เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 - รถปืนใหญ่ประจัญบาน

บทที่ 95 - รถปืนใหญ่ประจัญบาน

บทที่ 95 - รถปืนใหญ่ประจัญบาน


บทที่ 95 - รถปืนใหญ่ประจัญบาน

เดิมที ตามแผนของมูฮัมหมัด หลังจากที่เขาและฟาฮิมทำลายระบบจ่ายไฟของอีกฝ่ายแล้ว ทั้งสองคนจะปีนจากรถปั่นไฟขึ้นไปบนกำแพง แล้วข้ามขึ้นไปบนดาดฟ้าของอีกฝ่าย จากนั้นก็บุกทะลวงจากบนลงล่าง ต่อให้แค่เปิดช่องหลังคา แล้วโยนระเบิดมือลงไปสักสองสามลูก ก็จะจัดการตัวการใหญ่ข้างในได้หมด

แต่ว่า ตอนที่มูฮัมหมัดทำลายรถปั่นไฟ และจัดการทหารยามสองนายตรงนี้แล้ว พอเขากระโดดขึ้นไปบนหลังคารถ มูฮัมหมัดกลับไม่ได้เคลื่อนไหวต่อ

ห่างจากรถปั่นไฟไปหลายสิบเมตร มีเจ้ายักษ์ใหญ่อีกคันหนึ่งดึงดูดความสนใจของมูฮัมหมัด โครงร่างโดยรวมของมันคือรถบรรทุกออฟโรด ขนาดยางใหญ่โต รูปร่างดุดัน ไม่ต่างจากรถปั่นไฟคันนี้มากนัก แต่ของที่อยู่บนกระบะ กลับทำให้มูฮัมหมัดดีใจจนเนื้อเต้น

ลำกล้องยาวสองกระบอกที่ชี้ขึ้นฟ้านั่น มันคืออะไร

ภายใต้ความมืด ลำกล้องยาวสองกระบอกนั้นช่างสะดุดตาเหลือเกิน ทำให้มูฮัมหมัดเปลี่ยนแผนของเขาทันที

รถปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน

ในประวัติศาสตร์ กองกำลังขนส่งของโซเวียตถูกกองโจรซุ่มโจมตีอยู่ตลอดเวลา พวกเขาเดือดร้อนอย่างหนัก แม้กระทั่งตอนนี้ ถ้าไปที่หุบเขาปัญจชีร์ ก็จะยังเห็นซากรถบรรทุกที่ถูกทิ้งร้างอยู่ข้างทางภูเขาที่ขรุขระ คอยบอกเล่าเรื่องราวในอดีตอยู่เสมอ

รถถังมีความสามารถในการป้องกันกระสุนได้ดี แต่ปืนใหญ่มีมุมเงยต่ำเกินไป แม้จะเห็นกองโจรอยู่บนเนินเขา แต่ก็ยิงไม่ถึง ได้แต่จ้องตาปริบๆ

อีกอย่าง รถถังมันก็คืออสูรกายที่ซดน้ำมัน การใช้รถถังมาคุ้มกันกองกำลังขนส่งนั้นไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง

รถรบทหารราบประหยัดน้ำมันกว่า แต่เกราะก็บางเกินไป แค่กระสุนปืนกล 12.7 มม. ก็เจาะทะลุได้แล้ว แถมปืนใหญ่ระเบิดแรงสูง 73 มม. ของรถรบทหารราบ ก็เจอปัญหาเดียวกัน หลายต่อหลายครั้ง ปืนกลของรถรบทหารราบ ยังมีประโยชน์กว่าปืนใหญ่ระเบิดแรงสูงเสียอีก

ผลคือ พวกโซเวียตค้นพบว่าอาวุธอีกชนิดหนึ่งใช้งานได้ดีที่สุด นั่นคือปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานอัตตาจร ซีซู-23-4 "ชีลกา"

ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานอัตตาจรรุ่นนี้ใชปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 23 มม. สี่ลำกล้องเป็นอาวุธ มีระบบอัตโนมัติสูง และในฐานะปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน มุมเงยจึงสูงมาก เมื่อพบกองโจรบนเนินเขา ก็สามารถเปลี่ยนจากสถานะเดินทางเป็นสถานะรบได้อย่างรวดเร็ว จริงๆ ก็แค่หยุดรถแล้วก็ยิงเลย ปืนใหญ่ 23 มม. สี่ลำกล้อง มีอำนาจการยิงที่ดุร้ายมาก กระสุนปลิวขึ้นไปบนยอดเขา ถล่มกองโจรจนเละเป็นโจ๊กได้โดยตรง

ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานชนิดนี้ช่วยให้พวกเขาปลอดภัย แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่หนึ่งอย่าง ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานอัตตาจรนี้มันแพงเกินไป ชีลกาหนึ่งคัน มีราคาสูงถึงสองเท่าของรถถัง ที-62 การนำมารับภารกิจคุ้มกันกองกำลังขนส่ง มันช่างสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แถมกองกำลังขนส่งในแต่ละวันก็มีมากมาย ชีลกามีไม่เพียงพอที่จะคุ้มกันได้ทั้งหมด

ดังนั้น พวกโซเวียตจึงคิดค้นวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ อีกวิธีหนึ่ง

พวกเขาไปรื้อเอาปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 23 มม. แท่นคู่รุ่นเก่า แบบ ZU-23 ออกมาจากคลังอาวุธ แล้วนำมาติดตั้งบนรถบรรทุก ไหนๆ กองกำลังขนส่งก็มีรถบรรทุกอยู่ถมไป แถมต้นทุนก็ต่ำมาก แทบจะเป็นการนำของเก่ามาใช้ใหม่เลยทีเดียว

นี่คือที่มาของรถปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน เมื่อกองกำลังขนส่งของโซเวียตติดตั้งรถรบแบบทำเองนี้แล้ว ภัยคุกคามที่กองโจรต้องเผชิญก็เพิ่มสูงขึ้นมาก

ตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่พวกโซเวียตเพิ่งค้นพบว่า ที-62 ใช้งานยากมาก และกำลังมองหาอาวุธใหม่ๆ อยู่พอดี

รถปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานคันนี้ อาจจะเป็นการทดลองครั้งหนึ่งของพวกโซเวียตก็ได้

มูฮัมหมัดคิดพลาง พลางพาฟาฮิมวิ่งไปยังรถบรรทุกคันนั้น

ตรงนี้ไม่มีทหารโซเวียตยืนยาม เมื่อมูฮัมหมัดกระโดดขึ้นไปบนรถบรรทุก เปิดผ้าใบกันน้ำที่คลุมลำกล้องยาวอยู่ ก็ได้กลิ่นน้ำมันหล่อลื่นโชยมา จริงๆ ด้วย นี่คือปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 23 มม. ที่เพิ่งซ่อมบำรุงเสร็จ เตรียมพร้อมจะออกสู่สมรภูมิ

มูฮัมหมัดกระโดดขึ้นไปยังตำแหน่งพลยิง หมุนคันหมุนปรับมุมสูงต่ำที่อยู่ด้านซ้ายของแท่นปืน และคันหมุนปรับทิศทางที่อยู่ด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานรุ่นนี้ควบคุมด้วยมือทั้งหมด ต้องหมุนวงล้อเพื่อปรับทิศทางและมุมสูงต่ำ

ขณะเดียวกัน มูฮัมหมัดก็พูดกับฟาฮิม "ฟาฮิม ขับรถ"

ใครจะไปรู้ ฟาฮิมกลับไม่กระโดดลงไปเข้าห้องคนขับ แต่พูดกับมูฮัมหมัดอย่างร้อนรน "ข้าขับไม่เป็น"

กองโจรต้านอัฟกัน ส่วนใหญ่เป็นคนไม่รู้หนังสือ ผ่านการฝึกฝน เรียนรู้วิธีใช้อาวุธก็พอทำได้ แต่หลายคนทำได้แค่จูงล่อเดิน แต่กลับขับรถบรรทุกไม่เป็น

มูฮัมหมัดถึงกับพูดไม่ออกในทันที ถ้ารู้แบบนี้ เรียกเฮอวาเจียมากับตัวเองด้วยก็ดีแล้ว ก่อนที่จะมาถึงที่นี่ เฮอวาเจียก็แยกออกจากทีมไปแล้ว เขาแอบขึ้นไปบนดาดฟ้าบ้านชาวบ้านคนเดียว เพื่อรับหน้าที่ซุ่มยิง

"งั้นเจ้ายิงปืนใหญ่เป็นไหม" มูฮัมหมัดถาม

"เป็น ไกปืนอยู่ไหน" ฟาฮิมถาม

ไกปืน นี่มันไม่ใช่ปืนนะ

ในตอนนี้ การต่อสู้ทางนั้นเริ่มขึ้นแล้ว สถานการณ์ฉุกเฉินมาก มูฮัมหมัดทำได้เพียงบอกฟาฮิมอย่างรวดเร็ว "นี่คือคันหมุนปรับมุมสูงต่ำกับคันหมุนปรับทิศทาง ใช้หมุนเพื่อควบคุมทิศทางกับมุมสูงต่ำ สองข้างคือลังกระสุน ดึงคันบังคับบรรจุกระสุนตรงนี้ ก็จะป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงได้ ถ้าเจอกระสุนด้าน ก็ใช้คันบังคับนี้เคลียร์กระสุนเหมือนกัน นี่คือแป้นเหยียบไก เหยียบแป้นนี้ ก็ยิงได้เลย"

