เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ราชันย์เร้นลับ 44 : ชะตา

ราชันย์เร้นลับ 44 : ชะตา

ราชันย์เร้นลับ 44 : ชะตา


ราชันย์เร้นลับ 44 : ชะตา

 

บทกลอนชวนหลับไหลที่เลียวนาร์ดขับขานดังกังวาลทั่วบันไดวนที่ทำจากไม้ เสียงลุ่มลึกเล็ดลอดผ่านบานประตูเข้าไปในห้อง

 

จิตไคลน์เกิดการงัวเงียเล็กน้อย คับคล้ายได้เห็นแสงจันทร์สาดส่องบนผิวน้ำยามค่ำคืนที่เรียบสงบไร้คลื่น

 

เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง ร่ายกายโงเงนราวกับจะล้มทั้งยืน

 

ท่ามกลางความรู้สึกเดจาวูเลือนลาง ชายหนุ่มสัมได้ว่า มีบางสิ่งกำลังจ้องมองแผ่นหลังของตน มันทั้งไร้รูปร่างและไม่ชัดเจน ราวกับกำลังท่องตระเวณไปทั่วโลกวิญญาณ

 

ขณะด่ำดิ่งไปกับภาพมายา ไคลน์รีบดึงจิตกลับมาและทำสมาธิเพื่อเข้าฌาน

 

ด้วยสัมผัสวิญญาณที่เฉียบแหลมรวมถึงสมาธิอันเข้มข้น ไคลน์หลุดพ้นจากบทเพลงหลับไหลของนักกวีเที่ยงคืนอย่างฉิวเฉียด

 

แต่ถึงมันจะครองสติได้ ภาพการมองเห็นรอบตัวยังคงเฉื่อยฉาและจืดชืดปราศจากอารมณ์

 

ผ่านไปราวหนึ่งอึดใจ เลียวนาร์ดหยุดขับขานพลางหันมองไคลน์ด้วยรอยยิ้ม

 

“ผมเคยคิดมาสักพักแล้ว ว่าควรเบิกเงินหัวหน้าเพื่อซื้อพิณสักตัว การร้องเพลงอย่างเดียวโดยไม่มีเครื่องดนตรีประกอบช่างน่าเบื่อและไร้อารยะ คุณไม่คิดเช่นนั้นบ้างหรือ?

 

“ฮะฮะ! ผมล้อเล่น เอาล่ะ… ฟังจากเสียงด้านใน ตอนนี้พวกมันคงหลับกันหมดแล้ว”

 

เหยี่ยวราตรีผมดำนัยน์ตาเขียวผู้มีบรรยากาศนักกวี เลียวนาร์ด·มิเชล  มันเดินไปหยุดยืนหน้าประตูซึ่งกั้นแบ่งระหว่างพวกตนกับคนร้ายลักพาตัวและเหยื่อ

 

ในวินาทีที่หัวไหลเริ่มขยับ เลียวนาร์ดชกใส่กลอนประตูจนพังในหมัดเดียว

 

เปรี้ยง!

 

กลอนประตูถูกชกหล่นเข้าไปด้านในจนเกิดรูโหวขนาดใหญ่บนบานไม้

 

“การจะทำแบบนี้ได้ คุณต้องมีความแม่นยำและชำนาญมาก”

 

เลียวนาร์ดหันมายิ้มให้ไคลน์ขณะใช้มือล้วงเข้าไปปลดกลอนแบบขัด

 

ชายหนุ่มเริ่มได้สติกลับมา แต่มันไม่กล้าประมาทแบบเลียวนาร์ด ลูกโม่ถูกชักออกจากซองรักแร้ซ้ายอย่างชำนาญ ไคลน์ปลดโม่และหมุนหนึ่งช่องเพื่อให้กระสุนพร้อมยิงในนัดถัดไป

 

เมื่อประตูถูกเปิดอ้าเต็มบานด้วยฝีมือเลียวนาร์ด ไคลน์มองเข้าไปและพบกับชายคนหนึ่งกำลังหลับฟุบโต๊ะ ฝ่ามือห้อยลงกับพื้น ปลายนิ้วมีปืนกระบอกหนึ่งตกอยู่

 

ส่วนอีกคนกำลังขยี้ตาด้วยท่าทางงัวเงียอยู่บนพื้น พยามอย่างหนักที่จะพยุงตัวลุกขึ้น

 

เปรี้ยง!

