- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่สาวนักเรียนเซียนธุรกิจ
- ตอนที่ 559 - 560 หมดแก้ว,เซี่ยอี้ฉู่ไม่รับสาย
ตอนที่ 559 - 560 หมดแก้ว,เซี่ยอี้ฉู่ไม่รับสาย
ตอนที่ 559 - 560 หมดแก้ว,เซี่ยอี้ฉู่ไม่รับสาย
ตอนที่ 559 หมดแก้ว
“พวกเขาไม่เบื่อหรอก เดี๋ยวก็คุยกันจี๋จ๋า คนมีความรักก็งี้แหละ ฉันจะดื่มกับนายเอง!” เกาเหวินซินเอ่ย ในเมื่อเลิ่งเชาถิงไม่อยากดื่ม เธอก็ไม่อยากบังคับ
กู้หนิงจำเป็นต้องขับรถ ทุกคนเข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงไม่ดื่ม แต่เลิ่งเชาถิงที่ดูเย็นชาและยังปฏิเสธไม่ดื่ม ทำให้พวกเขาไม่พอใจเท่าไหร่
กู้หนิงสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของคนในห้องเปลี่ยนไป เธอเองก็อยากให้เลิ่งเชาถิงสนุกกับคนอื่น แต่ช่างเถอะ ใครจะคิดยังไงก็แล้วแต่ เธอไม่สน
ฟากถงเจียเหยาที่ได้ยินเกาเหวินซินพูดว่าคนมีความรัก เธอก็พลันรับรู้ได้ทันทีว่ากู้หนิงและเลิ่งเชาถิงเป็นแฟนกัน เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่ยอมแพ้ และตัดสินใจสู้กับกู้หนิงเพื่อชายในฝัน ตราบใดที่พวกเขายังไม่ได้แต่งงาน เธอก็ยังมีสิทธิ์
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่ใช้ร่างกายเข้าแลกเพื่อยั่วยวนผู้ชาย ถงเจียเหยาชอบใช้เสน่ห์ของเธอดึงดูดผู้ชายมากกว่า ดังนั้นเธอจึงพยายามหาโอกาสได้พูดคุยกับเลิ่งเชาถิง แน่นอนว่าไม่ได้ทำต่อหน้ากู้หนิง
“ในเมื่อพวกคุณไม่ดื่ม งั้นพวกเรามาคุยกันดีกว่าค่ะ” ถงเจียเหยาเอ่ย “คุณกู้ คุณดูดูเด็กมากเลย ยังเรียนอยู่เหรอคะ?”การแสดงออกของถงเจียเหยาดูสุภาพและมีมารยาท แต่กู้หนิงดูออกว่าเธอสนใจแต่เลิ่งเชาถิง
“ค่ะ ฉันยังเป็นนักเรียนมัธยมหก”
ได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็ประหลาดใจ
ถงเจียเหยาคิดว่ากู้หนิงเด็กเกินไปที่จะแต่งงานและทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต เธอเชื่อว่ากู้หนิงและเลิ่งเชาถิงคงจะคบกันได้ไม่นาน
“การสอบเข้ามหาวิทยาลัยใกล้เข้ามาแล้ว คุณกู้จะเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหน?” อ้ายหลันถาม
“มหาวิทยาลัยเมืองหลวงค่ะ” กู้หนิงเอ่ย
ได้ยินเช่นนั้น ถงเจียเหยาก็คิดว่ากู้หนิงจะไปเรียนต่อที่เมืองหลวง ส่วนเลิ่งเชาถิงอยู่เมือง B แบบนี้ก็เข้าทางเธอแล้ว
ถงเจียเหยามีความหวัง เธอไม่แคร์ว่าตอนนี้ใครจะเป็นแฟนเลิ่งเชาถิง ตราบใดที่เขายังไม่แต่งงาน เธอก็ยังมีโอกาสคว้าหัวใจของเขา ถงเจียเหยาเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางโดยไม่สนความรู้สึกของคนอื่น
หลังจากคุยกันสักพัก เกาเฉินหยุนก็พูดกับเกาเหวินซินว่า “เหวินซิน พวกเราไม่ได้ประลองฝีมือกันนานแล้วนะ สักแมตซ์หน่อยไหม?”