มูฮัมหมัดพูดพลาง สาธิตให้ฟาฮิมดูพลาง ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 23 มม. รุ่นเก่านี่ เหมือนกับปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 23 มม. แบบ 85 ที่ประเทศทางตะวันออกใช้งานอยู่แทบจะเป๊ะๆ นี่เป็นหนึ่งในอาวุธที่ประเทศทางตะวันออกลอกเลียนแบบมา ดังนั้น มูฮัมหมัดจึงคุ้นเคยกับการใช้งานปืนใหญ่รุ่นนี้เป็นอย่างดี

ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียนรู้ของฟาฮิมแล้ว เวลามันฉุกเฉิน กล้องเล็งเฉพาะทางที่อยู่ด้านหน้าจะใช้ยังไง มูฮัมหมัดไม่ได้อธิบาย เพราะตอนนี้ก็ไม่ใช่การยิงเครื่องบินอยู่แล้ว

จากนั้น มูฮัมหมัดก็กระโดดเข้าไปในห้องคนขับด้านหน้า บิดกุญแจ

นิสัยแบบนี้ดีจริงๆ ในช่วงสงคราม กุญแจของรถทุกคันจะเสียบคาไว้ที่รถเลย เพื่อให้พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ขบวนรถทีหนึ่งมีหลายสิบตัน กุญแจมันสับสนกันได้ง่าย

"บรึม บรึม บรึม" พร้อมกับที่มูฮัมหมัดบิดกุญแจ เครื่องยนต์ก็ส่งเสียงคำรามดังลั่น ควันดำหลายกลุ่มพุ่งออกมาจากท่อไอเสีย ตัวรถก็สั่นสะเทือนเป็นจังหวะ

ติดแล้ว

มูฮัมหมัดดีใจขึ้นมาทันที เขามองผ่านกระจกมองข้าง เห็นว่าการต่อสู้ตรงนั้นกำลังดุเดือด คนของฝ่ายเรากำลังเสียเปรียบชั่วคราว ส่วนการโต้กลับของพวกโซเวียตก็จ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว

ไม่มีเวลาให้กลับรถ มูฮัมหมัดเหยียบคลัตช์ เข้าเกียร์ถอยหลัง จากนั้นก็เหยียบคันเร่งไปพร้อมๆ กับปล่อยคลัตช์ ขณะเดียวกันมือหนึ่งก็ปลดเบรกมือ

"ฟู่" เสียงลมดังออกมาจากหม้อลมเบรก รถปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานคันยักษ์ก็เคลื่อนตัวดังครืนๆ

การขับรถ เป็นทักษะที่คนยุคหลังต้องทำเป็น แม้ว่าจะมีนักขับสาวนักฆ่าโผล่ออกมามากมาย แต่ก็มีนักขับเฒ่าที่ชำนาญและเก๋าประสบการณ์อยู่เป็นกะตั้ก

มูฮัมหมัดขับรถบรรทุกคันนี้ โดยมองแค่กระจกมองข้าง อาศัยเพียงแสงดาว ก็ถอยหลังได้อย่างรวดเร็ว จากนั้น ก็เหยียบเบรกอีกครั้ง

ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 23 มม. คำรามได้แล้ว

ในขณะที่มูฮัมหมัดขับรถ ฟาฮิมก็หมุนคันบังคับปรับมุมสูงต่ำอย่างต่อเนื่อง ลำกล้องปืนที่เคยชี้ฟ้าค่อยๆ ลดระดับลง จากนั้น ก็หมุนคันบังคับปรับทิศทางเล็กน้อย ก็เล็งไปที่กองบัญชาการด้านหน้าแล้ว

กองโจรที่เฝ้าอยู่ตรงนั้นเปิดทางให้เรียบร้อยแล้ว เท้าของฟาฮิม เหยียบลงไปบนแป้นเหยียบไกด้านล่างอย่างแรง

"ตู้ม ตู้ม ตู้ม" ปากลำกล้องปืนใหญ่แท่นคู่พ่นไฟออกมาไม่หยุด กระสุน 23 มม. ทีละนัดๆ พุ่งออกจากปากลำกล้อง วาดวิถีโค้งที่สวยงามไปในอากาศ

เพื่อให้ใช้งานในตอนกลางคืนได้ง่าย กระสุนของปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานจึงเป็นกระสุนส่องวิถีทั้งหมด

กระสุนส่องวิถีเพลิงระเบิดแรงสูง 23 มม. พุ่งเข้าใส่กำแพงอิฐที่แข็งแรงด้านหน้าในทันที

"ตูม" กำแพงอิฐถูกเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางกว่าหนึ่งเมตรในทันที ก้อนอิฐด้านบนร่วงหล่นลงมา จากนั้น กำแพงทั้งแถบก็ถล่มลงมา

"ตูม ตูม ตูม" กระสุนระเบิดแรงสูง 23 มม. ถล่มเข้าไปไม่หยุด กำแพงลานบ้านพังทลายลงแล้ว บ้านอิฐสามหลังที่แข็งแรงด้านในก็ปรากฏรูโหว่ขนาดใหญ่ทีละรูๆ

คูลิคอฟหลบอยู่ที่มุมกำแพง ฟังเสียงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานด้านนอก สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือยกมือขึ้นอุดหู

บ้าเอ๊ย นี่มันกระสุนระเบิดแรงสูง 23 มม.

