- หน้าแรก
- เส้นทางสู่เจ้าพ่อเทคโนโลยีเริ่มต้นจากโรงงานมือถือ!
- บทที่ 36 ดักรอหน้าประตู
บทที่ 36 ดักรอหน้าประตู
บทที่ 36 ดักรอหน้าประตู
บทที่ 36 ดักรอหน้าประตู
พวกเขาตามความทรงจำเดิมไปที่โรงงานเก่าในเขตอุตสาหกรรมเซี่ยเปียน แต่ได้รับคำตอบว่า "บอสหลี่ทำงานที่ตึกสำนักงานใหญ่ ไม่ได้อยู่ที่นี่"
ดังนั้น รถเก๋งป้ายทะเบียนต่างถิ่นหลายคันจึงแห่กันมาที่ใต้ตึกซิงเฉินเทคโนโลยี ถนนเจิ้นอัน
รถทะเบียนฝูเจี้ยน เจียงซี หูหนาน หรือกระทั่งรถที่ขับข้ามคืนมาจากเจ้อเจียง จอดเรียงรายในลานจอดรถใต้ตึกซิงเฉิน ดูฝุ่นจับจากการเดินทางไกล
คนที่ลงจากรถ ส่วนใหญ่ใส่ชุดลำลองกึ่งทางการ หนีบกระเป๋าหนัง ใบหน้าฉายแววเหนื่อยล้าจากการเดินทางผสมกับความร้อนใจอยากคว้าโอกาสทอง
พวกเขาเดินเข้าหาแผนกต้อนรับของซิงเฉินอย่างชำนาญทาง เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่มา
บริเวณแผนกต้อนรับดูแออัดและจอแจขึ้นมาทันที
ชายวัยกลางคนร่างท้วมเสียงดัง พยายามตีซี้กับน้องพนักงานต้อนรับ "น้องสาว ช่วยพี่หน่อย พี่คือเถ้าแก่หวงจากเฉวียนโจวนะ ที่เคยกินข้าวกับบอสหลี่คราวก่อน! น้องบอกบอสหลี่หรือเจ๊หลี่หน่อย ว่าเถ้าแก่หวงมาแล้ว เอาไอ้นี่มาด้วย!"
เขาตบกระเป๋าเอกสารตุงๆ ของตัวเอง บอกใบ้ว่าข้างในคือเงินสดหรือดราฟต์เงิน "ขอแค่ได้เจอตัว คุยแค่ห้านาทีพอ!"
ชายอีกคนที่ใส่สูทดูดีกว่ายืนอยู่ข้างๆ ดูสุขุมกว่า แต่แววตาเร่งรีบไม่ต่างกัน "คุณครับ รบกวนหน่อย ผมเป็นตัวแทนจากหนานชาง โทรเข้าฝ่ายขายไม่ติดเลย ทางผมรอของจนจะลงแดงแล้ว ร้านลูกข่ายหลายร้อยร้านทวงยิกๆ ผมแค่อยากยืนยันโควตาและเวลาส่งของล็อตหน้า ได้คำตอบที่แน่นอนผมจะรีบกลับทันที"
ยังมีอีกคนที่ดูเจ้าเล่ห์กว่า พยายามจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในโซนออฟฟิศ แต่โดนพนักงานต้อนรับกันไว้ทัน เลยต้องถอยกลับมา ควักบุหรี่แจกคนรอบข้าง พยายามหาพวก
"พวกเถ้าแก่ก็มารอของเหมือนกันเหรอ? เฮ้อ Xingchen S2 นี่มันเฮี้ยนจริงๆ พอโฆษณายิงปุ๊บ ข้างล่างก็บ้าคลั่งปั๊บ ร้านในอำเภอของผม เมื่อก่อนขายยี่ห้อไหนก็ได้ เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่ Xingchen S2 ไม่เอา โดยเฉพาะสีทองเศรษฐี บอกว่าถือแล้วมีหน้ามีตา ทางพวกพี่เป็นไงบ้าง?"
"เหมือนกันเปี๊ยบ!" เถ้าแก่หวงร่างท้วมรีบรับลูก เหมือนเจอเพื่อนร่วมชะตากรรม "ไส้จะขาดแล้วเนี่ย! ถ้ารู้ว่าจะแรงขนาดนี้ ตอนนั้นน่าจะกัดฟันสั่งเยอะกว่านี้! ลูกค้ารายใหญ่หลายเจ้าวางเงินบนโต๊ะแล้ว รอแค่เครื่อง ผมไม่มีของให้ ดูๆ จะโดนเจ้าอื่นแย่งลูกค้าไปแล้วเนี่ย!"
ชายชุดสูทหัวเราะขืนๆ "ผมทำส่งค้าส่งระดับตำบล ร้านชำพวกนั้นโทรทวงวันละสามเวลา บอกว่าพี่น้องเกษตรกรตอนนี้เชื่อยี่ห้อนี้ ทีวีเปิดให้ดูทุกวัน จอใหญ่ เสียงดัง สีแจ่ม คือมือถือดี ตอนนี้จะยัดเยียดแบรนด์อื่นให้ เขาไม่รับเลย บอกขายไม่ออก ซิงเฉินอิเล็กทรอนิกส์นี่กินรวบตลาดล่างเรียบวุธจริงๆ"
ตัวแทนจำหน่ายจากทั่วสารทิศเหล่านี้ รวมตัวกันเป็น "สภากาแฟ" ชั่วคราวที่ล็อบบี้ หัวข้อสนทนามีเรื่องเดียว: ทำยังไงถึงจะได้ Xingchen S2 ให้เร็วที่สุดและมากที่สุด
พวกเขาแลกนามบัตร บ่นเรื่องของขาด แชร์ข้อมูลความร้อนแรงของตลาด แต่สายตาก็ยังคอยชำเลืองมองไปทางประตูทางเข้าออฟฟิศ หวังว่าจะเห็นใครสักคนที่มีอำนาจตัดสินใจโผล่ออกมา
ต่างจากความวุ่นวายปนกังวลที่สำนักงานใหญ่ จุดที่แบกรับแรงกดดันทางกายภาพสูงสุดจริงๆ คือโรงงานซิงเฉินอิเล็กทรอนิกส์ในเขตอุตสาหกรรมเซี่ยเปียน ที่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร
โรงงานขนาด 800 กว่าตารางเมตรที่พ่อทิ้งไว้ให้ เคยดูกว้างขวางจนโล่งตา ตอนนี้ถูกอัดแน่นด้วยกำลังการผลิตที่ขยายตัวจนล้น เหมือนภาชนะที่ถูกยัดของจนปริ ทุกตารางนิ้วถูกใช้งานจนหยดสุดท้าย
ไลน์ผลิตเดิม 4 ไลน์เดินเครื่องเต็มสูบ ไลน์ใหม่ที่เพิ่งขยายอีก 4 ไลน์ก็เปิดใช้งานหมดแล้ว
สายพานการผลิต 8 สายเหมือนมังกรเหล็ก ส่งเสียงคำรามไม่หยุด กินพื้นที่เกือบทั้งหมดของโรงงาน
ข้างสายพาน คนงานในชุดยูนิฟอร์มและหมวกคลุมผม ขยับมือประกอบ บัดกรี ตรวจสอบ และบรรจุกล่องอย่างรวดเร็วและมีสมาธิ
จำนวนพนักงานพุ่งจาก 120 คน เป็นกว่า 300 คนอย่างรวดเร็ว ทำงานสามกะ คนพักได้ แต่เครื่องจักรห้ามหยุด
อากาศอบอวลด้วยกลิ่นตะกั่ว พลาสติก และกลิ่นเฉพาะตัวของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ใหม่
คนงานใหม่ยังต้องให้ครูฝึกประกบสอน ท่าทางเก้ๆ กังๆ ตัดกับความชำนาญของคนงานเก่าอย่างชัดเจน
อาสาม ผู้จัดการโรงงาน ตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย เสียงแหบแห้งจนแทบไม่มีเสียงเพราะต้องตะโกนแข่งกับเสียงเครื่องจักรมานาน
เขาเหมือนสิงโตที่กำลังหงุดหงิด เดินตรวจตราไปมาตามทางเดินแคบๆ ระหว่างไลน์ผลิต
"ตาไวๆ หน่อยสิโว้ย! รอยบัดกรีต้องเต็ม! ติดหน้าจอห้ามมีฟองอากาศ! QC อยู่ไหน? จ้องให้ดี! ความเร็วผมจะเอา แต่คุณภาพผมต้องเอามากกว่า! ใครทำหลุดไป ไม่ใช่แค่หักโบนัสนะบอกไว้ก่อน!"
