- หน้าแรก
- ทะลุมิติพิฆาตโซเวียต
- บทที่ 1 - ที-62 ไปตายซะ!
บทที่ 1 - ที-62 ไปตายซะ!
บทที่ 1 - ที-62 ไปตายซะ!
บทที่ 1 - ที-62 ไปตายซะ!
“ครืน ครืน ครืน เอี๊ยดอ๊าด เอี๊ยดอ๊าด…”
เสียงนี้ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พื้นดินดูเหมือนจะสั่นสะเทือนตามไปด้วย
ชายหนุ่มรู้สึกปวดหัวจี๊ด ๆ ตอนนี้เขานอนอยู่บนพื้น แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรง ราวกับตอนที่เพิ่งเข้ากรมใหม่ ๆ แล้วโดนครูฝึกไร้ยางอายสั่งให้วิดพื้นห้าร้อยครั้ง
เสียงนี่มันหนวกหูชะมัด เขาพยายามฝืนลืมตา
บ้าเอ๊ย นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
พอเห็นสภาพรอบตัว นี่มันไม่ใช่พื้นที่ที่คุ้นเคยเลย หรือว่าจะเป็นภารกิจพิเศษอีกแล้ว ทำไมในหัวไม่มีความทรงจำอะไรเลย
เขค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และเมื่อลืมตาแล้ว เขาก็ไม่อาจหลับตาลงได้อีก
แม่เจ้าโว้ย นั่นมันตัวอะไรวะ
ร่างกายของเขายังลุกไม่ขึ้น มีเพียงศีรษะที่ยกขึ้นมาก่อน สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นเหล็กสองแผ่นที่กำลังเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง คลุกเคล้าฝุ่นทรายสูงครึ่งเมตร นี่คือสายพานตีนตะขาบสองเส้น เขาคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี
เสียงเอี๊ยดอ๊าดคือเสียงที่สายพานทั้งสองเส้นเสียดสีกับพื้นดินขณะเคลื่อนที่
ด้านหลังสายพานนั่นคือกลุ่มควันสีดำทะมึน เป็นผลมาจากการที่พลขับรถถังกระทืบคนเร่งอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเลื่อนสายตาขึ้นไปอีก เขาก็เห็นป้อมปืนรูปครึ่งวงกลม และลำกล้องปืนที่ชี้โด่เด่
ลำกล้องปืนนั้นมีส่วนนูนออกมาเป็นวงตรงกลาง นั่นคือปลอกลดแรงดันควันประจำลำกล้อง รถถังทุกรุ่นทั่วโลกวิ่งวนในหัวของเขา และในทันที เขาก็จำได้
ที-62
นี่มันรถถัง ที-62 ของโซเวียตที่ปลดประจำการจากแนวหน้าไปแล้วไม่ใช่เหรอ
ปวดหัวอย่างรุนแรง ทั้งตัวก็ไร้เรี่ยวแรง ศีรษะที่เพิ่งยกขึ้นมาก็ร่วงกลับลงไปบนพื้นอีกครั้ง
แต่แรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน เสียงคำรามของรถถัง ทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นจนขนลุก
ไม่สิ มันมีอะไรแปลก ๆ นี่มันจังหวะที่จะต้องตายชัด ๆ
เจ้าก้อนเหล็กนั่น มันกำลังขับมาทางนี้
กลุ่มควันสีดำทะมึนที่พวยพุ่งนั่น คือการที่พลขับรถถังเวรตะไลเหยียบคันเร่ง หวังจะพุ่งเข้ามาชนเขาให้ตาย
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เหยียบเขาให้ตาย
