เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 : ข้าคือ ต้วนหลิงเทียน!!

ตอนที่ 21 : ข้าคือ ต้วนหลิงเทียน!!

ตอนที่ 21 : ข้าคือ ต้วนหลิงเทียน!!


"นายน้อย ข้าอิ่มแล้วค่ะ"

เค่อเอ๋อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล หลังจากที่นางกินติ่มซำชิ้นสุดท้าย นางก็ดื่มนมถั่วเหลืองร้อนๆตามลงไป ก่อนที่จะกล่าวกับหลิงเทียนพร้อมมองเขาด้วยแววตาขอบคุณ

"อื้อ เดี๋ยวพวกเราไปเดินตลาดหาซื้อวัตถุดิบกันก่อน แล้วค่อยกลับบ้านกัน" หลิงเทียนกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนที่มันจะหยิบดาบพร้อมลุกขึ้นยืน

หลิงเทียนค่อยๆเดินลงไปยังชั้นล่างของเหลาเถาพฤกษา โดยมีสายตาของคนทั้งหมดจ้องมองมันตามหลังไป พวกมันต่างนึกถึงเหตุการณ์ที่เด็กหนุ่มกำลังจะประสบ

"มันไม่กลัวตายจริงๆ" เมื่อเฉินเม่ยเอ๋อเห็นหลิงเทียนเดินไปอย่างไม่เกรงกลัว อดไม่ได้ที่นางจะกล่าวออกมาอย่างเลื่อนลอย นางตัดสินใจเลิกกินอาหารที่เหลือก่อนจะเดินตามหลังหลิงเทียนไปพร้อมกับสาวใช้

แขกที่เหลือได้แต่มองตามเฉินเม่ยเอ๋อโดยที่ไม่ได้ลุกขึ้นตามไปแต่อย่างใด พวกมันจะรอชมเหตุการณ์จากทางหน้าต่าง

การสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเป็นธรรมชาติของมนุษย์

หน้าประตูของเหลาเถาพฤกษา ปรากฏร่างฟางเฉียนและเด็กหนุ่มจากตระกูลฟางทั้งสามคน กำลังมองไปยังเหลาเถาพฤกษาด้วยสายตาอำมหิต ราวกับว่าพวกมันกำลังเฝ้ารอคู่แค้นแต่ชาติปางก่อน

"นี่ก็นานแล้วนะ เหตุใดพวกมันยังไม่ลงมาอีก หรือมันจะขี้ขลาดหดหัวอยู่บนนั้นทั้งวัน? "

“เหอะ!ก่อนหน้านี้ทำเป็นเก่งกล้าสามารถ? พอเห็นศิษย์พี่เฉียนมาด้วย กลับกลายเป็นเต่าหดหัวไปซะแล้ว สารเลวเอ๊ย!”

"เฮ่! มันมานู่นแล้ว!"

ก่อนที่เด็กหนุ่มทั้งสามจากตระกูลฟางจะก่นด่าหลิงเทียนต่อไป ฟางเฉียนก็ส่งเสียงออกมาเมื่อมันเห็นหลิงเทียนก้าวเดินออกมาจากเหลา

ถึงแม้จะเป็นศัตรูกัน แต่พวกมันทั้งสามคนก็อดนับถือไม่ได้ มันช่างกล้าหาญชาญชัยอะไรขนาดนี้!

แน่นอนนอกจากนั้นแล้วพวกมันยังอิจฉาในความสามารถของหลิงเทียนอีกด้วย ...

"คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าจะกล้าโผล่หัวออกมา" ฟางเฉียนมองไปที่หลิงเทียนก่อนที่จะกล่าวออกมา

"แล้วทำไมข้าถึงต้องกลัว? ก็แค่สุนัขพิการสามตัวกับสุนัขตัวโตหนึ่งตัวขวางทางข้าเท่านั้น " หลิงเทียนกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส พร้อมส่งสายตาดูแคลนไปยังคนทั้งสี่

"ผู้ชายคนนี้ไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากที่ใดกัน ถึงยังกล้ายั่วยุให้ฟางเฉียนมีโทสะอีกเช่นนี้?" เฉินเม่ยเอ๋อกล่าวออกมาด้วยความทึ่ง หลังจากที่นางตามหลิงเทียนลงมา ตอนนี้นางอยู่ด้านหน้าของผู้คนที่มายืนมุงเพื่อรอดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

