เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 537 - 538: เขาปฏิเสธที่จะเป็นแฟนฉัน, เด็กดื้อ

ตอนที่ 537 - 538: เขาปฏิเสธที่จะเป็นแฟนฉัน, เด็กดื้อ

ตอนที่ 537 - 538: เขาปฏิเสธที่จะเป็นแฟนฉัน, เด็กดื้อ


กำลังโหลดไฟล์

ตอนที่ 537 เขาปฏิเสธที่จะเป็นแฟนฉัน

 

กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงนั่งฝั่งเดียวกันในขณะที่ไป๋เสวี่ยเหยียนและอัลลันนั่งฝั่งตรงข้าม

“คุณเลิ่ง ครั้งนี้ผมขออนุญาตเลี้ยงเครื่องดื่มนะครับ” อัลลันยิ้ม พูดกับเลิ่งเชาถิง

“ขอบคุณ” เลิ่งเชาถิงเอ่ย ครั้งนี้เขาไม่ปฏิเสธ ที่ครั้งก่อนเขาปฏิเสธเพราะว่ามีแม่ยายในอนาคตเขาอยู่ด้วย เขาจึงต้องทำคะแนนให้ตัวเองหน่อย

ไป๋เสวี่ยเหยียนมองเลิ่งเชาถิงและกู้หนิงและพูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาว่า “ดูพวกเธอสองคนสิ! เหมาะกันมากเลย”

ได้ยินคำชม เลิ่งเชาถิงก็พึงพอใจ

“นี่เมนู สั่งเต็มที่ได้เลยนะ มื้อนี้อัลลันเลี้ยง” ไป๋เสวี่ยเหยียนยื่นเมนูให้กู้หนิงจากนั้นปรายตามองอัลลันอย่างกับเขาเป็นศัตรูของเธอ

อัลลันยิ้มแห้งๆ จะสั่งเท่าไหร่ก็สั่งเถอะ เขาไม่ว่าอะไร

กู้หนิงและเลิ่งเชาถิงกินข้าวจนอิ่มมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงสั่งแค่เครื่องดื่มและผลไม้นิดหน่อย

ทว่าไป๋เสวี่ยเหยียนไม่พอใจ “ทำไมสั่งน้อยกันจัง?”

“พวกเราเพิ่งกินข้าวมาน่ะ ยังอิ่มอยู่เลย” กู้หนิงพูดพลางกระพริบตาปริบๆ

“ก็ได้” ไป๋เสวี่ยเหยียนเอ่ย

“เอาเมนูมาให้ฉัน” ไป๋เสวี่ยเหยียนเอ่ย จากนั้งเธอก็สั่งขนมห้าอย่าง สลัดผลไม้และสปาเกตตี้

กู้หนิงและอัลลันประหลาดใจ “คุณกินหมดเหรอ?” อัลลันถาม

“อะไร? ไหนบอกคุณบอกว่าเลี้ยงไง?” ไป๋เสวี่ยเหยียนถามกลับ

“โอเคๆ” อัลลันเอ่ย “ผมแค่กลัวว่าคุณจะไม่สบายท้องถ้ากินเยอะเกินไป”

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ไป๋เสวี่ยเหยียนเอ่ยก่อนเมินเขา อัลลันจึงไม่พูดอะไรอีก

ไม่นานเครื่องดื่มและขนมก็ถูกวางลงบนโต๊ะและไป๋เสวี่ยเหยียนก็เริ่มกินคนเดียวทันที กู้หนิงและอัลลันเข้าใจว่าเธออารมณ์ไม่ดีและจำเป็นต้องระบายความโกรธออกมา

