เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 057 – ฝึกโดนทุบตี

ตอนที่ 057 – ฝึกโดนทุบตี

ตอนที่ 057 – ฝึกโดนทุบตี


ตอนที่ 057 – ฝึกโดนทุบตี

 

[คั่นหนังสือ : ขอเปลี่ยนคำเรียกหา ‘คุณชายข่ง’ เป็น ‘ใต้เท้าข่ง’ นะครับ เนื่องจากเริ่มแรกท่านเจ้าเมืองเรียก ‘ข่งเซียนเซิง’ เพียงแค่ครั้งเดียวครับ นอกจากนั้นก็เป็น ‘ข่งต้าเหริน’ หมด ขอไม่แก้ในตอนก่อนหน้านะครับ แต่เปลี่ยนมาแก้ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปนะครับ]

ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

ถังเทียนเป็นเหมือนเป้าล่อที่ดวงแสงนับไม่ถ้วนเคลื่อนที่อย่างไม่ครั่นคร้าม คลื่นแล้วคลื่นเล่า กระแทกร่างของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน พลังของดวงแสงสมบูรณ์แบบจนทำให้ถังเทียนได้รับประสบการณ์ของความเจ็บปวด แต่มันก็ไม่มากเพียงพอที่จะทำให้เขาสลบไสลในทันที

ทหารผู้ซึ่งอยู่ภายในอากาศ ด้วยเหตุผลอันใดก็มิทราบน้ำเสียงของเขา มันฟังดูเหมือนเยือกเย็นและเหี้ยมโหด

“จดจ่อกับพื้นที่การป้องกันของเจ้า เจ้าร่ำเรียนวิชาการต่อสู้แตกต่างกันมามิใช่หรือ? วิชาการต่อสู้บางอันควรที่จะใช้โจมตี และบางอันควรจะใช้ป้องกัน”

“ใช่แล้ว เจ้าไม่สามารถที่จะป้องกันการโจมตีทั้งหมดได้ แต่มันมิได้หมายความว่าเจ้าจะต้องหยุดป้องกันจริงหรือไม่? เจ้าควรจะใช้พลังของเจ้าทั้งหมด ศักยภาพของเจ้าทั้งหมด และปัดป้องเพียงการโจมตีเล็กน้อย และเจ้าก็จะปัดป้องได้มากขึ้น ยิ่งเจ้าป้องกันมากเท่าไหร่ เจ้าก็จะทนทานรับการโจมตีได้เท่านั้น โอกาสรอดของเจ้าก็จะสูงขึ้น”

“ให้ข้าได้เตือนเจ้า ในช่วงเวลาวิกฤติของกองทัพกางเขนใต้ในเวลานั้น ปกติแล้วทุกๆเดือนจะมีผู้คนตายตกถึงหกคน ในความจริงที่ว่าพวกเขาต่างใช้ออกการโจมตีมากไป”

น้ำเสียงไร้อารมณ์และเลือดเย็นของทหารดังเข้าหูของถังเทียน นับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาภายในค่ายทหารเกณฑ์นี้ ทหารก็กลับกลายเป็นมีความเป็นมนุษย์ยิ่งขึ้น เลือดเย็นและไร้อารมณ์

ถังเทียนขบฟันของเขาขณะที่เขาอดกลั้นฝืนทน เขามิมีโอกาสที่จะตอบคำเลย ดวงแสงเบื้องหน้าของเขาหนาแน่นนัก ดวงแสงหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกัน ทำให้มันดูราวกับมันพายุที่กำลังเติบโตขึ้นปกคลุมเบื้องหน้าของเขา ถังเทียนตระหนักได้ว่าหมัดจุลวินาศและฝ่ามือไร้เงาต่างไร้ค่าในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าหมัดจุลวินาศจะรุนแรงและทรงพลัง ความเร็วของการโจมตีมันก็ช้านัก และแม้ว่าฝ่ามือไร้เงาจะสามารถปกคลุมพื้นที่กว้างได้ เหล่าฝ่ามือไร้เงามันก็ไม่สามารถควบคุมและไม่สามารถปกป้องเขาจากอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มันน่าจะดีกว่าที่จะใช้ออกกรงเล็บเหยี่ยว