ผู้คนอื่นๆที่อยู่รอบๆ ก็คิดเช่นเดียวกันกับเฉินเม่ยเอ๋อ แต่ว่าส่วนมากของพวกมันกลับส่งสายตาทอแววเห็นใจหลิงเทียนออกมา

"หุบปาก ไอเด็กบัดซบ ! วันนี้หากเจ้าไม่ตาย อย่าเรียกข้าว่าฟางเฉียน! "

หลังจากที่เจอสายตาไม่แยแสและวาจาโอหังของหลิงเทียน ฟางเฉียนโกรธจนเนื้อเต้น ตอนนี้มันเตรียมจู่โจมหลิงเทียนให้ตายตก

ในฐานะผู้บ่มเพาะร่างกายระดับ 6 กำลังของมันมีมากกว่า 1,000 จิน!

"ไม่ใช่แค่เจ้าที่อยากให้ข้าตาย แต่ข้ากลัวว่าอย่างเจ้าคงไม่มีปัญญาทำอะไรข้า" ต้วนหลิงเทียนแสยะยิ้มออกมาก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา มือข้างนึงเขาชักดาบออกมา ส่วนอีกข้างจับมือของเค่อเอ๋อไว้ เขาค่อยๆก้าวออกมาเผชิญหน้าฟางเฉียนอย่างไม่เกรงกลัว

"เขาคิดจะทำอันใดกันแน่?" เมื่อผู้คนสังเกตเห็นหลิงเทียนจูงมือเค่อเอ๋อออกมาพวกเขาถึงกับงุนงง อย่าบอกนะว่าเขาคิดจะใช้ความน่ารักของสาวน้อยนางนั้น เพื่อขอความเมตตาจากฟางเฉียน

ณ หน้าต่างบานหนึ่งบนชั้นสามของเหลาเถาพฤกษา

"เด็กน้อยนั่นช่างน่าสนใจ ข้าสงสัยจริงๆว่าเขามาจากไหน ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอื่นเลย..แค่ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และความสงบของเขา ก็สูงกว่าเด็กวัยเดียวกันไปมาก " ผู้จัดการหม่ามองหลิงเทียนด้วยความทึ่ง

สายตาของฟางเฉียนเริ่มเย็นชาลง มุมปากมันเริ่มฉีกยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

ความคิดของมันตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากผู้ชมรอบๆ มันกำลังคิดว่า หลิงเทียนต้องนำสาวน้อยนางนั้นมาอ้อนวอนขอความเมตตาจากมัน

แต่เขาจะเมตตามันงั้นเหรอ?

แน่นอนว่าไม่มีวัน ...

"ตาย!"

ฟางเฉียนตะโกนออกมา ก่อนที่จะกระทืบพื้นส่งตัวออกไป

ด้วยความแข็งแกร่งของผู้บ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 6 กำลังที่มากถึง 1,000 จิน ทำให้เขาพุ่งตัวออกไปหาหลิงเทียนราวกับกระสุนปืน ...

กำปั้นที่รวบรวมกำลังของเขาทั้งหมดพุ่งจู่โจมไปยังบริเวณส่วนอกของหลิงเทียน

ทักษะการต่อสู้สีเหลืองระดับกลาง เพลงหมัดเคืองแค้น!

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้คนฝ่าสายลมมาเข้าหู ทำให้ฟางเฉียน แสยะยิ้มออกมา ราวกับว่าเขากำลังเห็นภาพของหลิงเทียนบาดเจ็บสาหัสปางตาย อ้อนวอนขอชีวิตของเขา

ในขณะที่ฟางเฉียนโจมตีผู้คนต่างกรีดร้อง บางคนก็เงียบราวกับถูกภาพตรงหน้าบีบหัวใจ!

เด็กหนุ่มทั้งสามคนจากตระกูลฟางเผยสีหน้ายิ้มเยาะออกมา

ผู้ใดกล้ามีเรื่องกับพวกข้า มันต้องตาย!

"ชายคนนี้…"

เฉินเม่ยเอ๋อขมวดคิ้ว

ถึงแม้ชายตรงหน้าจะดูแคลนและเมินเฉยเธอตลอดเวลา

แต่ใจของเธอกลับไม่ได้เกลียดอะไรเขา เธอแค่อยากรู้จักเขา อยากรู้ว่าเขาเป็นใครเท่านั้นเอง

"หยุดนะ!"

