- หน้าแรก
- ภารกิจปั้นจอมยุทธ์ด้วยยาเทพ
- บทที่ 06 [จอมยุทธ์สามหายดี ชื่อเสียงระบือไกล!]
บทที่ 06 [จอมยุทธ์สามหายดี ชื่อเสียงระบือไกล!]
บทที่ 06 [จอมยุทธ์สามหายดี ชื่อเสียงระบือไกล!]
บทที่ 06 [จอมยุทธ์สามหายดี ชื่อเสียงระบือไกล!]
◉◉◉◉◉
ณ สำนักบู๊ตึ๊ง
ในเรือนพักของอวี๋ไต้เหยียน
เจ็ดจอมยุทธ์บู๊ตึ๊ง นำโดย 'ซ่งหยวนเฉียว' ต่างมารวมตัวกันครบองค์ประชุม ขาดเพียงจางชุ่ยซานคนเดียวเท่านั้น
ณ เวลานี้
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเม็ดยาใสแวววาวราวกับแก้วผลึกในมือของจางซานเฟิง
"ท่านอาจารย์ นี่มันยาอะไรกันครับ? จะรักษาพี่สามได้จริงหรือ?"
'ม่อเซิงกู่' น้องเล็กสุดท้อง อาศัยความที่อาจารย์เอ็นดู เป็นหน่วยกล้าตายเอ่ยถามแทนศิษย์พี่ทุกคน
"ยานี้มีชื่อว่า โอสถหวนคืน เป็นยาที่สหายผู้บำเพ็ญเพียรท่านหนึ่งปรุงขึ้น"
จางซานเฟิงตอบพร้อมรอยยิ้ม "ด้วยวิชาความสามารถอันลึกลับพิสดารของเขา ยานี้ไม่น่าจะเป็นของปลอม"
ตัวจางซานเฟิงเองก็เชี่ยวชาญเรื่องยาพอตัว
แม้จะดูไม่ออกว่าโอสถหวนคืนมีส่วนประกอบอะไร หรือสรรพคุณลึกซึ้งแค่ไหน
แต่ด้วยประสบการณ์ เขามั่นใจว่ายานี้มีแต่คุณไม่มีโทษ
"กินซะเถอะ เดี๋ยวอาจารย์จะช่วยเจ้าโคจรลมปราณละลายฤทธิ์ยาเอง"
จางซานเฟิงยื่นยาไปตรงหน้าอวี๋ไต้เหยียน
อวี๋ไต้เหยียนมีสีหน้าตื่นเต้น เขาไม่อิดออดแม้แต่น้อย อ้าปากกลืนยาทันที
ทันทีที่ยาเข้าปาก ยังไม่ทันที่จางซานเฟิงจะลงมือ ฤทธิ์ยาก็ละลายและแผ่ซ่านไปทั่วร่างเองโดยอัตโนมัติ
"หืม?"
คิ้วขาวโพลนของจางซานเฟิงกระตุกเล็กน้อย พึมพำอย่างครุ่นคิด "คล้ายลมปราณ แต่เหนือชั้นกว่าลมปราณ... นี่คือ 'ปราณเซียน' ของผู้บำเพ็ญเพียรสินะ?"
ในโอสถหวนคืน มีเสี้ยวหนึ่งของปราณเซียนแฝงอยู่
เพราะมีปราณเซียนนี้เอง จางซานเฟิงถึงมองไม่ออกว่ายานี้ทำมาจากอะไร
และในทางกลับกัน
ถ้าไม่มีปราณเซียน ต่อให้ได้สูตรยามา ก็ไม่มีทางปรุงโอสถหวนคืนออกมาได้!
"อ๊ากกก!"
เมื่อฤทธิ์ยากระจายตัว อวี๋ไต้เหยียนก็ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาทันที
ผิวที่เคยซีดขาว กลับกลายเป็นสีแดงจัดในพริบตา!
ราวกับจะมีเลือดซึมออกมาตามรูขุมขน
"ร้อน! ร้อนเหลือเกิน... คันยุบยิบไปหมด..."
ใบหน้าของอวี๋ไต้เหยียนบิดเบี้ยว ราวกับกำลังถูกทรมานอย่างแสนสาหัส
"ท่านอาจารย์! เกิดอะไรขึ้นครับ!?"
ม่อเซิงกู่ถามด้วยความร้อนรน สีหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย
คนอื่นๆ ก็มีอาการไม่ต่างกัน
มีเพียงซ่งหยวนเฉียวที่ผ่านการแต่งงานมีครอบครัวแล้วเท่านั้น ที่สีหน้าดูแปลกๆ พิกล
"ใจเย็นๆ"
จางซานเฟิงเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม
จากนั้นก็ยื่นมือขวาไปวางบนไหล่ของอวี๋ไต้เหยียน
"ฤทธิ์ยาช่างดุดันนัก! นี่หรือคือยาที่มาจากมือผู้บำเพ็ญเพียร? พวกเราเทียบไม่ติดจริงๆ!"
