เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 [ทะลวงขั้นกลาง]

บทที่ 20 [ทะลวงขั้นกลาง]

บทที่ 20 [ทะลวงขั้นกลาง]


บทที่ 20 [ทะลวงขั้นกลาง]

◉◉◉◉◉

ฉู่เป่ยเสวียนไม่เคยขาดแคลนยาเพิ่มพลังวัตร

ไม่ว่าจะเป็นระดับหนึ่ง หรือระดับสอง เขามีสต็อกเก็บไว้เพียบ

ขาดก็แต่โอสถวิญญาณภูตที่ช่วยทำให้จิตวิญญาณมั่นคง

ตอนนี้ ทุกอย่างพร้อมแล้ว

ฉู่เป่ยเสวียนไม่เสียเวลาอีกต่อไป ปรับสมดุลร่างกายเล็กน้อย แล้วเริ่มเข้าฌานทันที!

...

สำนักบู๊ตึ๊ง

พลังฟ้าดินที่รวมตัวกันเหนือยอดเขาทองคำของบู๊ตึ๊งมาติดต่อกันหลายวัน

ในที่สุดก็เริ่มมีท่าทีจะสลายไป

เงาร่างหนึ่งแวบผ่าน

จางซานเฟิงผู้มีใบหน้าอิดโรย กลับมาถึงตำหนักเจินอู่

มองดูลูกศิษย์หลานศิษย์ทั้งเจ็ดคนที่พลังลมปราณพลุ่งพล่าน ใบหน้าเหนื่อยล้าของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มปลื้มปิติ

"เยี่ยมมาก ปรมาจารย์ทั้งเจ็ด ไม่เสียแรงที่เปิ่นเต้าต้องไปยืนจ้องตากับเจ้าพวกบ้านั่นตั้งหลายวัน"

ศิษย์รุ่นสองของบู๊ตึ๊ง พื้นฐานไม่ได้อ่อนด้อย

แม้แต่อวี๋ไต้เหยียน หลังจากได้รับประทาน 'โอสถหวนคืน' ก็ได้ชดเชยส่วนที่ขาดหายไปหลายปี

การที่ทั้งหกคนก้าวเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ ถือเป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว

มีเพียงซ่งชิงซู ที่ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์!

ยาโอสถระดับหนึ่งเจ็ดเม็ด กลับก่อตัวเป็นวงจรวัฏจักรอิมหยางห้าธาตุ เชื่อมโยงทั้งเจ็ดคนเข้าเป็นหนึ่งเดียว

ไม่เพียงช่วยกระตุ้นฤทธิ์ยา

ยังชักนำพลังฟ้าดิน มาช่วยชำระล้างเส้นเอ็นและไขกระดูกให้ทั้งเจ็ดคน!

ด้วยอานิสงส์นี้เอง

ซ่งชิงซูที่อยู่แค่ขั้นก่อกำเนิดสูงสุด ถึงสามารถก้าวกระโดดเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ได้ในรวดเดียว!

"เป็นปรมาจารย์ตั้งแต่อายุเท่านี้ ถ้าไม่ตายไปซะก่อน... อืม มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นเยาเยว่อีกคน!"

จางซานเฟิงพึมพำเบาๆ

ไม่กล้าพูดว่า จะต้องกลายเป็นเซียนเดินดินแน่นอน

ตัวเขาที่เป็นเซียนเดินดิน ย่อมรู้ดีที่สุดว่า การฝึกฝนมาถึงระดับนี้ มันยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด

มันแทบไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์ ความฉลาด หรือความพยายามอะไรแล้ว

หลักๆ ต้องพึ่งดวงล้วนๆ

ยังไงซะตัวเขาเองก็อาศัยดวงไปกว่าครึ่ง ถึงจะทะลวงผ่านขั้นเซียนเดินดินมาได้

ถ้าอย่างอื่นมีผลจริง เขาคงไม่ต้องรอจนเกือบร้อยปีถึงจะสำเร็จหรอก

ส่วนทำไมถึงพูดถึงเยาเยว่?

ถ้ามองแค่ในอาณาจักรต้าหมิง เยาเยว่ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาขั้นปรมาจารย์อย่างไม่ต้องสงสัย!

จะบอกว่านางคืออันดับหนึ่งรองจากเซียนเดินดิน ก็ไม่เกินจริงเลย

ถ้าซ่งชิงซูสามารถก้าวไปถึงจุดที่เยาเยว่อยู่ได้

จางซานเฟิงคาดว่า ตัวเองคงนอนตายตาหลับ... เอ้ย นอนยิ้มแก้มปริแน่ๆ

แบบนั้นบู๊ตึ๊งก็ถือว่ามีผู้สืบทอดที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว

เขาจะได้ออกไปเที่ยวเล่นได้เสียที

"ท่านอาจารย์? ท่านเป็นอะไรไป...?"