กำแพงแบบนี้ อย่างมากก็กันได้แค่กระสุน 7.62 มม. ยิงตรงๆ กระสุนปืนกล 12.7 มม. ก็เจาะเป็นรูโว่ได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงกระสุนปืนใหญ่ 23 มม. เลย

ต่อให้เป็นกำแพงคอนกรีตหล่อ ก็ยังต้านทานกระสุนระเบิดแรงสูงแบบนี้ไม่ไหว

แถมยังเป็นกระสุนระเบิดแรงสูงอีก หัวรบระเบิด สะเก็ดนับไม่ถ้วนปลิวว่อนไปทั่วห้อง คนที่โดนก็ร้องโหยหวนแล้วล้มลง

ไอ้พวกกองโจรบัดซบ พวกมันไปเอารถปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยานคันนั้นมาได้ยังไง คันนั้นมันเพิ่งขนส่งผ่านหุบเขาปัญจชีร์มาจากโซเวียต มาถึงที่นี่ได้ยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลย

ความหงุดหงิดของคูลิคอฟคงอยู่ได้ไม่ถึงวินาที ต่อมา เขาก็มองเห็นกำแพงอิฐตรงหน้า พลันมีก้อนอิฐนับไม่ถ้วนแตกกระจายออกมา เขตกใจสุดขีด ยังไม่ทันได้ถอยหลัง ก็ถูกก้อนอิฐนับไม่ถ้วน พร้อมด้วยสะเก็ดระเบิด และแรงอัดอากาศจากการระเบิดของหัวรบ ซัดจนตัวลอย

เขามองร่างกายของตัวเองอย่างตกตะลึง ตั้งแต่หัวไหล่ลงมา ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย แขนทั้งสองข้างยังคงโบกสะบัดอย่างหมดแรง แต่ศีรษะของเขา กลับลอยห่างออกจากแขนไปเรื่อยๆ

กระสุนระเบิดแรงสูง 23 มม. สามารถฉีกร่างคนเป็นชิ้นๆ ได้อย่างง่ายดาย ทำให้คนกลายเป็นเศษเนื้อ

"ท่านผู้การ" ทหารยามคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังตะโกนเสียงดัง

สิ้นเสียงตะโกนนั้น หลังคาทั้งหมด ก็ถล่มลงมา

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ราวกับหนึ่งศตวรรษ แต่จริงๆ แล้วมันเร็วมาก เพียงแค่หนึ่งหรือสองวินาทีเท่านั้น

ฟาฮิมใช้เท้าเหยียบแป้นเหยียบไกไปพลาง หมุนคันบังคับปรับทิศทางไปพลาง ให้กระสุนสาดจากฝั่งหนึ่งของบ้านไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

นี่คือการรบที่สะใจที่สุดของฟาฮิม เขามองดูบ้านที่อยู่ตรงหน้า ราวกับมันทำจากกระดาษ พอกระสุนลูกหนึ่งยิงเข้าไป ก็เป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ พอมีรูโหว่ขนาดใหญ่ไม่กี่รู บ้านทั้งหลังก็ถล่มลงมาต่อหน้าต่อตาเขา

"พวกโซเวียต นี่คือจุดจบของผู้รุกราน" ฟาฮิมตะโกนลั่น ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่า เขาได้สังหารผู้บัญชาการระดับสูงสุดของโซเวียต ผู้การกองพลที่ 108 ไปแล้ว

นี่เป็นนายทหารระดับสูงสุดของโซเวียตที่เสียชีวิตในสมรภูมินับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง

ในขณะที่ฟาฮิมกำลังสนุกสะใจอยู่นั้น กองโจรคนอื่นๆ ก็ปีนขึ้นมาบนรถบรรทุกกันหมดแล้ว มูฮัมหมัดตะโกนมาจากด้านหน้า "เกาะแน่นๆ"

จากนั้น ก็เข้าเกียร์เดินหน้า รถบรรทุกก็พุ่งไปข้างหน้า

ในขณะนั้นเอง "ตั้ด ตั้ด ตั้ด ตั้ด ตั้ด..." พร้อมกับเสียงปืน กระสุนนับไม่ถ้วนก็สาดมาจากด้านข้าง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 95 - รถปืนใหญ่ประจัญบาน

คัดลอกลิงก์แล้ว