จางซานเฟิงตาเป็นประกาย อุทานด้วยความทึ่ง
ประสิทธิภาพของโอสถหวนคืนนั้นเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ
มันซ่อมแซมร่างกายที่เสียหายของอวี๋ไต้เหยียนด้วยวิธีการที่ป่าเถื่อนและรุนแรงสุดๆ!
ถ้าเป็นคนจิตใจไม่เข้มแข็งพอ คงเจ็บจนสลบเหมือดไปแล้ว
"ท่านอาจารย์?"
"ยามีปัญหาหรือเปล่าครับ?"
"พี่สามเขา... จะเป็นอะไรไหม?"
เมื่อเห็นอวี๋ไต้เหยียนร้องโหยหวนหนักขึ้นเรื่อยๆ ซ่งหยวนเฉียวและคนอื่นๆ ก็อดรนทนไม่ไหว เอ่ยปากถามกันระงม
จางซานเฟิงชักมือกลับ ยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า "ไม่เป็นไร แค่ฤทธิ์ยามันแรงไปหน่อย ขอแค่ทนช่วงนี้ไปได้..."
เขาหยุดพูดนิดหนึ่ง
มองดูอวี๋ไต้เหยียนด้วยสายตาลึกซึ้ง แล้วกล่าวต่อ "เจ้าสามไม่เพียงจะหายเป็นปลิดทิ้ง แต่กำลังภายในจะรุดหน้ายิ่งกว่าเดิมด้วย!"
ทุกอย่างเป็นไปตามที่จางซานเฟิงว่าไว้
เสียงร้องของอวี๋ไต้เหยียนดังอยู่แค่ร้อยอึดใจ
หลังจากนั้น
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน อวี๋ไต้เหยียนที่เป็นอัมพาตนอนติดเตียงมาสิบปี ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งตัวตรง
ในขณะเดียวกัน
กลิ่นอายพลังระดับปรมาจารย์ ก็ระเบิดออกมาจากร่างของเขา
"นี่ข้า... ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?"
อวี๋ไต้เหยียนจ้องมองมือตัวเองตาค้าง สีหน้าฉายอารมณ์หลากหลาย
ทั้งดีใจ ตื่นเต้น สงสัย และหวาดกลัว
"ยินดีด้วยน้องสามที่หายดี แถมยังโชคดีในโชคร้ายได้เลื่อนขั้นอีก นี่ถือเป็นเรื่องมงคลใหญ่ของบู๊ตึ๊งเรา ต้องฉลองกันสามวันสามคืน!"
ซ่งหยวนเฉียวได้สติก่อนใครเพื่อน หัวเราะลั่นอย่างเบิกบาน
เวลานี้ แม้แต่คนที่สุขุมเยือกเย็นอย่างเขา ก็ยังเก็บอาการไม่อยู่
"เยี่ยมไปเลย พี่สาม! ในที่สุดท่านก็จะได้พาข้าท่องยุทธภพอีกครั้งแล้ว!"
ม่อเซิงกู่กระโจนเข้าไปกอดอวี๋ไต้เหยียนแน่น
'อวี๋เหลียนโจว', 'จางซงซี' และ 'อินหลีถิง' ก็ทยอยกันเข้ามาแสดงความยินดี
ตุบ!
อวี๋ไต้เหยียนดันม่อเซิงกู่ออก แล้วคุกเข่าลงกระแทกพื้นอย่างแรง กล่าวเสียงสะอื้น "ไต้เหยียน... ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่เมตตา!"
จางซานเฟิงโบกมือพยุงศิษย์ขึ้น กล่าวเบาๆ ว่า "ไม่ต้องขอบคุณ มันเป็นหน้าที่ของอาจารย์อยู่แล้ว"
สิ้นเสียง ร่างของเขาก็หายวับไป ปล่อยให้เหล่าศิษย์ได้อยู่กันตามลำพัง
...
ตำหนักเจินอู่
"เฮ้อ!~"
จางซานเฟิงถอนหายใจยาว มุมปากยิ้มขื่น
"อาจารย์รู้ว่าเจ้าทุกข์ใจ อาจารย์เองก็อยากรักษาเจ้า
แต่ทว่า ต่อให้เป็นเซียนเดินดิน อาจารย์ก็ยังมีข้อจำกัดมากมาย!"
หลายปีมานี้ แม้อวี๋ไต้เหยียนจะไม่พูด
แต่ลึกๆ แล้วต้องมีความน้อยใจที่อาจารย์ดูเหมือนไม่สนใจไยดี
เรื่องนี้จางซานเฟิงรู้ดีแก่ใจ
แต่รู้แล้วทำอะไรได้?
ตราบใดที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ปมในใจก็ยังคงอยู่
"ครั้งนี้ ต้องขอบคุณสหายพรตฉู่จริงๆ"
"ถ้าไม่ได้เขาโผล่มา ลำพังแค่อาตมากับเจ้าศิษย์ไม่เอาไหนพวกนั้น
ก็ไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไหร่ กว่าจะรักษาเจ้าสามได้"
ในหมู่เซียนเดินดิน จางซานเฟิงไม่ได้เก่งกาจที่สุด
ไม่รู้มีสายตากี่คู่ที่จ้องมองเขาและบู๊ตึ๊งอยู่จากในมุมมืด รอคอยให้เขาเผยจุดอ่อน
ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว
ทั้งเขาและบู๊ตึ๊งอาจถึงคราวล่มสลาย!
นี่คือเหตุผลที่เขาไม่อาจก้าวออกจากบู๊ตึ๊งได้เลยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
...
[จางซานเฟิง]: "ขอบพระคุณยาทิพย์ของสหายพรตฉู่ อาการบาดเจ็บของศิษย์อาตมาหายดีแล้ว
มิหนำซ้ำ กำลังภายในยังรุดหน้า อีกไม่กี่วันคงก้าวเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์"
[จางซานเฟิง]: "สหายพรตเชี่ยวชาญวิถีโอสถล้ำลึก เพลงกระบี่ไทเก๊กเพียงชุดเดียวคงไม่พอแลกกับโอสถหวนคืน
อาตมาขอมอบ 'พลังเพียวหยางอู๋จี๋' (พลังบริสุทธิ์ไร้ขอบเขต) เพิ่มเติม เพื่อแสดงน้ำใจ หวังว่าสหายพรตจะไม่รังเกียจ"
ข้อความสองข้อความที่เด้งขึ้นมาในกลุ่มสนทนา เรียกความสนใจจากสมาชิกทุกคน
[ฉู่เป่ยเสวียน]: "ก่อนอื่น ยินดีกับจอมยุทธ์สามอวี๋ด้วย
ประการต่อมา ขอบคุณในน้ำใจของท่านนักพรต เอาเป็นว่าถ้าสะดวกก็เชิญข้าดื่มเหล้ามงคลสักจอกก็พอ ส่วนวิชาอะไรนั่น ไม่จำเป็นต้องให้เพิ่มหรอก"
[ฉู่เป่ยเสวียน]: "เรือนโอสถเป่ยเสวียน ราคาชัดเจน ยุติธรรม ไม่โกง!"
เรือนพำนักเป่ยเสวียน
ฉู่เป่ยเสวียนมองดูข้อความในกลุ่มด้วยรอยยิ้ม
ของฟรีใครก็ชอบ แต่ก็ต้องดูสถานการณ์
ตอนนี้เพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์ ชื่อเสียงสำคัญกว่าผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ
"น้ำซึมบ่อทราย ค่อยเป็นค่อยไป วิชาที่พวกเจ้าทุ่มเทคิดค้นมาทั้งชีวิต วันหน้าต้องตกเป็นของข้าแน่นอน!"
...
เมืองเยี่ยนจิง พระราชวัง
"ยาเม็ดเดียวรักษาอวี๋ไต้เหยียนหาย? แถมใช้เวลาสั้นขนาดนั้น?"
"นักพรตซานเฟิงคนนี้ ใช่คนเดียวกับที่ข้ารู้จักหรือเปล่า?"
"ยังก่อน... รอดูอีกหน่อยดีกว่า"
จูอู๋ซื่อมองกลุ่มสนทนาด้วยใจที่เต้นรัว
แต่เขาก็ยังอดระแวงไม่ได้ ตัดสินใจขอดูเชิงอีกนิด
...
ผาไม้ดำ
บูรพาไม่แพ้เดินกลับไปกลับมาด้วยความหงุดหงิด
ข่าวในกลุ่มส่งผลกระทบต่อจิตใจนางอย่างรุนแรง ทำเอาใจไม่สงบ
"ใจเย็น! รอมาตั้งนานแล้ว รออีกไม่กี่วันจะเป็นไรไป?"
สุดท้าย บูรพาไม่แพ้ก็ยังไม่วู่วาม เลือกที่จะซุ่มดูต่อไป
...
สำนักคุ้มภัยฟูเวย
หลินผิงจือที่หลุดโลกไปนาน ในที่สุดก็รวบรวมความกล้า กลับมามองกลุ่มสนทนาตามความเป็นจริง
แต่พอได้อ่านประวัติการสนทนา คำถามเป็นล้านก็ถูกกลืนลงคอไป
"นักพรตซานเฟิง? คงไม่ใช่ท่านนั้นหรอกมั้ง?"
หลินผิงจือรีบวิ่งหน้าตื่นไปที่ห้องหนังสือของบิดา
เขาจะไปถามพ่อผู้กว้างขวางของเขาหน่อยว่า
เวลาต้องดีลกับเซียนเดินดิน ควรวางตัวยังไงดี
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]