เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 10 สู้กับอะบิซอล

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 10 สู้กับอะบิซอล

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 10 สู้กับอะบิซอล


'ระดับ 0? จริงจังปะเนี้ย?' วาเรี้ยนคิดขณะวิ่ง พวกเขาอยู่ไกลจากทางออกและมันจะเป็นเรื่องยากที่จะออกไป

“ฉัน-ฉันบอกคุณแล้วว่าเราเข้าไปลึกเกินไป” ไคล์หอบหายใจและวิ่งไปข้างเขา ถ้าเทียบกันแล้วมายาเหนื่อยหน่อยกว่าเพราะรองเท้าสมบัติดวงดาวของเธอ

"อะบิซอล.." มายาถึงกับสะอื้นไห้

วาเรี้ยนเหลือบมองไปข้างหลังและเห็นทีมของอาเธอร์กำลังต่อสู้กับพวกอะบิซอลทำให้ไม่มีอะบิซอลตัวไหนตามพวกเรามาได้ แต่วาเรี้ยนรู้สึกไม่สบายใจ

'ฉันหวังว่าเราจะสามารถไปถึงทางออกก่อนที่จะมีอะไรจะเกิดขึ้น' เขาสูดลมหายใจและเห็นว่าไคล์กำลังจะพูดเรื่องบางอย่างอีกครั้ง

“ไคล์หุบปากแล้ววิ่ง!” วาเรี้ยนเร่งฝีเท้าเพื่อจะทำให้ความไม่สบายใจหายไปเมื่อออกไป

พวกเขาทิ้งระยะห่างออกมาจากทีมของอาเธอร์จนตอนนี้แทบจะมองไม่เห็นทีมของอาร์เธอร์แล้ว

มายาและไคล์หยุดวิ่งสักพักเพื่อที่จะหายใจเพราะพวกเขาสองคนวิ่งต่อไม่ไหวแล้ว วาเรี้ยนจึงต้องหยุดตาม

“ทำไมต้องอะบิซอลด้วย” มายาร้องลั่น

“ถะ-ถ้ามีตวนึงหลุดมาละ” ไคล์พึมพำ

“พวกเขาจะไม่เป็นไรใช่ไหม?” เธอมองกลับไปทางทิศที่วิ่งมา

“ช่วยไม่ได้แล้วมันไม่ปลอดภัย แค่วิ่งต่อไปจนกว่าจะถึงทางออก”วาเรี้ยนดุและกำลังจะวิ่งต่อ

“นายว่าพวกมันจะตามเรามาไม่ได้ใช่ไหม” ไคล์จับหน้าอกของเขาและหายใจเข้าสั้น ๆ

"ด้านหลัง!" วาเรี้ยนตะโกนใส่ไคล์

'บูม!'

ไคล์เทเลพอร์ตในนาทีสุดท้าย มายาตกใจกลัวเมื่อเห็นอะบิซอลโผล่ออกมา

อย่างไรก็ตามวาเรี้ยนสังเกตเห็นอะบิซอล

ลักษณะทางกายภาพที่เหมือนมนุษย์มันเป็นเพศชาย

มันอยู่ในชุดต่อสู้สีแดงเลือดหมูและแขนซ้ายของมันมีเลือดไหลออกมาเต็มไปหมด ที่สำคัญที่สุดมันมีรอยสักอันเดียวที่คางหมายความว่ามันเป็น –อะบิซอลระดับ 1

'มันมาจากกลุ่มใหม่' ไคล์พูด

“เราไม่สามารถเอาชนะมันได้ถ้าเราสู้เราจะถูกฆ่า” วาเรี้ยนกัดฟันและทุบถุงมือของเขา

เขาไม่ได้คาดหวังว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ การต่อสู้กับอะบิซอลนั้นแตกต่างจากการต่อสู้กับศัตรูตัวอื่นๆ

แม้ว่าอะบิซอลจะมีแค่แขนเดียวและบาดเจ็บอยู่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเราได้เปรียบ

เราต้องฆ่ามันให้เร็วที่สุดไม่งั้นพวกเราอาจจะต้องเจอกับพวกอะบิซอลตัวอื่นอีก

“พวกเจ้าจะตายกันหมด”อะบิซอลพูดด้วยภาษามนุษย์และเพิ่มความหวาดระแวงของทั้งสามคน

อะบิซอลไม่ใช่สัตว์เวทมนตร์ พวกมันเป็นเผ่าพันธุ์ที่เทียบเท่ามนุษย์ในด้านสติปัญญาและแข็งแกร่งกว่าผู้ถูกปลุกพลัง

พวกเขาปรากฏตัวออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้และเริ่มโจมตีมนุษย์ในปี 400 และเกือบจะเอาชนะมนุษย์ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะหินเวทมนตร์พังและเจตจำนงของสวรรค์ มนุษยชาติคงจะต้องพินาศ

อะบิซอลเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อมวลมนุษยชาติ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคืออะบิซอลทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ล้วนเป็นนักรบ

"ปล่อยให้ฉันจัดการเอง" มายาคลิกที่แหวนอวกาศของเธอ และต่อมาปืนสีส้มก็ปรากฎขึ้นในมือของเธอและยิงไปที่อะบิซอล

ลูกไฟถูกยิงที่อะบิซอลซึ่งมันหลบได้อย่างง่ายดาย

ปืนเป็นอาวุธล้ำค่าที่มีพลังเต็มรูปแบบของสัตว์เวทมนตร์อัคคีระดับ 1 อย่างไรก็ตาม มายาเองก็ไม่สามารถใช้มันได้อย่างชำนาญเพราะขาดประสบการณ์

“ฮ่าฮ่า น่าสมเพศ” อะบิซอลหัวเราะและต่อมาวาเรี้ยนก็พยายามจะหาช่องว่างเตะไปที่มัน ซึ่งมันหลบได้และจะโต้กลับทันที

วาเรี้ยนกลิ้งไปบนพื้นหลังจากพลาดการเตะและหลบการเตะโต้กลับของมันได้

'บูม!'

ดินสีแดงระเบิดขึ้นไปในอากาศจากแรงเตะ

"ตาย!"ไคล์รีบวิ่งไปข้างหลังอะบิซอลและพยายามแทงดาบน้ำแข็งของเขาเข้าไปด้านหลังของอะบิซอล

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ดาบจะแทงลงไปลึกอะบิซอลต่อยไคล์แต่ไคล์สามารถหลบได้โดยการเทเลพอร์ตอีกครั้ง อย่างไรก็ตามน้ำแข็งได้แช่แข็งตัวอะบิซอลไปชั่วขณะหนึ่ง

'อุ๊ย!' ลูกไฟของมายาเกือบจะโดนอะบิซอลที่ใบหน้าก่อนที่มันหันหลังของมันมารับลูกไฟแทน

ลูกไฟชนไหล่ของมันและชุดของอะบิซอลถูกไฟไหม้ ไฟแผดเผาผิวสีเทาของมัน และมันตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ไอ้หนูโสโครกนี่” เขาดึงดาบน้ำแข็งออกมาและพยายามเหวี่ยงมันใส่มายา

มันไม่ได้ผลสมบัติค่าสถานะต้องผูกมัดกับบุคคลที่ใช้มันเท่านั้น สำหรับคนอื่น มันเป็นแค่ดาบธรรมดา

"ข้อผิดพลาดของพวกไม่มีประสบการณ์" วาเรี้ยนปรากฏตัวด้านหลังของอะบิซอลและคราวนี้เตะไปเจ้าโลกของอะบิซอลได้สำเร็จ

“ฮึก..” อะบิซอลทรุดตัวลง และวาเรี้ยนก็ใช้ความคมของดาบของไคล์ฟันหัวของอบิสซอล

“เราโชคดีที่มันได้รับบาดเจ็บอยู่” วาเรี้ยนถอนหายใจอย่างโล่งอกและมองดูเพื่อนๆ ของเขามายาไม่เป็นไรเพราะเธอต่อสู้ระยะไกลแต่ไคล์อยู่ที่ไหน ไคล์?

"ฉันอยู่นี่!"

วาเรี้ยนหันกลับมาและเห็นไคล์เทเลพอร์ตเข้าไปในโพรงกระต่ายปีศาจ

"ดึงฉันออกไปที"วาเรี้ยนและมายารีบวิ่งไปหาเขาและดึงเขาออกมา

“ฉันจะไม่แปลกใจเลยถ้านายจะทำให้ตัวเองถูกฆ่าโดยการเทเลพอร์ตได้” วาเรี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและยื่นดาบให้

“ทะทะ-ทำไมฉันทำเหมือนคนอื่นไม่ได้” ไคล์ถอนหายใจและหยิบดาบ มันฉายแสงเป็นสีน้ำเงินเมื่อเจ้าของของมันเป็นคนถือ

ไม่ว่าทุกคนจะชอบหรือไม่ก็ตาม สหภาพแรงงานได้บังคับให้ทำการผูกมัดสมบัติ เนื่องจากพวกเขาผูกขาดสมบัติดวงดาว พวกเขาจึงกำหนดเงื่อนไขแบบนี้

นี่หมายความว่าบุคคลอื่นไม่สามารถยืมสมบัติและไม่สามารถขโมยได้เว้นแต่เจ้าของดั้งเดิมจะเสียชีวิตหรือเลิกผูกมัด

คำพูดของพวกเขาคือ "ก้าวไปสู่สังคมที่ไม่มีการโจรกรรมและเคารพในทรัพย์สินส่วนบุคคล เราจะลบแรงจูงใจในการขโมย"

สหภาพแรงงานถือว่าทำสำเร็จ พวกเขาหยุดการโจรกรรมทั้งหมด แต่ยังมีการฆาตกรรมอยู่ ถึงอย่างนั้นก็เถอะความจริงที่ว่าการฆาตกรรมเพิ่มขึ้น 50% ทันทีนั้นสหภาพก็เถียงไม่ออก ขอบคุณสหภาพแรงงาน

“ไปเถอะ อะบิซอลตัวนี้มันมาจากกลุ่มใหม่ มันไม่ใช่ตัวสุดท้ายแน่” วาเรี้ยนกระตุ้นพวกเขาและทุกคนก็เร่งฝีเท้าและวิ่งไปที่ทางออก

ตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากทางออกเพียงไม่กี่กิโลเมตร อันที่จริงเราสามารถออกจากดันเจี้ยนได้เมื่อคุณไปถึงสุดขอบของดันเจี้ยน

“ฉันจะขอโทษพวกนายทีหลัง จากเราออกไปได้แล้วแต่ตอนนี้เดินหน้าต่อไป” วาเรี้ยนเร่งเร้าและเร่งฝีเท้า

เขาโทษตัวเองที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยง

มายาอยู่ข้างหลังเขา และไคล์วิ่งตามพวกเขาไปด้วยความยากลำบาก

พวกเขาไม่ได้โทษวาเรี้ยนแต่พวกเขารู้ว่าพวกเขาไม่สามารถหยุดให้วาเรี้ยนเลิกการตำหนิตัวเองได้

“มนุษย์!” เสียงแหบๆพูดออกมา แต่วาเรี้ยนก็ไม่มองย้อนกลับไปเพราะตอนนี้เขาสนใจแค่ต้องออกไปให้ได้เท่านั้น

"เกือบถึงแล้ว"วาเรี้ยนเริ่มสามารถมองเห็นสุดขอบของดันเจี้ยนได้ ดูคร่าวๆแล้วคงต้องวิ่งอีกสัก 10 นาที ถึงจะออกไปได้

ระบบนิเวศทั้งหมดสิ้นสุดลงที่สุดขอบดันเจี้ยนและมีกำแพงสีขาวทำหน้าที่เป็นม่านขนาดยักษ์ปกคลุมดันเจี้ยน

เมื่อสัมผัสสิ่งกับหมอกนั้นเราจะสามารถออกไปได้ อะบิซอลจะไม่ตามมาแต่ถึงมันตามมา

ยามที่เฝ้าหน้าประตูก็จะจัดการมัน พวกเขายังต้องออกไปขอกำลังเสริมเพื่อช่วยอาเธอร์ด้วย

วาเรี้ยนรู้สึกถึงลมกระโชกแรงและมองไปข้างหลัง วาเรี้ยนตกใจมากเมื่อเห็นอะบิซอลไล่ตามพวกเขามาเร็วกว่าที่คิด

พวกเขาไม่สามารถไปถึงทางออกได้ทันเวลาแน่นอนและจะต้องต่อสู้ แต่อะบิซอลตัวนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บเหมือนครั้งก่อน

ไคล์และมายาเป็นนักสู้มือสมัครเล่นแถมวาเรี้ยนพลังก็ยังไม่ตื่น ไม่มีทางที่พวกเขาจะเอาชนะมันได้

'มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันสามารถทำได้' วาเรี้ยนหยุดและกำลังจะตะโกนแต่ไคล์ก็ชิงตะโกนออกมาก่อน

"พวกนายไปซะ!" ไคล์หยุดวิ่งแล้วหันหลังให้กับพวกเขา “เรียกกำลังเสริมมา ฉันทนได้สักสองสามนาที”

วาเรี้ยนเห็นว่ามือของ ไคล์ยังคงสั่นด้วยความกลัว แต่เขาก็ไม่ขยับเขยื้อนและตะโกนว่า “ไปเดี๋ยวนี้!”