ดวงแสงต่างมีขนาดเท่ากำปั้น มันน่าจะดีกว่าที่จะใช้ออกกรงเล็บเหยี่ยวขณะที่มันสามารถคว้าจับพวกมันได้อย่างดี จุดสำคัญคือกรงเล็บเหยี่ยวที่ใช้ออกการโจมตีออกไปมันมีความเร็วเป็นอย่างยิ่ง

ท่ามกลางแสงระยิบระยับ ถังเทียนมุ่งมั่นจดจ่ออย่างมิเคยเป็นมาก่อน เขาไม่กล้าที่จะเสียสมาธิเลย สิ่งใดที่ทำให้เขาวอกแวกและมันคงจะทำให้เขามีจุดจบที่เลวร้าย ก่อนหน้านี้ ถังเทียนวอกแวกเพียงเล็กน้อยและเขาก็ถูกกระแทกด้วยดวงแสงไปบนจมูกของเขาซึ่งมันยังคงมีเลือดไหลอยู่

ยามเมื่อจุดเปราะบางอย่างจมูกถูกโจมตี ถังเทียนก็ดูเหมือนสูญเสียกำลังของเขาทั้งหมดในการป้องกัน ร่างของเขาแบกรับการโจมตีสามสิบครั้งถ้วนก่อนที่เขาจะฟื้นคืนสติกลับมา

หลังจากนั้น สังเกตเห็นได้ชัดอย่างยิ่งว่าถังเทียนปกป้องจุดสำคัญของเขาได้ดีขึ้น

กรงเล็บทั้งคู่ปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง ในค่ายเกณฑ์นี้พวกมันก่อตัวเป็นดั่งม่านเพลิงยามเมื่อดวงแดงกระแทกไปยังที่ม่านเพลิงพวกมันก็ระเบิดกระเด็นออกไป

แต่ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของดวงแสงก็สามารถทะลวงผ่านเข้าไปภายในการป้องกันของถังเทียน พวกมันกระแทกร่างของเขา ในขณะนี้กายากระเรียนภายในถังเทียนก็โคจรขึ้นด้วยตัวเอง ช่วยขจัดมากกว่าครึ่งของความเสียหาย แต่มันก็ยังคงทำให้มีรอยช้ำอยู่

ถังเทียนปัดป้องการโจมตีอย่างเหนียวแน่น ขณะที่เขาค่อยๆจับเคล็ดลับมันได้ ขณะที่เขาปัดป้องดวงแสง หากเขาเพิ่มพลังมากยิ่งขึ้น มันจะสามารถสะท้อนกลับด้วยความเร็วยิ่งขึ้น และมันก็กระแทกดวงแสงสองสามดวงที่เข้ามากระเด็นออกไป

ตามที่คาดไว้ วิธีของถังเทียนมีผลเป็นอย่างยิ่ง เหล่าดวงแสงที่ถูกสะท้อนกลับไปกระแทกไปยังดวงแสงอันอื่นที่กำลังพุ่งเข้ามา และความเครียดของถังเทียนก็ลดน้อยลง

“ไม่เลว ที่คิดคำนวณถึงวิธีการที่ถูกต้อง” น้ำเสียงเยือกเย็นของทหารค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น

ทหารเงยหน้าของเขาขึ้นพลางมองไปยังดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวบนท้องฟ้า “อดกลั้นจนกว่าดวงตะวันจะขึ้น แล้วเจ้าจะสามารถพักได้ แต่เจ้าจะต้องจดจำไว้ว่า ขณะที่เข้าใกล้ตอนเที่ยงวัน ความกดดันที่เจ้าจะได้เผชิญจะยิ่งมากและมากยิ่งขึ้น”

น้ำเสียงเลือดเย็นและเย็นเฉียบดังก้องภายในสถานที่ป่าเถื่อนนี้

“นี่คือความหมายที่กล่าวกันว่า ‘ภายใต้ความมืดมิดมักมีแสงสว่างอยู่เสมอ!’”

[คั่นหนังสือ : ต้นฉบับอังกฤษ ‘Darkness come before the dawn’ เป็นสำนวนความหมายประมาณว่า ‘ยังคงมีความหวังภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้าย’ เลยขอใช้สำนวนนั่นแทนนะครับ]

ขณะที่ถังเทียนสาปแช่งภายในใจของเขา “บัดซบ เจ้าทหารโฉด ความมืดมิดอันใดกัน…”

เขาไม่กล้าที่จะเสียสมาธิ ความเร็วของกรงเล็บเหยี่ยวก็เพิ่มขึ้น แต่ละกรงเล็บส่งเสียงกรีดแหลมเต็มไปในอากาศ

การเปลี่ยนแปลงของทหารเห็นได้อย่างชัดเจน เจ้าสารเลวตัวนี้ดูคล้ายจะโง่เขลาในก่อนหน้านี้ แต่เขาก็มิได้ใช้อารมณ์ในการโจมตี กลิ่นอายแห่งอันโหดร้ายและตื่นเต้นในตอนนี้มาจากที่ใดกัน? นับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาภายในค่ายทหารเกณฑ์นี้ ทหารก็เปลี่ยนแปลงกลายเป็นอีกบุคคลหนึ่ง แม้ว่าเขาจะยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น และมักจะอยู่ในอาการงุนงง การกระทำของเขาก็เต็มไปด้วยบางอย่างที่ถังเทียนมิสามารถอธิบายได้ มันราวกับเขาได้พบจุดหมายของเขา

ถังเทียนรู้สึกสับสน แต่เขาก็มิมีเวลาที่จะขบคิดถึงมัน เนื่องจากการโจมตีเข้ามายังเขาและมันก็มากมายอย่างบ้าคลั่ง

มันเป็นดั่งเช่นที่ทหารได้กล่าวไว้ว่ามันจะยากลำบากยิ่งขึ้น...

ถังเทียนขบฟันของเขาแน่น ดวงตาเบิกกว้าง ขณะที่เขาใช้กำลังของเขาทั้งหมดที่จะใช้ออกความเร็วของกรงเล็บของเขาอย่างน่าทึ่งซึ่งมันปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง มีเพียงสิ่งนี้ที่เขาจะยืนหยัดอดทนต่อการโจมตีของดวงแสงได้

แต่จำนวนของดวงแสงก็พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้น ความกดดันของถังเทียนก็กลับกลายเป็นมากยิ่งขึ้น ยามเมื่อถังเทียนมิอาจจะทนทานได้อีก การป้องกันของเขาก็พังทลาย และดวงแสงนับไม่ถ้วนก็กระแทกเขาราวกับพิรุณโปรยปราย เขาร้องออกมาเสียงดังและกระเด็นออกไปไกล

ถังเทียนผู้ที่ซึ่งจมอยู่ในความยุ่งเหยิงและวุ่นวายของจำนวนดวงแสงที่โจมตีเขาอยู่ มิได้สนใจเลยว่าปราณแท้จริงของเขามีการเปลี่ยนแปลง

กายากระเรียนตัวแรกมิอาจทนทานรับไหวได้อีกต่อไป มันพังทลายจนเกิดเสียงดัง ยามเมื่อกายากระเรียนตัวที่สองรู้สึกอันตราย มันก็โคจรอย่างช้าๆ ซึมซับพลังของดวงแสงอย่างไม่หยุดหย่อน!

ทหารผู้ที่ซึ่งอยู่ภายในอากาศพึมพำ “เพื่อที่จะฝึกนรกประเภทนี้ในขั้นสาม แท้จริงแล้วเขาเป็นสัตว์ประหลาดประเภทใดกัน?”

ภายในคำกล่าวของเขาปรากฏร่องรอยของความตื่นเต้นและความหวาดผวา

เป็นไปได้หรือไม่ว่าจิตวิญญาณขุนพลได้ค้นพบวิญญาณของเขาแล้ว?

