เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ราชันย์เร้นลับ 52 : ผู้ชม

ราชันย์เร้นลับ 52 : ผู้ชม

ราชันย์เร้นลับ 52 : ผู้ชม


ราชันย์เร้นลับ 52 : ผู้ชม

 

“เลิกพูดถึงไอ้หนี้เวรนั่นกันเถอะ พวกเรามาคุยเรื่องพิธีกรรมเวทมนตร์ต่อดีกว่า”

 

สีหน้าลุงนีลล์เริ่มผ่อนคลายขณะบรรจงเก็บเทียบไข หม้อใหญ่ มีดเงิน และอุปกรณ์สนับสนุนที่เหลือ

 

ไคลน์ต้องการยักไหล่เบ้ปากด้วยสีหน้าสุดเคลือบแคลงเหมือนกับชาวอเมริกันในโลกเก่า แต่มันก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ เนื่องจากขัดต่อหลักธรรมเนียมมารยาทสุภาพบุรุษ

 

สมาธิกลับมาจดจ่อกับพิธีกรรมอีกครั้ง คำถามที่เคยสงสัยพรั่งพรูออกไปเป็นระยะ เกือบทั้งหมดได้รับคำตอบกลับมาจนกระจ่าง

 

ยกตัวอย่างเช่น รูปแบบของคาถาที่เปล่งออกมาเสียดัง ไคลน์นึกสงสัยว่ามีการยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด

ลุงนีลล์ให้ข้อสรุปว่า คาถาต้องท่องเป็นภาษาเฮอร์มิสเท่านั้น ตราบใดที่‘คำสำคัญ’ยังอยู่ครบก็ไม่เป็นปัญหา ส่วนที่เหลือสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม แต่ห้ามท้าทายหรือเย้ยหยันอำนาจเทพโดยเด็ดขาด

 

คาบเรียนวิชาพิธีกรรมเวทมนตร์ดำเนินไปจนถึงช่วงบ่าย ก่อนที่ลุงนีลล์จะกระแอ่มสองครั้งเป็นสัญญาณ

 

“พวกเราต้องกลับถนนซุตแลนแล้ว”

 

ก่อนจะตามต่อด้วยเสียงบ่น

 

“กว่าจะรวบรวมวัตถุดิบบัดซบพวกนี้ครบ ฉันยังไม่ได้ทานมื้อเช้าแสนรักเลย”

 

ไคลน์ขมวดคิ้ว

 

“มิสเตอร์นีลล์ คุณไม่มีพ่อครัวประจำตัวอย่างนั้นหรือ? รึอย่างน้อยก็สาวใช้ที่สามารถจัดเตรียมอาหารได้?”

 

สำหรับค่าแรงสิบสองปอนด์ต่อสัปดาห์อย่างลุงนีลล์ สิ่งอำนวจความสะดวกพื้นฐานเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

 

จากที่ระบุไว้ในหนังสือพิมพ์ หากต้องจัดหาที่พักและอาหารให้ด้วย การจ้างพ่อครัวส่วนตัวจะต้องจ่ายค่าแรงที่สัปดาห์ละ 12 ถึง 15 ซูล ไม่ถึงหนึ่งปอนด์ด้วยซ้ำ

 

ด้านสาวใช้ส่วนตัวนั้นยิ่งถูกกว่า ค่าแรงรายสัปดาห์ของพวกเธอจะอยู่เพียง 3 ถึง 6 ซูล แต่แน่นอนว่า ไม่ใช่สาวใช้ทุกคนที่ปรุงอาหารได้

 

เดี๋ยวก่อน… การที่ลุงนีลล์เป็นหนี้มากถึงสามสิบปอนด์ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะไม่มีเงินจ้างสาวใช้หรือพ่อครัว…

 

เราถามในสิ่งที่ไม่สมควรออกไปรึเปล่า?

 

ขณะไคลน์เริ่มรู้สึกผิด ลุงนีลล์ยิ้มไม่ถือสา มันเพียงส่ายศีรษะเบาๆ

 

“ฉันทดลองพิธีกรรมเวทมนตร์มากมายที่บ้าน รวมถึงมีวัตดุดิบพิเศษแปลกประหลาดในครอบครองนับไม่ถ้วน จึงไม่เคยจ้างคนธรรมดามาเป็นพ่อครัว คนรับใช้ หรือสาวใช้เลยสักครั้ง

 

“แต่ก็จ้างผู้ที่ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์เร้นลับเข้ามาทำความสะอาดบ้างประปราย ลองนึกดูให้ดี จะมีคนธรรมดาที่ไหนกล้าทำความสะอาดบ้านที่เต็มไปด้วยของวิเศษบ้าง?”

