- หน้าแรก
- รวย รวย รวย ภารกิจพิชิตหนี้หมื่นล้าน
- บทที่ 232 - ความกระตือรือร้นของพวกเขา
บทที่ 232 - ความกระตือรือร้นของพวกเขา
บทที่ 232 - ความกระตือรือร้นของพวกเขา
บทที่ 232 - ความกระตือรือร้นของพวกเขา
"นี่ไม่ใช่การช่วยแก้ต่างหรอกครับ คนเราไม่ใช่จื้อเซี่ยเสียหน่อย จะไปทำทุกอย่างให้มันราบรื่นไร้ที่ติได้ยังไงกัน อีกอย่าง ต่อให้เป็นจื้อเซี่ยก็ยังทำได้ไม่สมบูรณ์แบบ 100% เลย ระบบที่ติดตั้งไว้ภายในก็เก็บความรู้ได้แค่อาชีพเดียว แถมยังไม่ใช่ทั้งหมดด้วย ยังต้องคอยอัปเดตอยู่เรื่อยๆ เพราะงั้น การที่คนเราไม่สามารถทำอะไรให้เพอร์เฟกต์ได้ 100% ทำผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ บ้าง มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับ?"
คำพูดชุดนี้ของไป๋จิ้งอวี้ ทำให้เซี่ยอู๋ลืมความอับอายเล็กๆ ที่สมองช็อตไปเมื่อครู่ได้เลย
"ไม่คุยเรื่องนี้ต่อแล้วค่ะ ว่าแต่แค่ขนส่งแมลงเอง คุณไป๋ยุ่งขนาดนี้จะมาด้วยตัวเองทำไมเหรอคะ?" เซี่ยอู๋ถาม
"เรื่องแมลงไม่ใช่เรื่องเล็กครับ มียาออกฤทธิ์เฉพาะล็อตหนึ่งกำลังรอวัตถุดิบนี้ไปผลิตอยู่ วันนี้พอดีพอมีเวลาว่างอยู่บ้าง ก็เลยมาด้วยตัวเอง แต่ผมเห็นคุณดูรีบร้อน ท่าทางคงไม่มีเวลามายืนคุยเล่นกับผมที่นี่"
เซี่ยอู๋นึกถึงเรื่องที่ต้องไปทำต่อ ก็ได้แต่ยักไหล่ "ก็ไม่ได้ยุ่งอะไรเป็นพิเศษขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่เวลาสำหรับต้อนรับแขกผู้มีเกียรติฉันยังมีอยู่เสมอ"
"ผมกะว่าจะบอกให้คุณไปทำธุระต่อแล้วล่ะ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องหนึ่งต้องบอกคุณ"
เซี่ยอู๋เลิกคิ้วมองเขา
ไป๋จิ้งอวี้หยิบแท็บเล็ตอิเล็กทรอนิกส์เครื่องหนึ่งยื่นมาให้ "อาเหิงฝากมาให้คุณครับ ยานอวกาศสามลำที่คุณตกลงไว้กับเขา เซ็นสัญญาฉบับนี้ ยานอวกาศทั้งสามลำก็จะเป็นของคุณ"
เซี่ยอู๋รับแท็บเล็ตมาเปิดดูเนื้อหาด้านใน
เธอดูรุ่นของยานอวกาศ เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดจริงๆ
เธอไม่ลังเลเลยสักนิด เซ็นชื่อลงในเอกสารนั้นทันที
"ยานอวกาศจะส่งมาเมื่อไหร่คะ?"
"ส่งมาถึงแล้วครับ มาพร้อมกับยานขนส่งของผมเลย อาเหิงบอกว่า เขาสามารถส่งทีมงานกลุ่มเล็กๆ มาให้คุณได้ เพื่อรับผิดชอบเส้นทางการบินของดาวเคราะห์คุณ"
"รวมช่างซ่อมบำรุงด้วยหรือเปล่าคะ?" เซี่ยอู๋ถาม
ไป๋จิ้งอวี้พยักหน้า "มีครับ แต่ค่าจ้างคุณต้องเป็นคนจ่ายนะ แล้วก็ปัญหาเรื่องที่พักด้วย"
ดาวเคราะห์ของเซี่ยอู๋ไม่มีนักบินยานอวกาศและพนักงานบริการที่เชี่ยวชาญเลย แม้แต่ช่างซ่อมบำรุงยานก็ไม่มี
เซี่ยอู๋เองก็ขับยานอวกาศไม่เป็น ดังนั้น ถึงมียาน แต่จะขับได้หรือเปล่าก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง
ไป๋เหิงเองก็นึกถึงปัญหานี้เช่นกัน ก็เลยส่งทีมงานมาให้เซี่ยอู๋อย่างเด็ดขาด
"วางใจเถอะค่ะ ฉันจ่ายไหวอยู่แล้ว คุณไป๋เหิงนี่ใจป้ำจริงๆ จัดการทุกอย่างให้ฉันเรียบร้อยหมดเลย"
"ดูเหมือนพออาเหิงกับคุณรู้จักกันนานขึ้น คุณก็เริ่มจะสนิทสนมกับเขามากขึ้นแล้วสินะ ไม่รู้เมื่อไหร่ผมจะได้ยินคุณเรียกผมว่าพี่สักทีนะ?" ไป๋จิ้งอวี้พูดอย่างเสียดายนิดๆ
เซี่ยอู๋ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
"เจ้านายครับ ขนย้ายแมลงเสร็จแล้วครับ"
พนักงานในชุดทำงานคนหนึ่งเดินเข้ามารายงาน
ไป๋จิ้งอวี้พยักหน้ารับทราบ "ถ้ามีเวลา เราค่อยคุยกันใหม่นะครับ ผมขอตัวก่อน"
"เชิญคุณไปยุ่งต่อได้เลยค่ะ"
แม้ว่าไป๋จิ้งอวี้จะบอกว่าไม่ต้องส่ง แต่ในฐานะเจ้าบ้าน เซี่ยอู๋ก็ยังคงเดินไปส่งพวกเขาจนถึงอาคารการบินแล้วจึงแยกย้าย
หลังจากที่พวกเขาจากไป เซี่ยอู๋ก็โทรหาเหลียงซิ่น
ช่างบังเอิญเหลือเกิน เหลียงซิ่นก็อยู่ในอาคารการบินพอดี
ไม่นาน ทั้งสองคนก็มาเจอกันที่ล็อบบี้
"หวัง ท่านมีอะไรให้ข้าฯ รับใช้หรือ?"