หลังจากนั้นไม่นาน อัลลันก็ลุกขึ้นและจากไป

“เกิดอะไรขึ้น? เธอดูอารมณ์ไม่ดีนะ” กู้หนิงถาม

จากมุมมองของไป๋เสวี่ยเหยียนต่ออัลลัน กู้หนิงเชื่อว่าอัลลันต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับอารมณ์ไม่ดีของไป๋เสวี่ยเหยียน เธอไม่รู้ว่าอัลลันรู้หรือไม่ว่าไป่เสวี่ยเหยียนชอบเขา แต่เธอไม่เห็นวี่แววว่าเขารักไป๋เสวี่ยเหยียนจากอัลลันเลย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยากที่จะสรุป

อย่างไรก็ตามระหว่างพวกเขามีช่องว่างระหว่างอายุค่อนข้างมาก กู้หนิงจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่พวกเขาจะเป็นแฟนกัน แม้ว่าจะมีบางคู่ที่คิดว่าอายุจะไม่ใช่ปัญหาแต่ก็น้อยมาก อัลลันอายุเกือบ 30 ปี ขณะที่ไป๋เสวี่ยเหยียนอายุเพียง 17 ปี เธอยังไม่เป็นผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ ดังนั้นเธอจึงเป็นเพียงวัยรุ่นในสายตาของอัลลัน

“ไม่มีอะไรนี่” ไป๋เสวี่ยเหยียนเอ่ย

ในเมื่อไป๋เสวี่ยเหยียนไม่อยากพูด กู้หนิงก็หยุดถาม

อัลลันที่ลุกออกไปแล้วก็ไม่กลับมาอีกและไป๋เสวี่ยเหยียนก็ทำหน้าไม่สนใจ

“ฉันพอแล้ว” ไป๋เสวี่ยเหยียนกินไปแค่หนึ่งในสามของอาหารที่เธอสั่ง อันที่จริงเธออิ่มแล้ว เธอสั่งมากขนาดนั้นเพื่อระบายความโกรธของตัวเองเท่านั้น

“กู้หนิง เขาปฏิเสธไม่เป็นแฟนฉัน” จู่ๆ ไป๋เสวี่ยเหยียนก็พูดขึ้นมา

หืม...

กู้หนิงแปลกใจ ไม่คิดว่าไป๋เสวี่ยเหยียนจะสารภาพความรู้สึกของเธอต่ออัลลันแล้ว และเขาก็ปฏิเสธเป็นแฟนเธอ แต่ทำไมอัลลันยังคงดูสบายดีตอนที่อยู่กับไป๋เสวี่ยเหยียน?

“เขาบอกว่าฉันยังเด็กเกินไปที่จะเป็นแฟนของเขา และฉันก็เป็นแค่เด็กสาววัยรุ่นในสายตาของเขา แต่ตอนนี้ฉันอายุ 17 แล้ว และฉันจะเป็นผู้ใหญ่ในอีกสองเดือน!” ไป๋เสวี่ยเหยียนกล่าว “เขาบอกว่าเขาชอบผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่และเซ็กซี่ แต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้าฉันจะเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ที่เป็นผู้ใหญ่!”

กู้หนิงไม่รู้จะพูดอะไร นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขา

“เขาพูดได้ยังไงว่าฉันเด็กเกินไปที่จะเป็นแฟนของเขา? แล้วเขาแก่เกินไปจะเป็นแฟนของฉัน?” ไป๋เสวี่ยเหยียนพูดด้วยความโกรธ

ในขณะนั้นเอง อัลลันก็เดินเข้ามาหาพวกเขา และไป๋เสวี่ยเหยียนก็ปิดปากของเธอทันที แต่ก่อนที่อัลลันจะเดินมาถึงที่โต๊ะ เขาก็ถูกผู้หญิงคนหนึ่งขวางไว้ก่อน

“ไฮ อัลลัน!” ผู้หญิงคนนั้นทักทายอัลลัน เสียงของเธอฟังดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์ ผู้หญิงคนนั้นสูง ผอม และมีผมยาวสีแดงดัดเป็นลอนใหญ่ สวมชุดรัดรูปสีดำ ถุงเท้าสีดำและรองเท้าส้นสูงสีแดง เธอดูเซ็กซี่และมีเสน่ห์มาก

