เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ราชันย์เร้นลับ 51 : พิธีกรรมเวทมนตร์สำเร็จ

ราชันย์เร้นลับ 51 : พิธีกรรมเวทมนตร์สำเร็จ

ราชันย์เร้นลับ 51 : พิธีกรรมเวทมนตร์สำเร็จ


ราชันย์เร้นลับ 51 : พิธีกรรมเวทมนตร์สำเร็จ

 

ล้างหนี้ด้วยพิธีกรรมเวทมนตร์?

 

เป็นพิธีกรรมสาปแช่งให้เจ้าหนี้ถึงแก่ความตายอย่างนั้นหรือ? รึว่าสร้างธนบัตรปลอม?

 

ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ก็จัดการต้นตอของปัญหาเสียเลย?

 

 

ความคิดประหลาดพุ่งพล่านในหัวไคลน์ สายตาจ้องมองลุงนีลล์ด้วยอากัปกริยาตื่นตระหนก

 

ชายหนุ่มคิดเป็นจริงเป็นจังว่าตนควรแจ้งตำรวจ… ไม่สิ แจ้งเหยี่ยวราตรี!

ลุงนีลล์มองเข้าไปในแววตาไคลน์ มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ไม่เจืออารมณ์ขันแม้แต่น้อย

 

“แววตาของเจ้าเปี่ยมด้วยความโง่เขลา ความไม่เชื่อมั่น และความไม่เข้าใจ… ดันน์ยังไม่ได้บอกเจ้าเกี่ยวกับหลักปฏิบัติของ‘ผู้ส่องความลับ’อีกหรือ?

 

“ทำทุกสิ่งที่อยากทำ แต่ต้องไม่เดือดร้อนใคร!

 

“ถึงหลักปฏิบัติจะมาจากองค์กรชั่วร้ายอย่างนิกายมอสส์ก็เถอะ แต่ผู้วิเศษเส้นทางผู้ส่องความลับทั่วโลกได้พิสูจน์แล้วว่า นั่นคือหลักการที่ถูกต้องและควรยึดถือ สิ่งนี้จึงถูกปฏิบัติสืบทอดอย่างยาวนานจวบจนปัจจุบัน

 

“หลักปฏิบัติดังกล่าวจะช่วยลดอัตราการคลุ้มคลั่งของผู้ส่องความลับลงหลายระดับ ตรงกันข้าม พลังวิญญาณกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น!

 

“หากเคลือบแคลงในตัวฉัน ก็เท่ากับเคลือบแคลงในตัวผู้ส่องความลับทุกคน!”

 

“ขอโทษครับ”

 

ไคลน์รีบขอโทษโดยไม่ลังเล

 

มันลืมเสียสนิทว่า ดันน์·สมิทเคยอธิบายถึงหลักปฏิบัติของผู้ส่องความลับให้ฟังแล้ว

 

ลุงนีลล์มิได้โมโหหรือโกรธเคืองเป็นจริงเป็นจัง หลังจากแสร้งปั้นหน้าดุสองสามวินาที มันกลับมาส่งเสียงคิกคักอีกครั้ง

 

“ฮะฮะ! น่าเสียดายที่ผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายมีจำนวนน้อยมาก ฉันจึงไม่มีหลักปฏิบัติใดพอจะช่วยแนะนำให้เจ้าได้”

 

แต่ผมมีไดอารีจักรพรรดิโรซาย…

 

เดี๋ยวก่อน… บางที‘หลักปฏิบัติ’อาจเป็นส่วนหนึ่งของเทคนิค‘สวมบทบาท’

 

เมื่อข้อมูละเริ่มปะติดปะต่อ ไคลน์ผงกศีรษะเบาๆ พลางแสดงสีหน้าครุ่นคิด

 

ลุงนีลล์ไม่กล่าวสิ่งใด มันย้ายแจกันและอีกหลายสิ่งบนโต๊ะกลมไปกองไว้มุมห้อง

 

ถัดมาเป็นการหยิบเทียบไขสีดำอมแดงออกจากหีบเงิน ปากพลางพูดอธิบาย

 

