- หน้าแรก
- แอบฟาร์มในหมู่บ้านเริ่มต้น จนได้พาสซีฟสกิลนับหมื่น
- บทที่ 27 อาจารย์ซือคงเสวี่ยอวิ๋น!
บทที่ 27 อาจารย์ซือคงเสวี่ยอวิ๋น!
บทที่ 27 อาจารย์ซือคงเสวี่ยอวิ๋น!
บทที่ 27 อาจารย์ซือคงเสวี่ยอวิ๋น!
แน่นอนว่าไม่มีโรงเรียนไหนที่จะกำหนดระดับชั้นอาชีพกันแบบตรงๆ หรอก เพราะการทำเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการบอกคนธรรมดาว่าไม่ต้องพยายามหรอก เพราะต่อให้ขยันแทบตายก็ไม่มีทางสอบเข้าโรงเรียนดีๆ ได้อยู่แล้ว
ดังนั้นข้อจำกัดจึงมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือ...เลเวล!
ผู้ที่จะมีสิทธิ์เข้าสอบ ‘มหาวิทยาลัยหลงเถิง’ ได้ จะต้องมีเลเวลถึง 25 ก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเริ่มขึ้นเท่านั้น!
การจะไปให้ถึงเลเวล 25 ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน! พูดได้เลยว่าเป็นเรื่องยากเลือดตาแทบกระเด็น
โดยทั่วไปแล้ว มีเพียงอัจฉริยะระดับ A ขึ้นไปที่มีสกิลทำลายล้างวงกว้างเท่านั้นที่จะทำได้สำเร็จ
เพราะฉะนั้น การจะเข้ามหาวิทยาลัยหลงเถิงได้ ท้ายที่สุดแล้วก็ยังต้องวัดกันที่ระดับชั้นอาชีพอยู่ดี!
แม้แต่ทายาทของตระกูลใหญ่โตก็ยังต้องมีระดับชั้นอาชีพที่สูงด้วยตัวเอง มิเช่นนั้นลำพังแค่การพึ่งพาอุปกรณ์สวมใส่และสกิลจากภายนอก ย่อมไม่มีทางดันตัวเองไปถึงเลเวล 25 ได้แน่!
ส่วนเรื่องการหาคนช่วยพาเก็บเลเวลนั้น...
ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่
การให้คนอื่นช่วยตีนอกจากจะทำให้เลเวลขึ้นช้าเพราะดาเมจไม่พอและค่าประสบการณ์ถูกหารแล้ว ยังส่งผลต่ออัตราการดรอปของไอเทมอีกด้วย
โดยปกติ ผู้คนจะเลือกจับปาร์ตี้ก็ต่อเมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งไม่สามารถเคลียร์ดันเจี้ยนด้วยตัวคนเดียวไหวเท่านั้น
และสำหรับสถานการณ์ที่อาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลงเถิงเดินทางมาทาบทามตัวเด็กถึงที่ก่อนการสอบเข้าจะเริ่มขึ้นแบบนี้ ระดับชั้นอาชีพของเป้าหมายอย่างน้อยต้องเป็นระดับ S!
ในแต่ละปี มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้
และตอนนี้ คนระดับนั้นได้ปรากฏตัวขึ้นที่เมืองไห่เป่ยของพวกเขาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
...
ในไม่ช้า ยานอวกาศขนาดมหึมาก็ลอยลำอยู่นิ่งๆ เหนือเมืองไห่เป่ยที่ความสูงหนึ่งกิโลเมตร
"คลิก!!"
วินาทีต่อมา ประตูยานค่อยๆ เปิดออก หญิงสาวรูปงามในชุดคลุมนักเวทสีแดงเพลิงก็ดีดตัวพุ่งทะยานลงสู่พื้นดินด้วยความเร็วสูง
"เหาะเหินเดินอากาศ! นั่นมันสกิลมาตรฐานของนักเวทอัคคีเลเวล 80 เลยนะ! เธอดูเหมือนจะอายุแค่ยี่สิบต้นๆ เองไม่ใช่เหรอ?"
"ซู้ด... อายุแค่นี้แต่เลเวลปาเข้าไป 80 แล้ว หรือว่าท่านผู้นี้คือ... ซือคงเสวี่ยอวิ๋น?"
"อายุน้อยขนาดนี้ ในดาวหลงเถิงทั้งดวง นอกจากอาจารย์คนใหม่ของมหาวิทยาลัยหลงเถิงอย่าง 'ซือคงเสวี่ยอวิ๋น' ผู้มีอาชีพนักเวทอัคคีระดับ S+ แล้ว ยังจะมีใครที่มีพรสวรรค์ร้ายกาจขนาดนี้ได้อีก?"