"ยานอวกาศสามลำที่ตระกูลไป๋ส่งมาถึงแล้วค่ะ ท่านรัฐมนตรีเหลียง พอจะหาทางจ้างพนักงานที่จะมาทำงานในอาคารการบินได้บ้างไหมคะ?" เซี่ยอู๋ถาม
เหลียงซิ่นมองยานอวกาศสามลำที่จอดอยู่ด้านนอก แววตาฉายแววตกตะลึง "หวัง ยานอวกาศสามลำนั่น ต่อไปจะเป็นของเราหรือ?"
"ค่ะ มียานแล้ว แต่ยังไม่มีพนักงานเลย นี่สิคะที่น่าปวดหัว"
"มี! หวัง เรามีอาคารการบิน นั่นก็แปลว่าดาวเคราะห์ของเราเคยมีมีนักบินยานอวกาศเป็นของตัวเองมาก่อน แถมยังมีพนักงานที่ทำงานในอาคารการบินด้วย เพียงแต่เพื่อใช้หนี้ เราก็เลยต้องขายยานอวกาศทิ้งไป ตอนนี้เราได้ยานอวกาศกลับมาใหม่แล้ว เราสามารถเรียกคนที่เคยทำงานในอาคารการบินกลับมาได้!"
พอได้ยินว่าเมื่อก่อนเคยมีพนักงานแบบนี้ด้วย ดวงตาของเซี่ยอู๋ก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที "ท่านรัฐมนตรีเหลียง งั้นท่านช่วยไปติดต่อพวกเขาดูหน่อยนะคะ ดูว่าพวกเขาจะยอมกลับมาทำงานไหม เงินเดือนฉันจะให้เพิ่มจากเดิม 50%"
เงินเดือนของคนที่ทำงานในอาคารการบินก็มีมาตรฐานอยู่แล้ว เซี่ยอู๋ขึ้นให้ถึง 50% คนที่เคยทำงานที่นี่ก่อนหน้านี้จะต้องยอมกลับมาแน่
"ได้เลย ข้าฯ จะรีบไปติดต่อพวกเขา"
เซี่ยอู๋พูดอย่างดีใจ "ก่อนหน้านี้ฉันเห็นจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเมือง เห็นว่ามีแค่ร้อยกว่าคน ก็นึกว่ามีอยู่แค่นั้นจริงๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่ออกไปทำงานข้างนอกอีกเยอะแยะเลย"
"เมื่อก่อนดาวเซี่ยงหยางมีคนไม่น้อยเลยนะ ซิงจู่รุ่นแรกนำพาคนหลายพันคนมายังดาวเคราะห์ดวงนี้ ใช้ชีวิตอยู่บนดาวดวงนี้หลายสิบปี ประชากรก็เพิ่มขึ้นในทิศทางบวก เพียงแต่พอดาวเซี่ยงหยางมีลู่ทางทำมาหากินน้อยลงเรื่อยๆ เพื่อความอยู่รอด ทุกคนก็เลยจำเป็นต้องออกไปดิ้นรนข้างนอก บางคนก็เพื่อทำงาน ถึงกับไปซื้อบ้านที่ดาวเคราะห์ดวงอื่น นานๆ ถึงจะกลับมาสักที คนที่ยังเหลืออยู่ที่นี่ ล้วนเป็นคนที่ยังหวังว่าดาวเซี่ยงหยางจะกลับมาดีขึ้นได้"
เซี่ยอู๋รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย คนที่ยังยินดีปักหลักสู้ต่อในบ้านเกิดของตัวเองนั้นช่างหาได้ยากยิ่ง เธอคิดว่ารอให้งานของถานเหลิ่งเบาลงกว่านี้หน่อย ก็จะออกมาตรการดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชาวเมืองบ้าง
"ท่านรัฐมนตรีเหลียง ขอแค่เป็นคนที่ยอมกลับมา ยอมตั้งใจทำงาน เราก็จะดูแลพวกเขาอย่างดี ท่านช่วยไปบอกต่อด้วยนะคะ"
เหลียงซิ่นพยักหน้ารับ
เรื่องทางฝั่งนี้ถือว่าจัดการเรียบร้อย
เซี่ยอู๋มุ่งหน้าออกไปนอกเมืองอีกครั้ง เพื่อตามหาหลี่อี้จือและคนอื่นๆ
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงตรง
เป็นเวลาพักทานอาหารกลางวันพอดี
ตอนที่เซี่ยอู๋กำลังมุ่งหน้าออกนอกเมือง ก็สวนกับหลี่อี้จือที่กำลังพาคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งกลับมาจากนอกเมืองพอดี
พอเห็นเซี่ยอู๋ หลี่อี้จือก็หันไปพูดกับเพื่อนข้างๆ สองสามคำ แล้วก็รีบวิ่งตรงมาหาเธอทันที!