“หากคนทั่วไปต้องการประกอบพิธีกรรมเวทมนตร์ พวกมันต้องปฏิบัติตามขั้นตอนโหราศาสตร์ที่ระบุไว้ในคู่มืออย่างละเอียด ต้องเลือกวันเวลาที่เหมาะสม

 

“ตัวอย่างเช่น วันประจำตัวเทพธิดาคือวันอาทิตย์ ช่วงเวลาที่เลือกต้องเป็นยามที่พระองค์ท่านครอบงำดวงจันทร์

 

“แต่สำหรับผู้วิเศษ เราไม่ต้องวุ่นวายขนาดนั้น โดยเฉพาะผู้วิเศษเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมอย่างพวกเรา หลักสำคัญมีเพียงวิญญาณดาราและพลังวิญญาณ

 

“แต่โดยทั่วไปแล้ว หากไม่มั่นใจในพิธีกรรมเวทมนตร์ที่จะประกอบ การเลือกปฏิบัติในวันเวลาที่เหมาะสมก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

 

“เอาล่ะ! นั่นคือกฎพื้นฐานที่ห้ามลืมโดยเด็ดขาด หลังจากนี้ จงจับตามองทุกขั้นตอนโดยไม่กระพริบตา”

ลุงนีลล์จัดแจงวางเทียนไขลงบนโต๊ะ โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเงยศรีษะมองชายหนุ่มและกล่าวด้วยเสียงขึงขัง

 

“ถึงจะเป็นผู้วิเศษ แต่ผู้วิเศษลำดับต่ำก็มิได้ทรงพลังขนาดนั้น จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากพลังภายนอกเพื่อประกอบพิธีกรรมเวทมนตร์

 

“แต่จงเลือกหยิบยืมพลังจากเทพหลักทั้งเจ็ดองค์เท่านั้น จะเป็นเทพธิดาหรือเทพแห่งวายุสลาตันก็ไม่ใช่ปัญหา

“ห้าม! พึ่งพาพลังจากตัวตนลึกลับโดยเด็ดขาด ไม่ว่าเทพนอกรีตเหล่านั้นจะมีผู้ศรัทธามากมายเพียงใด หรือกระทั่งมีพระคัมภีร์เป็นของตัวเอง

 

“เชื่อฉัน… อย่าได้ยื่นขาเข้าไปในประตูบานดังกล่าวโดดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะมิอาจถอนตัวตลอดไป เปรียบดั่งทางชันที่ลาดลง ไม่ว่าจะพยายามดิ้นรนสักเท่าไร แต่นั่นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมปลายทาง ช่วยได้เพียงประวิงเวลาให้ช้าลงเท่านั้น”

 

“ผมจะจำใส่ใจครับ”

 

ไคลน์ตอบเสียงค่อย จิตใจของมันรู้สึกเปราะบางน่าประหลาด

 

…พิธีกรรมเปลี่ยนดวงชะตาที่นำเราไปสู่มิติสายหมอก มันพึ่งพาพลังลึกลับภายนอกจากตัวตนประเภทใดกัน?

 

แถมยังมีอำนาจมากพอจะดึงผู้วิเศษรุ่นพี่อย่าง‘แฮงแมน’เข้ามาในห้วงมิติเดียวกันได้

 

ในสายตาไคลน์ แฮงแมนคือผู้วิเศษที่มีลำดับสูงพอสมควร …ไม่หกก็เจ็ด

 

ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างพิธีกรรม ตนยังได้ยินเสียงกระซิบที่ไม่ควรได้ยิน …นั่นไม่ใช่สัญญาณการคลุ้มคลั่งหรอกหรือ?

 

ท่ามกลางอารมณ์พะว้าพะวง ชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนบทสนทนาด้วยตัวเอง

 

“เหยี่ยวราตรีอย่างพวกเราควรหยิบยืมพลังจากเทพธิดารัตติกาลใช่ไหมครับ?”

 

“จะหยิบยืมพลังจากเทพแห่งวายุสลาตันก็ไม่มีใครว่า แต่เราก็มิอาจมั่นใจได้ ว่าเทพองค์อื่นจะมอบพลังด้วยเจตนาบริสุทธิ์เหมือนกับเทพธิดาหรือไม่ ผลลัพธ์ของพิธีกรรมอาจบิดเบือนไปในทิศทางที่ไม่สามารถคาดเดา”

 

ลุงนีลล์จริงจัง มันไม่รับมุกไคลน์

การร้องขอพลังจากเทพธิดารัตติกาลคือสิ่งที่เหยี่ยวราตรี‘ต้องทำ’ มิใช่‘ควรทำ’

 

หลังจากกล่าวจบ ชายชราหยิบเทียนไขสีแดงดำขึ้นมาอธิบาย

 

“เทียนไขที่ผลิตจากบุปผาจันทราและไม้จันทร์สีดำแดง ถือเป็นสัญลักษณ์แทนตัวเทพธิดาสีชาด พิธีกรรมเวทมนตร์จะได้ดำเนินไปอย่างราบรื่น”

ชายชราชี้นิ้วไปยังเทียนไขสีน้ำเงินดำ

 

“เทียนไขที่ผลิตจากวานิลลาราตรีและบุปผาหลับไหล ถือเป็นสัญลักษณ์แทนยามค่ำคืน”

 

เมื่อกล่าวจบ ชายชรานำเทียนไขน้ำเข้มไปวางที่มุมซ้ายสุดของโต๊ะกลม และเทียนไขแดงเข้มวางไว้ที่มุมขวาสุด

 

“ทำไมสัญลักษณ์แทนพระองค์ถึงมีเพียงสองล่ะครับ? ทั้งที่พระนามเต็มยังเหลือ ‘มารดาแห่งความเร้นลับ’ ‘จักรพรรดินีแห่งหายนะ’ และ ‘นายหญิงแห่งนิทราสงบสุข’”

 

ลุงนีลล์อมยิ้ม

 

“เป็นคำถามที่ดี”

 

“ก่อนจะถูกทำลายสิ้นซาก นิกายมอสส์และโบสถ์มีความสัมพันธ์ค่อยข้างดีต่อกัน ส่งผลให้โบสถ์ซึมซับอิทธิพลด้านพิธีกรรมเวทมนตร์ที่พวกมันชำนาญมาด้วย

 

“พวกมันเชื่อว่าทุกสรรพสิ่ง รวมถึงตัวเลข มีพลังวิญญาณแฝงอยู่ ทุกเลขล้วนเป็นเลขมงคลที่มีความนัย

 

“เช่นเลข 0 หมายถึงความไม่รู้และความวุ่นวาย มักใช้เป็นตัวแทนของเอกภพต้นกำเนิด เลข 1 หมายถึงจุดเริ่มต้น มักใช้เป็นสัญลักษณ์แทนพระผู้สร้าง เลข 2 หมายถึงเหล่าเทพที่ถือกำเนิดจากกายาพระผู้สร้าง เลข 3 หมายถึงต้นกำเนิดสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์วิเศษบรรพกาล

 

“การใช้เทียนไขระบุถึงเทพธิดาเพียงสองเล่ม ก็เพื่ออ้างอิงเลขมงคลตามหลักข้างต้น

 

“ส่วนเทียมไขเล่มที่สามจะถูกใช้แทนสัญลักษณ์ของ‘ตัวเรา’ผู้ประกอบพิธีกรรม ศาสตร์เลขมงคลนั้นมีความสำคัญกับพิธีกรรมเวทมนตร์ค่อนข้างมาก”

 

เลขสามหมายถึงสิ่งมีชีวิต? การถือกำเนิด?

 

ในฐานะนักรบคีย์บอร์ด ไคลน์พอจะทราบความหมายของเลขมงคลจีนในโลกเก่าอยู่บ้าง และเลขสามก็หมายถึง‘การเกิด’เหมือนกัน!

