- หน้าแรก
- ทะลุมิติพิฆาตโซเวียต
- บทที่ 94 - จู่โจมกองบัญชาการ
บทที่ 94 - จู่โจมกองบัญชาการ
บทที่ 94 - จู่โจมกองบัญชาการ
บทที่ 94 - จู่โจมกองบัญชาการ
ถนนบนภูเขาของอัฟกานิสถานนั้นเดินทางลำบาก ดังนั้นพื้นที่ภายในภูเขาจึงไม่มีทางมีไฟฟ้าใช้ สายส่งไฟฟ้าไม่สามารถลากข้ามภูเขาสูงมาได้ ต้นทุนมันสูงเกินไป
แต่ในฐานะกองบัญชาการ ย่อมต้องการไฟฟ้าจำนวนมาก ดังนั้น ที่นี่จึงใช้รถปั่นไฟในการผลิตไฟฟ้า
แสงไฟสว่างจ้าของที่นี่เมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ทำให้ตัดสินได้ง่ายมากว่านี่คือฐานบัญชาการ
ในความมืด มูฮัมหมัดทำสัญญาณมือให้พรรคพวก พวกเขานั่งยองๆ อยู่เงียบๆ รอคอย
มูฮัมหมัดพฟาฮิม ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้จากมุมกำแพง กองกำลังที่เฝ้ากองบัญชาการมีอยู่ประมาณหนึ่งหมวด เพราะการป้องกันรอบนอกก็เข้มงวดมากอยู่แล้ว อีกอย่างพื้นที่ตรงนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร คนเยอะไปก็ไม่มีที่จะยืน
ประตูใหญ่มีคนเฝ้ามากที่สุด ส่วนข้างรถปั่นไฟคันนี้ มีทหารยามยืนเฝ้าอยู่เพียงสองนาย และทหารยามทั้งสองนายในตอนนี้กำลังกอดปืน ก้มหน้า หมวกเหล็กบดบังศีรษะของพวกเขาไว้
หลับยามจริงๆ ด้วย
มูฮัมหมัดค่อยๆ เดินออกจากเงามืดของกำแพง
ทีละก้าว ทีละก้าว มูฮัมหมัดและฟาฮิมทั้งสองคน ร่างกายพลันพุ่งพรวด หลบไปอยู่ด้านหลังรถปั่นไฟ จากนั้น ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ทหารโซเวียตทั้งสองนาย
มีดทหารแวววาวถูกถือไว้ในมือ มูฮัมหมัดค่อยๆ ยื่นมือซ้ายออกไปจากด้านหลัง ทันใดนั้นก็ตะครุบปากของทหารโซเวียตที่ตัวสูงใหญ่ไว้ ทหารนายนั้นสะดุ้งตื่นทันที พอจะดิ้นรน ที่หน้าอกก็พลันเจ็บแปลบ
มือขวาของมูฮัมหมัดได้จ้วงมีดทหารเข้าไปในอกของเขาแล้ว
เมื่อมีดทหารแทงเข้าไป เสียงครืดคราดก็ดังออกมาจากลำคอของอีกฝ่าย จากนั้น มูฮัมหมัดก็บิดข้อมือขวา มีดทหารคว้านโพรงขนาดใหญ่ในอกของอีกฝ่ายจนทะลุ
ร่างของอีกฝ่ายอ่อนยวบลง มูฮัมหมัดใช้แขนประคองร่างนั้นไว้ แล้วลากไปในเงามืดของรถปั่นไฟ
ฟาฮิมก็จัดการทหารยามอีกคนอย่างหมดจดเช่นกัน เขามองมูฮัมหมัดกระโดดขึ้นไปบนรถปั่นไฟอย่างรวดเร็ว
เครื่องยนต์ดีเซลกำลังสูงกำลังขับเคลื่อนเครื่องปั่นไฟสามเฟส เมื่อมองดูสายส่งกำลังสี่เส้นบนเครื่องปั่นไฟที่ดูแข็งแรงนั้น สามเส้นเป็นสายไฟ หนึ่งเส้นเป็นสายศูนย์ มูฮัมหมัดก็มีความคิดใหม่
เดิมทีเขาตั้งใจจะทำลายเครื่องปั่นไฟนี้ ทำให้อีกฝ่ายไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ตอนนี้ มูฮัมหมัดมีทางเลือกที่ดีกว่า เขาดึงสายไฟเส้นที่เล็กที่สุด กระชากอย่างแรง มันเชื่อมต่อไว้ไม่แน่นหนามากนัก ถูกมูฮัมหมัดกระชากหลุดออกมา จากนั้น ก็จี้มันเข้าไปที่ขั้วต่อสายไฟอีกเส้นหนึ่งข้างๆ