 

“ขอโทษที่ดันถามเรื่องโง่ๆ ออกไป… ผมไม่เคยประกอบพิธีกรรมเวทมนตร์ที่บ้านมาก่อน ก็เลยลืมนึกถึงข้อนี้”

 

ไคลน์ตำหนิตัวเอง

 

ลุงนีลล์หยิบหมวกสักหลาดปีกกว้างออกมาสวม ก่อนจะเดินไปที่หน้าประตูบ้านและพึมพำ

 

“ฉันเริ่มได้กลิ่นฟัวกราทอดแล้ว… หลังจากจัดการหนี้สินสามสิบปอนด์เรียบร้อย คงต้องสั่งมาทานให้หายอยาก! ส่วนมื้อเที่ยงต้องเป็นหมูย่างซอสแอปเปิ้ล เท่านั้นยังไม่พอ ต้องมีไส้กรอกย่างเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบด…”

 

แค่ฟังตามยังท้องร้อง… ไคลน์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเดินทางลุงนีลล์ออกไปติดๆ

 

บุรุษทั้งสองเดินมาถึงจุดหมายแรกคือป้ายรถม้าสาธารณะ

 

เมื่อกลับถึงถนนซุตแลน ขณะลุงนีลล์ก้าวขาลงจากรถ มันพลันร้องเสียงหลงว่า‘อ๊ะ!’

 

“ดูสิฉันพบอะไรเข้า… ท่านเทพธิดา! ดูสิฉันพบอะไรเข้า?”

 

ลุงนีลล์ปราดเปรียวว่องไวเพิ่มขึ้นฉับพลันราวกับเด็กลงเจ็ดถึงแปดปี มันรีบพุ่งตัวไปยังริมถนนพร้อมกับหยิบบางสิ่งขึ้นมาจากพื้น

 

ไคลน์เดินตามไปด้วยสีหน้าฉงน ก่อนจะเพ่งพิจารณาโดยละเอียดจนพบว่า มันคือกระเป๋าสตางค์ที่ถูกผลิตอย่างปราณีต

 

จากประสบการณ์ปัจจุบัน ไคลน์มิอาจระบุได้ว่ากระเป๋าสตางค์ดังกล่าวทำจากหนังแกะหรือหนังวัว แต่ก็พอจะมองเห็นตราสัญลักษณะสีฟ้าอ่อนสลักอยู่ เหนือตราสัญลักษณ์เป็นรูปนกพิราบสยายปีก

 

นั่นคือภาพความรู้สึกแรก ในวินาทีถัดมา สายตาชายหนุ่มชำเลืองเห็นปึกธนบัตรเป็นฟ่อนจนกระเป๋าสตางค์บวมพอง

 

ทั้งหมดคือธนบัตรที่พิมพ์ด้วยขอบหมึกทองอร่าม …จำนวนไม่ต่ำกว่า20 ใบ!

 

ลุงนีลล์กระชากธนบัตรออกมานับอย่างพิถีพิถันก่อนจะกล่าวคิกคัก

 

“ธนบัตร 10 ปอนด์! พระบรมฉายาลักษณ์ของผู้ก่อตั้งอาณาจักรโลเอ็น พระเจ้าวิลเลียมที่หนึ่ง…

“ท่านเทพธิดา! ทั้งหมดมี 30 ใบ! นอกจากนั้นยังมีธนบัตรห้าปอนด์ หนึ่งปอนด์ และห้าซูลอีกหลายใบ”

มากกว่าสามร้อยปอนด์อย่างนั้นหรือ?

 

เป็นเงินจำนวนมากซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะพกใส่กระเป๋าสตางค์และกล้าทำหล่น บางที ตนอาจออมเงินไม่ได้มากขนาดนี้ในระยะเวลาสิบปี

 

ลมหายใจไคลน์เริ่มติดขัด

 

มูลค่าของมันสูงเกินไป หากเป็นโลกเก่า ค่างินคงจะเทียบเท่าธนบัตรปึกฟ่อนที่ยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบโต

 

“ถึงจะไม่รู้ว่าใครทำตก… แต่ต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดาแน่”

 

ไคลน์วิเคราะห์อย่างใจเย็น

 

และกระเป๋าสตางค์ลักษณะแบบนี้ เจ้าของไม่น่าจะใช่สุภาพสตรี

 

“เรื่องที่ว่าใครเป็นเจ้าของนั้น… ไม่ต้องคิดให้ปวดหัว”

 