 

เมื่อเห็นชายหนุ่มแสดงสีหน้าครุ่นคิด ชายชราหยิบเทียนไขเล่มที่สามออกมาอธิบาย

 

“เล่มนี้หมายถึง‘ตัวเรา’ เป็นเทียนไขธรรมดาที่ผสมใบมินท์ลงไปเล็กน้อย จงจำให้ขึ้นใจว่า เทพธิดาชื่นชอบกุหลาบ เลม่อน มินท์ บุปผาจันทรา วานิลลาราตรี และบุปผาหลับไหลเป็นพิเศษ”

 

“หากมองอีกมุมหนึ่ง เทียนไขทั้งสามยังหมายถึงกายา พลังจิต และเทพสถิตย์ที่มีอยู่ในตัวเราทุกคน”

 

ขณะอธิบาย ลุงนีลล์วางเทียนไขเล่มที่สามลงไปยังจุดกึ่งกลางโต๊ะกลม

 

ถัดมา มันหยิบ‘สารสกัดจันทร์เต็มดวง’ขึ้นมาวางพร้อมกับหม้อต้มที่มี‘ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด’สลักอยู่

 

นอกจากนั้นยังมีอุปกรณ์เสริมอีกหลายชนิด จำพวกมีดเงินที่มีลวดลายแปลกตา น้ำบริสุทธิ์หนึ่งถ้วย และเกลือหินหนึ่งถาด

 

“สำหรับผู้วิเศษเส้นทางอื่นที่ไม่ชำนาญพิธีกรรม พวกมันจำเป็นต้องใช้กระดิ่ง บอลคริสตัล ถ้วยเงิน และกำยานช่วยประกอบพิธี

 

“แต่นั่นไม่จำเป็นสำหรับผู้ส่องความลับและนักทำนายอย่างเรา ลำพังภาชนะทั่วไปก็เพียงพอจะช่วยให้ประกอบพิธีลุล่วง”

 

ลุงนีลล์นำกระดาษหนังเทียมลายธนบัตรวางไว้ใต้หม้อต้มขนาดใหญ่ ก่อนจะนำปากกาขนนกทำเองมาวางรองขาหม้อไว้ข้างหนึ่ง

 

มันชำเลืองมองไคลน์ก่อนกล่าว

 

“พิธีกรรมเวทมนตร์จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่ควรถูกผู้ใดรบกวนโดยเด็ดขาด

 

“พิธีกรรมจะเริ่มต้นด้วยการเข้าฌาน จากนั้นเป็นการเพ่งสมาธิเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังวิญญาณในตัว

 

“ตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดคือ ตอนอยู่ที่บ้านของรีเอล·บีเบอร์ ฉันใช้สื่อกลางเป็นผงราตรีศักดิ์สิทธิ์ แต่คราวนี้จะใช้มีดเงิน

 

“อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญของพิธีกรรมคือ‘คาถา’ พวกเราจะใช้คาถาเป็นสารในการหยิบยืมพลังเทพ ให้เทพบันดาลผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

“คาถาควรสวดเป็นภาษาเฮอร์มิส ไม่ควรใช้เฮอร์มิสโบราณ เพราะมันมีรากฐานจากธรรมชาติ คล้ายคลึงกับภาษามังกรโบราณและภาษาเอลฟ์ การสวดด้วยภาษาเหล่านี้จะติดต่อกับโลกวิญญาณโดยไม่ผ่านการป้องกัน การท่องผิดเพียงเล็กน้อยจะนำพาไปสู่ตัวตนอื่นที่ไม่ใช่เทพธิดา

 

“เป็นสาเหตุสำคัญที่มนุษย์ต้องดัดแปลงมาเป็นภาษาเฮอร์มิสปัจจุบัน ประสิทธิภาพของมันยอดเยี่ยมกว่าในหลายด้าน

 

“เอาล่ะ ฉันจะเริ่มประกอบพิธีอย่างจริงจังโดยไม่อธิบายสิ่งใดเพิ่ม จงเฝ้ามองและจดจำอย่างตั้งใจ หากมีคำถามให้เก็บไว้ก่อน รอปรึกษาตอนที่พิธีกรรมลุล่วงแล้ว”

 

“เข้าใจแล้วครับ”

 

ไคลน์ขยับถอยหลังสองก้าว สายตาจ้องมองลุงนีลล์อย่างตั้งใจ

 