ดวงตะวันเริ่มขึ้นพาดผาดขอบฟ้าและความเร็วของดวงแสงก็ค่อยๆเริ่มช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

ตุบ

ถังเทียนผู้ซึ่งกำลังมึนงง ก็ล้มลงไปกับพื้น และจมสู่นิทรา

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

มิมีผู้ใดสนใจถังเทียนอีกต่อไป ใต้เท้าข่งนึกถึงถังเทียนที่ได้ทำลายสนามแห่งข้อบกพร่องซึ่งเป็นไปได้สูงว่าเขามีเส้นชีพจรโลหิตพิเศษ มันสามารถอธิบายได้เช่นเดียวกันว่าทำไมถังเทียนถึงมีพรสวรรค์ที่ย่ำแย่ แต่เขาก็ยังมีความสามารถ เส้นชีพจรโลหิตพิเศษของนักสู้มักจะมีพลังอยู่เสมอ แต่พลังของเส้นชีพจรโลหิตนั้นแปลกประหลาด มันมิสามารถที่กระตุ้นด้วยพลังสามัญธรรมดา

ใต้เท้าข่งใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมากกับสนามแห่งข้อบกพร่องนี้ ถ้าเขาจะต้องจ่ายสำหรับเรื่องนี้ และได้พบเจอพรสวรรค์อันหายากเป็นการตอบแทน ใต้เท้าข่งก็คงจะมิได้ใส่ใจนัก แต่สนามแห่งข้อบกพร่องกับถูกทำลายลงเพียงเพื่อได้นักสู้เส้นชีพจรโลหิตพิเศษ หัวใจของใต้เท้าข่งก็แตกสลาย

เขาจมอยู่ในความคิดของเขาว่าควรที่จะสร้างสนามแห่งข้อบกพร่องอันเรียบง่าย หรือจะสร้างสนามแห่งข้อบกพร่องที่หรูหรายิ่งกว่านี้ดี?

ด้วยความนับถือต่อผู้อาวุโส พวกเขามิได้สนใจเกี่ยวกับถังเทียน อาโม่หลี่และที่เหลือต่างคาดคิดว่าถังเทียนอยู่ภายใต้การฝึกพิเศษและมิมีผู้ใดที่คิดจะรบกวนเขา ในทางตรงกันข้าม ทุกคนต่างมีแรงกระตุ้น ถังเทียนได้ใช้สนามแห่งข้อบกพร่องพิสูจน์ตัวเองแล้ว และพวกเขามิอาจจะล้าหลังได้

การเดินทางสงบราบเรียบ

ภายในรถม้าของสมาคมนักสู้แห่งแสง มิมีใครกล้าที่จะวางแผนสิ่งใดๆ

หลังจากการเดินทางไกลและยากลำบาก พวกเขาก็เหินบินมามากกว่าสองเดือนเต็มก่อนที่พวกเขาจะมาถึงภูเขากลุ่มดาราอมตะในที่สุด

ยามเมื่อรถหยุดลง ทุกคนต่างมีความสุข พวกเขาได้อยู่ภายในรถม้ามากว่าสองเดือนและทุกคนต่างรู้สึกเบื่อหน่าย

ปัง!

ถังเทียนกระแทกไปบนประตูด้วยกำลังของเขาและโห่ร้องด้วยความสุข “พื้นฐานถัง! พื้นฐานถัง! เร็วเข้า ออกมาเถอะ! พวกเรามาถึงแล้ว!”

ประตูเปิดออก ถังเทียนมีอาการหน้าซีดและมึนงงอยู่ เขาก็เอ่ยปาก “พวกเรามาถึงภูเขากลุ่มดาราอมตะแล้วงั้นหรือ?”

“ถูกต้อง พวกเรามาถึงแล้ว!” อาโม่หลี่มองอย่างเป็นกังวล “พื้นฐานถังเทียน เจ้าดูไม่ดีนัก เจ้าไม่สบายงั้นหรือ?”

“ข้ามิเป็นไร ข้าเพิ่งจะผ่านการฝึกมาอย่างหนักยิ่ง ข้าต้องการพักผ่อน” ภายในใจถังเทียนรู้สึกอบอุ่นและเขาก็บังคับยิ้มออกบนใบหน้าของเขา

ร่างของถังเทียนปกคลุมไปด้วยรอยฟกช้ำ การฝึกของทหารมันช่างโหดร้ายอย่างยิ่ง แต่ละวันถังเทียนบาดเจ็บอย่างหนัก ถ้ามิใช่เพราะยางพอกของราชินีต่อภายในมือของเขาแล้วล่ะก็ เขาคงอาจจะบาดเจ็บสาหัสอยู่ในตอนนี้ก็ได้ ตั้งแต่ที่ค่ายทหารเกณฑ์ของทหารเปิดออก ถังเทียนก็เข้าไปยังในประตูกางเขนเพื่อฝึกซ้อมทุกวัน

ทุกๆวันถังเทียนผ่านมันมาได้แบบฉิวเฉียด

ทหารสารเลวตัวนั้น เขามิมีความเมตตาและกลับกลายเป็นใจหินยิ่งขึ้น

“เจ้าควรจะห่วงสุขภาพของเจ้าบ้าง ฝึกมากเกินไปมันอาจจะแย่มากเกินไปนัก” อาโม่หลี่รู้สึกกังวล

“อย่าได้ดูแคลนข้า! ข้าคือบุรุษหนุ่มเทพ!” ถังเทียนจ้องมองไปยังอาโม่หลี่อย่างจงใจ.

จากนั้นอาโม่หลี่ก็สงบและหัวร่อ “นั่นคือสิ่งที่ข้าจะกล่าว ผู้ใดกันที่จะสามารถเอาชนะบุรุษหนุ่มเทพเช่นเจ้าได้กัน?”

ถังเทียนถอนหายใจภายในหัวใจของเขา เจ้าแมลงวันวัว เจ้าดูแคลนคนบ้าทั้งหมดในโลกนี้แล้ว...

ภายในหัวใจของถังเทียน ทหารมันเป็นบ้าอย่างยิ่ง เขามิมีความนุ่มนวลหรือโง่เขลาสักนิด สารเลวตัวนั้นมันเลือดเย็นและบ้าคลั่งอย่างยิ่ง แม้กระทั่งบุรุษหนุ่มเทพผู้นี้ก็มิสามารถทนไหว...

ยามเมื่อถังเทียนนึกถึงเกี่ยวกับการฝึกที่เขาจะต้องประสบภายในคืนนี้ ดวงตาของเขาก็แทบจะหลั่งน้ำตาออกมา

“ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ พวกเขากำลังจะลงไปกันแล้ว!” อาโม่หลี่ร้องเรียก

“อืม!” ถังเทียนตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าปราศจากกำลัง

ยามเมื่อถังเทียนปรากฏตัว บางคนต่างตกใจ

หานปิงหนิงขมวดคิ้ว “ถังเทียน เจ้าไม่สบายงั้นหรือ?”

อาโม่หลี่กล่าวจากด้านข้าง “เขาเพิ่งจะฝึกมาอย่างหนัก!”

หานปิงหนิงพลันเข้าใจ ด้วยความห่วงใยในคำกล่าวของหานปิงหนิง คนอื่นก็รู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง ถังเทียนช่างทรงพลังยิ่งนัก แต่เขายังคงฝึกหนักราวกับเสี่ยงชีวิต ข้อแก้ตัวอันใดที่จะทำให้พวกเขาเกียจคร้านและเสียเวลาเปล่ากัน?

ซือหม่าเซียงซานและคนอื่นตัดสินใจอย่างเงียบๆว่าพวกเขาจะใช้เวลาเป็นสองเท่าที่พวกเขาได้ฝึกฝนนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ผู้อาวุโสเปิดเผยสีหน้าที่ดูแคลน ถังเทียนมิเคยออกมาจากห้องของเขามาสองสามวันแล้ว เฮอะ แล้วเขาจะฝึกอันใดได้? ภายในรถม้านี้ นอกเหนือจากห้องของใต้เท้าข่ง พวกมันมีขนาดเล็กอย่างยิ่ง นอกเหนือจากที่นั่งแล้ว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะฝึกฝนวิชาของเขาภายในห้อง

เจ้าเด็กผู้นี้คงจะรู้เพียงการโอ้อวด นอกจากนั้นเขาก็คงถูกกำหนดชะตามาให้เป็นเด็กธรรมดา