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
เขาลองมองดูตัวเองอีกครั้ง ชุดฝึกพรางที่เคยใส่ก็ไม่มีแล้ว ตอนนี้เขากลับสวมชุดคลุมยาวสกปรกมอมแมม บนหัวก็เหมือนจะโพกผ้าขาวไว้
และในตอนนี้ ข้าง ๆ ตัวเขายังมีของสิ่งหนึ่งเป็นท่อกลมยาว ๆ วางอยู่ แค่เหลือบมองแวบเดียว เขาก็รู้ว่านั่นคือเครื่องยิงจรวดที่นิยมใช้กันมากในสงครามต่อต้านการก่อการร้ายยุคนี้
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
เขาพยายามสะบัดหัวอย่างแรง ในที่สุดเขาก็นึกออก เขาคือผู้การกองพลรบพิเศษแห่งหน่วยดาบเทวะบูรพา ตอนนี้กำลังศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยการป้องกันประเทศ
แถมยังมีข่าวแว่ว ๆ มาจากเบื้องบนว่า กองทัพเตรียมจะเลียนแบบกองทัพอเมริกัน ก่อตั้งกองบัญชาการรบพิเศษร่วมสามเหล่าทัพ และตั้งใจจะปั้นเขาให้เป็นหนึ่งในผู้บัญชาการระดับสูงของกองบัญชาการนั้น
แต่ในขณะที่ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยการป้องกันประเทศได้ไม่ถึงครึ่งปี เขาก็ได้รับภารกิจ ให้เดินทางไปสังเกตการณ์การซ้อมรบพร้อมกับเพื่อนร่วมรุ่นบางคน
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก แต่ครั้งนี้กลับเกิดอุบัติเหตุ
เฮลิคอปเตอร์ มิล-171 พาพวกเขาบินตรงจากมหาวิทยาลัยการป้องกันประเทศ เพิ่งจะถึงเขตเยียนเจียวก็เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค ใบพัดหางหยุดหมุน ทั้งเครื่องหมุนควงสว่านราวกับลูกข่าง คนข้างในก็หมุนตามไปด้วย
เฮลิคอปเตอร์เข้าสู่ช่วงเวลาอันน่าสะพรึงกลัวก่อนที่จะตกกระแทกพื้น ประตูห้องโดยสารเปิดออกในทันใด เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกเหวี่ยงออกมาจากห้องโดยสารได้ยังไง
อยู่บนเฮลิคอปเตอร์โดดร่มไม่ได้ ดังนั้นเฮลิคอปเตอร์จึงต้องเน้นย้ำเรื่องความทนทานต่อการตกกระแทก ตัวเขาที่ร่วงลงมาจากฟ้าไม่ได้พกโดดร่มมาด้วย รู้สึกเพียงแค่ลมปะทะหน้าอย่างแรง จากนั้นก็ร่วงลงสู่พื้น
โชคดีมากที่ร่างกายไม่แหลกเป็นชิ้น ๆ
แต่พอร่วงลงมา แล้วลืมตาอีกครั้ง ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
แม้ว่ารอบข้างจะเป็นพื้นที่ขรุขระ เป็นเขตภูเขา แต่ก็แตกต่างจากพื้นที่ที่เขาตกลงมาโดยสิ้นเชิง
ที่นี่ที่ไหน
เขาหลับตาลงชั่วขณะ ความทรงจำมากมายก็พลันหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา
มูฮัมหมัด คามาราน กองโจรต้านอัฟกัน ครูฝึก ผู้รุกรานโซเวียต สิ่งเหล่านี้ปรากฏขึ้นในหัวอย่างชัดเจน การข้ามมิติมายังยุคสมัยและประเทศที่น่าสะพรึงกลัว เรื่องแบบนี้ มันเกิดขึ้นกับตัวเขาจริง ๆ เหรอ
“เอี๊ยดอ๊าด ครืน ครืน” เสียงนั้นใกล้เข้ามาอีก
เขาเงยหน้าขึ้นมอง เจ้าสิ่งที่มหึมานั่น มันอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ไอ้กองโจรข้างหน้านั่น น่าจะตายไปแล้ว” ในรถถังที่เสียงดังสนั่น พลขับส่งเสียงผ่านไมโครโฟนติดคอ บอกสิ่งที่เขาคาดการณ์ออกไปอย่างชัดเจน
ผู้บัญชาการรถที่นั่งอยู่ข้างหลังเขาในป้อมปืนส่วนล่าง ซึ่งใช้กล้องปริทรรศน์สังเกตการณ์อยู่สักพัก ก็ออกคำสั่งสั้น ๆ ทันที “ไม่ต้องเลี้ยว เหยียบมันไปเลย”
พวกเขาพูดภาษารัสเซียกัน
เพิ่งจะจัดการกองโจรกลุ่มนี้ไป ภารกิจที่นี่ก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว รถถังคันอื่น ๆ ในกองร้อยรถถังก็เคลื่อนขบวนออกไปหมดแล้ว
แต่ยังคงเหลือรถถังของพวกเขาไว้หนึ่งคันเพื่อเคลียร์พื้นที่
สำหรับพลทหารรถถัง การเคลียร์พื้นที่ก็คือการขับรถถังเหยียบซ้ำ เพื่อบดขยี้ศพทั้งหมดให้เละ
บนรถถังของพวกเขามีกลิ่นคาวเลือดติดอยู่ตลอดเวลา แต่ผู้บัญชาการรถกลับชอบทำแบบนี้ไม่รู้จักเบื่อ
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะสร้างความหวาดหวั่นให้แก่พวกกองโจรที่น่ารังเกียจเหล่านั้นได้ถึงขีดสุด ทำให้พวกมันรู้ว่า การเป็นศัตรูกับกองทัพโซเวียต จะต้องเจอกับจุดจบเช่นนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับพวกที่ยังไม่ตาย การเหยียบไปตรงกลาง แล้วหักคันบังคับเลี้ยว ให้รถถังหมุนตัว สายพานตีนตะขาบจะบดขยี้คน ๆ นั้นให้กลายเป็นกองเนื้อท่ามกลางความสิ้นหวัง
แม้ว่าฝุ่นที่รถถังก่อขึ้นจะบดบังทัศนวิสัย และไม่สามารถยื่นหัวออกไปมองได้โดยตรง แต่พลขับก็ยังคงยืนยันว่า ตอนนี้ ตรงนั้นเป็นเพียงศพเท่านั้น
เคลื่อนที่ต่อไป ศพนั้นก็จะมองไม่เห็นแล้ว เข้าสู่จุดบอดของกล้องปริทรรศน์ที่มีมุมมองแคบ
พลขับยืนยันว่า สายพานด้านซ้ายจะเหยียบทับศพนั้นพอดี
เขาผลักคันเกียร์ไปข้างหน้า ลดเกียร์ลงหนึ่งระดับ เพื่อให้ได้กำลังขับเคลื่อนที่มากขึ้น
จากนั้น ก็เหยียบคันเร่งจนจมมิด สัตว์ประหลาดเหล็กคันนี้คำรามลั่น ขับเคลื่อนผ่านไป
แม้ว่าดวงตาจะมองไม่เห็น แต่พลขับก็ราวกับสัมผัสได้ว่า ศพนั้นถูกฟันเหล็กใต้สายพาน ฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วกลายเป็นกองเนื้อ
เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็ผ่านไปแล้ว เครื่องยนต์ 580 แรงม้าที่อยู่ด้านหลัง ยังคงคำรามลั่น
“เคลื่อนที่ต่อไป ไปยังพื้นที่หมายเลขสาม” ผู้บัญชาการรถตะโกน “ไปสมทบกับกองร้อยของเรา”
ด้านหลังรถถังยังคงมีควันดำพวยพุ่ง ในม่านควันนั้น ร่างหนึ่งก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที
เขาสูบหายใจอย่างหนัก มองไปยังด้านหลังป้อมปืนของ ที-62 ที่โล่งเตียนเหมือนท้ายทอยของเกอโยว (นักแสดงจีน) ใบหน้าของเขาในตอนนี้เคร่งขรึมอย่างที่สุด
โชคดีที่หลายปีมานี้ ไม่ว่าตำแหน่งของเขาจะสูงขึ้นแค่ไหน เขาก็ไม่เคยหยุดฝึกฝนตัวเองอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การฝึกที่สมาชิกหน่วยรบพิเศษทุกคนต้องผ่าน นั่นคือการฝึกให้รถถังเหยียบ รถถังขับครืน ๆ เข้ามา แล้วตัวเองก็นอนนิ่ง ๆ ปล่อยให้มันขับคร่อมผ่านไประหว่างสายพานทั้งสองข้าง นี่คือการทดสอบความกล้าหาญและจิตใจ
เมื่อครู่เขาปรับตำแหน่งของตัวเอง เคลื่อนผ่านใต้ท้องรถถังไป จึงรอดพ้นจากภัยครั้งนี้มาได้
ตอนนี้ ก็ส่งรถถังคันนี้ไปตายซะเถอะ
บนบ่าของเขา แบกท่อกลมนั้นขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว
ในตอนนี้ ระยะทางใกล้มาก แค่ยี่สิบกว่าเมตร แม้แต่คนตาบอดก็ยิงโดน ปัญหาเดียวก็คือมันใกล้เกินไป ถ้าหากยิงออกไปตอนนี้ ตัวเขาเองก็อาจจะบาดเจ็บตามไปด้วย
แต่ข้อเสียของ อาร์พีจี-7 ก็ชัดเจนมากเช่นกัน เจ้านี่มันไม่มีระบบนำวิถี แม้ว่าจะมีระบบเล็ง แต่พอไกลออกไป มีเพียงพระผู้เป็นเจ้าผู้รอบรู้เท่านั้น ที่จะรู้ว่ามันจะบินไปตกที่ไหน
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจแล้ว
แกจะฆ่าฉัน งั้นฉันก็จะจัดการแกซะ
ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผ่นกันความร้อน สายตาของเขาผ่านศูนย์เล็ง จับจ้องไปยังด้านหลังของป้อมปืนหล่อเหล็กของรถถังคันนั้น ล็อกเป้าไว้ตรงกลางศูนย์เล็งพอดิบพอดี
ต่อไป ก็คือการเหนี่ยวไก
แค่ให้มันขับต่อไปอีกห้าเมตร เขาก็จะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว การฝึกที่ผ่านมาในระยะหนึ่งร้อยเมตร เขาทำได้ร้อยนัดเข้าเป้าทุกลูก
แต่ในวินาทีนั้น เขากลับเห็นป้อมปืนของรถถังคันนั้นกำลังหมุนกลับมา
บ้าเอ๊ย
การนั่งอยู่ในรถถัง ทัศนวิสัยจะถูกจำกัดอย่างมาก ตอนนี้เขาอยู่ด้านหลัง อีกฝ่ายยังไม่เห็น แต่เมื่อป้อมปืนของอีกฝ่ายหมุนกลับมา มันก็คนละเรื่องกันแล้ว แค่ปืนกลร่วมแกนที่อยู่ด้านขวาของปืนใหญ่ ก็สามารถสาดกระสุนใส่เขาจนร่างพรุนได้
รอไม่ได้แล้ว ยิงเลย
เขากลั้นหายใจ เหนี่ยวไก
“แชะ”
หูของเขาคล้ายกับได้ยินเสียงเข็มแทงชนวนกระทบกับจานท้ายกระสุน จากนั้น จรวดที่อยู่ด้านหน้าของเครื่องยิงจรวดก็พุ่งออกไป เขาทิ้งตัวลงพื้นอย่างคล่องแคล่ว กลิ้งหลบไปด้านข้าง
ผู้บัญชาการรถถัง ที-62 แค่กำลังหมุนป้อมปืนเพื่อสอดส่องไปรอบ ๆ ตามปกติเท่านั้น แต่เมื่อหมุนไปได้ครึ่งหนึ่ง สิ่งที่ปรากฏขึ้นที่ขอบสายตาในกล้องปริทรรศน์ของเขา ก็คือไอ้บ้านั่นที่แบกเครื่องยิงจรวดอยู่
