด
โดยเฉพาะตัวเขา ตั้งแต่ออกจากป่าหมอก ยังไม่มีใครทนมือทนเท้าเขาได้เกินหนึ่งกระบวนท่า
ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว เขาก็ควรจะจัดการกับชนเผ่าต่างแดนทั้งหมดในเทือกเขากระซิบวายุเสียให้สิ้นเรื่อง ซึ่งจะทำให้การขยายอาณาเขตของเขาในภายหลังง่ายขึ้น
หลังอาหารเช้า กองกำลังหลักก็เริ่มเคลื่อนทัพ
อังเดรได้ระบุตำแหน่งของเผ่าโนลล์ไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อมีเขานำทาง พวกเขาก็มาถึงเผ่าโนลล์ในไม่ช้า
เผ่าโนลล์ไม่ได้ตั้งอยู่บนภูเขาเหมือนเผ่าก็อบลิน แต่อยู่ที่ตีนเขา ซึ่งเป็นพื้นที่ราบเพียงน้อยนิด
เมื่อเซไคและกลุ่มของเขามาถึง พวกเขาพบว่าเผ่าโนลล์กำลังอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ และคู่ต่อสู้ของพวกมันคือสหายเก่า—โคโบลด์!
"สมกับที่เป็นพวกครึ่งอสูรตระกูลสุนัข จมูกไวจริงๆ..." เซไคกล่าวด้วยสีหน้าแปลกๆ
ฟรอสต์ฟางที่อยู่ข้างๆ ส่ายหัวอย่างงุนงง รู้สึกเหมือนมีคนกำลังวิจารณ์เธอทางอ้อม
อลิซได้ยินคำพูดของเซไคก็ยิ้มออกมา "ก็จมูกของพวกเขารับกลิ่นได้ดีนี่นา ใช่ไหมล่ะ ฟรอสต์ฟาง"
ฟรอสต์ฟางผู้ไร้เดียงสาพยักหน้าเห็นด้วย
เซไคสำรวจสนามรบที่โกลาหลจากระยะไกลและออกคำสั่งทันที "อังเดร เจ้านำกองพันโลหิตมังกรเข้าจู่โจม! คาร์ล ฟรอสต์ฟาง พวกเจ้าตามติดไป โยวอิ่ง เจ้านำคนของเจ้าคุมพื้นที่โดยรอบ ป้องกันไม่ให้ใครมายุ่งกับเรา"
หลังจากเซไคออกคำสั่ง ทุกคนก็ขานรับ
อังเดรนั่งอยู่บนหลังม้าโลหิตมังกรตัวสูงตระหง่าน ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นร่างครึ่งอสูร
เขายกหอกขึ้นสูงและตะโกนเสียงดัง "กองพันโลหิตมังกร บุกไปกับข้า! ถล่มเผ่าโนลล์ให้ราบ!"
"ถล่มเผ่าโนลล์ให้ราบ!!!"
"ถล่มเผ่าโนลล์ให้ราบ!!!"
"ถล่มเผ่าโนลล์ให้ราบ!!!"
เหล่าอัศวินราวกับถูกฉีดสารกระตุ้น พลังปราณต้นกำเนิดของพวกเขาพลุ่งพล่าน ผสานเข้ากับม้าโลหิตมังกรใต้ร่าง กองกำลังกว่าสี่สิบคนคำรามกึกก้องราวกับทัพนับพัน!
หลังจากตะโกนคำขวัญ คนกว่าสี่สิบคนก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมกัน เสียงกีบม้ากระทบพื้นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว
พวกโคโบลด์ที่กำลังโจมตีเผ่าโนลล์รู้สึกถึงพื้นดินสั่นสะเทือน ผู้นำของพวกมันหันศีรษะไป และในระยะไกล เมฆสีแดงฉานราวกับเปลวเพลิงก็ปรากฏขึ้นบนพื้นราบ
"ฆ่า!!!"
เสียงตะโกนฆ่าฟันดังมาจากแดนไกล ราวกับจะเจาะทะลวงแก้วหูของเขา ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้เขาตกตะลึงไปนาน กว่าจะรู้ตัว กองพันโลหิตมังกรก็มาถึงตรงหน้าเขาแล้ว
อังเดรนำทัพมาแต่ไกล เขาพุ่งหอกอันทรงพลังออกไป สังหารผู้นำโคโบลด์จนร่างแหลกสลายกลายเป็นม่านโลหิต
กระแสธารสีชาดถาโถมเข้าใส่เผ่าโนลล์ และการต่อสู้ที่เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ยังไม่เริ่มก็ได้เปิดฉากขึ้น!
...
สามชั่วโมงต่อมา
การต่อสู้สิ้นสุดลง เผ่าโนลล์ไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป พื้นดินปกคลุมไปด้วยเศษไม้ที่ผสมปนเปกับเนื้อและเลือด ราวกับภาพวาดจากขุมนรก
เซไคขี่ม้าโลหิตมังกรของเขา สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
นี่ไม่ใช่โลกที่สงบสุข สงครามเป็นแก่นหลักของทวีปนี้มาโดยตลอด แม้ว่าพวกเขาจะไม่มา เผ่าโคโบลด์ก็จะทำลายล้างเผ่าโนลล์อยู่ดี
นี่คือผลของการเลือกที่ผิดพลาด
หลังจากพักผ่อนชั่วครู่ กองกำลังหลักก็ไม่รอช้า เผ่าโนลล์ถูกทำลายล้างแล้ว และเป้าหมายต่อไปคือเผ่าโคโบลด์ที่ชอบฉวยโอกาส
ในความเป็นจริง เผ่าโคโบลด์เป็นเผ่าพันธุ์ที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บุกเบิกมากที่สุดเสมอมา เพราะการทำลายเผ่าโคโบลด์หมายถึงแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์
เหมืองเหล็กในป่าหมอกอยู่ในใจของเซไคมาสักพักแล้ว และตอนนี้เมื่อเขาพบกับเผ่าโคโบลด์อีกครั้ง เขาย่อมไม่ปล่อยพวกมันไป
เพื่อขอบคุณโคโบลด์สำหรับ 'คุณูปการ' ของพวกมัน เขาวางแผนที่จะเน้นการขับไล่และเสริมด้วยการฆ่า ในเวลานั้น หากพวกโคโบลด์ค้นพบแหล่งแร่ใหม่ เขาอาจจะต้องไปช่วย 'ย่อย' และพัฒนามัน...