ทั้งคู่เติบโตในเขตทหาร และพวกเขาก็จะดวลกังฟูทุกครั้งที่พบหน้ากัน นอกจากนี้ พวกเขามีฝีมือระดับเดียวกัน และการแข่งขันจึงน่าตื่นเต้นและน่าลุ้นว่าใครจะชนะ
ตอนนี้พวกเขาอยู่โซนเล่นกีฬา ดังนั้นจึงมีพื้นที่ให้พวกเขาประลองฝีมือกัน
“ได้อยู่แล้ว กลัวที่ไหน!” เกาเหวินซินตอบรับอย่างไว
“พนันกันเหมือนเดิมนะ!” อ้ายหลันเอ่ย
ทุกครั้งที่เกาเหวินซินแข่งดวลกังฟูกับเกาเฉินหยุน คนอื่นๆจะพนันกันเพื่อความสนุกสนาน ทั้งสองอยู่ระดับเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงคาดเดาได้ยากว่าใครจะชนะ แน่นอนว่าไม่ได้พนันกันด้วยเงินแต่เป็นไวน์
เกาเฉินหยุนหยิบขวดไวน์ที่ยังไม่เปิดมา “คนแพ้จะต้องดื่มไวน์ขวดนี้ให้หมด”
ถ้าฝ่ายไหนแพ้ ฝ่ายที่แพ้จะต้องดื่มไวน์จนหมดขวด แต่ถ้าเสมอ ทั้งสองต้องช่วยกันดื่มไวน์ให้หมด
“ไม่มีปัญหา!” ทุกคนเห็นด้วย
กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงไม่ดื่ม พวกเขาจึงไม่ร่วมพนันด้วย
“ฉันพนันข้างเหวินซิน” เจียงเจ๋อเจิ้งเอ่ย
เพื่อนๆ รู้ว่าเจียงเจ๋อเจิ้งนั้นชอบเกาเหวินซิน ดังนั้นเขาจึงลงพนันข้างเธอทุกครั้ง น่าเสียดายที่เกาเหวินซินไม่มีใจให้เขา เจียงเจ๋อเจิ้งจึงได้แต่ยืนอยู่ข้างเธอในฐานะเพื่อน
ชูหยวนเจินก็ชอบเจียงเจ๋อเจิ้ง แต่เจียงเจ๋อเจิ้งชอบเกาเหวินซิน การที่คนสองคนจะมีใจตรงกันนั้นไม่ง่ายเลย
“ฉันพนันข้างเฉินหยุน” อ้ายหลันเอ่ย
ในตอนท้าย เจียงเจ๋อเจิ้งและถงเจียเหยาพนันข้างเกาเหวินซิน ส่วนอ้ายหลันและชูหยวนเจินพนันข้างเกาเฉินหยุน หลังจากนั้นการแข่งกังฟูก็เริ่มต้นขึ้น
การต่อสู้ของทั้งสองดูน่าตื่นเต้นสำหรับสายตาคนภายนอก แต่สำหรับกู้หนิงและเลิ่งเชาถิงแล้วนั้น ในสายตาของพวกเขาดูเหมือนเด็กกำลังเล่นหยกล้อกัน
สิบนาทีผ่านไป การแข่งขันก็จบลง และเกาเฉินหยุนเป็นฝ่ายแพ้
“มาเถอะ เฉินหยุน อ้ายหลัน ชูหยวนเจิน หมดขวด!” เจียงเจ๋อเจิ้งเอ่ย
เกาเฉินหยุนแพ้ เขาจึงต้องดื่มด้วย
“เฉินหยุน ที่นายแพ้เพราะนายอยากดื่มไวน์ขวดนี้ใช่ไหม บอกมานะ” อ้ายหลันพูดแหย่เพื่อน
“ฮ่า ฮ่า รู้ทันจนได้!” เกาเฉินหยุนหัวเราะ
“ในเมื่อนายอยากดื่ม ก็ดื่มส่วนของพวกเราไปด้วยสิ”
“ไม่ แบ่งกันสิโว้ย!” เกาเฉินหยุนประท้วง
หลังจากนั้นเกาเฉินหยุน อ้ายหลัน และชูหยวนเจินก็ช่วยกันดื่มไวน์ทั้งขวด
“ต่อไปพวกเราจะเล่นอะไรดี?” อ้ายหลันถาม
“เล่นบลัฟมะ?” ชูหยวนเจินเสนอ
กฎคือ: แต่ละลูกเต๋ามี 6 ด้าน จาก 1 แต้ม ถึง 6 แต้ม ผู้เล่นแต่ละคนถือลูกเต๋าห้าลูกในถ้วยลูกเต๋าโดยไม่เปิดเผยต่อกัน จุดประสงค์ของเกมนี้คือการเดาจำนวนรวมจากผู้เล่นทั้งสอง และถ้าทายถูก ก็ชนะ ถ้าทายผิด ก็แพ้