เมื่อเห็นเช่นนั้น ไป๋เสวี่ยเหยียนรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง จ้องมองไปที่แผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นราวกับจะฉีกทึ้งร่างหล่อนเป็นชิ้นๆ

ในทางกลับกัน อัลลันดูเหมือนจะไม่เต็มใจที่เห็นหญิงสาวและความดูแคลนก็แวบผ่านดวงตาของเขา อย่างไรก็ตาม ด้วยมารยาท อัลลันยังคงทักทายเธออย่างสุภาพ “สวัสดีครับคุณอู๋ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”

“อัลลันคะ คุณนั่งกับฉันสักหน่อยได้ไหมคะ?” ผู้หญิงคนนั้นขอร้อง “ผมก็อยากนั่งเป็นเพื่อนคุณนะครับ แต่เพื่อนของผมกำลังรอผมอยู่” อัลลันตอบ

“น่าเสียดายจังเลยค่ะ! อันที่จริงฉันมาที่นี่คนเดียว ถ้าคุณไม่รังเกียจ ฉันขอไปนั่งด้วยได้ไหมคะ?” ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอมปล่อยอัลลันไป อัลลันไม่ได้มาที่คาเฟ่บ่อยๆ ในขณะที่เธอเป็นแขกประจำเพื่อมาพบเขา น่าเสียดายที่เธอไม่ค่อยได้เจอเขา ดังนั้นเธอจะไม่ปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน

“เอ่อ ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมคนเดียว” อัลลันเอ่ย นี่เป็นวิธีปฏิเสธหล่อนอย่างละมุนละม่อมที่สุด ถ้าหล่อนไม่ได้โง่ก็ควรปล่อยเขาไปได้แล้ว

“ขอโทษนะ แต่ขอปฏิเสธ” ไป๋เสวี่ยเหยียนขัดพวกเขา “โต๊ะนี้ฉันจองและฉันไม่อยากได้คนแปลกหน้ามานั่งด้วย”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็หันไปมองไป๋เสวี่ยเหยียน ที่จริงเธอคิดจะปล่อยอัลลันไปแล้ว แต่สิ่งที่ไป๋เสวี่ยเหยียนพูดทำให้เธอต้องคิดใหม่

เมื่อไป๋เสวี่ยเหยียนเห็นหน้าของหญิงสาวผมแดง เธอก็พ่นเสียงหัวเราะ ผู้หญิงคนนี้ทำศัลยกรรมจนหน้าดูแปลกๆ มองแวบเดียวก็รู้ว่าหน้าพลาสติก

“ตลกอะไรไม่ทราบ?” หญิงสาวขมวดคิ้ว

 

ตอนที่ 538 เด็กดื้อ?

“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร” ไป๋เสวี่ยเหยียนเอ่ย แต่เห็นได้ชัดว่ามี โดยเฉพาะตอนที่เธอพยายามกลั้นขำ

“เธอ...” หญิงสาวโมโห เธอไม่ได้โง่ เธอรู้ว่าเด็กบ้านี่หัวเราะเยาะเธอ

“อย่าโมโหสิ เดี๋ยวจมูกเคลื่อนไปด้านข้างและกรามหลุดเอาได้นะคะ แก้ใหม่คงใช้เงินไม่น้อยเลยล่ะ” ไป๋เสวี่ยเหยียนเอ่ย แกล้งทำเป็นเห็นอกเห็นใจ

“เด็กบ้า...” หญิงสาวโกรธจนหน้าแดง แต่ก็แอบกังวลว่าจมูกของเธอจะขยับไปด้านข้างและกรามจะห้อย ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าขยับกล้ามเนื้อใบหน้าของเธอมากนักซึ่งค่อนข้างน่าขบขัน