จากสิ่งที่เห็น ความสามารถของถังเทียนเป็นเพียงเพราะเส้นชีพจรโลหิตของเขา เขาไม่มีพรสวรรค์ เกียจคร้าน และรู้เพียงแต่การโอ้อวด บุคคลเช่นนี้ผู้อาวุโสต่างเห็นมันมามากมายนัก

แต่เขาก็มิได้คิดที่จะละเลยเช่นเดียวกัน แค่เพียงปล่อยให้คนสามัญนี้วิ่งไปทำเส้นทางของตัวเขาเอง

“ใต้เท้าข่ง!” นักสู้ผู้หนึ่งปรากฏตัวมาพลางมองอย่างเคารพไปที่เขา

“หัวหน้าของพวกเจ้าอยู่หรือไม่?” ใต้เท้าข่งยิ้มบางเบา

[คั่นหนังสือ : 部长 ปู้จ่าง แปลได้เป็น ‘รัฐมนตรี’ ‘เลขานุการ’ และ ‘หัวหน้า’ ด้วย ฉะนั้นของใช้เป็น ‘หัวหน้า’ แทนนะครับ เพราะมันเป็นกองกำลังไม่ใช่พวกขุนนางอะไร หรือหากตอนต่อไปข้างหน้ารู้ประวัติความเป็นมาอย่างแน่ชัดว่าอาจจะเป็นพวกขุนนางแล้ว ผมขอแก้ไขให้ถูกต้องที่สุดนะครับ]

“ท่านหัวหน้าอยู่เบื้องหลังประตูในตอนนี้ นางอาจจะออกมาในสิ้นเดือนหน้า” นักสู้คนนั้นรู้สึกเสียใจ “ถ้าหากนางรู้ว่าท่านจะมา นางคงจะมีความสุข”

ใต้เท้าข่งรู้สึกตกใจยามเมื่อเขาได้ยิน ใบหน้าของเขาก็เปิดเผยถึงความสุขในทันที “หรือว่านางกำลังพยายามที่จะบรรลุขั้นแปดงั้นหรือ?”

“ขอรับ!” นักสู้แสดงความชื่นชม “ท่านหัวหน้ากล่าวไว้ว่า อัตราความสำเร็จในครานี้มีสูงยิ่ง!”

“ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยม!” ใต้เท้าข่งรู้สึกปลื้มปิติ ถ้าหากน้องสาวเขาสามารถที่จะบรรลุไปยังขั้นแปดได้งั้นมันก็หมายความว่าอำนาจของตระกูลข่งก็คงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขารีบเร่งกล่าว “อย่าได้รบกวนนาง ข้ามาที่นี่เพื่อส่งมือใหม่ที่มีพรสวรรค์ พรสวรรค์ของพวกเขาถือว่าดีและพวกเขาก็มีเจตนาที่จะมุ่งไปยังภูเขากลุ่มดาราอมตะ ข้าจะส่งต่อพวกเขาให้”

“ขอบคุณสำหรับความใจกว้างของใต้เท้าข่งขอรับ!” นักสู้กล่าวด้วยความเคารพ สามารถที่จะทำรับบุคคลรุ่นใหม่มันเป็นข่าวดีสำหรับภูเขากลุ่มดาราอมตะนัก

“มีเด็กอีกคน เขาอาจจะเป็นนักสู้เส้นชีพจรโลหิตพิเศษ เจ้าสามารถโยนเขาไปที่ค่ายได้เลย มองหาค่ายที่ยอดแย่และยากลำบาก ปล่อยให้นักสู้เส้นชีพจรโลหิตนี้ค้นหาเส้นทางของเขาเอง” ใต้เท้าข่งกล่าวอย่างลวกๆ

“ขอรับ!” นักสู้รีบตอบรับอย่างรวดเร็ว ภายในหัวใจของเขา เขาได้เลือกค่ายที่เลวร้ายที่สุดต่อถังเทียนแล้ว

เจ้าเด็กผู้นี้คงได้กระทำผิดต่อพี่ชายของหัวหน้าเป็นอย่างยิ่งแล้ว

ช่างน่าเวทนานัก

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 057 – ฝึกโดนทุบตี

คัดลอกลิงก์แล้ว