“เร็วเข้า เร่งเครื่องหลบไปทางซ้าย” ผู้บัญชาการรถตะโกนลั่น เสียงของเขาดังทะลุเสียงคำรามของเครื่องยนต์ แม้ไม่ต้องใช้ระบบสื่อสารภายในรถก็ได้ยินชัดเจน
ช้าไปแค่ครึ่งวินาทีเท่านั้น ตอนนี้ป้อมปืนยังหมุนไปไม่ถึง ไม่สามารถใช้ปืนกลร่วมแกนยิงใส่คน ๆ นั้นได้ ส่วนไอ้บ้านั่นก็ยิงจรวดออกมาแล้ว และมันจะมาถึงในพริบตา ระยะทางแค่นี้ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวินาที จรวดก็บินมาถึงแล้ว
พลขับที่อยู่ด้านหน้า พอได้ยินผู้บัญชาการรถตะโกนลั่น ก็รู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว เขาเหยียบคันเร่งจนจมมิดทันที ทั่วทั้งรถถังเต็มไปด้วยเสียงแผดคำรามของเครื่องยนต์ จากนั้น ก็ดึงคันบังคับเลี้ยวไปทางซ้ายอย่างแรง
ในกล้องปริทรรศน์ ร่างของคน ๆ นั้นหายไปแล้ว
จากนั้น เสียงปะทะและเสียงระเบิดอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น คลื่นความร้อนแผ่เข้ามา แล้วผู้บัญชาการรถก็หมดสติไป
จรวดที่เขาฝากความหวังไว้เต็มเปี่ยม ไม่ทำให้ผิดหวัง พุ่งเข้าปะทะกับเกราะด้านหน้าของ ที-62 ได้สำเร็จ ภายใต้แรงปะทะอันรุนแรงนั้น ดินขับที่อยู่ส่วนท้ายของหัวรบก็จุดชนวนดินระเบิดหลัก หัวรบประจุกลวงที่ออกแบบมาเพื่อทำลายเกราะโดยเฉพาะ ก็สร้างลำความร้อนโลหะอันทรงพลัง เจาะทะลวงเกราะหล่อเหล็กด้านหน้าเข้าไป
แม้ว่าครั้งนี้จะยิงเข้าด้านหน้า และเกราะด้านหน้าของป้อมปืนรถถังจะหนาที่สุด แต่มันก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีของ อาร์พีจี-7 ได้ มันถูกเจาะเป็นรูเหมือนยุงดูดเลือด จากนั้นลำความร้อนโลหะก็พุ่งเข้าไปในตัวรถ แล้วขยายตัวอย่างรุนแรง เกิดการระเบิดซ้ำสอง ผนังทองแดงของหัวรบประจุกลวงก็แตกละเอียดเป็นหยดโลหะหลอมเหลวร้อนจี๋ขนาดเท่าหยดน้ำตา กระจายไปทั่วป้อมปืนเหมือนกระสุนตัน
ผู้บัญชาการรถและพลปืนถูกยิงในทันที จากนั้น กระสุนปืนใหญ่ในป้อมปืนก็ถูกจุดให้ระเบิดตาม พลบรรจุกระสุนและพลขับที่อยู่ด้านหน้า ก็ได้สัมผัสกับวินาทีที่สว่างไสวที่สุดในชีวิต ท่ามกลางเปลวไฟจากกระสุนที่ระเบิด
เขายกมือทั้งสองข้างกุมหัว หวังว่าจะไม่มีอะไรกระเด็นมาโดน ไม่ต้องใช้ตาดู ก็ได้ยินเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหว
เวรเอ๊ย ที-72 เกิดกระสุนระเบิดบ่อย ๆ แต่ ที-62 ไม่ค่อยเห็นนี่หว่า เสียงดังขนาดนี้ เจ้า ที-62 นี่จะไม่ถูกระเบิดจนป้อมปืนกระเด็นเลยเหรอ
รออยู่สองวินาที ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
[จบแล้ว]