เครื่องปั่นไฟสามเฟส สายไฟเส้นใหญ่สามเส้นคือสายเฟส สายไฟเส้นเล็กหนึ่งเส้นคือสายศูนย์ แรงดันไฟฟ้าระหว่างสายเฟสสองเส้นคือ 380 โวลต์ แรงดันไฟฟ้าระหว่างสายเฟสกับสายศูนย์คือ 220 โวลต์ ที่ผู้ใช้งานใช้ ล้วนเป็นแรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์จากสายเฟสหนึ่งเส้นและสายศูนย์หนึ่งเส้น ตอนนี้มูฮัมหมัดจงใจเอาสายศูนย์ไปต่อเข้ากับสายเฟส เพื่อเปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าของผู้ใช้งาน
ภายในกองบัญชาการ หลอดไฟ 200 วัตต์ที่แขวนอยู่บนเพดานส่องสว่างจ้าไปทั่วทั้งห้อง แถวของเครื่องวิทยุสื่อสารกำลังทำงานอย่างเคร่งเครียดเป็นระเบียบ
ทันใดนั้น หลอดไฟบนหัวก็ดับมืด ความมืดมิดกะทันหันทำให้ทุกคนปรับตัวไม่ทัน พวกเขาหันหน้าไปมองหลอดไฟบนเพดานแทบจะโดยสัญชาตญาณ
หลอดไฟดวงนั้น พลันสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ความสว่างในชั่วพริบตานี้ มันสว่างยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก จากนั้น "เพล้ง" หลอดไฟก็ส่งเสียงดังเบาๆ
เศษแก้วนับไม่ถ้วนกระจายออกมาจากตำแหน่งของหลอดไฟ ทหารโซเวียตหลายคนที่อยู่ใกล้ที่สุดกรีดร้องอย่างโหยหวนออกมาทันที
หลอดไฟใช้ไฟ 220 โวลต์ เมื่อแรงดันไฟฟ้าเกิน 250 โวลต์ ไส้หลอดจะขาดในทันที เมื่อเกิน 300 โวลต์ ไส้ทังสเตนที่ร้อนจัดจะหลอมละลายหยดลงบนแก้วด้านล่างของหลอดไฟ ส่งเสียงดังฉ่า ทำให้แก้วเป็นรู และเมื่อเกิน 350 โวลต์ ความร้อนมหาศาลที่สะสมในเวลาอันสั้น จะเปลี่ยนหลอดไฟให้กลายเป็นระเบิดลูกเล็กๆ โดยสิ้นเชิง แก้วจะระเบิดแตกกระจายออกไปทุกทิศทาง แม้ว่าอานุภาพจะไม่เท่าระเบิดมือ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ ก็ทำให้คนตั้งตัวไม่ติด
ในขณะเดียวกัน เครื่องวิทยุสื่อสารเหล่านั้นก็เริ่มมีควันขึ้นในทันที
"ฝ่ายพลาธิการ" คูลิคอฟตะโกน "ไฟฟ้าขัดข้อง รีบกู้ระบบจ่ายไฟเร็ว"
ในชั่วพริบตานั้น คูลิคอฟก็รู้ว่าระบบจ่ายไฟมีปัญหา นี่เป็นอุบัติเหตุทางไฟฟ้า เกิดจากแรงดันไฟฟ้าของเครื่องปั่นไฟไม่เสถียร สิ้นเสียงตะโกนของเขา ทหารช่างเทคนิคสองนายในห้องก็วิ่งออกไป
"ตั้ด ตั้ด" ในขณะนั้นเอง เสียงปืนก็ดังขึ้นจากด้านนอก
หลังจากที่มูฮัมหมัดใช้เครื่องปั่นไฟทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าแล้ว เขาก็กระโดดลงมาจากรถปั่นไฟคันนี้ แล้วลั่นไกปืนทันที
พร้อมกับเสียงปืน ทหารโซเวียตสองนายที่เฝ้ายามอยู่บนดาดฟ้าก็ถูกยิงร่วงลงมาจากด้านบน
เสียงปืนคือสัญญาณ ในความมืด โอซามะยกปืนไรเฟิล เอเค ของเขาขึ้น เล็งไปยังทหารโซเวียตที่ยืนยามอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วลั่นไก
กระสุนสาดไปดุจพายุคลั่ง ทหารยามโซเวียตที่ไม่ทันตั้งตัว ถูกกระสุนที่รุนแรงเจาะเข้าที่ร่างทันที ร้องโหยหวนแล้วล้มลง