"แถมเธอไม่ได้เลเวล 80 นะ เธอเลเวล 99 ตันแล้วต่างหาก!"
"มีข่าวลือว่าอัจฉริยะผู้นี้เพิ่งจะรับภารกิจจุติมา ถ้าเธอทำสำเร็จ เธอก็จะเลื่อนขั้นเป็นระดับ S ถึงตอนนั้นด้วยพรสวรรค์ระดับ S เธออาจจะเข้าสถาบันเทพแห่งเปลวเพลิงได้เลยด้วยซ้ำ!"
...
...
วินาทีที่เห็นร่างนั้น เหล่าผู้มีฝีมือและมีความรู้กว้างขวางในเมืองไห่เป่ยต่างคาดเดาตัวตนของเธอได้ทันที
ซือคงเสวี่ยอวิ๋น ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในดาวหลงเถิงในรอบหลายทศวรรษ!
เมื่อสิบปีก่อน ตอนที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลงเถิง ชื่อเสียงของเธอก็โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง
บวกกับรูปร่างหน้าตาที่งดงามราวกับนางฟ้า แทบทุกคนจึงรู้จักเรื่องราวของเธอไม่มากก็น้อย
"เป็นนักเวทอัคคีเหมือนกัน นี่สิคือยอดฝีมือตัวจริง!" อาจารย์ใหญ่เจิ้งอวิ๋นกล่าวด้วยความตื้นตันและอิจฉา
"เดี๋ยวสิ! ทำไมเธอถึงบินตรงมาทางโรงเรียนเราล่ะ?" ทันใดนั้น สีหน้าของอาจารย์ใหญ่ก็เปลี่ยนไป
เส้นทางการบินของซือคงเสวี่ยอวิ๋นพุ่งตรงมาที่โรงเรียนของพวกเขาจริงๆ
"ตูม!!!"
ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ พร้อมกับเปลวเพลิงระเบิดปะทุลงมาอย่างน่าสะพรึงกลัว ร่างของซือคงเสวี่ยอวิ๋นก็ได้ลงจอดที่กลางลานกว้างเรียบร้อยแล้ว
ออร่าอันน่าเกรงขามนั้นกดทับไปทั่วทั้งโรงเรียนมัธยมเจ็ดในพริบตา
ทว่า หลิงเหยียนกลับมองไปที่ซือคงเสวี่ยอวิ๋นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเธอ?"
หลิงเหยียนเลิกคิ้วขึ้น แน่นอนว่าเขาเดาจุดประสงค์ที่เธอมาที่นี่ได้
เขาอัญเชิญบอสระดับอัลติเมตออกมาถึงสี่ตัว และมีการประกาศไปทั่วโลก
ตอนนี้อย่าว่าแต่ดาวหลงเถิงเลย แม้แต่ดาวดวงอื่นก็น่าจะรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว
มหาวิทยาลัยหลงเถิงไม่มีทางปล่อยอัจฉริยะเช่นนี้ให้หลุดมือไปแน่
อย่างไรก็ตาม หลิงเหยียนรู้จักซือคงเสวี่ยอวิ๋นผู้นี้ หรือจะพูดให้ถูกคือ เขารู้จักเธอใน 'ชาติที่แล้ว'
เพราะในช่วงหนึ่งถึงสองปีแรกหลังจากปลุกอาชีพ สถานะของหลิงเหยียนสูงส่งถึงขนาดที่แม้แต่ท่านเจ้าดวงดาวยังต้องเกรงใจ
และซือคงเสวี่ยอวิ๋นผู้นี้ ก็คือหนึ่งในบอดี้การ์ดที่ท่านเจ้าดวงดาวจัดหามาให้หลิงเหยียนในตอนแรก
เลเวลของซือคงเสวี่ยอวิ๋นอยู่ที่ 99 มานานแล้ว
น่าเสียดายที่เพราะเธอรับภารกิจจุติ ทำให้เลเวลไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก แต่ภารกิจนั้นกลับทำไม่สำเร็จสักที
ผลสุดท้ายคือ ตราบจนหลิงเหยียนตาย เขาก็ไม่เคยได้ข่าวว่าเธอเลื่อนขั้นสำเร็จเลยแม้ผ่านไปนานกว่าสิบปี
อัจฉริยะแห่งยุคคนหนึ่ง จึงร่วงโรยไปเช่นเดียวกับหลิงเหยียน
แต่เธอยังดีกว่าหน่อย ตรงที่อย่างน้อยก็ไปถึงเลเวล 99 ส่วนหลิงเหยียนตอนตายนั้นเลเวลเพิ่งจะหกสิบกว่าๆ เท่านั้น
"วูบ!!!"