ซ่งหยวนเฉียวตื่นจากการเข้าฌานเป็นคนแรก เห็นสภาพย่ำแย่ของจางซานเฟิงก็ตกใจแทบแย่

รีบลุกขึ้นจะเข้าไปประคอง

แต่แค่ขยับตัวลุกขึ้น ตัวเขากลับลอยละลิ่วไปแปะอยู่บนเพดานเฉยเลย!

"พี่ใหญ่!"

"พี่ใหญ่!"

"ท่านพ่อ!"

ตุบ ตับ ตุบ!

เสียงร้องตกใจดังขึ้นระงม บนเพดานก็มีร่างคนเพิ่มขึ้นอีกหลายร่าง

"ฮ่ะๆๆ!"

จางซานเฟิงหัวเราะชอบใจ

สะบัดแส้ปัดฝุ่นหนึ่งครั้ง ร่างของคนเหล่านั้นก็กลับลงมายืนที่พื้นในพริบตา

"ซู๊ด!... นี่ข้า... ทะลวงเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์แล้วรึ?"

ม่อเซิงกู่ไม่สนความเขินอาย ตะโกนลั่นด้วยความไม่อยากเชื่อ

ซ่งหยวนเฉียวกระแอมไอ ลูบเครากล่าวว่า "อืม ข้าก็เหมือนกัน"

"พวกเราทุกคนเลย!"

คนอื่นๆ ต่างส่งเสียงออกมา

ทุกคนมองหน้ากัน แล้วจู่ๆ ก็เงยหน้าหัวเราะร่าพร้อมกัน

ใครจะไปคิด

เวลาเพียงไม่กี่วัน

พี่น้องร่วมสำนักของพวกเขา จะพากันก้าวเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์กันหมดทุกคน!

"ขอแค่พี่น้องเราร่วมมือกัน ใต้หล้านี้ ไม่มีที่ไหนไปไม่ได้!"

ม่อเซิงกู่เริ่มจะเหลิงซะแล้ว

ทุกคนรู้ว่าเขาพูดเพ้อเจ้อ แต่ไม่มีใครอยากขัดคอทำลายบรรยากาศตอนนี้

เอ๊ะ ไม่สิ

ยังมีอยู่อีกคน

"ท่านพ่อ ปรมาจารย์ปู่ ช่วยด้วย! ข้าควบคุมลมปราณตัวเองไม่ได้แล้ว!"

ซ่งชิงซูตะโกนร้องด้วยใบหน้าตื่นตระหนกสุดขีด

พี่น้องหลายคนหันไปมอง

รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงไปทันที

"อ้อ ชิงซูก็ทะลวงขั้นปรมาจารย์แล้วสินะ"

ม่อเซิงกู่พูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

ดูจืดชืดไร้รสชาติสิ้นดี

จางซานเฟิงยื่นมือไปกดไหล่ซ่งชิงซู ช่วยกดพลังลมปราณให้สงบลง พลางกล่าวกับคนอื่นๆ ว่า

"วาสนาครั้งนี้ ได้มาไม่ง่าย พวกเจ้าอย่าทำให้เสียของ รีบปรับสมดุลพลังเดี๋ยวนี้"

ฟังน้ำเสียงดุๆ ของอาจารย์ แม้แต่ม่อเซิงกู่ก็ไม่กล้าซ่า

รีบไปนั่งเรียงแถวกับพวกศิษย์พี่อย่างว่าง่าย

ทว่า ก่อนจะเริ่มเดินลมปราณ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า

"ท่านอาจารย์ ยาที่วิเศษขนาดนี้ ท่านไปหามาจากไหน? ต้องแลกมาด้วยสิ่งของล้ำค่าขนาดไหนกันเชียว?"

จางซานเฟิงส่ายหน้า "ไม่ได้ล้ำค่าอะไรนักหนาหรอก ก็แค่แบ่งปันวิชายุทธ์ไปไม่กี่วิชาเท่านั้น"

"ส่วนสหายพรตฉู่ผู้ปรุงยานั้น รอให้พวกเจ้าฝึกฝนจนถึงระดับเดียวกับอาจารย์ ค่อยไปสืบหาก็ยังไม่สาย"

พูดจบ ก็สะบัดแส้ปัดฝุ่น ภายในตำหนักเงียบกริบทันที

จางซานเฟิงยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อมั่นใจว่าทุกคนเดินลมปราณได้ราบรื่นดีแล้ว ก็เงียบเชียบถอยออกจากตำหนักไป

...

เรือนพำนักเป่ยเสวียน

ตูม!

หินผากระจุยกระจาย พลังพุ่งทะยานเสียดฟ้า

ฉู่เป่ยเสวียนนั่งขัดสมาธิลอยอยู่กลางอากาศ ผมยาวสยายปลิวไสว รอบกายอัดแน่นไปด้วยปราณเซียนอันเข้มข้น

"หลอมปราณแปลงจิต... ขั้นกลาง!"