ลุงนีลล์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

“พวกเราจะไม่ยึดเป็นของตัวเอง สิ่งที่ต้องทำคือยืนรอจนกว่ามิสเตอร์คนดังกล่าวจะกลับมาตามหา จำนวนเงินในนี้สูงมาก ฉันมั่นใจว่าเจ้าของต้องวกกลับมายังจุดทำตกแน่”

 

ไคลน์ถอนหายใจโล่งอก มันเริ่มเข้าใจธรรมชาติของชายที่ชื่อนีลล์ทีละนิด

 

ชายหนุ่มกลัวเหลือเกินว่า ลุงนีลล์จะยึดเงินทั้งหมดเป็นของตัวเอง อ้างว่า‘เทพธิดาประทานให้’ และนำธนบัตรเหล่านี้ไปใช้หนี้อย่างหน้าไม่อาย

 

ไคลน์เคยขบคิดเป็นจริงเป็นจังว่าตนควรห้ามหรือโน้มน้าวอย่างไรให้มิสเตอร์นีลล์ไม่กระทำเรื่องชั่วช้า

 

นี่น่ะหรือ… ทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ต้องไม่เดือดร้อนใคร?

 

ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจความเป็นไปของโลกผู้วิเศษและศาสตร์เร้นลับทีละนิด

 

หลังจากสองบุรุษยืนคอยในจุดเดิมได้ไม่ถึงนาที รถม้าสุดหรูคันหนึ่งแล่นเข้าใกล้ความเร็วสูง ด้านข้างห้องโดยสารเป็นตราสัญลักษณ์สีฟ้าอ่อน เหนือตราเป็นรูปพิราบขาวสยายปีก

 

เมื่อรถม้าหยุดลง ชายวัยกลางคนสวมสูทขาวดำ โบว์หูกระต่ายสีเข้าชุดเปิดประตูห้องโดยสารและก้าวขาลงมา เมื่อสายตาเหลือบเห็นกระเป๋าสตางค์ในมือลุงนีลล์ มันรีบถอดหมวกทักทายพร้อมกับกล่าว

 

“ท่านสุภาพบุรุษทั้งสอง เกรงว่ากระเป๋าสตางค์ใบนั้นอาจเป็นของเจ้านายกระผม”

 

“ตราสัญลักษณ์คือเครื่องพิสูจน์เป็นอย่างดีแล้ว แต่ขอโทษที่ต้องเสียมารยาท มันคือธรรมเนียมปฏิบัติตามปรกติ… ช่วยยืนยันมาด้วยว่า ภายในกระเป๋าสตางค์ใบนี้มีธนบัตรบรรจุอยู่เท่าไร?”

 

“ในฐานะพ่อบ้าน กระผมคงไม่มีสิทธิ์รับรู้จำนวนเงินของเจ้านายได้ ต้องขอเวลาสอบถามสักครู่”

 

“เชิญตามสบาย”

 

ลุงนีลล์ผายมือ

 

พ่อบ้านวัยกลางคนเดินกลับขึ้นรถม้าไป เมื่อมองผ่านกระตกหน้าต่างจะเห็นบุรุษสองคนนั่งสนทนาด้านใน

 

เพียงไม่นาน พ่่อบ้านคนเดิมเดินลงจากรถมาหาไคลน์และลุงนีลล์พร้อมรอยยิ้ม

 

“มากกว่าสามร้อยปอนด์ แต่ไม่มากไปกว่าสามร้อยห้าสิบปอนด์ เจ้านายของกระผมไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด”

 

ไม่ทราบจำนวนแน่ชัด…

คนรวยนี่มันรวยจริงๆ!

 

ถ้าตนต้องพกเงินมากขนาดนี้ออกจากบ้าน คงต้องนับซ้ำเป็นสิบๆ รอบเพื่อให้แน่ใจ ไคลน์ถอนหายใจยาวด้วยอารมณ์ริษยา

 

ลุงนีลล์พยักหน้าพลางยื่นกระเป๋าสตางค์คืนให้พ่อบ้าน

 

“ท่านเทพธิดาเป็นประจักษ์พยาน กระเป๋าสตางค์ใบนี้กลับคืนสู่มือเจ้าของแล้ว”

 

หลังจากรับกระเป๋าสตางค์ พ่อบ้านวัยกลางคนรีบนำธนบัตรออกมานับต่อหน้า เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 310 ปอนด์

 

“เจ้านายกระผมมีนามว่าเซอร์เดอไวล์ ท่านชื่นชมในความซื่อสัตย์ของบุรุษทั้งสองมาก จึงขอมอบเงินตอบแทนเล็กน้อยให้เป็นสินน้ำใจ ได้โปรดรับไว้ด้วย”

