เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 14: หยูหมิงซี (อ่านฟรี)

Chapter 14: หยูหมิงซี (อ่านฟรี)

Chapter 14: หยูหมิงซี (อ่านฟรี)


   

     ท่าทางไม่สนใครของฉู่เพ่ยหานทำให้ฉินเจิ้งโมโห แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะว่าเธอไม่ได้เอ่ยชื่อเขา

(*ขอแก้ชื่อ ฉู่เป่ยฮานเป็นฉู่เพ่ยหานนะคะ* )

ฉินเจิ้งรู้ว่าไม่เป็นการฉลาดหากเขายังยืนอยู่ที่นี่ต่อไป

เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงขณะมองไปที่ฉู่เพ่ยหานและกู้หนิงตามลำดับด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย จากนั้นจึงเดินจากไป

"ฮ่า ฉันนึกว่าเขาจะกล้ากว่านี้ซะอีก ช่างน่าเบื่อซะจริง" ฉู่เพ่ยหานพลันรู้สึกเบื่อขึ้นมาทันทีที่ฉินเจิ้งเดินจากไป

ฉินเจิ้งเดินไปได้ไม่ไกลนักเขาจึงได้ยินสิ่งที่ฉู่เพ่ยหานพูดเมื่อครู่

เขาตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธอีกครั้งแต่พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้

ถึงแม้ฉู่เพ่ยห่านจะมีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี แต่กู้หนิงชอบเธอ เธอเป็นเด็กสาวที่ดีคนหนึ่งแถมยังตลก

อย่างน้อยฉู่เพ่ยหานก็เป็นคนตรงไปตรงมา

"เฮ้ นี่คือผู้ชายที่เธอชอบงั้นเหรอ? เลือกได้ดีนี่!" ฉู่เพ่ยหานเลิกคิ้วขึ้นอย่างดูถูก

ฉู่เพ่ยหานรู้เรื่องทุกอย่างเพราะเธอบังเอิญเห็นฉากที่ฉินเจิ้งบอกเลิกกู้หนิง

ถึงแม้เธอจะไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับการกระทำของฉินเจิ้ง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะเข้าไปยุ่ง

สาเหตุที่เธออยู่ข้างกู้หนิงวันนี้เป็นเพราะว่าเธอเห็นด้วยกับคำพูดของกู้หนิงที่เพิ่งพูดกับฉินเจิ้ง

"ก็นะ ผู้หญิงส่วนใหญ่มักเจอผู้ชายไม่ดีตอนเธอที่ยังเด็กแล้วก็โง่" กู้หนิงพูดติดตลก

"ใช่ ใช่" ฉู่เพ่ยหานหัวเราะชอบใจ

"ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว ไปกันเถอะ" กู้หนิงไม่สนใจฉู่เพ่ยหานอีก รีบวิ่งไปในอาคาร

ฉู่เพ่ยหานวิ่งตามเธอมาติดๆ "ฉันชอบที่เธอพูดนะ ฉันจะจำไปใช้!"

กู้หนิงไม่รู้จะพูดอะไร นี่หล่อนสนุกกับคำเปรียบเปรยของเธองั้นเหรอ?

"ด้วยความยินดี" กู้หนิงตอบกลับ

"เธอมีประโยคอื่นอีกไหม?" ฉู่เพ่ยหานถามเธอด้วยสีหน้าจริงจัง

กู้หนิงพูดไม่ออก

"ไม่มี" กู้หนิงตอบเสียงเรียบ เธอไม่อยากถูกเพ่ยหานรบกวนมากไปกว่านี้

ฉู่เพ่ยหานหุบปากลงสนิท

ฉู่เพ่ยหานเรียนอยู่ห้องสองขณะที่กู้หนิงเรียนอยู่ห้องสี่ ห้องเรียนของพวกเขาอยู่อาคารและชั้นเรียนเดียวกัน

หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็ขึ้นไปที่ชั้นสาม

ฉู่เพ่ยหานถึงห้องเรียนของเธอก่อน เธอหันมาโบกมือให้กู้หนิงก่อนเข้าห้องไป

ทันทีที่กู้หนิงเดินเข้าห้องเรียนของเธอ เธอรู้สึกถึงสายตาไม่เป็นมิตรพุ่งตรงมาที่เธอ

เธอมองไปที่จ้าวเฟยเฟยที่กำลังจ้องเธอด้วยสายตามุ่งร้าย มีเด็กสาวสองคนที่นั่งอยู่ใกล้หล่อนต่างจ้องมายังกู้หนิงด้วยสายตาแบบเดียวกัน

หยางหลูลู่ที่นั่งโต๊ะเดียวกันกับจ้าวเฟยเฟยและคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าพวกเขาชื่อว่าอู่ฉินหย่า เด็กสาวทั้งสามคนมักอยู่ด้วยกันเสมอๆ หยางหลูลู่และอู่ฉินหย่าเป็นลูกสมุนของจ้าวเฟยเฟยเพราะพวกเธอมักทำตามคำสั่งของจ้าวเฟยเฟย

ถ้าจ้าวเฟยเฟยเกลียดกู้หนิงพวกเธอก็จะทำแบบเดียวกัน

หยางหลูลู่และอู่ฉินหย่าเต็มใจที่จะเป็นลูกสมุนจ้าวเฟยเฟยด้วยเหตุผลบางอย่าง

จ้าวเฟยเฟยมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยขณะที่หยางหลูลู่และอู่ฉินหย่ามาจากครอบครัวธรรมดา พวกเธอสามารถใช้ชีวิตที่หรูหราได้ตราบใดที่พวกเธอคอยตามจ้าวเฟยเฟย