“อัลลัน!” เธอหันไปขอความช่วยเหลือจากอัลลัน

“คุณอู๋ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เธอก็แค่เด็กดื้อคนหนึ่ง อย่าถือสาเธอเลยนะครับ” อัลลันขอโทษขอโพย เป็นคำขอโทษที่ไม่ได้จริงจัง และเขาไม่ได้ดุไป๋เสวี่ยเหยียนสำหรับเรื่องนี้เลย

เด็กดื้อ? เธอคิดว่าอัลลันอยู่ข้างไป๋เสวี่ยเหยียนและการโต้เถียงกับพวกเขาก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นเธอจึงจ้องไปที่ไป๋เสวี่ยเหยียนก่อนจะหันหลังเดินกระทืบเท้าจากไป

แม้ว่าอัลลันจะไม่ดุว่าไป๋เสวี่ยเหยียนสำหรับสิ่งที่เธอทำ แต่เขาไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่หยาบคายและหุนหันพลันแล่นของเธอ ไป๋เสวี่ยเหยียนยังเด็กเกินไป

ไป๋เสวี่ยเหยียนอาจไม่ได้สังเกตเห็นความไม่พอใจในสายตาของอัลลัน แต่กู้หนิงก็สังเกตเห็น

ไป๋เธสวี่ยเหยียนไม่ใช่สเปคเขาจริงๆ เพราะอัลลันชอบผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ในขณะที่เธอเป็นเพียงที่เด็กหุนหันพลันแล่น

เลิ่งเชาถิงยังเลือกผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่เป็นแฟนของเขา

กู้หนิงรู้ว่าเลิ่งเชาถิงชอบเธอเพราะความเป็นผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าเธอหุนหันพลันแล่นเหมือนไป๋เสวี่ยเหยียน เลิ่งเชาถิงคงไม่ชอบเธอ แม้แต่เธอก็ยังไม่ชอบคนที่ทำตัวเหมือนเด็ก และคงไม่มีใครอยากให้คู่ของตัวเองทำตัวเป็นเด็กตลอดไป

อัลลันมาที่พวกเขาแล้วพูดว่า “ขอโทษด้วยนะ ผมต้องไปแล้ว ขอให้สนุกนะครับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป๋เสวี่ยเหยียนแค่นเสียง ‘ฮึ’ หันหน้าไปทางอื่น แม้ว่าตอนนี้ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจอัลลันแล้ว แต่จริงๆ แล้วเธอรู้สึกผิดหวังมากเพราะนานๆ ทีเธอจะได้เจอเขา เธอไม่รู้เลยว่าการกระทำเมื่อสักครู่ของเธอทำให้อัลลันหมดอารมณ์อยากนั่งด้วย

เลิ่งเชาถิงและกู้หนิงบอกลาอัลลัน

หลังจากอัลลันจากไปแล้ว ไป๋เสวี่ยเหยียนก็หมดความอยากอาหารทันที พอเห็นแบบนั้นแล้วกู้หนิงก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ

ทันใดนั้นนายท่านไป๋ก็โทรหาไป๋เสวี่ยเหยียนและบอกให้เธอกลับบ้าน ดังนั้นพวกเขาจึงพากันออกจากคาเฟ่ ไป๋เสวี่ยเหยียนเอารถมาเอง เลิ่งเชาถิงและกู้หนิงจึงไม่ต้องไปส่งเธอที่บ้าน

ระหว่างทางไปโรงแรม กู้หนิงก็พูดเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างอัลลันกับไป๋เสวี่ยเหยียนกับเลิ่งเชาถิง

“อายุไม่ใช่ปัญหาหรอกแต่พวกเขาต่างกันเกินไป ยากที่จะเข้ากันได้” เลิ่งเชาถิงเอ่ย ความจริงแล้วเขาพอมองออกว่าไป๋เสวี่ยเหยียนคิดอย่างไรกับอัลลัน