ในเมื่อมียาพร้อมสรรพ การทะลวงขั้นย่อยครั้งนี้ จึงผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด

"อืม ครั้งหน้าเวลาจะเลื่อนขั้น ต้องควบคุมหน่อยแล้ว"

มองดูลานบ้านที่เละเทะเพราะปราณเซียน ฉู่เป่ยเสวียนบ่นพึมพำกับตัวเอง

จากนั้นก็สะบัดแขนเสื้อ

เศษหิน เศษหญ้า และสิ่งของรกหูรกตาในลานบ้าน ก็อันตรธานหายไปทันที

"การควบคุมฟ้าดิน คล่องแคล่วกว่าตอนอยู่ขั้นต้นเยอะเลย ระยะที่ควบคุมได้ก็กว้างขึ้นมหาศาล!"

คิดแล้วก็ใช้นิ้วรวบเป็นกระบี่ ตวาดฟันกลางอากาศ

ตูม!

ปราณกระบี่พาดผ่าน เมฆขาวนับพันลี้ ถูกผ่าแยกออกเป็นสองส่วน!

"ยังไงก็ไม่ใช่เซียนกระบี่สินะ!"

ฉู่เป่ยเสวียนส่ายหน้า ไม่ค่อยพอใจกับผลงานตัวเองเท่าไหร่

"ลองอันนี้ดีกว่า"

ฉู่เป่ยเสวียนประสานมือทำมุทรา แล้วจี้ออกไปข้างหน้า

ตูม!

ลำแสงสีเขียวจางๆ พุ่งหายวับเข้าไปในความว่างเปล่าด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน

ทันใดนั้น

เบื้องหน้าของฉู่เป่ยเสวียน ก็ปรากฏหลุมดำอันว่างเปล่าขึ้นกลางอากาศ!

ปากหลุม เต็มไปด้วยสายฟ้าสีดำ

แผ่กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง!

'แสงพฤกษาเร้นลับ!'

"ยังขาดอะไรไปหน่อยแฮะ"

ฉู่เป่ยเสวียนส่ายหน้าอย่างผิดหวังอีกครั้ง

แม้จะไม่เคยประมือกับเซียนเดินดิน

แต่ในความรู้สึกส่วนลึก เขาสัมผัสได้ลางๆ ว่า

ตัวเขาที่ทะลวงเข้าสู่ขั้น 'หลอมปราณแปลงจิต' แล้ว น่าจะเหนือกว่าเซียนเดินดินถึงเก้าสิบเก้าส่วน!

ทว่า ท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุดของเคล็ดวิชาพฤกษาคราม — แสงพฤกษาเร้นลับ

พลังทำลายล้างที่ทำได้ กลับยังห่างไกลจากที่คาดหวังไว้มาก

"ถึงเวลาต้องอัปเกรดวิชาแล้วสิ"

ฉู่เป่ยเสวียนเดาะลิ้น ส่งจิตเข้าไปในกลุ่มสนทนา

จะอัปเกรดวิชา ก็ต้องใช้คะแนนช่วยประมวลผล

ตอนนี้ คะแนนในมือร่อยหรอเต็มที ต้องรีบไปรีดไถ เอ้ย ไปหาคะแนนเพิ่ม

"ยังดีที่พอระดับพลังเพิ่มขึ้น ระบบจะเชิญสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม ไม่งั้น แกะอ้วนแค่ไม่กี่ตัวพวกนี้ คงโดนข้าถลกหนังจนเกลี้ยงแน่!"

...

【หลินผิงจือ】: "แค่ดาบเล่มเดียว มันมีความลับอะไรนักหนา? ถึงคุ้มค่าให้ทุกคนยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแย่งชิงกัน?"

เปิดกลุ่มมา ก็เจอข้อความของหลินผิงจือเป็นคนแรก

ฉู่เป่ยเสวียนกวาดตามองประวัติการแชท ก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

ที่แท้เหล่าศิษย์รุ่นสองของบู๊ตึ๊ง ในที่สุดก็ลงเขาไปรับจางชุ่ยซานแล้ว

ไม่ไปรับไม่ได้

ตอนนี้ ข่าวการกลับมาของจางชุ่ยซาน แพร่สะพัดไปทั่ว

ทุกฝ่ายต่างสืบข่าวกันให้วุ่น

ขนาดสำนักคุ้มภัยฟูเวยที่ทำอาชีพคุ้มกันภัย ยังถูกว่าจ้างให้ช่วยสอดส่องร่องรอยของจางชุ่ยซาน

ค่าตอบแทนที่เสนอให้ สูงลิบลิ่วเลยทีเดียว!

◉◉◉◉◉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 [ทะลวงขั้นกลาง]

คัดลอกลิงก์แล้ว