ทันใดนั้น นัยต์ชายชราฝั่งตรงข้ามตนพลันลุ่มลึกไร้ก้นบึ้ง กำแพงสายลมที่มองไม่เห็นเริ่มก่อรอบตัวบางเบา

 

ท่ามกลางความเงียบ พลังวิญญาณเริ่มแผ่ปกคลุมทุกอณูภายในมิติม่านกำแพงที่มองไม่เห็น เทียนไขทั้งสามเล่มถูกจุดในเวลาไล่เลี่ยกันด้วยจิตของลุงนีลล์

 

ถัดมา ชายชราหยิบมีดเงินวางลงบนถาดเกลือหินพร้อมกับท่องคาถาภาษาเฮอร์มิส

 

“มีดเงินบริสุทธิ์ · ข้าจักทำให้เจ้าศักดิ์สิทธิ์

 

“ข้าจักปัดเป่าชะล้างมลทิน · เจ้าจะคอยรับใช้ข้าตลอดพิธีกรรมครั้งนี้!”

 

 

“ภายใต้พระนามแห่งเทพธิดารัตติกาล ·  พระองค์ผู้เป็นสตรีสีชาด”

 

“มีดเงินจงศักดิ์สิทธิ์ ณ บัดนี้!”

 

หลังจากเสร็จสิ้นถ้อยคำสั้น แต่เปี่ยมด้วยพลังมหาศาล ลุงนีลล์หยิบมีดเงินขึ้นจากถาดเกลือหินและนำไปจุ่มแช่ในน้ำบริสุทธิ์ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกขึ้นพลางหมุนตัวหันหลังให้โต๊ะกลม ปลายแหลมของมีดถูกชี้ตรงไปเบื้องหน้า

 

มันรักษาระดับของมีดไว้เช่นนั้น ฝ่าเท้าเริ่มขยับก้าวเดินไปรอบโต๊ะจนครบหนึ่งรอบ

 

ทุกครั้งที่ทิ้งน้ำหนัก ไคลน์สัมผัสถึงพลังที่มองไม่เห็นพุ่งออกจากปลายแหลมของมีดเงิน ค่อนข้างคล้ายคลึงพลังวิญญาณ เกิดสายลมพัดบางเบาก่อตัวเป็นกำแพงวิญญาณรอบโต๊ะซ้อนทับอีกหนึ่งชั้น

 

จากนั้นไม่นาน แท่นบูชาโต๊ะกลมได้ถูกตัดขาดกับโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ ประหนึ่งด้านในกลายเป็นมิติโลกวิญญาณโดยแท้จริง

 

ลุงนีลล์หยุดเดินและหันหน้ากลับเข้าหาโต๊ะ มันหยิบขวด‘สารสกัดจันทร์เต็มดวง’ขึ้นมาเปิดผา ก่อนจะบรรจงหยดลงบนเทียนไขทั้งสามเล่มเรียงกันตามลำดับ

 

ซู่ว!

 

ควันบางๆ ลอยขึ้นไปในอากาศ ราวกับกลิ่นอายความเร้นลับแผ่กระจายทั่วมิติกำแพงใส ชายชราวางขวดลง สายตาชำเลืองมองกระดาษหนังเทียมอย่างเงียบงันนานกว่าสองนาที

 

ก่อนจะหยิบปากกาขนนกขึ้นมาเขียนคำว่า‘ควบคุม’ลงบนภาพเหมือนธนบัตรสี่เหลี่ยม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าตนสามารถ‘ควบคุม’เงินจำนวนนี้ได้

 

ถัดมาเป็นการวาด‘กางเขน’ทับลงไป เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการ‘ยกเลิก’

 

มาถึงจุดนี้ ชายชราก้มหยิบกระดาษหนังเทียมขึ้นมาถือด้วยมือซ้าย ปลายนิ้วชิ้วมือขางสัมผัสหว่างคิ้วสองครั้งเป็นการเข้าสู่ภาวะเนตรวิญญาณ

 

บรรยายภายในห้วงมิติกำแพงใสคล้ายอัดแน่นด้วยพลังวิญญาณมหาศาล ทันใดนั้น ลุงนีลล์ทำการท่องคาถาด้วยเสียงค่อย

 

“ขอวิงวอนต่อพลังรัตติกาล

 

“ขอวิงวอนต่อพลังสีชาด

 

“ขอวิงวอนต่อความอาทรของเทพธิดา

 

“ขอวิงวอนให้ตัวข้าได้รับเงินคืนเพื่อนำไปจ่ายหนี้สิน!

 

“วานิลลาราตรีและพฤกษาแห่งจันทร์แดงเอ๋ย… ได้โปรดเป็นพลังแก่คาถาของข้าด้วย!”

 

“บุปผาจันทราและพฤกษาแห่งจันทร์แดงเอ๋ย… ได้โปรดเป็นพลังแก่คาถาของข้าด้วย!”

 

 

ไคลน์แต่ได้ยืนทึ่งกับภาพเหตุการณ์สุดเหลวไหลเบื้องหน้า ในหัวกำลังเกิดความคิดอันประหลาดหลากหลาย

 

ขอกันตรงๆ แบบนี้ก็ได้หรือ?

 

ถึงจะกล่าวเป็นภาษาเฮอร์มิสก็เถอะ…

ไม่ใช่ว่าเทพธิดาจะพิโรธแล้วเพิ่มหนี้สินเป็นสองเท่าหรือไง?

 

ทันใดนั้น แสงเทียนไขสว่างวาบฉับพลัน

 

หลังจากสวดคาถาจบ ลุงนีลล์หลับตาเงียบงันราวสองนาที ก่อนจะลืมตาขึ้นและหยดสารสกัดจันทร์เต็มดวงลงไปในเทียนไขทั้งสามโดยเรียงลำดับ

 

กระดาษหนังเทียมในมือถูกยื่นไปยังเทียนไขธรรมดาซึ่งแทน‘ตัวเรา’

 

เพียงไม่นาน เปลวเพลิงร้อนจากเทียนเริ่มลนกระดาษจนเกิดลุกไหม้ ลุงนีลล์รีบโยนกระดาษหนังเทียมลงหม้อต้มทันที

 

มันหลบตาลงอีกครั้ง ราวกับกำลังใช้จิตสัมผัสถึงการมอดไหม้ของกระดาษหนังเทียมในหม้อ

 

เมื่อผ่านไปสักพัก ชายชราลืมตาและจ้องมองเข้าไปในหม้อใหญ่ที่สลักตราศักดิ์สิทธิ์แห่งความืด

 

ภาพแรกที่เห็นคือซากกระดาษหนังเทียมซึ่งกลายเป็นขี้เถ้าโดยสมบูรณ์

 

“เทพธิดาจงเจริญ!”

 

ลุงนีลล์ทำสัญลักษณ์สี่จุดบริเวณหน้าอก ก่อนจะดับเทียนไขทั้งสามเล่มโดยเรียงลำดับตรงข้ามจากปรกติ

 

เมื่อพิธีเสร็จสิ้น มันบรรจงใช้มีดเงินกรีดเฉือนกำแพงที่มองไม่เห็นจากบนลงล่าง

 

เพียงพริบตา สายลมเอื่อยอันอบอุ่นพลันพัดผ่านไปทั่วบ้าน ลุงนีลล์หันมากล่าวกับชายหนุ่มด้วยท่าทีผ่อนคลาย

 

“เรียบร้อย”

 

“เสร็จแล้ว?”

 

ไคลน์ถาม นัยน์ตาของมันสั่นระริก

 

“หนี้ถูกสะสางแล้วหรือ? ด้วยวิธีไหน?”

 

“ฉันเองก็ไม่ทราบ แต่มั่นใจว่าปัญหาคลี่คลายแล้ว… ในทางที่สมเหตุสมผล”

 

ชายชรากล่าวพลางยิ้ม

 

ให้ตายสิ… ไคลน์อึ้งจนหมดคำพูด

 

มันจะได้ผลจริงหรือ?

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร - เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

 

จบบทที่ ราชันย์เร้นลับ 51 : พิธีกรรมเวทมนตร์สำเร็จ

คัดลอกลิงก์แล้ว