เสียงคำรามของเขาทะลุเสียงเครื่องจักร แฝงแรงกดดันที่ห้ามต่อรอง
หัวหน้าไลน์ผลิตคนหนึ่งวิ่งเหงื่อแตกพลั่กเข้ามารายงาน แทบจะตะโกนใส่หูอาสาม "อาสาม! แย่แล้ว! ฝาหลังโลหะสีทองเศรษฐีของขาด! มันใช้เยอะเกิน คลาดเคลื่อนจากที่ประเมินไปเกือบครึ่ง! ด้วยความเร็วนี้ อีกสองชั่วโมงของหมดแน่!"
หน้าอาสามดำคล้ำลงทันที คว้าวิทยุสื่อสารมาตะโกนเรียกฝ่ายจัดซื้อแทบจะกินหัว "เหล่าจาง! เหล่าจาง! ได้ยินตอบด้วย! ฝาหลังสีทอง! เดี๋ยวนี้! ทันที! ไม่สนว่าคุณอยู่ไหน ใช้วิธีอะไรก็ได้ สองชั่วโมงของต้องเข้าโกดัง! ไม่งั้นไลน์ใหม่ 4 ไลน์ของผมต้องหยุดเดิน! ค่าเสียหายคุณรับหรือผมรับฮะ?!"
อีกด้านหนึ่ง หัวหน้าช่างหวังพาลูกทีมระดับหัวกะทิ วิ่งวุ่นไปทั่วไลน์ผลิตเหมือนนักดับเพลิง
ตรงไหนเทคนิคเพี้ยน เครื่องจักรสะดุด พวกเขากระโจนเข้าไปแก้ทันที
หัวหน้าหวังคิ้วขมวด การเดินเครื่องต่อเนื่องหนักหน่วงทำให้เครื่องจักรเริ่มประท้วง ความเสี่ยงที่จะต้องหยุดซ่อมฉุกเฉินกำลังเพิ่มขึ้น
แม้แต่โรงอาหารก็กลายเป็นคอขวด
โรงอาหารเล็กๆ เดิมจุคนได้แค่ไม่กี่สิบ ตอนนี้คนงานสามร้อยกว่าคนกินสามกะ กลายเป็นปัญหาใหญ่
ต้องแบ่งรอบกินข้าว กระทบเวลาพักและเปลี่ยนกะ
ฝ่ายธุรการจำต้องติดต่อร้านข้าวกล่องในตัวตำบล ให้มาส่งข้าวกล่องจำนวนมากตามเวลา คนงานต้องยืนกินหรือนั่งยองๆ กินตามลานว่างหน้าโรงงานเพื่อประทังความหิว
แน่นอนว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่หลี่เหยียนยังพอรับไหว
แต่ปัญหาพวกนี้ต้องแก้ และต้องแก้เดี๋ยวนี้
ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงอึกทึกนี้ รถเก๋งสีดำคันหนึ่งก็แล่นมาจอดที่หน้าโรงงาน