 

เลียวนาร์ดซัดเข้าไปหนึ่งหมัดจนสลบซ้ำ

 

ขณะไคลน์กำลังจะเดินตามเข้าไป มันสัมผัสถึงความผิดปรกติจากชั้นล่าง ชายหนุ่มรีบหันปืนลูกโม่เล็งจ่อทางเดินบันไดทันที

 

กึก กึก กึก!

 

เสียงฝีเท้าเข้าใกล้ทุกขณะ บุคคลที่ปรากฏเบื้องหน้าไคลน์คือชายโค้ตน้ำตาลซึ่งไม่สวมหมวก มือของมันถือถุงกระดาษที่บรรจุขนมปังหลายชิ้น

 

เมื่อแหงนมองพบปากกระบอกปืน ชายโค้ตน้ำตาลชะงักฝีเท้าทันที

 

นัยน์ตาหดลีบเล็กตามสัญชาตญาณ แววตาสะท้อนภาพของบุรุษหนุ่มสวมหมวกทรงกึ่งสูง สูทดำ เชิ้ตขาว โบวหูกระต่ายสีดำเข้าชุด ไม้ค้ำเลี่ยมเงินที่ถูกพาดราวบันได และปืนลูกโม่สุดอันตรายในมือ

 

“อย่าขยับ! ยกมือขึ้น! สาม สอง หนึ่ง…”

 

เสียงไคลน์ลุ่มลึกแต่ผ่อนคลาย

 

มันใช้สองมือจับด้ามปืนแน่นถัด ภายในหัวกำลังจินตนาการถึงเป้าซ้อมยิง

 

ด้วยบรรยากาศสุดตึงเครียด ชายโค้ตน้ำตาลไม่มีทางเลือก มันวางถุงขนมปังลงตรงหน้าพร้อมกับบรรจงชูมือทีละนิด

 

“มิสเตอร์ นี่คือมุกตลกหรืออย่างไร? คุณต้องเข้าใจอะไรผิดแน่”

 

มันฝืนยิ้มขณะเพ่งมองปลายนิ้วไคลน์ที่เตรียมเหนี่ยวไกปืน

 

ชายหนุ่มมิอาจแยกแยะได้ว่า ชายคนนี้เป็นชาวบ้านบริสุทธิ์หรือผู้สมรู้ร่วมคิด แต่ไคลน์จะไม่ประมาทจนตัวเองตกที่นั่งลำบากเด็ดขาด

 

“อย่าขัดขืน อีกสักพักจะมีคนช่วยตัดสินให้เองว่า คุณเป็นผู้บริสุทธิ์จริงหรือไม่”

 

ทันใดนั้น เลียวนาร์ดที่จัดการคนร้ายลักพาตัวในห้องเสร็จ มันเดินออกมาเห็นไคลน์กำลังเล็งปืนใส่ชายโค้ตน้ำตาลตรงบันได

 

นักกวีกล่าวพลางอมยิ้ม

 

“แบบนี้นี่เอง… คนร้ายลักพาตัวมีผู้สมรู้ร่วมคิดช่วยซื้ออาหารมาส่งสินะ”

 

ทันทีที่ได้ยิน ชายไม่สวมหมวกใช้เท้าเตะถุงขนมปังให้กระเด็นไปทางไคลน์ เผื่อว่าจะช่วยบดบังการมองเห็นได้บ้าง แต่น่าเสียดายที่การกระทำของมันเปล่าประโยชน์ ไคลน์ลั่นไกปืนด้วยสีหน้าสงบนิ่งหนึ่งนัด

 

เยือกเย็นราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงเป้าซ้อม

 

ปัง!

 

โลหิตสาดกระเซ็นจากหัวไหล่ซ้าย

 

มันโงนเงนก่อนจะพยายามวิ่งหนีลงไปชั้นล่าง เป็นวินาทีเดียวกับที่เลียวนาร์ดคว้าราวบันไดและกระโจนลงไปด้วยเข่าคู่

 

เกิดเสียง‘ปึก’ดังค่อย เข่าเลียวนาร์ดกระแทกใส่ชายโค้ตน้ำตาลจากด้านบนจนมันสลบ

 

เลียวนาร์ดลุกยืนพร้อมกับปัดรอยเลือดออกจากกางเกง ก่อนจะแหงนหน้ามองไคลน์และอมยิ้ม

 

“ยิงได้ดี”

 

แต่ฉันเล็งที่ขา…

 

มุมปากไคลน์กระตุกเมื่อกลิ่นเลือดสดโชยเตะจมูก มันยังไม่ชินกับสถานการณ์แบบนี้สักเท่าไร

 

ไคลน์ได้เรียนรู้อีกเรื่องหนึ่งว่า แม้โอสถนักทำนายจะไม่ช่วยเสริมพลังทางกายภาพจำพวก จิตสัมผัสต่อสู้ ความเฉียบแหลมของสายตา รวมถึงประสาทสัมผัสหูที่ว่องไว

 

แต่ตัวมันสามารถมองทะลุสิ่งกีดขวางได้เล็กน้อย รวมถึงการได้ยินเสียงฝีเท้าเจือจางจากจุดห่างไกล แม้ในตอนแรกจะไม่ทราบว่าเป็นเสียงฝีเท้าก็ตาม

 

หรือนี่จะเป็นพลังจากสัมผัสวิญญาณ?

 

ไคลน์ครุ่นคิดกับตัวเอง ส่วนเลียวนาร์ดค้นตัวผู้สมรู้ร่วมคิดจนพบมีดสั้น มันทำการยึดและลากตัวชายโค้ตน้ำตาลเข้าไปในห้อง กองรวมไว้กับคนร้ายลักพาตัวที่เหลือ

 

ไคลน์เดินตามเข้าไปพร้อมปืนในมือขวาและไม้ค้ำในมือซ้าย ขณะเดียวกัน เอลเลียต·วิคโรลล์ที่ถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงปืน เด็กชายพยายามพยุงตัวยืนจากท่าถูกมัด

 

เลียวนาร์ดแก้เชือกออกจากตัวเอลเลียตนานแล้ว มันใช้มีดตัดแบ่งเชือกดังกล่าวและนำไปมัดร่างคนร้ายทั้งสี่แน่นหนา

 

เมื่อเชือกไม่พอ เลียวนาร์ดจะใช้มีดตัดเสื้อผ้าพวกมันและนำไปมัดแทนเชือก

 

ด้านชายโค้ตน้ำตาลที่ถูกยิงตรงหัวไหล่ เลียวนาร์ดทำแผลอย่างหยาบด้วยการใช้ผ้ารัดห้ามเลือด มันรังเกียจที่จะสัมผัสเลือดอีกฝ่าย จึงไม่ช่วยแคะกระสุนออกจากปากแผลก่อน

 

“พ…พวกคุณคือ?”

 

น้ำเสียงเอลเลียตเปี่ยมด้วยความยินดีหลังจากตื่นขึ้นมาเห็นฉากตรงหน้า

 

“เดาได้แม่นมากครับคุณหนูเอลเลียต”

 

เลียวนาร์ดกล่าวติดตลกในท่าคุกเข่า

 

นักกวีตัวปัญหาคนนี้มีอารมณ์ขันกับเขาด้วยหรือ?

 

ไคลน์ก้มหน้ามองเอลเลียตและอธิบาย

 

“พวกเราคือทหารรับจ้างที่บิดาของคุณหนูว่าจ้างมา จะเรียกว่าผู้คุ้มกันก็ได้”

 

“ฟู่ว! จริงหรือเนี่ย? ผมรอดแล้วใช่ไหม?”

 

เอลเลียตกล่าวอย่างโล่งใจ แต่เด็กชายยังไม่กล้าขยับตัวมาก

 

คงเป็นเพราะถูกกระทำอย่างรุนแรงตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ท่าทีของเด็กคนนี้จึงสงบเสงี่ยม นับว่าสุขุมเกินวัยมาก แตกต่างจากธรรมชาติของเด็กที่เอาแต่เล่นซนและโวยวาย

 

เลียวนาร์ดลุกยืน มันเหลือบมองไคลน์

 

“คุณลงไปข้างล่างและตามหาตำรวจที่กำลังลาดตระเวน บอกพวกเขาให้ช่วยแจ้งเรื่องกับพ่อค้ายาสูบ ผมไม่ต้องการเตร็ดเตร่ไปไหนมาไหนกับเด็กหนึ่งคนและพวกงั่งอีกสี่”

 

ไคลน์ที่กำลังกังวลว่าต้องทำสิ่งใดต่อ มันพยักหน้าอย่างว่าง่ายและเดินลงไปชั้นล่างพร้อมไม้ค้ำ ปืนพกถูกเก็บกลับซองรักแร้เพื่อให้ไม่เตะตาผู้คน

 

ขณะเดินลงบันได ไคลน์รู้สึกเหมือนตนหลงลืมอะไรบางสิ่ง

 

ทันใดนั้น เสียงเลียวนาร์ดดังมาจากห้องด้านบน มันกล่าวกับเอลเลียต

 

“คุณหนูไม่ต้องกังวล อีกประเดี๋ยวก็ได้พบกับท่านพ่อ ท่านแม่ และคุณพ่อบ้านครีแล้ว มาเล่นไพ่เกว็นท์กันสักเกมไหม?”

 

 

ไคลน์เกือบหลุดขำ

 

ชายหนุ่มเดินลงไปชั้นล่างสุดและถามหาตำรวจจากชาวบ้านในละแวก จนกระทั่งได้พบตำรวจลาดตระเวนสองนาย

 

ไคลน์ไม่ได้แสดงตราเหยี่ยวราตรีหรือตรากรมตำรวจ มันสวมบทบาทพนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัยและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยละเอียด

 

ส่วนการพกพาอาวุธปืน ไคลน์ไม่ได้เป็นกังวลมากนัก มันได้รับใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนทุกชนิดแล้วเมื่อสองวันก่อน สาเหตุที่ถูกอนุมัติรวดเร็วเพราะมีเส้นสายภายในจากกรมตำรวจช่วยลัดคิว

 

ตำรวจลาดตระเวนสองนายมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่นายหนึ่งจะรีบไปแจ้งข่าวกับตระกูลวิคโรลล์ ส่วนอีกนายเดินตามไคลน์ไปยังห้องที่เกิดเหตุ

 

หลังจากยืนเฝ้าในที่เกิดเหตุราวสี่สิบนาที เลียวนาร์ดแอบส่งสัญญาณกับไคลน์ขณะตำรวจไม่สนใจ

 

ทันใดนั้น นักกวีนัยตาเขียวและนักทำนายนัยน์ตาน้ำตาลรีบปลีกตัวจากที่เกิดเหตุอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง

 

“เชื่อผมเถอะ การไปสถานีตำรวจไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด แถมยังเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ถ้ามีจังหวะชิ่งได้ก็รีบทำ”

 

มันอธิบายด้วยท่าทีผ่อนคลาย

 

เมื่อเลียวนาร์ดรับปากว่าจะรับผิดชอบหากเกิดปัญหาตามมา ไคลน์จึงไม่โต้แย้ง มันเดินตามไปอย่างว่าง่าย

 

ราวห้านาทีถัดมา รถม้าส่วนตัวหรูหราได้แล่นมาจอดหน้าอาคารที่เกิดเหตุ พ่อบ้านครีลงจากรถพร้อมกับเจ้านาย มิสเตอร์วิคโรลล์

 

เมื่อพบตัวเอลเลียต ครียืนทึ่งอย่างไม่เชื่อสายตา มันไม่คิดว่าเหตุการณ์จะจบลงเร็วถึงเพียงนี้ ราวกับฝันไปไม่มีผิด

 

ทันใดนั้น ครีได้ยินเสียงดีดนิ้วดังจากด้านหลัง มันหันรีบกลับไปมอง

 

รถม้าเช่าสองล้อแล่นผ่านตึกที่เกิดเหตุและหยุดลง เลียวนาร์ดผมดำนัยน์ตาเขียวฉีกยิ้มกว้างให้ครีจากหน้าต่างห้องโดยสาร ก่อนที่มันจะดีดนิ้วซ้ำอีกครั้ง

 

รถม้าเช่าแล่นผ่านรถม้าตระกูลวิคโรลล์ไปอย่างเงียบงัน เลียวนาร์ดเลื่อนม่านปิดพร้อมกับหันมองไคลน์

 

มันยื่นมือขวาไปหา

 

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับคุณ”

 

พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น…

 

ไคลน์ส่ายศีรษะ

 

มันไม่เคยคิดว่าคดีลักพาตัวจะถูกคลี่คลายง่ายดายขนาดนี้ ชายหนุ่มกำลังท่ึ่งกับพลังของผู้วิเศษ ทั้งที่ตัวมันยังเป็นผู้วิเศษได้ไม่ถึงสัปดาห์ แต่สามารถใช้พลังระบุตำแหน่งปัจจุบันของเหยื่อได้แม่นยำ

 

สะดวกสบายฉิบ…

 

“การจับมือเป็นมารยาททางสังคมของชนชั้นสูงหลังจากประดาบ”

 

เลียวนาร์ดอธิบาย

 

“ผมทราบ”

 

ไคลน์เองก็มีเพื่อนเป็นชนชั้นสูงไม่น้อย

 

ชายหนุ่มยังคงมองไปนอกหน้าต่าง มันส่งเสียงถามพลางขมวดคิ้ว

 

“ดีแล้วหรือที่พวกเราไม่รอยืนยันผลงานกับมิสเตอร์ครี? ถ้าเขาคิดว่าตำรวจเป็นฝ่ายช่วยเหลือคุณหนูเอลเลียตออกมา ค่าจ้างจะหายไปครึ่งหนึ่งเชียวนะ”

 

ตั้ง 100 ปอนด์!

 

หลังจากพูดคุยก่อนเริ่มทำงาน พ่อบ้านครีคงไม่เคลือบแคลงว่าไคลน์และเลียวนาร์ดคือผู้พบเบาะแสแหล่งกบดาน …แต่ครีไม่มีทางทราบเลยว่าใครเป็นผู้จับกุมและช่วยเหลือ

 

“อย่าใส่ใจนักเลย สำหรับพวกเรา เงินทองไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”

 

เลียวนาร์ดยักไหล่

 

…แต่มันสำคัญกับฉัน!

 

ไคลน์ฝืนยิ้มแห้ง

 

“ถึงว่าทำไมนักกวีมักไส้แห้งตาย”

 

เลียวนาร์ดคิกคัก

 

“คุณหนูเอลเลียตคงไม่โกหก ผมสัมผัสได้ถึงความใสซื่อภายในตัวเขา ถึงภายนอกจะเยือกเย็นเหมือนผู้ใหญ่ก็เถอะ…

 

“แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้พวกเราได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน 200 ปอนด์จริง ส่วนแบ่งสำหรับคุณก็เหลือไม่มากหรอกนะ”

 

“ผมจะได้เท่าไร?”

 

ไคลน์ถามอย่างสนใจ

“ครึ่งหนึ่งจะถูกแบ่งให้มาดามโอเรียนน่าเก็บไว้เป็นเงินสำรองของหน่วย ส่วนที่เหลือจะแบ่งอย่างเท่าเทียมตามจำนวนคน น่าเสียดายที่คุณยังไม่ใช่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ส่วนแบ่งจึงเหลืออยู่ราวสิบเปอร์เซนต์”

 

10 ปอนด์? นั่นก็ไม่เลวนักหรอก…

 

ไคลน์แสร้งทำหน้าพึงพอใจก่อนจะถามต่อ

 

“คุณไม่กลัวบ้างหรือ? กลุ่มคนร้ายลักพาตัวอาจเอะใจหลังจากตื่นขึ้น ว่าพวกมันหลับไปเพราะพลังของผู้วิเศษ”

 

“พวกมันไม่มีทางนึกสงสัย ในสมองจะเข้าใจว่าอากาศดีจนเคลิ้มหลับไปเอง ส่วนบทกวีที่ผมขับขาน พวกมันจะคิดว่านั่นเป็นเสียงที่ดังในความฝัน… หน่วยเหยี่ยวราตรีเคยทดสอบและยืนยันเรื่องนี้มานานแล้ว”

 

เลียวนาร์ดอธิบายฉะฉานมั่นใจ

 

“หลักฐานเดียวที่ไม่ปรกติ คือกระสุนปราบมารที่่คุณยิงฝังเข้าไปในแขน แต่เราสามารถแก้ต่างได้ว่า คุณเป็นพวกคลั่งพิธีกรรมและหลงไหลศาสตร์เร้นลับ”

 

“เข้าใจแล้ว”

 

ไคลน์โล่งอก

 

แต่ความรู้สึกหนึ่งยังไม่เลือนหายไป มันคลับคล้ายว่าตัวเองกำลังมองข้ามหรือหลงลืมบางสิ่ง

 

 

หลังจากกลับถึงถนนซุตแลน ไคลน์ไม่รอให้พ่อบ้านครีมาติดต่อ มันเดินเท้าไปจนถึงบ้านเวิร์ชและเดินกลับถนนกางเขนเหล็กโดยเปลี่ยนเส้นทางไม่ให้ซ้ำเก่า ระหว่างทางยังแวะซื้อวัตถุดิบปรุงอาหารสำหรับมื้อดึก

 

มื้ออาหารของสามพี่น้องยังคงอบอุ่นและอิ่มเอมเช่นเคย บรรยากาศสนทนาเป็นไปอย่างออกรส แต่ถูกคั่นด้วยผู้มาเยือนแปลกหน้าครู่หนึ่ง …พนักเก็บเงินค่าแก๊ส อัตราอยู่ที่หนึ่งเพนนีต่อหนึ่งหน่วยมิเตอร์

 

เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท สามพี่น้องกล่าวคำอำลาและเดินกลับห้องตัวเอง

 

ไคลน์หลับสบายเฉกเช่นทุกคืน จนกระทั่งมันถูกปลุกโดยบางสิ่งด้านนอกห้อง ชายหนุ่มงัวเงียเปิดประตูห้องนอนอันว่างเปล่าที่ไม่มีใครอาศัยอยู่

 

มันผลักบานประตูไม้ที่มีจุดด่างดำเข้าไป ภาพแรกที่เห็นคือโต๊ะอ่านหนังสือสีเทา

 

บนโต๊ะมีสมุดวางอยู่หนึ่งเล่ม ปกทำจากกระดาษแข็งดำสนิท

 

ไคลน์สัมผัสถึงความรู้สึกเดจาวูอย่างเลือนลาง มันเดินไปที่โต๊ะและเปิดสมุดออกด้วยท่าทีเหม่อลอย

 

เมื่อพลิกไปหน้าแรก ชายหนุ่มได้พบกับภาพที่ตนคุ้นเคย มันคือภาพของใครบางคนที่สวมเสื้อผ้าหรูหราและเครื่องประดับศีรษะระยิบระยับ

 

…เดอะฟูล!

 

ใต้ภาพเดอะฟูลมีอักษรเฮอร์มิสโบราณเขียนไว้

 

“ทุกคนต้องตาย รวมถึงเรา”

 

หัวใจไคลน์แทบหยุดเต้นเมื่อมุมปากของเดอะฟูลในภาพโค้งขึ้นต่อหน้าต่อตา!

 

พรวด!

 

ชายหนุ่มลุกนั่งบนเตียงด้วยสีหน้าตกตะลึงสุดขีด มือขวาเลื่อนขึ้นมาสัมผัสบริเวณหัวใจที่กำลังเต้นโครมคราม

 

แสงจันทร์สีแดงจากภายนอกส่องทะลุม่านดำสนิทเข้ามาในห้องเล็กน้อย เมื่อกวาดสายตามองโดยรอบ เงาของชั้นหนังสือและโต๊ะอ่านหนังสือยังคงประจำในจุดเดิม ที่นี่คือห้องนอนตนไม่ผิดแน่

 

เมื่อครู่เป็นเพียงฝันร้าย

 

แต่ในฐานะนักทำนาย มันย่อมทราบว่าความฝันคือลางบอกเหตุจากโลกวิญญาณ ชายหนุ่มพยายามเค้นสมองตีความภาพดังกล่าวออกมาเป็นเบาะแส

 

ทันใดนั้น ร่างกายไคลน์พลันแข็งทื่อเมื่อตระหนักได้ว่า วันนี้ตนหลงลืมสิ่งใดไป…

 

ในวินาทีที่เสียงขับขานของเลียวนาร์ดดังกังวาลในหัว ไคลน์สัมผัสว่ามีบางสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังจ้องมองแผ่นหลังของตน

 

เป็นการจ้องมองที่แตกต่างจากผลข้างเคียงปรกติของโอสถในยามเข้าฌานและใช้เนตรวิญญาณ

 

มันมอบความรู้สึกเหมือนกับ… เดจาวู!

 

และตามคำบอกเล่าของหัวหน้าดันน์·สมิท หากตนสัมผัสถึงเดจาวูได้เมื่อไร

 

นั่นจะแปลว่า…

 

ไคลน์นั่งเอนหลังตรง มันพยายามยืนยันความรู้สึกตัวเองให้ชัดเจนอีกครั้ง

 

…ไม่ผิดแน่ ความรู้สึกเดจาวูหมายถึงสมุดบันทึก

 

สนุดบันทึกตระกูลอันทีโกนัส!

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร - เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

 

จบบทที่ ราชันย์เร้นลับ 44 : ชะตา

คัดลอกลิงก์แล้ว