 

เซอร์เดอไวล์? ผู้ก่อตั้งบริษัทสินเชื่อเดอไวล์คนนั้นน่ะหรือ? ที่คอยสร้างหอพักให้บุคคลรายได้น้อยเช่าอาศัย

 

ไคลน์ระลึกถึงบทสนทนาระหว่างตนกับพี่ชาย เซอร์เดอไวล์เป็นบุคคลที่เบ็นสันให้ความเคารพชื่นชมมาก และมองว่าคุณงามความดีไม่น่าอยู่เพียงแค่ยศ‘เซอร์’ซึ่งเป็นระดับชั้นอัศวิน

 

“ต้องขอบคุณมาก เซอร์เดอไวล์ช่างมีจิตใจกว้างขวางดุจดังผืนสมุทร”

 

ลุงนีลล์ไม่มากพิธี มันรีบคว้าธนบัตรจำนวนสามใบที่พ่อบ้านยื่นให้

 

หลังจากยืนมองจนกระทั่งรถม้าเซอร์เดอไวล์ลับสายตาไป เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาและไม่พบใคร ชายชราหันมองไคลน์พร้อมโบกสะบัดธนบัตรทั้งสาม

 

“หนี้สามสิบปอนด์สะสางเรียบร้อย

 

“ฉันบอกไปแล้วว่ามันจะถูกจัดการในลู่ทางที่สมเหตุสมผล

 

“นี่คือพลังของเวทมนตร์ยังไงล่ะ”

 

…เวทมนตร์บัดซบ!

สะดวกสบายเกินไปแล้ว!

 

ไคลน์ตัดพ้อด้วยสีหน้าสุดทึ่ง

หลายนาทีถัดมา ขณะทั้งสองกำลังเดินขึ้นบันไดสำนักงานรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬ ไคลน์พลันเกิดคำถาม

 

“มิสเตอร์นีลล์ ทำไมคุณถึงไม่เรียกร้องเงินตอบแทนให้มากกว่านี้?”

 

“พวกเราไม่ควรโลภมาก โดยเฉพาะเงินที่ได้รับจากพิธีกรรมเวทมนตร์ ยิ่งไม่โลภจะยิ่งทำให้ชีวิตยืนยาวขึ้น”

 

ลุงนีลล์ตอบด้วยสีหน้าผ่อนคลาน

 

 

ภายในห้องเต้นรำขนาดใหญ่ที่มีโคมเทียนระย้ามากมายห้อยลงจากเพดาน เทียนไขจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเผาไหม้พร้อมกับส่งกลิ่นหอมฟุ้ง แสงสว่างจากเทียนไม่ด้อยไปกว่าการใช้โคมไฟแก๊สเลยสักนิด

 

บนโต๊ะยาวที่ทำจากเงิน จานอาหารหลายใบวางเรียงรายท่วมท้น ทั้งฟัวกราทอด สเต็กเนื้อ ไก่อบ ปลาลิ้นหมาทอด หอยนางรมอ่าวเดซี่ เนื้อแกะตุ๋น ซุปครีม และอาหารเลิศรสอีกมาก

 

แถมยังมีขวดแชมเปญหมอก ไวน์เออร์เมีย และไวน์แดงนันวีลล์ ขวดแก้วส่องสะท้อนแสงเทียนวิบวับราวกับพยายามกระตุ้นต่อมรับรสของผู้ดื่ม

 

พนักงานกั๊กแดงเดินถือถาดที่มีแก้วไวน์เปล่าวางเรียงจำนวนมาก มันบรรจงวางลงเบื้องหน้าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่แต่งกายหรูหราคนแล้วคนเล่า

ออเดรย์สวมชุดเดรสเอวสูงสีขาวซีด ชายกระโปรงบานยาว ประดับริ้วลูกไม้รอบตัว

 

เครื่องแต่งกายของเธอในวันนี้ประกอบด้วยเสื้อผ้าหนาหลายชั้นชวนให้อึดอัด

 

เสื้อรัดลำตัวคอยกระชับอกเอวให้เข้ารูป ขณะเดียวกันก็ทำให้หายใจลำบาก โครงสุ่มกระโปรงบานพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

 

เส้นผมสีทองถูกดัดลอนช่วงปลายแต่พองาม เครื่องประดับจำพวกตุ้มหู สร้อยคอ แหวนเพชร ทั้งหมดสะท้อนแสงเทียนระยิบระยับเข้ากันกับชุดเป็นอย่างดี

 

ล่างสุดเป็นรองเท้าเต้นรำสีขาวที่ประดับประดาด้วยเพชรและกุหลาบแดง

 

“วันนี้เราสวมเสื้อผ้ากี่ชั้นกันนะ? สี่ ห้า หรือหก?”