ในที่สุดเฉินเม่ยเอ๋อก็ทนดูไม่ได้ นางตัดสินใจพุ่งออกไปด้านหน้าเพื่อหยุดฟางเฉียน

แต่น่าเสียดาย ที่การกระทำของเธอมันสายเกินไป

กำปั้นที่พุ่งออกมาราวกับกระสุนปืนกำลังพุ่งไปยังหน้าอกของหลิงเทียน ...

ต่อให้ตอนนี้ฟางเฉียนคิดจะหยุดมือเขาก็ไม่สามารถทำได้แล้ว! นับประสาอะไรกับการที่เขาคิดจะฆ่ามัน

"เค่อเอ๋อ ผ่อนคลายร่างกายของเจ้า!"

ปากของหลิงเทียนขยับกล่าวกับเค่อเอ๋อออกมา ก่อนที่เขาจะโอบเอวของนางเอาไว้ พร้อมกับเอนกายหลบหมัดของฟางเฉียนราวกับนกนางแอ่น

นี่แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของร่างกายและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ หลังจากบ่มเพาะทักษะเก้ามังกรจักรพรรดิ์สงคราม รูปแบบอสรพิษ! ความยืดหยุ่นที่พลิกเอวเอนกายหลบมาโดยไม่เสียหลัก ความแข็งแกร่งของมือและขาที่สามารถดึงตัวเค่อเอ๋อออกมาพร้อมประคองไว้อย่างนิ่มนวล

กำปั้นของฟางเฉียนไม่อาจสัมผัสได้แม้แต่ชายเสื้อของหลิงเทียน ...

ฟึ่บ!!

เคร้ง ฉัวะ!

ในขณะเดียวกันกับเสียงหมัดจั่วลมดังขึ้น เสียงชักดาบพร้อมกับกรีดเฉือนก็ดังขึ้น!

พริบตาต่อมา

ทุกคนได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างตะลึง

สายตาของฟางเฉียนหมองลงในพริบตา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง...สองมือกุมคอเอาไว้อย่างแน่นหนา หากแต่ว่าไม่อาจหยุดสายโลหิตที่หลั่งไหลออกมาได้...

ในที่สุดเขาก็ไม่เหลือสติประคองร่างกายอีกต่อไป ร่างของเขาล้มลงราวกับหุ่นกระบอกไร้ด้ายพยุง

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบสงัด

บริเวณหน้าร้านเถาพฤกษาไร้สิ้นสำเนียงสรรพเสียงใดๆ

สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังร่างไร้วิญญาณของฟางเฉียน...

ผู้ดูแลร้านยาสาขาของตระกูลฟาง ที่มีระดับบ่มเพาะร่างกายขั้น 6 ตกตายลงง่ายดายเช่นนี้?

ยิ่งกว่านั้นผู้ที่มอบนิทรานิรันดร์ให้แก่มันยังอายุไม่ถึง 16 ปี!

อ่า! โอ้! เฮ่อ!

......

หลังจากเสียงเงียบลงอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เสียงถอนหายใจและเสียงสบถก็ดังระงมกลบเสียงสายลม ความเงียบสงัดหน้าร้านเถาพฤกษาถูกพรากไปในลักษณะเช่นนี้...

สายตาทุกคู่ของทุกคนเบนจากร่างไร้วิญญาณของฟางเฉียน ไปยังร่างของบุรุษหนุ่มที่อยู่ถัดไปไม่ไกล

บุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาถือดาบอย่างองอาจด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งโอบเอวสตรีไว้อย่างอ่อนโยน...

...สิบย่างก้าวคร่าชีวัน..พันลี้ไร้คู่ต่อกร...

ในขณะที่ทุกคนจ้องมองชายหนุ่มด้วยสายตานับถือ เสียงของเขาก็ดังขึ้น

"เจ้าทั้งสามจากตระกูลฟาง หากพวกเจ้ายังไม่คิดจะจบเรื่องราวในครั้งนี้ พวกเจ้าสามารถตามหาข้าได้ที่ตระกูลลี่ จำใส่กะโหลกหนาๆ ของพวกเจ้าเอาไว้จะได้หาเรื่องไม่ผิดคน ข้า คือ ต้วน หลิง เทียน! "

เสียงอหังการดังขึ้นทะลุประสาทรับฟังของทุกผู้ มันสลักลงไปยังจิตวิญญาณของคนทั้งหมด

"ข้าคือต้วนหลิงเทียน!"

ประโยคนี้ยังก้องซ้ำไปซ้ำมาในหูของทุกคน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้คนได้ยินนามนี้

เมื่อราวๆครึ่งเดือนก่อน นามต้วนหลิงเทียนนี้ บรรลือลั่นไปทั่วเมืองวายุโปรย

สมาชิกของตระกูลลี่ที่ไม่ได้ใช้แซ่ของตระกูลลี่ ต้วนหลิงเทียน!

"เช่นนั้นเขาคือ ต้วนหลิงเทียน? ต้วนหลิงเทียนที่ลั่นวาจาไว้เมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว ว่าจักไปเยือนตระกูลฟาง พร้อมกับเอาชีวิตของฟางเจี้ยน ผู้ดูแลตระกูลฟาง"

"ไม่ผิด น่าจะเป็นเขา ...แต่ข้าไม่คิดเลยว่าเขาจะน่ากลัวถึงเพียงนี้!"

"ข้าไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเขาลงมือเช่นไร เห็นอีกทีลำคอของฟางเฉียนก็ถูกสะบั้นไปแล้ว เป็นดาบที่รวดเร็วยิ่งนัก! "

"พวกเจ้าดูสิ เขามีระดับการบ่มเพาะร่างกายแค่ขั้นที่ 4 เหตุใดเขาสามารถสังหารผู้มีระดับบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 6 ราวกับตัดหญ้าเช่นนั้นกัน หากไม่เห็นกับตาข้าไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด"

......

ผู้คนไม่อาจหยุดยั้งการสนทนาเกี่ยวกับหลิงเทียนได้ น้ำเสียงของพวกเขาทั้งหมดเต็มไปด้วยความนับถือแฝงความหวาดกลัว

ปรากฏว่าชายหนุ่มคนนี้กลับเป็นบุรุษเย่อหยิ่งแห่งตระกูลลี่ ที่ลั่นวาจาท้าผู้ดูแลฟางเจี้ยนที่มีระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 9 เอาไว้อย่างโอหัง!

"ต้วนหลิงเทียน!"

"ระ..รีบพะ..พา ศพ..ศิษย์พี่ไปหาผู้ดูแล!"

"พะ..พวก เรา.ต้อ..ต้องไปขอคำอธิบาย..กะ..กับ ตระ..ตระกูลลี่แน่!"

สามหนุ่มตระกูลฟางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตอนนี้พวกมันหวาดกลัวหลิงเทียนเป็นอย่างมาก หลังจากกล่าวกับหลิงเทียนด้วยเสียงสั่นราวกับนกหวาดเกาทัณฑ์ พวกมันก็รีบนำศพฟางเฉียนไปหาผู้ดูแลตระกูล

"ต้วนหลิงเทียน? เขาคือ ต้วนหลิงเทียน คนนั้นหรือ? "

หลังจากเฉินเม่ยเอ๋อหายจากอาการตกตะลึง นางก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มซุกซน

ตราบใดที่นางต้องการ นางสามารถไปหาหลิงเทียนที่ตระกูลลี่ได้ทุกเมื่อ ต่อให้เขาไม่อยากเจอหน้านาง นางก็สามารถไปดักรอเขาได้...

"พวกเรากลับ!"

เฉินเม่ยเอ๋อกล่าวกับสาวใช้ของเธอ ก่อนที่ทั้งสองจะกลับตระกูลเฉิน

ฝูงชนที่ล้อมรอบอยู่ด้านหน้าร้านเถาพฤกษาก็ค่อยแยกๆย้ายกันไป แต่บทสนทนาของทุกคนยังคงเป็นเรื่องของหลิงเทียนไม่เปลี่ยนแปลง

หัวข้อหลักของการสนทนา กลับกลายมาเป็นต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง หลังจากที่มันเคยดังกระหึ่มเมื่อครึ่งเดือนก่อน

ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นตัวของหลิงเทียนแต่อย่างใด

แต่นับจากนี้ต่อไปพวกเขาได้ประจักษ์แล้วว่าตัวตนของหลิงเทียนเป็นเช่นไร และฝีมือของเขาน่าหวั่นเกรงขนาดไหน!

ระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 4 เคลื่อนไหวเพียงหนึ่งกระบวนท่า กลับปลิดปลงชีวิตของผู้บ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 6 ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต่างอะไรกับตัดหญ้า

ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาพวกเขาไม่มีวันเชื่อเรื่องเพ้อเจ้อเหลวไหลเช่นนี้แน่ แต่ตอนนี้พวกเขาได้ประจักษ์ด้วยสองตา ต่อให้มันจะน่าเหลือเชื่อสักเพียงใด พวกเขาก็ได้แต่ยอมรับมัน

"เขาเป็นคนของตระกูลลี่ ต้วนหลิงเทียน?"

บนชั้นที่สามของเหลาเถาพฤกษา ประกายตาของผู้ดูแลหม่า เปล่งประกายลุกโชนออกมา

"การลงดาบของเขาว่องไวจนไม่น่าเชื่อ ...เพียงการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 4 กลับสามารถสะบัดดาบด้วยความเร็วขนาดนี้ได้ หากเขามีระดับการบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 7 จะว่องไวถึงเพียงไหนกัน ถ้าเขาสามารถบ่มเพาะจนมีระดับการบ่มเพาะร่างกายจนถึงขั้นที่ 7 การสังหารฟางเจี้ยนที่เป็นผู้ดูแลตระกูลฟาง คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับเขา!

"เฮ่อแต่การจะก้าวเข้าสู่ระดับบ่มเพาะร่างกายขั้นที่ 7 จากขั้นที่ 4 ในเวลาเพียง 2 เดือน มันเป็นไปไม่ได้ แม้ว่าข้าจะได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก แต่ข้าก็มั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนที่จะรนหาที่ตาย ถ้าเขากล่าวว่าสามารถสังหารฟางเจี้ยนได้ย่อมแปลว่าเขาต้องมีความมั่นใจอยู่ไม่น้อย! ข้าจะรอดู ...

ณ ตลาดของครอบครัวลี่

ต้วนหลิงเทียนใช้เหรียญเงินจำนวนไม่น้อยซื้อวัตถุดิบในตลาดตระกูลลี่ ก่อนที่จะเดินเล่นกับเค่อเอ๋ออยู่สักพักหนึ่ง หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็กลับตระกูลลี่ไปด้วยกัน

เมื่อได้รับวัตถุดิบเหล่านี้ หลิงเทียนก็ผ่อนคลายลงมาก

"ฟางเจี้ยน อีกสองเดือนเจ้าจะตายไร้ที่ฝัง!"

แววตาของหลิงเทียนลุกโชนไปด้วยเพลิงแห่งความแค้น มุมปากของเขาฉีกยิ้มออกมาราวกับปีศาจ

"นายน้อย ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ?"

เมื่อเค่อเอ๋อสังเกตุเห็นท่าทางที่น่าหวาดกลัวของหลิงเทียน นางถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

"ข้าสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร แล้วเจ้าล่ะเค่อเอ๋อ ที่หน้าเหลาเถาพฤกษาก่อนหน้านี้ เจ้าไม่กลัวรึไง? "

ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวออกมา มือของเขาลูบศีรษะของสาวน้อยตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

"นายน้อยบอกจะไม่ให้ข้าติดตามไปหากหวาดกลัว เค่อเอ๋อเลยไม่กลัวอะไรเจ้าค่ะ" เด็กสาวส่ายหัวอย่างน่าเอ็นดู

"ดี" หลิงเทียนพยักหน้า

ถึงเขาจะวางแผนทำให้เค่อเอ๋อมีจิตใจเข้มแข็ง แต่เขาก็ไม่ได้กะจะให้นางเห็นฉากเลือดสาดในทันทีแบบวันนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป

ถ้าเขาทำรุนแรงเกินมันอาจจะเป็นการบีบคั้นอารมณ์ของเค่อเอ๋อมากเกิน มันอาจทำให้จิตใจของนางแตกสลายได้

อีกทั้งถ้าเขานำนางไปประสบเหตุการณ์ที่รุนแรงในขณะที่เขายังไม่แข็งแกร่งมากพอมันอาจทำให้นางได้รับอันตรายได้อีกด้วย

และนั่นเป็นสิ่งที่หลิงเทียนไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด

จบบทที่ ตอนที่ 21 : ข้าคือ ต้วนหลิงเทียน!!

คัดลอกลิงก์แล้ว