“งั้นทำไมคุณถึงชอบฉันล่ะคะ?” อยู่ๆ กู้หนิงก็ถามขึ้นมา

“อืม” เลิ่งเชาถิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอ้าปากพูดว่า “ใจผมเต้นแรงตอนที่เห็นคุณครั้งแรก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมถูกความเป็นผู้ใหญ่ของคุณดึงดูด ผมคิดว่าเราเป็นคนประเภทเดียวกัน”

กู้หนิงเดาถูกจริงด้วย เธอเองก็คิดแบบเดียวกับเขา ถ้าเลิ่งเชาถิงไม่มีความเป็นผู้ใหญ่ กู้หนิงก็คงไม่ตกหลุมรักเขา

“ถ้าฉันเป็นเหมือนเพื่อนของฉัน คุณจะยังรักฉันไหมคะ?” กู้หนิงถาม

“ผมไม่รู้เพราะคุณไม่เหมือนเพื่อนของคุณ แต่สิ่งที่ผมรู้คือคุณครอบครองหัวใจของผมแล้ว” เลิ่งเชาถิงกล่าว “ผมรู้ว่าคุณเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและมีคุณธรรม และผมเชื่อใจคุณได้”

เขาคบเธอมาได้สักพักใหญ่แล้ว แต่พวกเขาไม่เคยทะเลาะกันเลย พวกเขารักกันมาก ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง

กู้หนิงยิ้มให้กับคำตอบของเขา

เมื่อพวกเขากลับมาถึงโรงแรม เลิ่งเชาถิงก็ไม่รอช้ากดกู้หนิงลงบนเตียงทันที

“เดี๋ยวก่อน! ฉันต้องจองตั๋วเครื่องบินก่อนค่ะ” กู้หนิงผลักเขาออก

เลิ่งเชาถิงไม่อยากลุกจากตัวของเธอ แต่เขารู้ว่าเธอต้องจองตั๋วเครื่องบินคืนนี้ ดังนั้นเขาจึงกอดเธอไว้ในอ้อมแขนขณะที่เธอกำลังจองตั๋วเครื่องบินทางอินเทอร์เน็ต

ทว่ามือของเขาไม่ได้หยุดแต่ยังคงสัมผัสไปตามร่างกายของกู้หนิงซึ่งทำให้เธอรำคาญ “หยุดก่อนไม่ได้เหรอคะ? ฉันกำลังตรวจสอบตั๋วเครื่องบินอยู่นะ!”

เลิ่งเชาถิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ “ก็ทำต่อไปสิ ผมไม่ได้ห้ามคุณสักหน่อย”

กู้หนิงมองค้อนเขา ผู้ชายคนนี้เหลือเกินจริงๆ เธอจับมือของเขาที่อยู่บนตัวของเธอออก “อย่าเพิ่งมาจับฉันนะ หรืออยากจะนอนคนเดียว”

“ก็ได้ คุณจองตั๋วต่อไปเถอะ ผมไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน ผมกลับมาแล้วหวังว่าคุณคงจะพร้อมแล้วนะ”

กู้หนิงหน้าแดงแต่ไม่ได้ตอบเขา จากนั้นเลิ่งเชาถิงก็เข้าไปอาบน้ำ

กู้หนิงจองตั๋วเครื่องบินไว้สำหรับเวลา 14:50 น. พรุ่งนี้เพื่อที่พวกเธอจะได้บินกลับหลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ

กู้หนิงไม่ได้จองตั๋วเครื่องบินให้เลิ่งเชาถิง เพราะเขาไม่สามารถกลับไปกับพวกเธอในเที่ยวบินเดียวกันได้

กู้หนิงจองตั๋วเครื่องบินเสร็จแล้ว เลิ่งเชาถิงจึงไม่รอช้า กดเธอลงกับเตียงและจูบเธออย่างดุเดือด...

จบบทที่ ตอนที่ 537 - 538: เขาปฏิเสธที่จะเป็นแฟนฉัน, เด็กดื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว