- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นจอมยุทธ์ด้วยยาเทพ
- บทที่ 17 [กระบี่วิญญูชนผู้ตกตะลึง]
บทที่ 17 [กระบี่วิญญูชนผู้ตกตะลึง]
บทที่ 17 [กระบี่วิญญูชนผู้ตกตะลึง]
บทที่ 17 [กระบี่วิญญูชนผู้ตกตะลึง]
◉◉◉◉◉
เรือนพำนักเป่ยเสวียนกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
ฉู่เป่ยเสวียนบิดขี้เกียจ หยิบกล่องเหล็กขึ้นมา แล้วเดินทอดน่องไปยังลานหลังบ้าน
"ตระกูลฮัวทำงานได้รวดเร็วทันใจขึ้นเรื่อยๆ แฮะ"
สมุนไพรหลักกว่ายี่สิบชนิด สามารถรวบรวมได้ครบในเวลาสั้นๆ ขนาดนี้ แม้แต่เขาเองก็ยังแปลกใจมาก เดิมทีคิดว่าคงต้องรอสักปีครึ่งปีเสียอีก
"คราวหน้า... เพิ่มความยากขึ้นอีกหน่อยดีไหมนะ?"
มีคนรับหิ้วของที่ทำงานดีขนาดนี้ มันอดไม่ได้ที่จะอยากใช้งานให้หนักขึ้นอีกนิด
"อืม... เอาไว้ก่อน ตั้งใจปรุงยาก่อนดีกว่า สมุนไพรหลักเยอะขนาดนี้ ลองปรุงยาสูตรใหม่ๆ ได้ตั้งหลายอย่าง"
ฉู่เป่ยเสวียนเดินไปที่เตาหลอมยาอย่างกระตือรือร้น
ตลอดหลายวันต่อมา เขาปิดหูไม่รับรู้เรื่องราวภายนอก ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการปรุงยา
...
เมื่อจดจ่ออยู่กับสิ่งใด เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก
เมื่อฉู่เป่ยเสวียนหลุดออกจากห้วงมหารรณพแห่งวิถีโอสถ ก็ผ่านไปถึงสามวันแล้ว
เพียงแค่สามวันสั้นๆ ในกลุ่มสนทนากลับระเบิดเถิดเทิงไปเรียบร้อย
ข้อความแชทที่ยาวเหยียดถี่ยิบ ทำให้ฉู่เป่ยเสวียนหมดกำลังใจที่จะไล่สายตาอ่านย้อนหลัง เลยตัดสินใจถามออกไปตรงๆ
【ฉู่เป่ยเสวียน】: "ช่วงที่ข้าเก็บตัวไม่กี่วันนี้ ดูเหมือนจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเลยสินะ?"
【หลินผิงจือ】: "ผู้อาวุโสฉู่! ในที่สุดท่านก็ออกจากด่านแล้ว!"
【บูรพาไม่แพ้】: "ตงฟางขอต้อนรับท่านคะแนนออกจากด่าน ต้องขอบคุณคำชี้แนะของท่าน ตงฟางได้พบกับน้องสาวแล้ว"
【จูอู๋ซื่อ】: "ขอบพระคุณยาโอสถของท่านอาจารย์ฉู่ ซู่ซินฟื้นแล้ว และทุกอย่างปกติดี ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย!"
【จูอู๋ซื่อ】: "จูใคร่ขอรบกวนท่านอาจารย์ ช่วยทำนายดวงชะตาให้เราสองคนสักครั้งเถิด"
【จางซานเฟิง】: "สหายพรตฉู่นี่ช่าง... ขยันสร้างเรื่องเซอร์ไพรส์ให้เปิ่นเต้าได้ตลอดเวลาจริงๆ ... สหายพรตทำธุระก่อนเถิด ไว้ว่างเมื่อไหร่ค่อยมาฟังคนแก่บ่น"
"หือ?"
ในท่ามกลางข้อความมากมาย ฉู่เป่ยเสวียนสะดุดตากับชื่อหนึ่งที่โผล่มา—เยาเยว่
"ไม่เจอกันไม่กี่วัน แม่นางคนนี้ถึงกับยอมมาร่วมวงสนทนาด้วย หรือว่าจะกลับตัวกลับใจแล้ว?"
แต่ความจริงพิสูจน์แล้วว่า...
ประมุขวังใหญ่ผู้หยิ่งทะนงและเย็นชา ก็ยังคงเป็นประมุขวังใหญ่คนเดิม!
【เยาเยว่】: "ซองแดง, ยา"
ฉู่เป่ยเสวียนเพิ่งสังเกตเห็นว่าตนเองมีซองแดงที่ยังไม่ได้กดรับอีกสี่ซอง
นอกจากจางซานเฟิงแล้ว อีกสี่คนที่เหลือต่างส่งซองแดงมาให้เขาหมด
พอกดรับซองแดงของเยาเยว่ พบว่ามีแค่ 10 คะแนนเท่านั้น
แถมยังระบุเจาะจงว่าจะเอา 'ยาปู้เทียน' (ยาซ่อมฟ้า)
"หืม?"
ฉู่เป่ยเสวียนแววตาไหววูบ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
"ถ้าจำไม่ผิด สองพี่น้องเยาเยว่ ไม่ว่าจะเรื่องวรยุทธ์หรือร่างกาย ก็ไม่มีอะไรบกพร่องนี่นา นางจะเอายาปู้เทียนไปทำไม?"
ด้วยความสงสัย ฉู่เป่ยเสวียนจึงส่งยาไปให้พร้อมกับถามลองเชิงดู
【ฉู่เป่ยเสวียน】: "ท่านประมุขวังใหญ่ ข้าพอจะรู้วิถีฟ้าดินอยู่บ้าง สนใจให้ข้าทำนายให้สักตาไหม?"
【เยาเยว่】: "ลิขิตฟ้า? เหอะ!"
นางคือเยาเยว่ ไม่กลัวฟ้า ไม่เชื่อชะตา ข้าคือผู้ไร้เทียมทาน!
ฉู่เป่ยเสวียนเห็นดังนั้นก็ขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดกับผู้หญิงจอมหยิ่งคนนี้อีก
หลังจากแจกจ่ายยาโอสถให้ทุกคนตามคำขอแล้ว เขาก็ถามในกลุ่มอีกครั้ง
【ฉู่เป่ยเสวียน】: "เห็นพวกเจ้าคุยกันอย่างออกรสก่อนหน้านี้ มีเรื่องสนุกอะไรเกิดขึ้นหรือ?"
【บูรพาไม่แพ้】: "เป็นอย่างที่ท่านอาจารย์ฉู่เคยบอกไว้จริงๆ อวี๋ชางไห่ยกพวกบุกสำนักคุ้มภัยฟูเวยจริงๆ! พวกเราอยู่ไกลเกินเอื้อม ได้แต่ช่วยวางแผนให้คุณชายหลิน"
【หลินผิงจือ】: "ใช่ครับผู้อาวุโสฉู่ ตอนนั้นหวาดเสียวมากจริงๆ โชคดีที่ได้ผู้อาวุโสทุกท่านช่วยไว้ ผู้น้อยถึงรอดมาได้"
【ฉู่เป่ยเสวียน】: "โห? ตอนนี้ข้าว่างพอดี ลองเล่ามาซิ"
หลินผิงจือจึงรีบเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฉู่เป่ยเสวียนฟังทันที
ตอนแรก เรื่องราวก็ไม่ได้ต่างจากต้นฉบับเดิมเท่าไหร่
ยังคงเป็นหลินผิงจือที่พลั้งมือฆ่าลูกชายของอวี๋ชางไห่ตายขณะช่วยเหลือคนอื่น
แต่ที่ต่างออกไปคือ...
คราวนี้หลินผิงจือคุมพลังไม่อยู่จริงๆ
แค่สะบัดแขนเสื้อโดยสัญชาตญาณ หัวของลูกชายอวี๋ชางไห่ก็ระเบิดกระจายเป็นดอกไม้ไฟ!
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม
อวี๋ชางไห่ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง บุกมาหาเรื่องสำนักคุ้มภัยฟูเวย
เดิมทีควรจะเป็นการยกทัพมาสอบสวนเอาผิด
ใครจะไปคิดว่า...
หลินผิงจือภายใต้การช่วยเหลือของบูรพาไม่แพ้และคนอื่นๆ กลับมีฝีปากคมกริบ
งัดเอากฎยุทธภพต่างๆ นานามาอ้าง ตอกหน้าอวี๋ชางไห่จนหน้าม้านไปไม่เป็น
ไม่เพียงแค่นั้น...
ยังเจาะจงเล่นงานจุดที่อวี๋ชางไห่ยอมสละแม้กระทั่งลูกชายตัวเองเพื่อบรรลุเป้าหมาย โจมตีจุดนี้อย่างหนักหน่วง
ด่าทอว่าเป็นสัตว์เดรัจฉานเลือดเย็น ไร้มนุษยธรรม
เล่นเอาพวกศิษย์สำนักชิงเฉิงมองอวี๋ชางไห่ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
อวี๋ชางไห่เห็นว่าเถียงสู้หลินผิงจือไม่ได้ ก็ไม่อยากขายหน้าไปมากกว่านี้
จึงเลือกที่จะลงมือใช้กำลังทันที
ทว่า ในสถานการณ์ที่จิตใจคนเริ่มรวนเร
ศิษย์ชิงเฉิงส่วนใหญ่ต่างก็ออกแรงแต่ไม่ออกใจ
คนนับร้อย กลับจัดการผู้คุ้มกันภัยแค่สิบกว่าคนไม่ลง
ทำเอาอวี๋ชางไห่โกรธจนแทบกระอักเลือด
จนต้องลงมือด้วยตัวเอง
แต่พอลงมือเท่านั้นแหละ เรื่องใหญ่ก็เกิดขึ้น
สำนักคุ้มภัยฟูเวยที่ในสายตาของเขาควรจะเก่งกว่ามดปลวกแค่นิดเดียว
จู่ๆ ก็มีจอมยุทธ์ระดับปรมาจารย์โผล่ออกมาถึงสามคน!
คนตระกูลหลินทั้งสาม พรวดพราดกลายเป็นยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์กันทั้งบ้านในชั่วข้ามคืน!
อวี๋ชางไห่ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก
กระบวนท่าที่ใช้ออกไป พลอยลดความดุดันลง แต่เพิ่มความลนลานเข้ามาแทน
คนตระกูลหลินทั้งสามถึงอย่างไรก็เป็นถึงขั้นปรมาจารย์
ต่อให้เป็นพวกปลายแถวในระดับเดียวกันก็เถอะ
แต่ปรมาจารย์ก็คือปรมาจารย์
สามรุมหนึ่ง แถมอวี๋ชางไห่ยังเสียขบวนเอง ตระกูลหลินจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งสู้ก็ยิ่งเข้ามือ
ต่อให้อวี๋ชางไห่จะงัดเล่ห์เหลี่ยมลูกไม้สกปรกออกมาใช้แค่ไหน ก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้
สุดท้าย อวี๋ชางไห่ก็ต้องตายอย่างเคียดแค้นด้วยคมกระบี่ของหลินผิงจือ เด็กเมื่อวานซืนคนนั้น
"จุ๊ๆ หลินผิงจือเป็นคนเก็บลาสต์ช็อตได้ซะด้วย"
ไม่ต้องไปเห็นกับตา ฉู่เป่ยเสวียนก็นึกภาพออกว่าตอนตายอวี๋ชางไห่จะคับแค้นใจขนาดไหน
"นี่แหละคือจุดจบของการไม่หาข่าวกรองให้ดีก่อนรบ"
ฉู่เป่ยเสวียนส่ายหน้า
เตือนตัวเองในใจว่าต้องดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง
ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พึมพำอย่างอารมณ์ดีว่า
"กระบี่วิญญูชนแห่งหัวซานผู้นั้น แผนการพังไม่เป็นท่า ป่านนี้คงยืนเอ๋อไปแล้วมั้ง?"
...
ณ สำนักหัวซาน
ภายในห้องฝึกยุทธ์อันสลัวราง
ปัง!
เย่ว์ปู้ฉวินฟาดฝ่ามือลงไป โต๊ะและจดหมายลับบนโต๊ะแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผงพร้อมกัน
อย่างที่ฉู่เป่ยเสวียนคาดไว้ พอได้รับข่าวนี้ เย่ว์ปู้ฉวินถึงกับไปไม่เป็นจริงๆ
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
คิ้วของเย่ว์ปู้ฉวินขมวดมุ่น แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย
เขาจับตาดูสำนักคุ้มภัยฟูเวยมาตลอด
ทุกระยะจะมีข่าวลับส่งมาถึงมือเขา
เมื่อไม่กี่วันก่อน เขาเพิ่งได้รับจดหมายลับ
ทางนั้นเอาหัวเป็นประกันว่า ในสำนักคุ้มภัยฟูเวย แม้แต่ยอดฝีมือขั้นก่อกำเนิดสักคนก็ยังไม่มี
อ่อนแอราวกับลูกไก่ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด
แต่ทว่า... นี่มันผ่านไปนานแค่ไหนกันเชียว?
ทำไมคนตระกูลหลินทั้งสามคน ถึงพากันทะลวงเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์กันหมด?
หรือว่าสายลับจะทรยศ ร่วมมือกับตระกูลหลินมาหลอกเขา?
ความเป็นไปได้ต่ำมาก
เพราะชีวิตครอบครัวของทางนั้น ยังอยู่ในกำมือของเขา
"ในที่ที่ข้าไม่รู้ ดูเหมือนว่า... กำลังมีบางอย่างเกิดขึ้น"
"ไม่ใช่แค่กระทบต่อตระกูลหลิน แต่ยังกระทบถึงแผนการฟื้นฟูสำนักหัวซานของข้าด้วย!"
"น่าแค้นใจ! บัดซบสิ้นดี!"
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]