"พี่สาว! ฉันพาเพื่อนร่วมรุ่นมาแล้วนะ!" หลี่อี้จือพูดอย่างดีใจ เธอรีบแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จักอย่างไม่รอช้า "ทุกคน นี่คือเถ้าแก่ของเรา แล้วก็เป็นพี่อู๋ของเราด้วย!"
"พี่อู๋! ฉันรู้จักพี่ค่ะ ฉันเคยเห็นพี่ในแพลตฟอร์มบนสตาร์เน็ตด้วย โอ้โห ตัวจริงสวยกว่าในวิดีโออีก"
"พี่สาวคะ นี่คือชุดต่อสู้เหรอ? เท่จัง! พี่ใช้ปืนเป็นด้วย? พี่ออกไปฆ่าแมลงด้วยเหรอคะ?"
"พี่สาวคะ ฉันขอถ่ายรูปกับพี่ได้ไหม? ฉันเป็นแฟนคลับพี่นะ!"
หลี่อี้จือเพิ่งจะเรียนจบ เพื่อนๆ ที่อยู่รอบตัวเธอก็ล้วนแต่เปี่ยมไปด้วยพลังคนหนุ่มสาว เป็นพวกลูกวัวไม่กลัวเสือ
พอเจอหน้าเถ้าแก่ ก็ไม่มีอาการประหม่าหรือเกรงอกเกรงใจเลยสักนิด การเข้าหาแบบนี้ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างประหลาด
เซี่ยอู๋ไม่ได้เจอการต้อนรับที่ร้อนแรงแบบนี้มานานมากแล้ว ชาวเมืองเซี่ยงหยางและเหล่ามนุษย์อสูรต่างก็เคารพยำเกรงเธอเป็นพิเศษ แม้แต่เวลาพูดก็ยังไม่กล้าพูดเสียงดัง
พอเจอกับความกระตือรือร้นของพวกเขาแบบนี้ เซี่ยอู๋ก็แอบรับมือไม่ไหวเหมือนกัน
หลังจากที่สนองความต้องการในการถ่ายรูปหมู่ของพวกเขาแล้ว เหล่าคนที่ทำงานมาครึ่งค่อนวันก็เพิ่งจะรู้สึกหิวขึ้นมา เลยพากันลากเซี่ยอู๋ไปกินข้าวที่โรงอาหาร
เซี่ยอู๋ที่เดิมทีตั้งใจจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน ก็เลยโดนพวกเขาลากไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันเสียอย่างนั้น
คนหนุ่มสาวมักจะมีพลังงานล้นเหลือ ไม่ต้องรอให้เซี่ยอู๋ถาม พวกเขาก็แย่งกันรายงานผลงานกันอย่างตื่นเต้น
ปรากฏว่าเมื่อวานหลังจากที่หลี่อี้จือได้เข้าทำงาน เธอก็ออกไปสำรวจพื้นที่นอกเมืองและที่โรงผลิตน้ำประปาทันที เพื่อดูว่าตรงไหนเหมาะจะเลี้ยงปลา ตรงไหนเลี้ยงแกะได้
ในระหว่างที่รอเพื่อนร่วมรุ่นเดินทางมาถึง ด้วยความคาดหวังที่มีต่ออนาคต เธอก็ตื่นแต่เช้ามืด ลงมือหาทำเลนอกเมืองเพื่อสร้างเล้าแกะ
พวกทหารที่กำลังยืนยามอยู่ พอได้ยินว่าเธอจะสร้างเล้าแกะเพื่อเลี้ยงแกะ ทหารยามที่เข้าเวรอยู่ก็เลยไปเรียกพวกมาอีกสามสิบกว่าคนมาช่วยหลี่อี้จือสร้างเล้าแกะ
พอเล้าแกะสร้างเสร็จ เพื่อนร่วมรุ่นก็เดินทางมาถึงพอดี หลี่อี้จือก็รีบพาเพื่อนๆ ไปเซ็นสัญญาจ้างงานทันที พอเซ็นสัญญาเสร็จก็เริ่มลุยงานกันเลย