นอกจากนี้ถ้ามีเด็กหนุ่มร่ำรวยมาชอบพอพวกเธอ พวกเธออาจเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้

ครอบครัวจ้าวเฟยเฟยมีฐานะร่ำรวยก็จริงแต่ก็มีทรัพย์สินเพียงหลักล้านหยวนเท่านั้นซึ่งยังไม่ถึงขั้นมหาเศรษฐี ระดับมหาเศรษฐีต้องมีทรัพย์สินมูลค่านับพันล้านหยวน

ถ้าไม่มีทรัพย์สินมากถึงขั้นนั้นก็ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าร่ำรวยอย่างแท้จริง

แต่ในสายตาคนธรรมดาทั่วไปครอบครัวของจ้าวเฟยเฟยก็ถือว่ามีฐานะร่ำรวยครอบครัวหนึ่ง

โรงเรียนระดับสามของเมือง F เป็นโรงเรียนมัธยมปลายธรรมดาๆจึงไม่มีทายาทของตระกูลเศรษฐีมากนักดังนั้นคนอย่างจ้าวเฟยเฟยจึงมักแสดงอำนาจบาตรใหญ่

เมื่อเห็นกู้หนิงเดินเข้ามาสายตาของจ้าวเฟยเฟยก็ดูไม่พอใจมากขึ้น

เธอยังรู้สึกโมโหเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ถึงแม้ตอนนี้จะรู้ว่าบุคลิกของกู้หนิงเปลี่ยนไปแต่เธอก็ไม่กลัว

ในสายตาของเธอ กู้หนิงก็ยังเป็นนักเรียนจนๆที่น่าสมเพชเหมือนเดิม

สำหรับหยางหลูลู่และอู่ฉินหย่าไม่ว่าจ้าวเฟยเฟยจะทำอะไรพวกเธอก็ทำตามนั้น

กู้หนิงไม่แยแสเด็กสาวพวกนั้น เธอไม่อยากเสียเวลามาสนใจคนไร้สาระ

เธอหาที่นั่งเธอเจอแล้ว มันอยู่แถวหลังสุด

“กู้หนิง ดีใจจังที่เธอมาโรงเรียน เธอไม่มาเมื่อวานฉันเป็นห่วงแทบแย่” หลังจากที่กู้หนิงนั่งลงเด็กสาวคนนั้นก็พูดคุยกับเธอทันที

กู้หนิงแทบจะไม่มีเพื่อนในโรงเรียนยกเว้นเด็กสาวคนนี้ หยูหมิงซี คนที่นั่งโต๊ะเดียวกับเธอ

หยูหมิงซีมาจากครอบครัวที่ยากจน แม่ของเธอล้มป่วยมานานหลายปี พ่อของเธอเปิดร้านขายอาหารเช้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว

ครอบครัวของหยูหมิงซีอยู่อย่างขัดสนเพราะค่ารักษาอาการป่วยของแม่เธอและค่าเล่าเรียนของเธอ

นอกจากนี้ญาติๆของหยูหมิงซีก็ไม่ชอบครอบครัวของเธอเช่นกัน ดังนั้นเด็กสาวยากจนทั้งสองจึงลงเอยด้วยการเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

เมื่อเห็นใบหน้าดีใจของหยูหมิงซี กู้หนิงอธิบายว่า

“เมื่อวานฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายก็เลยไม่ได้มาเรียนน่ะ”

“โอ๊ะ แล้วตอนนี้เธอดีขึ้นแล้วเหรอ?” หยูหมิงซีถามขึ้น

“ฉันสบายดี” กู้หนิงตอบ

“ดีแล้วล่ะ” หยูหมิงซีโล่งอก

กู้หนิงสังเกตเห็นว่าโต๊ะเธอสะอาด เธอเข้าใจได้ทันทีว่าหยูหมิงซีช่วยทำความสะอาดโต๊ะของเธอ เธอรู้สึกขอบคุณอีกครั้ง

เวลา 6.50 คาบเรียนแรกก็เริ่มขึ้น เด็กนักเรียนต่างอ่านหนังสือเสียงดังเพื่อช่วยให้พวกเขาจดจำเนื้อหาได้ ส่วนกู้หนิงกลับอ่านอย่างเงียบๆ

ไม่นานครูใหญ่ก็เข้ามา

ครูใหญ่มีชื่อว่าจางฉิวฮวา เธออายุประมาณสี่สิบปีและเป็นครูที่เข้มงวด สิ่งสำคัญที่สุดคือเธอปฏิบัติต่อนักเรียนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่านักเรียนจะมาจากครอบครัวที่ยากจนหรือครอบครัวที่ร่ำรวย

กู้หนิงชอบครูใหญ่คนนี้

จางฉิวฮวายืนอยู่หน้าชั้นเรียน เมื่อสายตาเธอมองมาที่กู้หนิงเธอก็ประหลาดใจ

“กู้หนิงตามครูออกมาข้างนอก”

จากนั้นจางฉิวฮวาก็เดินออกจากห้องไป

จบบทที่ Chapter 14: หยูหมิงซี (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว