เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 : โอสถเพลิงอัสนี

ตอนที่ 22 : โอสถเพลิงอัสนี

ตอนที่ 22 : โอสถเพลิงอัสนี


ในที่สุดทั้งคู่ก็กลับมาถึงตระกูลลี่

"นายน้อย ... ท่านลงมือกับคนตระกูลฟางเช่นนั้น ...มันจะไม่มีปัญหาหรือเจ้าคะ?"

เมื่อเด็กหนุ่มหันกลับไปมองสาวน้อยที่มีสีหน้ากังวล มันก็ยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะลูบหัวนางอย่างอ่อนโยน

"เค่อเอ๋อเจ้าไม่ต้องกังวล ไม่มีอะไรหรอก สิ่งที่เจ้าเห็นนั่นเป็นเพราะมันรนหาที่เอง ถ้าไม่มาหาเรื่องข้า มันก็คงไม่ต้องทิ้งชีวิตไว้เช่นนั้นหรอก" หลิงเทียนตอบออกมาพร้อมเสียงหัวเราะ

ในฐานะปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธจากชีวิตที่แล้ว เขาย่อมมีกฎส่วนตัวของเขา

ถ้าไม่มีใครมายุ่งกับเขาก็ดีไป! แต่หากใครร้าวรานเขามันต้องชดใช้เป็นร้อยเป็นพันเท่า!!

ฟางเฉียนคนนั้นกล้าข่มขู่เขาซ้ำยังจ้องจะเอาชีวิตเขา มันย่อมได้รับผลการกระทำของมัน

"ลูกเทียนเจ้าไปทำอันใดไว้กับตระกูลฟางเช่นนั้นรึ?"

ต้วนหลิงเทียนและเค่อเอ๋อพึ่งกลับมาถึง ลี่หลัวที่รอทั้งคู่อยู่กลับถามออกมาด้วยความสงสัยทันที

"ไม่มีอะไรมากหรอกท่านแม่" หลิงเทียนตอมออกมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ สงสัยแม่ของเขาจะได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ของเขากับเค่อเอ๋อ

"บอกความจริงกับข้า!" ลี่หลัวกล่าวถามออกมาพร้อมกับหรี่ตาลงราวกับจันทร์เสี้ยว เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ใช่คนโง่

"ไม่ได้มีอะไรมากจริงๆท่านแม่ แค่หนึ่งในสมาชิกตระกูลฟางขู่จะเอาชีวิตข้า... " หลิงเทียนกล่าวออกมาอย่างสบายๆ พร้อมกับเอามือลูบจมูก

"ใครที่กล้าข่มขู่ว่าจะเอาชีวิตลูกชายของข้า?!" หลิงเทียนยังอธิบายไม่ทันจบ ลี่หลัวกลับกล่าวตะโกนถามออกมาด้วยความโกรธ!

แววตาของนางฉายแววอำมหิตออกมา น้ำเสียงของนางเย็นชาจนสั่นสะท้านใจผู้ฟัง ...

"ข้าได้ยินมาว่าเป็นผู้ดูแลร้านยาของตระกูลฟาง แต่ท่านแม่ไม่ต้องกังวลอะไร ข้า ‘ดูแล’ มันไปเรียบร้อยแล้ว " หลิงเทียนตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"ฟางเฉียน? ลูกชายของฟางเต๋างั้นหรือ? " ลี่หลัวขมวดคิ้วก่อนที่จะถามออกมา นางจำได้ว่าฟางเฉียนเป็นลูกชายฟางเต๋าเจ้าของร้านยาสาขาหนึ่งของตระกูลฟาง

ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ด้านเต๋าแห่งการต่อสู้ของฟางเฉียนจะอยู่ในระดับเฉลี่ยของบุคคลทั่วไป แต่ว่ามันก็มีอายุ 20 กว่าปีแล้ว

ชายหนุ่มอายุขนาดนั้นกับกล้าข่มขู่ลูกชายวัย 15 ของเธอ ซ้ำมันยังกล้าขู่จะเอาชีวิตเขาอีกด้วย นางจะทำให้มันเสียใจที่กล้าทำอะไรเช่นนั้น ...

เวลานี้คลื่นแห่งความโกรธเริ่มปะทุในใจของนาง ยากที่จะระงับเอาไว้ได้!

"ลูกเทียนเขาทำร้ายเจ้าหรือไม่?"ลี่หลัวหันไปมองหลิงเทียนอย่างกังวลตั้งแต่หัวจรดเท้า จากลักษณะของนางตอนนี้ ถ้าฟางเฉียนผู้นั้นสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้หลิงเทียนรับรองมันไม่ได้ตายดีแน่!

"ท่านแม่อย่างกังวลเลย ข้าไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ไม่เชื่อท่านลองถามเค่อเอ๋อดูสิ โอกาสจะสัมผัสตัวข้ามันยังไม่มีด้วยซ้ำ" หลิงเทียนกล่าวออกมา หลังจากสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของมารดา

ลี่หลัวหันไปมองเค่อเอ๋อ ก่อนที่นางจะผงกหัวอย่างน่ารักราวกับลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆก้มจิกอาหาร

ตอนแรกนางก็กังวลว่านายน้อยจะได้รับบาดเจ็บ ทว่านายน้อยก็ไม่ได้เป็นอะไร แต่เมื่อนางคิดย้อนกลับไปถึงผลของคนที่หาเรื่องนายน้อยนั้น กลับทำให้นางหวาดกลัวจนใบหน้าน้อยๆเริ่มฉายแววกังวลเล็กน้อย

"เค่อเอ๋อ เหตุใดสีหน้าเจ้าไม่ค่อยดี เจ้าไม่สบายรึเปล่า?"ลี่หลัวถามขึ้นหลังจากที่เห็น สีหน้ากังวลของนาง

นางเริ่มมองว่าเค่อเอ๋อจะกลายมาเป็นลูกสะใภ้ของนางอยู่พักหนึ่งแล้ว ดังนั้นความกังวลที่นางมีต่อเค่อเอ๋อย่อมไม่น้อยกว่าความกังวลของหลิงเทียนที่มีต่อนาง

เค่อเอ๋อส่ายหน้าไปมาเบาๆ ตอนนี้สีหน้าของนางค่อยๆดีขึ้น

"มาๆ ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อน ... " ลี่หลัวกล่าวขึ้นก่อนที่จะจูงมือเค่อเอ๋อเข้าบ้าน

หลังจากที่แม่ของหลิงเทียนพาเค่อเอ๋อเข้าไปพักแล้ว แววตาของมันก็หรี่ลงเล็กน้อย

สำหรับเขาปฏิกิริยาของเค่อเอ๋อและความกังวลของนางนั้น..เป็นเรื่องปกติ เพราะนางไม่ได้เป็นแบบเขา...

กับคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับการนองเลือด..เหยียบย่ำซากศพของผู้อื่นเช่นเขาย่อมต่างกันไกลโข สำหรับเขาการฆ่าคนมันแทบไม่ต่างอะไรกับการเหยียบย่ำมดตัวหนึ่ง หัวใจของเขาชาชินกับเรื่องพวกนี้เต็มทีแล้ว

หลังจากที่หลิงเทียนเอาวัตถุดิบเข้าไปเก็บในห้อง เขาก็เดินไปกล่าวกับแม่ของเขาว่าจะไปข้างนอก แล้วเขาเดินออกมาจากบ้าน

ตอนนี้เขากำลังจะไปหา ผู้อาวุโส ลี่หัว

......

"หืม เด็กน้อยข้าคิดว่านี่ยังไม่ได้เป็นเวลานัดหมายของพวกเรา เจ้ามาหาข้าทำไมรึ? "

ดวงตาของอาวุโสลี่หัวหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นหลิงเทียน

"ผู้อาวุโส ข้ามีเรื่องมารบกวนท่าน ข้าอยากให้ท่านช่วยหลอมเม็ดยาให้ข้าหน่อย" ต้วนหลิงเทียนกล่าวความต้องการของเขาออกมา

“โอ้? เม็ดยาอันใดที่เจ้าต้องการ?” ลี่หัวกล่าวถามออกมาพร้อมเสียงหัวเราะ

"เม็ดยาเพลิงอัสนี" ประกายตาของหลิงเทียนค่อยๆสว่างขึ้น ในขณะที่กล่าวชื่อยา

"เด็กน้อย แม้เม็ดยาเพลิงอัสนีจะเป็นโอสถที่จัดอยู่ในหมวดหมู่โอสถปรับแต่งร่างกาย แต่ว่ามันก็มีค่าไม่น้อย ที่สำคัญคือข้าไม่มีแม้แต่สูตรที่จะหลอมมัน” ลี่หัวกล่าวออกมาอย่างจนปัญญา ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม

"ผู้อาวุโส หากข้าสามารถให้สูตรยาแก่ท่าน ท่านจะหลอมมันได้หรือไม่?" ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม เขาไม่สนใจท่าทีสลดของลี่หัว

"จะ...เจ้ายินดีจะมอบสูตรเม็ดยาเพลิงอัสนีให้แก่ข้า?" ลี่หัวกล่าวออกมาพร้อมความตื่นเต้น ลมหายใจของเขาแรงขึ้นเล็กน้อย

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอมโอสถ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โอกาสในการหลอมโอสถชนิดต่างๆ เพื่อสั่งสมประสบการณ์และพัฒนาทักษะด้านการหลอม

ถึงแม้เขาจะเป็นนักหลอมโอสถระดับเก้า แต่ว่าโอสถที่เขาหลอมได้ ก็มีน้อยนิดนัก ...

"ใช่แล้ว" ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า

"อาจารย์ของเจ้ายินยอมให้เจ้ามอบสูตรยาแก่ผู้อื่นเช่นนั้นหรือ?"ลี่หัว สูดลมหายใจเข้าอย่างยากลำบากในขณะที่ถามออกมา

"อาจารย์กล่าวกับข้าว่าสูตรยาที่ท่านมอบให้ข้า มันนับว่าเป็นของข้าแล้ว ข้าจะมอบมันให้แก่ใครก็ได้ตามที่ข้าพอใจ นอกจากนี้เม็ดยาเพลิงอัสนียังไม่ได้เป็นโอสถล้ำค่าอะไร มีนักหลอมโอสถในทวีปเมฆามากมายนักที่สามารถหลอมมันได้ง่ายๆ " หลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ

ไม่ได้ล้ำค่าอันใด?

หลังจากได้ยินคำกล่าวของหลิงเทียน ลี่หัวถึงกับต้องเม้มปากด้วยความเศร้าใจ

ถึงแม้จะมีผู้หลอมโอสถที่สามารถหลอมเม็ดยาเพลิงอัสนีได้อยู่บ้าง แต่ว่าธรรมชาติทั่วไปของผู้หลอมโอสถแล้ว ผู้ใดจะไม่หวงแหนสูตรยากันเล่า?

ต่อให้พวกเขามีสูตร แต่ใครจะยินดีมอบมันให้แก่ผู้อื่น?

ต่อให้เป็นเมืองที่ใหญ่กว่าเมืองวายุโปรยเม็ดยาเพลิงอัสนี ก็ยังมีราคาไม่น้อย

เม็ดยาเพลิงอัสนีเป็นโอสถที่ช่วยเหลือผู้บ่มเพาะในระดับการบ่มเพาะร่างกายอย่างมาก เมื่อกินมันลงไปแล้วทั่วร่างกายจะรู้สึกราวกับว่ามีเปลวเพลิงและอัสนีบาตปะทุไปทั่วร่าง มันจะช่วยเพิ่มขีดจำกัดของร่างกายและเร่งปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย ซ้ำยังช่วยให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย

ที่สำคัญหากใช้ร่วมกับโอสถเสริมกายา มันจะช่วยเพิ่มความเร็วให้การบ่มเพาะอย่างมาก ไม่ใช่แค่เท่าตัว มันจะส่งผลในการเพิ่มความเร็วการบ่มเพาะถึงสองเท่า!

"เด็กน้อย ข้าต้องขอบใจเจ้ามาก"ลี่หัวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะโค้งคำนับไปยังหลิงเทียน

สำหรับนักหลอมโอสถแล้ว สูตรยามีคุณค่าต่อชีวิตของพวกเขามากนัก

"ท่านผู้อาวุโสอย่าได้ทำเช่นนี้ ข้าให้สูตรยาแก่ท่าน อันที่จริงก็เพราะความเห็นแก่ตัวของข้า ข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่านในการหลอมโอสถ เพื่อใช้ในการบ่มเพาะร่างกายของข้า พวกเราต่างได้ประโยชน์กันทั้งคู่ จริงหรือไม่" หลิงเทียนกล่าวออกมาด้วยท่าทางซุกซนราวกับลิง หลังกล่าวจบมันยังแลบลิ้นออกมา

"เจ้าคิดเช่นนั้นไม่ได้หรอก การหลอมเม็ดยาเพลิงอัสนี ไม่ได้ลำบากอะไรกับข้าเลย มันใช้พลังงานต้นกำเนิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งสำคัญคือสูตรยาที่เจ้ามอบให้ต่างหาก มูลค่าของมันสูงนัก” ลี่หัวส่ายหัวพร้อมกับกล่าวออกมา

เรื่องที่เขากังวลคือราคาของสูตรยาเพลิงอัสนี ตราบเท่าที่ตระกูลลี่สามารถหลอมโอสถตัวนี้ได้ล่ะก็ ...

เรื่องที่ตระกูลลี่จะผงาดอยู่เหนือตระกูลเฉินและตระกูลฟางอยู่ไม่ไกลแล้ว!

"ถ้าผู้อาวุโสกังวลเรื่องราคา เช่นนั้นท่านก็มอบเงินหลังจากที่ขายได้ให้ข้าส่วนนึงเป็นไง" หลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม คิ้วของเขาโค้งขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์

"เจ้านี่นะเด็กน้อย เอะอะก็เรื่องเงินๆทองๆ เอาล่ะๆ ข้าจะพูดกับผู้นำตระกูลถึงเรื่องส่วนแบ่งให้เอง เจ้าไม่ต้องกังวล" ลี่หัวกล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหัว เขาสงสัยจริงๆทำไมเด็กน้อยคนนี้ถึงชอบเงินนัก

ถ้าหลิงเทียนรู้ความคิดของลี่หัวตอนนี้ รับรองมันต้องยิ้มเจื่อนๆออกมาเป็นแน่ ...

จากความทรงจำของจักรพรรดิที่กลับชาติมาเกิดในหัวของเขา ไม่ว่าจะหลอมโอสถ หรือหลอมสร้างยุทธภัณฑ์ทุกอย่างใช้เงินจำนวนมหาศาลแทบทั้งสิ้น

ตอนนี้เขายังอยู่ในระดับการบ่มเพาะร่างกาย ค่าใช้จ่ายจึงยังไม่ค่อยสูงสักเท่าไร

แต่หลังจากนี้ในตอนที่เขาต้องการตัดผ่านไปยังระดับก่อกำเนิดและพัฒนาพลังงานต้นกำเนิด รวมทั้งการเริ่มต้นหลอมโอสถและอาวุธด้วยตัวเองล่ะก็

ตอนนั้นค่าใช้จ่ายย่อมมหาศาล อย่างน่าหวาดกลัว

นอกจากหลอมสร้างโอสถและยุทธภัณฑ์แล้ว การจารึกอาคมต่างๆ หรือใช้มันเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างพลังงานต้นกำเนิดนั้น ราคาของวัตถุดิบต่างๆที่ต้องจ่าย มันน่าขนลุกมาก!

หลังจากที่คัดลอกสูตรยาให้แก่อาวุโสลี่หัวเสร็จสิ้น หลิงเทียนก็กลับที่พัก

ในระหว่างที่เขาเดินกลับ เขายังไม่ลืมที่จะกล่าวเตือนอาวุโสลี่หัว

"ผู้อาวุโสลี่หัว ข้าคงต้องขอรบการท่านเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ในการหลอมเม็ดยาเพลิงอัสนีสำหรับข้าด้วย ตอนนี้ข้ายากจนมาก ข้าคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าวัตถุดิบท่าน "

ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบก็จากไปทันที ...ผู้อาวุโสลี่หัวที่ได้ยินถึงกับต้องคิ้วกระตุก

"เด็กน้อยผู้นี้ เมื่อวานมันพึ่งได้รับเหรียญเงินจากข้าไปถึงพันเหรียญ ตอนนี้กลับบอกว่ายากจน เฮ่อ อายุมันยังไม่ได้มากมายอะไร ใยมันไร้ยางอายยิ่งนัก!" อดไม่ได้ที่ลี่หัวจะกล้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มขมขื่น หลังจากที่หลิงเทียนจากไป

หลังจากที่หลิงเทียนกลับมาถึงห้อง มันก็เอาวัตถุดิบที่ไปตระเวนซื้อกับเค่อเอ๋อวันนี้ออกมาทันที

ต้วนหลิงเทียนกำลังจะใช้วัตถุดิบพวกนี้ในการจารึกอาคม

‘อาคม สะกดการเคลื่อนไหว’ นี้มันเป็นอาคมที่หลิงเทียนเคยใช้เพื่อเอาชนะลี่เจี๋ย ถึงแม้ว่าอาคมนี้จะมีผลกับผู้บ่มเพาะที่มีระดับต่ำกว่าระดับบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 7 เท่านั้น การใช้มันกับผู้ที่อยู่ในระดับการบ่มเพาะร่างกายกันที่ 9 คงไม่ต่างอะไรกับการสะกิด และยั่วยุโทสะพวกมัน

แต่คราวนี้หลิงเทียนจะปรับปรุงและจารึกอาคมสะกดการเคลื่อนไหวที่แตกต่างจากของเดิมเล็กน้อย

หากเขาไม่สามารถฆ่าฟางเจี้ยนได้ด้วยระดับของตนเองหลังจากบ่มเพาะเป็นเวลาสองเดือนครึ่งแล้วล่ะก็ เขาจะใช้อาคมนี้เพื่อช่วยเหลือในการเอาชีวิตของมัน!