พลปืนกลโซเวียตบนดาดฟ้าได้สติ เขารีบหมอบลงบนดาดฟ้า ดึงลูกเลื่อน ปืนกลในมือก็ส่งเสียงดัง ตั้ด ตั้ด ตั้ด กระสุนชุดหนึ่งสาดมายังทิศทางของโอซามะและคนอื่นๆ
ทันใดนั้น ร่างของเขาก็สั่นสะท้าน บนศีรษะมีรูเพิ่มขึ้นมาหนึ่งรู ปืนกลในมือถูกปล่อยออกอย่างหมดแรง
บนบ้านของชาวบ้านที่อยู่ห่างออกไป เฮอวาเจียหมุนลำกล้องปืนต่อไป เล็งไปยังเป้าหมายถัดไป สำหรับเขาแล้ว ทหารโซเวียตที่อยู่ตรงหน้าเหล่านี้ ก็คือลูกแกะที่รอให้เชือด
หนึ่งนัด และอีกหนึ่งนัด ทหารโซเวียตที่ถูกโจมตีในความมืด ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ายังมีพลซุ่มยิงอีกหนึ่งคนที่อยู่ห่างไกลออกไป คอยพรากชีวิตของพวกเขาอยู่ไม่หยุด
เมื่อจัดการปืนกลของอีกฝ่ายได้ แรงกดดันของกองโจรก็ลดลงทันที โอซามะและคนอื่นๆ พุ่งออกมาจากที่ซ่อน วิ่งไม่กี่ก้าวก็เข้าไปในลานบ้าน
เพิ่งกระโดดเข้าไปในลานบ้าน ร่างของโอซามะก็หดกลับไปอย่างรวดเร็ว
"ตั้ด ตั้ด ตั้ด" เปลวไฟแลบแปลบปลาบออกมาจากหน้าต่าง คนข้างในมีปฏิกิริยาตอบโต้ในทันที พวกเขาเริ่มอาศัยห้องที่แข็งแรงต้านทาน พวกเขาต้องการเพียงแค่ยื้อเวลาไว้หนึ่งนาที หรืออาจจะแค่ไม่กี่สิบวินาที ทหารโซเวียตที่ได้ยินเสียงปืน ก็จะแห่กันมาจากทุกทิศทุกทาง
ไอ้พวกกองโจรบัดซบ กล้าผสมปนเปเข้ามาในเมือง แถมยังคิดจะจู่โจมกองบัญชาการของฝ่ายเราอีก
คูลิคอฟหลบอยู่หลังกำแพงอิฐที่แข็งแรง สั่งการรบอย่างใจเย็น
คนในห้องส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชาการ ส่วนใหญ่ไม่มีอาวุธ มีเพียงไม่กี่คนที่มีปืนพก อาวุธอัตโนมัติเพียงอย่างเดียวคือ เอเค-74 ของทหารยามสองนาย พวกเขาหลบอยู่หลังหน้าต่าง คอยยิงใส่กองโจรต้านอัฟกันที่กระโดดเข้ามาไม่หยุด
แม้จะถูกจู่โจม แต่ปฏิกิริยาตอบโต้ของพวกเขาก็รวดเร็วเช่นกัน หลังจากรบในสมรภูมิอัฟกานิสถานมาหลายปี กองพลที่ 108 ก็ถูกลับจนคมแล้ว
ส่วนทหารโซเวียตที่เฝ้าอยู่รอบนอกเมือง ก็กำลังรุดหน้ากลับมาช่วยอย่างรวดเร็ว โอซามะและคนอื่นๆ ถึงกับได้ยินเสียงฝีเท้าที่ย่ำกันอย่างสับสนอลหม่านมาจากไกลๆ แล้ว
"ระเบิดมือ" โอซามะตะโกน เขาดึงระเบิดมือออกมาลูกหนึ่ง ดึงสลัก แล้วขว้างเข้าไปข้างใน
แม่นยำมาก ระเบิดมือลอยข้ามกำแพง กลิ้งเข้าไปทางหน้าต่าง
ในพื้นที่แคบๆ อานุภาพของระเบิดมือจะเพิ่มขึ้น สะเก็ดระเบิดที่แตกกระจาย จะทำให้คนข้างในล้มตายเป็นจำนวนมาก
คูลิคอฟได้ยินเสียงกุกกัก เขา ก้มลงมอง ทันใดนั้นก็ตกใจสุดขีด
"ระเบิดมือ" คูลิคอฟตะโกน "หลบเร็ว"
ห้องมันก็มีแค่นี้ จะหลบไปทางไหนก็คงโดนสะเก็ดอยู่ดี ในขณะที่คูลิคอฟตะโกนแล้วถอยหลังไปนั้น พลวิทยุคนหนึ่งกลับวิ่งเข้ามา จากนั้น เขาก็ใช้ร่างกายของตัวเอง ทาบทับลงไปบนระเบิดมือลูกนั้น
"ตูม"
ระเบิดมือระเบิดขึ้น สะเก็ดระเบิดทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ร่างของพลวิทยุนายนี้ พร้อมกับแรงระเบิด ร่างของเขาปลิวขึ้นไปในอากาศเกือบครึ่งเมตร แล้วก็ร่วงกระแทกลงมาอย่างแรง
"โควิช" คูลิคอฟตะโกนลั่น หากไม่ใช่เพราะทหารหนุ่มนายนี้ คนในห้องคงล้มกันระเนระนาดไปแล้ว
ดวงตาของคูลิคอฟกลายเป็นสีแดงก่ำ เขาวิ่งไปที่หน้าต่างไม่กี่ก้าว ใช้ปืนพกของเขายิงออกไปด้านนอกไม่หยุด
ไอ้พวกกองโจรเฮงซวย คูลิคอฟโกรธจัดจนแทบคลั่ง
"บุกเข้าไปไม่ได้ เราถอย" รามาเอลตะโกน "ถ้าไม่ไปตอนนี้ เราจะถูกล้อม"
ไม่คิดว่าพวกโซเวียตจะต้านทานได้เหนียวแน่นขนาดนี้ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าจากที่ไกลๆ ดังใกล้เข้ามา รามาเอลก็เริ่มร้อนใจ
"ต่อให้ต้องตายกันหมด ก็ต้องทำลายกองบัญชาการของโซเวียตให้ได้" พอได้ยินรามาเอลบอกให้ถอย โอซามะก็ทำหน้าเครียดทันที "เพื่อสงครามศักดิ์สิทธิ์ เราไม่เคยกลัวตาย เราจะไม่เป็นทหารหนีทัพเด็ดขาด"
ครูฝึกมูฮัมหมัดบอกพวกเราว่า ต้องรู้จักปกป้องตัวเองก่อน ถึงจะกำจัดศัตรูได้ รามาเอลอยากจะพูดประโยคนี้ออกไป แต่ก็ไม่ได้พูด คนรอบข้างต่างมองเขาด้วยสายตาดูถูก
"เพื่อสงครามศักดิ์สิทธิ์ บุกเข้าไป" โอซามะพูดจบ ก็ยกปืนของตัวเองขึ้น เตรียมจะพุ่งเข้าไปทางประตูอีกครั้ง ตรงนั้น กระสุนกำลังปลิวว่อน
"บรึม บรึม บรึม" ในขณะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ก็คำรามดังมาจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไปมอง สิ่งแรกที่พวกเขาเห็นคือท้ายรถบรรทุกคันหนึ่ง รถคันนี้กำลังถอยหลังมาด้วยความเร็วสูง คนขับบ้าคลั่งมาก
ดูจากเส้นทางที่รถถอยมา มันมุ่งมาทางนี้พอดี ถ้าไม่หลบ ชั่ววินาทีต่อมา อาจจะถูกชนล้มลง แล้วถูกเหยียบอยู่ใต้ล้อรถ
ในขณะที่โอซามะกำลังลังเลว่าจะบุกต่อหรือถอยดี ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากบนรถ "เร็วเข้า ขึ้นรถ"
อีกฝ่ายไม่ได้พูดภาษารัสเซีย แต่เป็นภาษาอัฟกันแท้ๆ พวกกองโจรดีใจขึ้นมาทันที เป็นฟาฮิม
"เร็วเข้า ถอย" ในตอนนี้ โอซามะก็ไม่ดื้อรั้นอีกต่อไป เขาเชื่อฟังคำสั่งของมูฮัมหมัดเท่านั้น ตอนนี้คนบนรถคือฟาฮิม งั้นคนที่ขับรถก็ต้องเป็นมูฮัมหมัดแน่นอน
กองโจรที่เท้าเปล่าเหยียบย่ำไปบนถนนที่ปูด้วยหิน วิ่งไปยังทิศทางของรถบรรทุกอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ รถบรรทุกก็เบรกดังเอี๊ยดพอดี
ตรงหัวมุมถนน มีทหารโซเวียตกลุ่มหนึ่งโผล่ออกมาแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นสถานการณ์ทางนี้ ก็รีบนั่งยองๆ ลงทันที จัดขบวนรบ ยกปืนไรเฟิล เอเค-74 ขึ้น เตรียมจะยิงมาทางนี้
"เร็วเข้า ยิง" เสียงของมูฮัมหมัดดังมาจากห้องคนขับ
"รับทราบ" ในตอนนี้ ฟาฮิมที่นั่งอยู่บนกระบะรถบรรทุกยิ้มออกมา ด้านหน้าของเขา คือปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน 23 มม. แท่นคู่
[จบแล้ว]