 

ออเดรย์ใช้มือขวาที่สวมถุงมือตาข่ายขาวสัมผัสชายกระโปรงบานของตน มือซ้ายถือแก้วไวน์ซึ่งบรรจุแชมเปญหมอกสีใส

 

ออเดรย์ปฏิบัติตัวแตกต่างจากสมัยอดีตโดยสิ้นเชิง เธอเคยชื่นชอบที่จะโดดเด่นและเป็นจุดสนใจของทุกคน แต่ปัจจุบันกลับเลือกปลีกตัวริมหน้าต่างด้วยท่าทางสุขุมสงบนิ่ง

 

หญิงสาวจิบแชมเปญพลางกวาดสายตามองฝูงชนราวกับเป็นเพียงผู้รับชม

 

บุตรชายคนเล็กของเอิร์ลวูล์ฟกำลังสนทนาอย่างออกรสกับบุตรสาววิสเคาต์คอนราด ชายคนนี้มีพฤติกรรมชอบขยับไม้ขยับมือตามจังหวะพูด หืม… ยิ่งเหวี่ยงแขนกว้าง คำพูดก็ยิ่งโอ้อวดเกินจริงสินะ เราสังเกตุมาสักพักจนเริ่มมั่นใจแล้ว… ชายคนนั้นมีนิสัยชอบกดคนอื่นให้ต่ำลงและยกตัวหางเองเสมอ เป็นกริยาของบุคคลที่ขาดความมั่นใจ ภาษากายบ่งบอกอุปนิสัยทั้งหมดอย่างกระจ่างชัด…

 

มาดามไดล่าใช้มือซ้ายปิดปากหัวเราะคิกคักหลายหนแล้วในวันนี้ หืม… เข้าใจล่ะ เธอกำลังพยายามอวดไพลินสมุทรเม็ดใหม่…

 

สามีของเธอ ดยุคนีแกน กำลังถกเครียดถึงสถานการณ์ปัจจุบันของอาณาจักรกับบุคคลระดับสูงของพรรคอนุรักษ์นิยม นับตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยง มีเพียงครั้งเดียวที่มันหันมาให้ความสนใจกับดัชเชสไดล่า

 

แทบไม่เคยสบตากันเลยก็ว่าได้…

 

หรือว่า หืม… ความรักที่พวกมันแสดงออกเป็นเพียงฉากหน้า?

 

บารอนลาร์ลี่ทำให้มาดามพานิสอมยิ้มไปแล้วเจ็ดครั้ง เป็นเหตุการณ์ปรกติ ไม่มีสิ่งใดน่าประหลาดใจนัก แต่เหตุใดเธอถึงจ้องมองสามีตนเองด้วยแววตาสำนึกผิด?

 

อ๊ะ… เธอกับสามีแยกย้ายกันไปหาเพื่อนแล้ว มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง… นั่นมันทางเดินไปสวนไม่ใช่หรือ?

 

 

ในงานเลี้ยงสุดหรูหรา ออเดรย์นั่งพิจารณารายละเอียดที่เธอไม่มีโอกาสได้เห็นในอดีต

 

คล้ายกับกำลังรับชมละครโอเปร่าก็มิปาน

 

“ทุกคนแสดงได้เยี่ยมมาก…”

 

เด็กสาวผมทองถอนหายใจ สายตาเปี่ยมด้วยความเฉยชา

 

ทันใดนั้น ออเดรย์สัมผัสถึงบางสิ่งผิดปรกติ เธอรีบหันศีรษะมองไปยังมุมมืดด้านนอกระเบียง

 

ณ จุดดังกล่าว สุนัขโกลเดนรีทรีเวอร์ตัวโตกำลังนั่งสงบนิ่ง สายตาจ้องมองออเดรย์ไม่กระพริบหรือหันไปไหน ร่างกายหลบซ่อนในเงามืดได้แนบเนียนยากจนจะพบตัว

 

ซูซี่…

 

มุมปากเด็กสาวพลันกระตุกระริก สีหน้าเริ่มรักษาความสุขุมไม่อยู่

 

เพียงไม่นาน ภาวะ‘ผู้ชม’ถูกยกเลิกด้วยหัวใจที่เต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร - เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

 

จบบทที่ ราชันย์เร้นลับ 52 : ผู้ชม

คัดลอกลิงก์แล้ว