ขณะที่ซือคงเสวี่ยอวิ๋นค่อยๆ ร่อนลงตรงหน้าพวกอาจารย์ใหญ่ อุณหภูมิภายในรัศมีกว่าสิบกิโลเมตรก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นี่คือพลังอันน่าสะพรึงกลัวของนักเวทอัคคีระดับ S+ เลเวล 99
นักเรียนกว่าสองพันคนที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างมองดูซือคงเสวี่ยอวิ๋นด้วยสายตาเป็นประกายและเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม
นี่คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่บนดาวหลงเถิงแห่งนี้!
แถมเธอยังสวยสง่าถึงเพียงนี้
"คุณคืออาจารย์ใหญ่เจิ้งอวิ๋น ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมเจ็ดเมืองไห่เป่ยใช่หรือไม่?" เมื่อเห็นอาจารย์ใหญ่ ซือคงเสวี่ยอวิ๋นผู้มีเรือนผมสีแดงเพลิงยาวสลวยก็เอ่ยถามขึ้นช้าๆ
"ใช่ครับ ผมคืออาจารย์ใหญ่เจิ้งอวิ๋นเอง ต้องขออภัยที่ไม่ได้ต้อนรับท่านอาจารย์ผู้ทรงเกียรติให้เร็วกว่านี้!" อาจารย์ใหญ่รีบเดินเข้าไปหาและพูดด้วยความนอบน้อม
อาจารย์มหาวิทยาลัยหลงเถิงเลเวล 99 ขนาดนายกเทศมนตรีเมืองไห่เป่ยยังต้องไว้หน้าถึงสามส่วน นับประสาอะไรกับเขา!
"ฉันได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าดวงดาว ให้มาตรวจสอบเรื่องการปรากฏตัวของบอสระดับอัลติเมตในหมู่บ้านมือใหม่ที่โรงเรียนมัธยมเจ็ดของคุณดูแลอยู่!
ใครเป็นคนอัญเชิญบอสระดับอัลติเมตทั้งสี่ตัวออกมา? คุณพอจะรู้ไหม?" ซือคงเสวี่ยอวิ๋นแจ้งจุดประสงค์ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"อะไรนะ? บอสระดับอัลติเมตทั้งสี่ตัวปรากฏตัวในหมู่บ้านมือใหม่ของโรงเรียนเรา? นี่มันเรื่องอะไรกัน?" อาจารย์ใหญ่ร้องอุทานด้วยความไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ไม่ใช่แค่เขา แต่เหล่าอาจารย์โดยรอบต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินประโยคนั้น
บอสหมู่บ้านมือใหม่ ปกติจะปรากฏตัวในช่วงเวลามือใหม่ของนักเรียนดาวหลงเถิงไม่ถึงสิบครั้งต่อปี และไม่เคยปรากฏตัวในช่วงระยะเวลาการประเมินผลสามวันนี้มาก่อน
แม้เมื่อครู่โจวทงจะเพิ่งบอกว่ามีบอสระดับอัลติเมตปรากฏตัว แต่พวกเขายังไม่ทันได้ตอบสนองอะไร ก็ถูกขัดจังหวะด้วยการมาเยือนของยานอวกาศเสียก่อน
แล้วตอนนี้ซือคงเสวี่ยอวิ๋นกลับบอกว่ามีบอสระดับอัลติเมตปรากฏตัวพร้อมกันถึงสี่ตัวในหมู่บ้านมือใหม่ของพวกเขา... เป็นไปได้ยังไง?
"พวกคุณไม่รู้เรื่องนี้งั้นเหรอ? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ในฐานะผู้บริหารโรงเรียน พวกคุณกลับไม่รู้อะไรเลย?" เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์ใหญ่ ซือคงเสวี่ยอวิ๋นก็ขมวดคิ้วมุ่น
สิ้นเสียงคำถามนั้น อาจารย์ใหญ่ก็เหงื่อแตกพลั่กทันที
"พวกเราไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ครับ เป็นความบกพร่องในหน้าที่ของผมเอง! เชิญท่านลงโทษผมเถอะครับ!" อาจารย์ใหญ่รีบกล่าวขอโทษด้วยความหวาดกลัว!
เป็นถึงอาจารย์ใหญ่แต่กลับไม่รู้เรื่องใหญ่ขนาดนี้ หากมีการสืบสวนเอาผิดจริงๆ เขาคงไม่ได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้อีกต่อไปแน่
"ฉันคิดว่าพวกคุณคงคาดไม่ถึงหรอกว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น!
เรื่องความบกพร่องในหน้าที่ ช่างมันเถอะ!"