เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 45 พิธีเปิด

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 45 พิธีเปิด

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 45 พิธีเปิด


เป็นวันที่นักเรียนทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอและไม่มีทางลืม

พิธีเปิดสถาบันฝึกทหารจักรพรรดิ เริ่มเวลา 07.00 น.

ในหอประชุมขนาดใหญ่ นักเรียนนายร้อยใหม่เข้าร่วมพิธีเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขา พวกเขาแต่งกายด้วยชุดลายพรางมาตรฐานสีเขียวและน้ำตาล

นักเรียนนายร้อยปีที่สองเป็นคนจัดเตรียมดำเนินงานนี้

"คลิก"

"คลิก"

เสียงฝีเท้ากำลังเดินมาและดังก้องไปทั่วหอประชุม และทุกคนในหอประชุมรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มหนักขึ้น ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างมากดทับพวกเขา

นักเรียนนายร้อยเงยหน้าขึ้นและเห็นชายคนนั้นก้าวขึ้นไปบนเวที

เขาอยู่ในเครื่องแบบทหารที่ประดับประดาด้วยเหรียญตราต่างๆ แน่นอนว่าเขาเป็นนายพลสูงสุด มียศที่เหนือกว่าเขาแค่ยศเดียวตอนนี้นั่นคือจอมพล แต่มีจอมพลเพียง 3 คนในสหพันธ์มนุษย์ทั้งหมด

นักเรียนนายร้อยทุกคนแอบสงสัยเมื่อเห็นว่านายพลสูงสุดมีแผลเป็นที่แก้มซ้าย

ไม่มีนักเรียนนายร้อยคนไหนไม่รู้จักเขา

เขาคืออีแวนเดอร์ นายพลสูงสุด ตำนานระดับ 9 ที่พร้อมจะเป็นจักรพรรดิในอนาคต

เขายังมีอีกตัวตนหนึ่ง คณบดีสถาบันฝึกทหารจักรพรรดิ

“ฉันหวังว่าพวกคุณเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าแล้ว”

อีแวนเดอร์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา อย่างไรก็ตาม กริยาท่าทางของเขานั้นเคร่งขรึ้มอยู่ตลอดเวลา

"คุณมาที่นี่ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เงิน อำนาจ การถูกยอมรับ และอื่นๆ นี่คือสิ่งที่ผลักดันมนุษย์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"

นักเรียนนายร้อยส่วนใหญ่เข้าใจสิ่งที่เขากำลังพูดได้อย่างดี

พวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะตั้งแต่วัยเด็ก แต่ยังต้องฝ่าฝันอุปสรรคมากมายเพื่อให้ได้เข้าเรียนที่นี่

ทำไม?

ทำไมมันถึงลำบากมากขนาดนี้?

ทำไมต้องใช้เวลาฝึก 14 ชั่วโมงทุกวันเป็นเวลา 3 ปี?

แน่นอนว่ามีเหตุผลก็เพื่อช่วยมนุษยชาติ เพื่อปกป้องทุกคน

แต่แล้วเหตุผลส่วนตัวของพวกเขาล่ะ?

แม้จะถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ แต่บางคนในหมู่พวกเขาก็ทิ้งเวลาช่วงวัยเด็กของเขาและมั่นฝึกฝนให้เป็นคนที่เก่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ส่วนใหญ่นักเรียนในห้องนี้มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง พวกเขาไม่ได้ยากจนขนาดต้องหาเช้ากินค่ำ แต่พวกเขาก็ไม่ได้รวยขนาดที่ว่าอยู่เชยๆ แล้วก็มีอันจะกิน

พวกเขาต้องการอนาคตที่สดใส ถ้าหากว่าเขาเป็นที่คนแข็งแกร่งจะทำให้มีเงินและมีอิทธิพล ตำแหน่งในกองทัพทำให้ชีวิตมีความหมายและน่านับถือ

ดังนั้นพวกเขาจึงยอมรับความยากลำบากเพื่อทำให้ความฝันของพวกเขาเป็นจริง

"หลักฐานของทุกสิ่งที่คุณต้องการคือการมีชีวิตรอดไปให้ได้" เสียงของอีแวนเดอร์เข้มขึ้น

"หลังจากหายนะบลิ้ง เราผ่านสงครามนิวเคลียร์ วิกฤตเมอร์ล็อค แต่การภัยอันตรายมากที่สุดที่เป็นปัญหากับมนุษย์ชาติคือ อะบิซอล กลับบ้านไปถามปูย่าตายายของพวกคุณซะถ้าพวกเขายังมีชีวิตอยู่เรื่องการต่อสู้กับพวกอะบิซอลครั้งแรกมันโหดร้ายขนาดไหน"

นักเรียนนายร้อยกำหมัดและพยายามสงบสติอารมณ์ ปู่ย่าตายายของพวกเขาได้เห็นยุคที่มืดมนที่สุดของมนุษยชาติ

“พวกเขาอาศัยอยู่ในบังเกอร์ กินของเหลือ นอนในที่แคบๆ พวกเขาไม่มีอะไรที่สามารถทำได้แต่พวกเขารอดชีวิตมาได้”

อีแวนเดอร์สูดหายใจเข้าลึกๆ และระงับความเศร้าโศกในตัวเขา

"วันนี้เราอยู่บนทางแยก เราจะสามารถฆ่าพวกอะบิซอลให้หมดไปได้โดยการโค่น 8 ผู้ปกครองอะบิซอลลงทีละตัวเหมือนกับตอนที่เราทำที่ดาวพลูโต"

นักเรียนนายร้อยบางคนเริ่มร้องไห้

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ดาวพลูโตถูกอะบิซอลบุกยึดครอง มนุษย์มากกว่าหนึ่งพันล้านคนถูกสังหาร อะบิซอลพวกมันฉายภาพที่ฆ่ามนุษย์อย่างโหดเหี้ยม

มันเป็นเรื่องราวที่บอบช้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รู้จักคนที่กำลังถูกฆ่าอยู่ในภาพที่พวกมันกระจายออกมา

บางคนสูญเสียพ่อแม่ไป คนอื่น ๆ พี่น้องของพวกเขา ญาติของพวกเขา แต่ทุกคนที่ร้องไห้คือผู้ที่สูญเสียคนที่รัก พวกเขาเอาศพมาทำพิธีให้อย่างถูกต้องไม่ได้ด้วยซ้ำ

“ตอนนี้ เราอยู่ในสมดุลที่ละเอียดอ่อน เรามีจักรพรรดิ 8 คนและมีผู้ปกครอง 8 อะบิซอลนี่เป็นโอกาสของเรา” หลังจากผลักพวกเขาไปสู่ความสิ้นหวัง คำพูดของอีแวนเดอร์ก็จุดประกายความหวัง

“ตอนนี้ เราสามารถป้องกันตัวเองได้ แต่เราจะไม่มีวันสงบสุขจนกว่าพวกมันจะตายหมด วันที่เรามีจักรพรรดิคนที่ 9 คือวันที่มนุษยชาติจะมีสันติภาพ” อีแวนเดอร์โกหก

'เขาพูดเหมือนกับมันเป็นเรื่องง่าย แต่การให้ความหวังแก่พวกเขาดีกว่าการให้ความสิ้นหวัง'

ตามที่เขาตั้งใจไว้ เขาเห็นไฟในดวงตาของนักเรียนนายร้อย แม้ว่าจะมีมนุษย์เพียง 8 ใน 50 พันล้านคนเท่านั้นที่กลายเป็นจักรพรรดิ แต่พวกเขาก็ต้องการที่จะเป็นจักรพรรดิให้ได้

“ฉันหวังว่าจะได้เห็น 1 ในพวกคุณที่อยู่ที่นี้ได้เป็นจักรพรรดิ พวกคุณคืออนาคตของมนุษยชาติ” อีแวนเดอร์พูดและก้าวถอยหลัง

เพลงมนุษย์เริ่มขึ้นในเบื้องหลัง และทุกคนต่างจ้องมองไปที่ธงสหพันธรัฐมนุษย์บนเวที

นักเรียนนายร้อยยืนขึ้นและคำนับ พวกเขาร้องเพลงด้วยกัน ด้วยความรัก ความทุ่มเท และความเศร้าโศก

มนุษยชาติเริ่มต้นจากชนเผ่า สู่หมู่บ้าน สู่เมือง สู่อาณาจักร สู่จักรวรรดิ สู่ประเทศ และรวมตัวกันเป็นพันธมิตรมนุษย์

พันธมิตรมนุษย์พัฒนาเป็นสหพันธ์มนุษย์ มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก แต่เป็นการเดินทางที่ช่วยมนุษยชาติ

เพลงชาติจบลงด้วยบทเพลงอันเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่

"ความหวังในจิตวิญญาณของเราคงอยู่ตลอดไป"

ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบทหารเดินขึ้นไปบนเวทีแล้วพูดว่า "สามปีที่คุณอยู๋ที่นี้จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของคุณ

ที่จะทำผลงานของคุณได้รับคะแนนความดีความชอบ คะแนนสะสมของคุณมากกว่าเพื่อนมากเท่าไรเมื่อจบการศึกษาแล้วคุณก็จะทิ้งห่างจากเพื่อนมากเท่านั้น

ตาม MP ของคุณ คุณจะเริ่มต้นยศที่สูงขึ้น ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเร็วขึ้น และมีอำนาจมากขึ้น"

นักเรียนนายร้อยได้รับแรงบันดาลใจและมุ่งหวังที่จะได้รับคะแนน MP ให้สูงที่สุด

นักเรียนนายร้อยปีที่สองมองดูพวกเขาและส่ายหัว พวกเขามีความคิดแบบเดียวกัน แต่ความเป็นจริงพิสูจน์ว่าพวกเขายังไม่รู้เกี่ยวกับที่นี้ดี