ไคล์เป็นเด็กฝึกหัดอวกาศระดับ 1 ในขณะที่มายาเป็นผู้ปลุกพลังจิตระดับ 1 ถ้าดูจากทุกคนที่อยู่ที่นี่ เขามีโอกาสรอดมากที่สุด

แต่กว่ากำลังเสริมจะมา โอกาสที่เขาจะรอดนั้นคงจะน้อยนิดจนแทบจะไม่มี แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะเขาคิดว่านี้คือสิ่งที่เขาควรทำ

'ไม่เป็นไรเจอกันครั้งหน้าฉันจะพยายามทำตัวน่ารำคาญใส่นายน้อยลงนะ'

วาเรี้ยนรีบวิ่งไปหาไคล์และโยนเขาให้มายา

"ฉันมีโล่สมบัติและมันจะสามารถปกป้องฉันได้เป็นเวลา 10 นาที ไปกันเถอะ" เขาตะโกนขณะที่เปิดแหวนอวกาศ

โล่เล็กๆ ปรากฏขึ้นในมือของเขาและมีบาเรียล้อมรอบตัวเขา

มายากัดริมฝีปากและพยักหน้าให้เขา น้ำตาคลอเบ้า “อย่าตายนะ”

ไคล์และมายารีบวิ่งไปที่ทางออกด้วยความเร็วสูงสุด

อะบิซอลอยู่ตรงหน้าวาเรี้ยนในวินาทีถัดมา เขาเหลือบมองที่บาเรียของวาเรี้ยนและหัวเราะเบาๆ

“แกหลอกพวกเขา ฉันรู้จักผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของสหภาพแรงงาน” หลังจากพูดจบก็ต่อยใส่วาเรี้ยนทันที

บาเรียสามารถทำอะไรเพื่อหยุดหมัดได้เลย วาเรี้ยนหลบหมัดของอะบิซอลไปเรื่อยๆ และอะบิซอลก็พูดขึ้นมาว่า

บาเรียนั้นเป็นของปลอม มันทำได้แค่ฉายแสง เขาทำได้แค่หลอกเพื่อน ไม่ใช่ศัตรู ฮ่า ฮ่า

วาเรี้ยนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่จะตัดสินชีวิตและความตายของเขา

*** *** ***

ไม่มีท่าทีว่าความช่วยเหลือจะมาเลย

ไม่มีมนุษย์คนอื่นในบริเวณใกล้เคียง ควันนั้นบ่งบอกว่าทีมของอาเธอร์ยังสู้อยู่

ทีมของอาเธอร์ก็ไม่สามารถมาช่วยพวกเขาได้เพราะฝั่งนุ้นก็แทบจะเต็มกลืนแล้วเหมือนกัน

“ไม่มีใครมาช่วยแกหรอก หัวหน้าหน่วยของเรากำลังจับหัวหน้าทีมของแกอยู่ เร็วๆนี้เราจะฆ่าพวกแกทุกคน

แกอาจเคยฆ่าฉันเพื่อนที่บาดเจ็บก่อนหน้านี้ได้ สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันว่าแกฆ่าตัวตายซะดีกว่าจะได้ไม่ต้องถูกฉันฆ่าแบบไร้ความปราณี"

อะบิซอลพูดพร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาของวาเรี้ยน

วาเรี้ยนรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ อะบิซอลและมนุษย์ต่างก็มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ไม่มีทางที่จะได้ตายอย่างสงบสุขหรอก ถ้าหากมนุษย์กับอะบิซอลสู้กันจะมีแต่การตายที่ทรมาน หรือถ้าไม่ตายก็ต้องสูญเสียอวัยวะ

วาเรี้ยนวิ่งหนีอย่างสุดแรง

“เวรเอ้ย!” อะบิซอลตามติดวาเรี้ยนทันที

ระยะทางถูกปิดในพริบตา และวาเรี้ยนกลิ้งไปทางขวาเพื่อหลบหนีจากหมัดของอะบิซอล

'บูม!'

พื้นดินแตก และวาเรี้ยนได้วิ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม

ตอนนี้เขาเลือกไม่ได้ว่าจะไปที่ไหน เขาอ่านการโจมตีของอีกฝ่ายไม่ออก

'บูม!'

'บูม!'

'บูม!'

จบบทที่ ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 10 สู้กับอะบิซอล

คัดลอกลิงก์แล้ว