"ฟางเจี้ยน ตอให้เจ้ามีระดับบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 แต่เจ้าต้องตายด้วยมือของข้า!"

เมื่อนึกถึงวันที่ฟางเจี้ยนทำร้ายมันในห้องโถงของตระกูลลี่ ความโกรธแค้นก็ปะทุขึ้นมาในอกของหลิงเทียน มันไม่มีวันยกโทษให้ผู้ที่ทำร้ายมันอย่างเด็ดขาด

ตอนนี้สำหรับเขาและฟางเจี้ยนนั้นเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกเดียวกันไม่ได้ ไม่มันก็เขาต้องตายกันไปข้าง!!

ในขณะที่หลิงเทียนกำลังจะทำการจารึกอาคม

“ลูกเทียน” เสียงร้อนรนของลี่หลัวดังขึ้นจากด้านนอก

หัวใจของเขากระตุกเล็กน้อย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเรื่องอะไร

มุมปากของเขาฉีกยิ้มเยาะเย้ยออกมา

“เหอะ ตระกูลฟางตอบโต้ได้รวดเร็วดีจริงๆ! แต่พวกมันช่างกล้านักที่มาเอาเรื่องข้าถึงที่นี่ หน้าของมันนับว่าหนาใช้ได้”

"ท่านแม่หาข้าอยู่งั้นหรือ?" หลิงเทียนกล่าวตอบในขณะที่เปิดประตูออกไป

ลี่หลัวสูดหายใจเข้าลึกๆ หลังจากที่รีบร้อนวิ่งมา

เนื่องจากอาวุโสลำดับที่สามของตระกูลฟางมากล่าวถึงเรื่องที่หลิงเทียนลงมือสังหารฟางเฉียนแก่นาง ทำให้นางอยู่ในอาการตื่นตระหนก จึงรีบมายืนยันเรื่องนี้กับหลิงเทียน

ฟางเฉียนมีระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 6

แต่กลับถูกลูกชายของนางสังหาร? ลูกชายของนางพึ่งมาถึงระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 4 เมื่อเช้านี้เอง!

หลังจากรีบสอบถามความเป็นไปจากหลิงเทียนอย่างรวดเร็ว..

ลี่หลัวถึงกับตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ที่ได้รับฟัง

ยิ่งกว่านั้นนางยังรู้สึกทึ่งกับการที่ลูกชายของนาง สามารถสังหารฟางเฉียนด้วยการลงดาบเพียงครั้งเดียว! เพียงหนึ่งกระบวนท่า! ...

ผู้ฝึกยุทธ์ระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 4 สามารถสังหารผู้มีระดับบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 6 ลงได้ง่ายดาย

เพียงดาบเดียวที่พาดผ่านลำคอ!

แต่ลี่หลัวก็ตระหนักได้ว่า เพลงดาบของบุตรชายนางน่าหวาดกลัวถึงเพียงไหน

"เทียนเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้เหตุใดไม่บอกแม่ล่ะลูก?"

ลี่หลัวมองบุตรชายของนางด้วยความกังวล

"ก็ท่านแม่ไม่ได้ถามข้านี่นา ตอนนี้ตระกูลฟางมาเอาเรื่องเช่นนั้นหรือ?" หลิงเทียนกล่าวถามออกมาด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย

"ใช่แล้ว ตอนนี้อาวุโสลำดับที่สามฟางสิงและเจ้าของร้านยาตระกูลฟางรวมหัวกันมา พวกเขากำลังร้องเรียนให้ผู้นำตระกูลส่งมอบตัวเจ้า ... แต่เทียนลูกแม่ ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราเป็นฝ่ายถูก พวกมันผิดเองที่หาเรื่องลูกชายของแม่ก่อน อย่าว่าแต่สองคนนี้เลย ต่อให้ผู้นำตระกูลฟางมาด้วยตัวเอง เขาก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้! "

ลี่หลัวตบเบาๆไปที่แขนของหลิงเทียน

ตอนนี้นางสัมผัสได้อย่างรวดเร็วว่าลูกชายของนางนั้นสงบยิ่งกว่านางเสียอีก

นางคิดอะไรได้บางอย่าง ตอนนี้คิ้วของนางขมวดขึ้นด้วยความสงสัย

"ลูกเทียน นี่เป็นการฆ่าคนครั้งแรกของเจ้าไม่ใช่เหรอ เหตุใดเจ้าถึงสงบนักเล่า?"

จบบทที่ ตอนที่ 22 : โอสถเพลิงอัสนี

คัดลอกลิงก์แล้ว