พวกเขาลงทะเบียนเพื่อดูแลกิจกรรมนี้เพื่อรับคะแนน MP พวกเขาไม่เคยคิดที่จะเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้เมื่อเดือนก่อน

"ปีที่สองจะพาพวกคุณเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาและแจ้งข้อมูลพื้นฐานให้คุณทราบ เราจะสิ้นสุดพิธีด้วยการมอบรางวัลการทดสอบเข้าสามอันดับแรก" เจ้าหน้าที่หญิงพูดแล้วยิ้ม

"แม้ว่าจะมีเวลาน้อยมากแต่ 3 อันดับแรกทั้งหมดมากลุ่มเดียวกัน" เธอเหลือบมองอีแวนเดอร์และเขาพยักหน้าเบา ๆ

“ไรอัน อัลเบิร์ต อันดับสามจากนักเรียนทั้งหมด”

ไรอันยืนขึ้นและเดินไปที่เวที

อีแวนเดอร์จับมือกับไรอันและกล่าวชมเชย

ไรอันเป็นหลานชายของจักรพรรดิอัลเบิร์ตและมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง

นักเรียนนายร้อยรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ

"อันดับสอง นาร์ซิส แซนเดอร์"

นาร์ซิส แซนเดอร์ ยืนขึ้นอย่างแข็งทื่อและรีบไปที่เวที เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ชอบการถูกเรียกว่าที่สอง

นาร์ซิสเป็นบุตรชายคนที่สองของจักรพรรดิจูเลียส แซนเดอร์ การได้อันดับสองเป็นเรื่องธรรมชาติของเขาเพราะเขาได้อันดับ 2 มาตลอด

อีแวนเดอร์ปฏิบัติตามหน้าที่และพูดบางอย่างเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้นาร์ซิสโกรธมาก

“ฉันคิดว่าเธอจะเป็นคนแรก พี่ชายของเธอชาร์ลลีเป็นคนแรกในการสอบเข้า”

"ความผิดผมเองครับ" นาร์ซิสแทบจะประคองตัวเองไม่อยู่ อีแวนเดอร์อาจเคารพพ่อของเขา แต่เขาไม่ความเคารพต่อนาร์ซิส ดังนั้นนาร์ซิสจึงพยายามที่จะไขว้คว้าตำแหน่งจักรพรรดิมาอยู่ตลอด

"อันดับหนึ่ง วาเรี้ยน คอนสแตนท์"

นาร์ซิสรู้สึกว่ามีเส้นเลือดปรากฏขึ้นที่หน้าผากของเขา เขาจำชื่อนี้ได้แม่นและไม่มีวันลืม

'ทำไม?! ถ้าคนแบบมันตายไป ฉันจะเป็นอันดับหนึ่ง ตอนนี้ทุกคนบอกว่าฉันด้อยกว่าชาร์ลลีเพราะไอ้สารเลวนั่น' เขาโกรธมากจนแทบจะกลั้นมันไว้ไม่อยู่

นักเรียนนายร้อยต่างอยากเห็นว่าใครเป็นคนที่ชื่อวาเรี้ยน ตอนสแตนท์ เพราะเขาแซงหน้านาร์ซิส แซนเดอร์ ซึ่งเป็นน้องใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

มีความอิจฉาริษยาและอยากรู้อยากเห็นว่าใครคือ "วาเรี้ยน"

หอประชุมก็เงียบ ทุกคนต่างรอคอยให้นักสู้อันดับหนึ่งแสดงตัวออกมา

และพวกเขารอ

และรอ

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง และมันก็กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าอึดอัด

ผู้หญิงบนเวทีส่งสัญญาณถึงปีที่สอง และพวกเขาตรวจสอบบัตรประจำตัวของคนในหอประชุม

พวกเขาส่ายหัวให้เธอ

'ช่างกล้า!' ผู้หญิงคนนั้นคิดและมองไปที่อีแวนเดอร์ ใบหน้าของเขาไร้ความรู้สึกเช่นเคยและเขามองเธอชั่วครู่

'... ฉันน่าจะเป็นเทเลพาธและสื่อสารกับความคิดของคุณได้นะ อีแวนเดอร์' เธอคร่ำครวญ

"อันดับ 1 วาเรี้ยน คอนสแตนท์ ขึ้นเวทีเถอะ" เธอพูดอย่างประชดประชัน

“ฉันจะพูดครั้งสุดท้าย วาเรี้ยน คอนสแตนท์ อยู่ที่นี่หรือเปล่า” เธอกำลังจะถอดใจกับการเรียกชื่อเขา

“ครับผม!” วาเรี้ยนรีบวิ่งเข้าไปในหอประชุมและตะโกนว่า..

จบบทที่ ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 45 พิธีเปิด

คัดลอกลิงก์แล้ว