ตอนที่ 560 เซี่ยอี้ฉู่ไม่รับสาย
“ได้!” ทุกคนเห็นด้วย
“เล่นด้วยกันไหมคะ? ถ้าแพ้ก็ไม่ต้องดื่มไวน์ ดื่มน้ำแทนได้นะคะ” ถงเจียเหยาเอ่ย เธอคิดว่าเธออาจมีโอกาสทำความรู้จักกับเลิ่งเชาถิงถ้าพวกเขาเล่นเกมด้วยกัน
“ใช่ ดื่มน้ำแทนได้นะ” คนอื่นๆ ต่างก็เห็นด้วย
พวกเขาเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก ถ้าเลิ่งเชาถิงกับกู้หนิงไม่ร่วมเล่นสนุกด้วยเลย พวกเขาอาจรู้สึกเบื่อที่ต้องนั่งอยู่เฉยๆ
“ได้ค่ะ ฉันจะเล่นด้วย” กู้หนิงเอ่ย เธอไม่อยากทำตัวแปลกแยก แต่ว่าเลิ่งเชาถิงไม่สนใจเรื่องเล่นเกม เธอจึงไม่ได้ชวนเขาเล่นด้วย
กู้หนิงตัดสินใจไม่ใช้ตาทิพย์ เกมเล่นกันสนุกๆ ถ้าเธอใช้ตาทิพย์ก็คงไม่สนุก
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ใช้ตาทิพย์ เธอก็ยังมีโชคและไม่ค่อยแพ้
ห้าทุ่ม ทุกคนก็พากันออกจากคลับเฮ้าส์
เนื่องจากว่าเกาเหวินซินอยู่ด้วย กู้หนิงจึงทำได้เพียงขับรถไปส่งเลิ่งเชาถิงกลับโรงแรมก่อนที่เธอจะกลับบ้านพร้อมกับเกาเหวินซิน และเลิ่งเชาถิงจะนั่งแท็กซี่ไปหาเธอที่บ้านทีหลัง
กู้ม่านหลับไปแล้วตอนที่กู้หนิงกลับมาถึง
ไม่นานเลิ่งเชาถิงก็มาถึงห้องกู้หนิง แต่เขาไม่ได้โผเข้ากอดและจูบเธอในทันทีที่เจอหน้า เขาเปิดอีเมลและโชว์ให้กู้หนิงเห็นสำนักงานและโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า
“ค่าเช่าเท่าไหร่คะ?” กู้หนิงถามด้วยความสนใจ
“ฟรี”
“หืมมมม คุณใจป้ำจัง” กู้หนิงเอ่ย แม้ว่าเธอจะดีใจที่เขาไม่เก็บเงินเธอ แต่เธอยอมรับไม่ได้ “เชาถิงคะ ธุรกิจก็คือธุรกิจ ถ้าคุณไม่ต้องการเงินค่าเช่า ฉันก็ควจะเช่าออฟฟิศคุณไม่ได้”
เลิ่งเชาถิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดูเสียใจ แต่ก็เถียงเธอไม่ได้
กู้หนิงอ่านข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งสามแห่ง เธอไว้วางใจเลิ่งเชาถิง แต่เธอยังต้องการตรวจสอบด้วยตนเอง
“อ้อ วันหยุดคุณเหลืออีกกี่วันคะ?” กู้หนิงถาม
“บอกยาก ถ้ามีงาน ผมต้องกลับตอนนั้นเลย ถ้าไม่ ผมก็ยังมีวันหยุด”
ในฐานะสมาชิกของหน่วยรบพิเศษ เขาได้รับค่าตอบแทนมากกว่าทหารทั่วไป พวกเขาไม่เพียงต้องทำงานที่อันตรายเท่านั้น แต่พวกเขายังมีการฝึกพิเศษสามวันเดือนละครั้ง เช่นเดียวกับการฝึกในป่าลึกอเมซอนเป็นเวลาครึ่งเดือนทุกปี
เลิ่งเชาถิงเพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกพิเศษประจำเดือนของเขา ดังนั้นเขาจะเป็นอิสระตราบใดที่เขาไม่ได้รับมอบหมายงาน
“พรุ่งนี้ฉันต้องไปดูโรงงานตอนเที่ยง หลังจากดูโรงงานแล้ว ฉันจะบินไปเมือง D ในตอนเย็น ถ้าคุณว่าง ไปกับฉันไหมคะ?” กู้หนิงถาม
“ได้สิ”
หลังจากคุยเรื่องธุรกิจแล้วก็ถึงเวลาของคู่รัก น่าเสียดายที่กู้หนิงอยู่ในช่วงวันนั้นของเดือน ซึ่งหมายความว่าเขาต้องจำกัดความปรารถนาของเขาไปอย่างน้อยห้าวัน
เลิ่งเชาถิงทำหน้าผิดหวัง เขาทำได้เพียงจูบเธอก่อนจะนอนกอดเธอไว้ในอ้อมแขน
เช้าวันต่อมา เลิ่งเชาถิงก็กลับไปในตอนเช้าตรู่อย่างเคย
ระหว่างกินมื้อเช้า กู้หนิงบอกกู้ม่านว่าเธอจะไปเมือง D ในตอนบ่ายเพื่อจัดการธุระ และจะอยู่ที่เมือง D สองวัน ดังนั้นคนขับรถของตระกูลถางจะมารับกู้ม่าน
แม้ว่ากู้ม่านจะรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้างที่ลูกสาวไม่อยู่ด้วย เธอก็ไม่ได้พูดออกไป
หลังกินข้าวเสร็จ กู้หนิงและกู้ม่านก็ไปบ้านตระกูลถางด้วยกัน
วันนี้เกาเหวินซินกลับไปที่บ้านตระกูลเกา ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ไปที่บ้านตระกูลถางกับกู้หนิงและกู้ม่าน
หลังจากการโต้เถียงกับเซี่ยอี้ฉู่ที่สวยสาธารณะ เฉียวกวนเซียงก็ย้ายเข้าไปอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของเป่ยเหอน่า
ประมาณแปดโมงครึ่ง เฉียวกวนเซียงก็โทรหาเซี่ยอี้ฉู่
ในตอนแรกที่เซี่ยอี้ฉู่เป็นเพียงนักร้องเงา เขาจะโทรหาเธอเมื่อจำเป็นเท่านั้น เผื่อในกรณีที่เซี่ยอี้ฉู่จะหักหลัง เขาตัดสินใจให้เธอเป็นผู้ช่วยของเป่ยเหอน่าด้วย เพื่อที่พวกเขาจะได้ควบคุมเธอได้มากยิ่งขึ้น สิ่งที่เขาไม่รู้ตอนนี้ก็คือเซี่ยอี้ฉู่ออกจากเมืองไปที่เมืองหลวงแล้ว
เมื่อเขาโทรหาเซี่ยอี้ฉู่ก็ไม่มีใครรับสาย เฉียวกวนเซียงโทรจนสายไหม้แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม เขาพลันรู้สึกถึงความผิดปกติ
“มีอะไรเหรอคะ? เธอไม่รับสายคุณเหรอคะ?” เป่ยเหอน่าถาม
“ผมโทรหาเธอไม่รับ เอามือถือคุณมาให้ผม” เฉียวกวนเซียงเอ่ย เป่ยเหอน่ารีบส่งมือถือของเธอให้เขา และเฉียวกวนเซียงใช้มือถือของเธอโทรหาเซี่ยอี้ฉู่ แต่ผลก็เหมือนเดิม ไม่มีใครรับสาย
“ยังติดต่อไม่ได้เหรอคะ?” เป่ยเหอน่าเริ่มวิตก
“ผมคิดว่าเธอบล็อกเบอร์พวกเรา” เฉียวกวนเซียงหงุดหงิด มีความเป็นไปได้ว่าเซี่ยอี้ฉู่หลบหนีพวกเขา เธอกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง? ไม่ว่าว่าเขาจะทำร้ายเซี่ยอี้ตงเลยเหรอ?”
“เอามือถือเครื่องอื่นมาให้ผม” เฉียวกวนเซียงเอ่ย เป่ยเหอน่าก็รีบส่งมือถืออีกเครื่องให้เขา
ถ้าครั้งนี้ยังมีคนรับสาย แสดงว่าเซี่ยอี้ฉู่จงใจบล็อกเบอร์ของพวกเขา และคิดจะหักหลัง