เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 คำอธิบาย

บทที่ 44 คำอธิบาย

บทที่ 44 คำอธิบาย


บทที่ 44

คำอธิบาย

“เจ้าต้องการคำอธิบายงั้นเหรอ?”

เสียงของเจียงหวายเย่ที่หนาวเย็นมาก หนาวเสียจนมหาเสนาบดีหลินตัวหดเหลือนิดเดียว แต่ในเวลานี้เขาจะไม่ยอมเสียเปรียบแน่ เขาจึงได้เงยหน้ามององค์ชายอย่างยึกๆยักๆ    “องค์ชายวันนี้ท่านสบประมาทผู้น้อยมากเกินไปแล้ว ข้ามั่นใจว่าพรุ่งนี้ทางการจะต้องขอคำอธิบายจากท่านแน่ พ่ะย่ะค่ะ”

“ก็ได้ เปิ่นหวางจะอธิบายให้เจ้าฟังเอง” เจียงหวายเย่ก็ได้มองไปที่มหาเสนาบดีหลินด้วยสายตาที่เย็นชา แล้วริมฝีปากที่ซีดบางของเขาก็ได้ขยับอีกครั้ง “การแต่งงานของเปิ่นหวางกับ               เหยียนเอ๋อนั้นเป็นสิ่งที่พระราชทานโดยองค์ฮ่องเต้ แต่ลูกสาวของเจ้ากลับกล่าวว่าเปิ่นหวาง ว่าไม่รู้สึกอับอายบ้างเลยเหรอ ก็ไม่ได้หมายความว่าองค์ฮ่องเต้นั้นจงใจกลั่นแกล้งเปิ่นหวางหรอกหรือ?”

คำพูดของเจียงหวายเย่นั้นเหมือนกับค้อนขนาดใหญ่ที่ทุบลงมาที่หัวใจของเขา ถึงแม้ว่าองค์ฮ่องเต้นั้นจะตั้งใจทำเช่นนั้นจริงๆ แต่ก็ไม่มีใครที่จะไปโต้แย้งได้

ถ้าเหตุการณ์ในวันนี้ถูกรู้กันไปทั่วแล้วล่ะก็ คนหลายหมื่นคนจะต้องมาถามถึงคำอธิบายเรื่องนี้จากเทพสงครามที่อยู่ในใจพวกเขาแน่ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นเขาก็คงจะต้องตกเป็นเหยื่อของความโกรธของผู้คนแน่

เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว คนฉลาดอย่างมหาเสนาบดีหลินนั้นย่อมรู้ดีว่าจะต้องเลือกทางไหน

“ขอองค์ชายได้โปรดใจเย็นก่อน เป็นเสวี่ยเหยียนเองที่พูดไม่ดีไปจริงๆ ข้าต้องขออภัยท่านด้วย พ่ะย่ะค่ะ” มหาเสนาบดีหลินที่ไม่สนใจเรื่องอายุและตำแหน่งของตัวเองแล้วลงไปก้มหัวขอขมาเจียงหวายเย่

“ถ้าเช่นนั้นท่านมหาเสนาบดีช่วยบอกเปิ่นหวางหน่อยว่า      ซีเหยียนนั้นเป็นคนเช่นไร?” เจียงหวายเย่ก็ได้ถามด้วยสีหน้าที่จริงจังและน้ำเสียงที่เย็นชา

“เหยียนเอ๋อทั้งอ่อนโยนและมีคุณธรรม อีกทั้งยังใจดีเหมาะสมแก่การเป็นว่าที่พระชายาแล้ว พ่ะย่ะค่ะ” ในเวลานี้มหาเสนาบดีหลินนั้นเหมือนกับเป็นคนโง่ที่กินอึ่งน้อยที่ขมจนพูดออกมาไม่ได้ว่า หลินซีเหยียนนั้นเป็นลูกทรพีที่ทำร้ายลูกสาวสองคนของเขา แต่เขาจำต้องพูดชมหลินซีเหยียน

หลินซีเหยียนที่มองดูทั้งหมดนี้ นางก็ได้ยกนิ้วโป้งให้กับเจียงหวายเย่ในใจของนาง ที่สามารถปราบการกล่าวโทษของมหาเสนาบดีหลินได้ด้วยประโยคเดียว ซึ่งสุดยอดไปแล้ว

เจียงหวายเย่ที่รู้สึกได้ถึงสายตาชื่นชมจากคนที่อยู่ข้างๆเขา ก็ได้มีรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปากของเขา แต่ก็ซ่อนรอยยิ้มในดวงตาของเขาเอาไว้

หลินซีเหยียนก็มองไปที่มหาเสนาบดีหลินที่สภาพเหมือนกับลูกหมาตกน้ำแล้วกล่าว “ท่านมหาเสนาบดี เงิน 3,000 ตำลึงทองของข้าได้หรือยัง?”

มหาเสนาบดีหลินก็มองไปที่ตัวการร้ายที่อยู่ตรงหน้าเขา แต่ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาทำได้แค่จ้องแบบนั้น เขานั้นอยากที่จะฆ่าตัวการร้ายด้วยสายตาของเขามาก แต่น่าเสียดายที่เขาทำเช่นนั้นไม่ได้

“3,000 ตำลึงทองนั้นข้าได้เตรียมไว้แล้ว รายละเอียดนั้นอยู่ในห้องทำงานของข้า เดี๋ยวข้าจะให้คนไปเอามาให้” มหาเสนาบดีหลินตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เห็นได้ชั้นว่าเขากำลังโกรธจัดมาก!

“ดีมาก” หลินซีเหยียนผงกหัวด้วยความพึงพอใจ

เรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นอันใดที่มหาเสนาบดีหลินจะอยู่ต่อ เขานั้นทำได้แค่ออกไปจากที่นี่พร้อมกับคนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้

“ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เปิ่นหวางจะไม่รบกวนเจ้าแล้ว เหยียนเอ๋อพักผ่อนเถอะนะ”

ทันทีที่มหาเสนาบดีหลินได้จากไป เจียงหวายเย่ก็ได้บอกลาและเตรียมที่จะกลับไปเช่นกัน

หลินซีเหยียนก็ผงกหัวและมองดูพวกเขาจากไป

ในขณะที่เจียงหวายเย่กำลังก้าวเท้าออกมาจากจวนมหาเสนาบดีหลิน จากนั้นเขาก็ได้สั่งการอันอี้ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เลือกมือดีมาสองคนให้คอยทำหน้าที่แอบปกป้องเหยียนเอ๋อ เปิ่นหวางไม่ต้องการให้มีคนแปลกหน้าบุกเข้ามาในห้องนอนของ         เหยียนเอ๋ออีก”

อันอี้ก็รับคำสั่ง และทำการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมระหว่างการเดินทาง

หลินซีเหยียนที่กลับเข้ามาในห้องก็ได้ทานอาหารที่จิ่งชุนยกมาให้ และในขณะที่นางกำลังอาบน้ำอุ่นอยู่นั้นเอง นกพิราบส่งสารเสี่ยวฮุยก็ได้มาส่งจดหมาย

หลินซีเหยียนจึงยกมือขึ้นมา โดยที่ไม่ต้องพูดอะไร     เสี่ยวฮุยก็ได้ร่อนลงมาเกาะที่นิ้วของนาง แล้วหยิบเอาจดหมายนั้นขึ้นมาอ่าน: แม่ทัพเฒ่าของประเทศนี้ต้องการให้หลานบุญธรรมของเขามาเยี่ยมเขาพรุ่งนี้เช้า

“ตาเฒ่านี่ จะไม่สร้างปัญหาให้คนอื่นไม่ได้รึยังไงนะ?” หลินซีเหยียนพูดบ่นอย่างช่วยไม่ได้

เพื่อเป็นการเอาคืนตาเฒ่า วันต่อมาหลินซีเหยียนก็ได้ออกเดินทางไปจวนของท่านแม่ทัพเจิ้นกว๋อ ถึงแม้ว่าจะสายไปหน่อยก็เถอะ แต่ก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาใหญ่อะไร!

และเพราะหลินซีเหยียนหรืออีกชื่อหนึ่งหลินอวิ๋นเซวียนนั้นเป็นหลานทูนหัวของแม่ทัพเฒ่า จึงไม่มีใครกล้าขวางเขาและต่างก็เรียกนางว่านายน้อยด้วยความเคารพ

หลินซีเหยียนที่เดินมาถึงหน้าประตูห้องของแม่ทัพเฒ่าด้วยเส้นทางที่คุ้นเคย แล้วก็ได้ยินเสียงที่เอะอะมาจากข้างในก่อนที่เปิดประตูเข้าไป

“ท่านแม่ทัพ นี่คือน้ำพระทัยขององค์ฮ่องเต้เลยนะ ข้าว่าท่านควรให้หมอหลวงดูอาการนะ!”

เสียงที่ดังอยู่นั้นไม่ใช่เสียงของทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทำให้พอที่จะเดาตัวตนของผู้ที่พูดได้ไม่ยากนัก อย่างไรเสียผู้ที่มีเสียงเช่นนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นขันทีเท่านั้น

“ท่านสวี่กงกง ได้โปรดอย่าทำให้ท่านปู่ลำบากใจเลย” เยี่ยจุนเจี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กำลังอดกลั้น

“แม่ทัพหนุ่มพูดอะไรออกมา อย่างเราจะไปทำให้ท่านแม่ทัพเฒ่าลำบากใจได้อย่างไร?” ขันทีคนนั้นพูดด้วยคำพูดที่หยิ่งทะนง

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของชามเครื่องเคลือบแตก และเสียงตกใจของขันที ซึ่งเสียงของทั้งสองอย่างนี้รวมกันทำให้คนอื่นรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างมาก

“ท่านแม่ทัพเฒ่า นี่คือยารักษาที่องค์ฮ่องเต้อุตส่าห์ประทานมาให้เลยนะ ทำไมท่านถึงได้.....”

ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ หลินซีเหยียนก็ได้เปิดประตูเข้ามา ตัวตนของนางที่โผล่เข้ามาปุบปับเช่นนี้ ทำให้ทั้งห้องนี้เงียบกริบไปสักพักหนึ่ง

หลินซีเหยียนก็ได้ยักคิ้วและยิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วพูดขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบนี้ “ทำไมท่านสวี่กงกงถึงได้ฝืนใจคนอื่นนัก?”

“เจ้าเป็นใครกัน? ถึงได้กล้ามาตั้งคำถามกับเราเช่นนี้ เจ้ารู้ไหมว่าการตั้งคำถามกับเรานั้นก็หมายถึงกำลังตั้งคำถามกับองค์ฮ่องเต้ด้วย เราไม่ใช่คนที่ที่เด็กหนุ่มอย่างเจ้าจะมาพูดพล่อยๆนะ” สวี่กงกงพูดประโยคยาวเหยียดโดยไม่ได้พักหายใจ

หลินซีเหยียนก็ได้มองไปที่ทหารรอบๆ แล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจของนาง ในขณะที่เยี่ยจุนเจี๋ยนั้นกำลังที่จะพูดให้เหตุผลเพื่อช่วยนาง หลินซีเหยียนก็ได้โบกมือของนาง “เพราะท่านสวี่กงกงไม่เคยสูญเสียความรักที่มีต่อองค์ฮ่องเต้ ถึงได้มีลิ้นที่ลื่นไหลมากเช่นนี้ แต่ที่หลานหลินไม่ให้ท่านแม่ทัพเฒ่าทานยานั่นก็มีเหตุผลอยู่”

“เจ้าทำเช่นนั้นเพื่ออะไร?” สวี่กงกงถามด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก

หลินซีเหยียนก็ได้ก้มตัวแล้วโรยผงยาบางอย่างลงไปในมุมที่ไม่มีใครมองเห็น จากนั้นก็แกล้งทำเป็นตกใจแล้วชี้ไปที่ชามยานั้นแล้วกล่าว “ท่านสวี่กงกงดูนั่นสิ”

แล้วก็พบหนอนมากมายอยู่ในชามยาของสวี่กงกง เขาซึ่งคาดไม่ถึงกับเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกกลัวที่จะเสียหน้าขึ้นมาทันที เขาจึงได้ทำเป็นสั่นกลัวและหลบไปด้านหลังของทหาร “ทำไมถึงได้มีหนอนมากมายอยู่ในนั้นได้เนี่ย?”

หลินซีเหยียนก็ได้กล่าวด้วยคิ้วที่เจ้าเล่ห์ “ใช่แล้ว ทำไมถึงได้มีหนอนยัวะเยียะเช่นนี้ และพวกมันก็อยู่ในยาที่องค์ฮ่องเต้ประทานมาให้ด้วย หรือว่า.....”

ถึงแม้ว่านางจะพูดยังไม่ทันจบ แต่ทุกคนก็พอที่จะเข้าใจได้ในใจ

“อย่ามาพูดอะไรไร้สาระนะ ข้าขอตัวรีบกลับไปที่พระราชวังเพื่อรายงานเรื่องนี้แก่องค์ฮ่องเต้ก่อน” สวี่กงกงที่แสดงอาการเงอะงะอยู่พักหนึ่ง ก็ได้รีบกลับไปที่พระราชวังหลวงพร้อมด้วยผู้คนจำนวนมาก

เยี่ยจุนเจี๋ยก็ได้ไปส่งเขาที่หน้าประตู

“เจ้าเด็กตัวแสบ เจ้ามาสายนะรู้ไหม?” หลังจากที่สวี่กงกงจากไป แม่ทัพเฒ่าก็ลุกขึ้นมานั่ง

ถึงแม้ว่าแม่ทัพเฒ่านั้นจะดูหน้าซีดๆ แต่หลินซีเหยียนก็ไม่ได้กังวลอะไร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากยาของนางเอง

“ท่านอาวุโส ทั้งๆที่ท่านมีสภาพเช่นนี้ แต่ดูพวกเขาก็ยังไม่วางใจเลยนะ” หลินซีเหยียนกล่าวคำที่นางคิดออกมา

แล้วแม่ทัพเฒ่าก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา “ข้าคิดว่าข้านั้นจงรักภักดีมาตั้งแต่องค์ฮ่องเต้คนก่อนและได้เสียทั้งเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อ แต่ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งข้าจะทำให้องค์ฮ่องเต้สงสัยในตัวข้า และคิดที่จะกำจัดข้าไปให้พ้นจากตระกูลเยี่ย”

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ใจของฮ่องเต้นั้นก็ยากที่คาดเดาไม่อย่างนั้นคงไม่มีคำพูดอย่าง “ไม่ว่าจะฟ้าผ่าหรือฝนตกก็ล้วนแต่เป็นน้ำพระทัย” แต่ใครกันเล่าที่อยากจะได้โดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย

“แล้วท่านต้องการจะทำอย่างไร?” หลินซีเหยียนก็ได้มองไปที่แม่ทัพเฒ่าด้วยสายตาที่หนักแน่นของนาง

จบบทที่ บทที่ 44 คำอธิบาย

คัดลอกลิงก์แล้ว