เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 04 [รวมพลคนแปลกหน้า]

บทที่ 04 [รวมพลคนแปลกหน้า]

บทที่ 04 [รวมพลคนแปลกหน้า]


บทที่ 04 [รวมพลคนแปลกหน้า]

◉◉◉◉◉

วิชาประจำสำนักของวังบุปผา คือ 'พลังหยกอำไพ' ซึ่งมีรากฐานมาจากคัมภีร์เต๋า

สำหรับคำว่า วิถีเซียน หรือ ผู้บำเพ็ญเพียร เยาเยว่นั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี

วิชาวรยุทธ์แทบทุกแขนงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคัมภีร์เต๋า มักจะอ้างเรื่องการฝึกเซียน, การบรรลุเป็นเทพ, หรือความเป็นอมตะเสมอ

แต่... ร้อยละเก้าสิบเก้า ล้วนแต่เป็นพวกราคาคุยทั้งเพ!

"ไม่รู้พวกแมวเป็ดไก่กาที่ไหน กล้ามาอ้างตัวเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ช่างไม่เจียมตัว น่าสมเพชสิ้นดี"

"เส้นทางแห่งเซียน ยากเย็นแสนเข็ญ..."

ในฐานะคนที่ก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปในขอบเขตเซียนเดินดิน ไม่มีใครเข้าใจความหนักหนาของคำว่า 'เซียน' ได้ดีไปกว่าเยาเยว่

ความแตกต่างระหว่างเซียนกับมนุษย์ ราวกับหุบเหวที่ไม่อาจข้ามผ่าน!

แม้แต่คนที่มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดอย่างนาง ยังไม่รู้เลยว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ถึงจะก้าวข้ามอีกครึ่งก้าวที่เหลือไปได้

...

ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ เรือนพำนักเป่ยเสวียน

ฉู่เป่ยเสวียนนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าเตาปรุงยา คิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย

หลังจากระบบเปิดใช้งานกลุ่มสนทนาและดึงสมาชิกเข้ากลุ่มอัตโนมัติ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม เขาจึงเริ่มแนะนำตัวทันที

[ฉู่เป่ยเสวียน]: "สวัสดีทุกท่าน ข้าแซ่ฉู่ นามเป่ยเสวียน เป็นผู้บำเพ็ญเพียร"

[ฉู่เป่ยเสวียน]: "ระดับหลอมปราณแปลงจิต เทียบเท่ากับขั้นเซียนเดินดินในวิถียุทธ์ ในบรรดาศิลปะเซียนร้อยแขนง ข้าถนัดการปรุงยาที่สุด รองลงมาคือการทำนายทายทัก"

[ฉู่เป่ยเสวียน]: "หากท่านใดต้องการยาชนิดไหน สามารถแลกเปลี่ยนกับข้าได้ ไม่ว่าสรรพคุณแบบใด ข้าปรุงได้หมด"

ฉู่เป่ยเสวียนเปิดเผยสถานะอย่างตรงไปตรงมา

ขั้นหลอมปราณแปลงจิต ที่เทียบเท่าเซียนเดินดิน คือไพ่ตายที่ทำให้เขามั่นใจ

ในยุคที่ไร้ซึ่งผู้บรรลุขั้นหนึ่งเดียวกับฟ้า เซียนเดินดินคือจุดสูงสุดของยุทธภพ เพียงพอที่จะจัดการปัญหาได้เกือบทุกอย่าง!

...

เมืองเยี่ยนจิง คุ้มพิทักษ์มังกร

'จูอู๋ซื่อ' ขมวดคิ้วแน่น จ้องมองสาส์นลับในมือด้วยสมาธิจดจ่อ

ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ สาส์นลับร่วงหลุดจากมือลงสู่พื้น

ผ่านไปกว่าสิบอึดใจ แขนของเขาถึงค่อยๆ ตกลงข้างลำตัว

เขานั่งนิ่งอยู่พักใหญ่

ก่อนจะลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วประสานมือคารวะไปในอากาศ พูดเสียงดังฟังชัดว่า:

"ไม่ทราบว่ายอดคนท่านใดมาเยือน โปรดปรากฏตัวให้ข้าพเจ้าได้พบสักครั้งเถิด"

การกระทำดูเหมือนคนบ้าคุยกับลมแล้ง แต่สีหน้าของเขาจริงจังสุดขีด

ไม่จริงจังไม่ได้แล้ว

เสียงที่ดังในหัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นวิชาถ่ายทอดเสียงทางจิต

การจะทำแบบนี้ได้ อย่างน้อยต้องอยู่ขั้นยอดปรมาจารย์

แม้จูอู๋ซื่อเองจะเป็นยอดปรมาจารย์ แต่เขากลับหาต้นตอของเสียงไม่เจอเลย

ระดับวรยุทธ์ของอีกฝ่าย ต้องเหนือกว่าเขาแน่นอน!

จูอู๋ซื่อรออยู่อึดใจหนึ่ง แต่ไม่มีการตอบรับใดๆ

ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากอีกครั้ง

ทันใดนั้น เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ในจิตสำนึกของเขา จู่ๆ ก็มีพื้นที่ประหลาดปรากฏขึ้นมา

พอลองเพ่งสมาธิดู

ตัวอักษรก็ปรากฏขึ้นทีละตัว พร้อมกับเสียงบรรยาย

"ยินดีต้อนรับสู่เรือนโอสถเป่ยเสวียน"

"สวัสดีทุกท่าน ข้าแซ่ฉู่..."

จูอู๋ซื่อยื่นเหม่อมองทุกอย่าง ทั้งร่างกายและจิตใจถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง จนเรียกสติกลับมาไม่ได้พักใหญ่

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ จูอู๋ซื่อถึงได้สูดหายใจเฮือกใหญ่ ร้องอุทานว่า "นี่มันวิชาเทพเทวดาอะไรกัน? เซียนเดินดินทำแบบนี้ได้ด้วยรึ?"

"ผู้บำเพ็ญเพียรมีอยู่จริงหรือนี่? ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝันของพวกคนบ้า?"

"หลอมปราณแปลงจิต... นี่มันตัวตนระดับไหนกัน เทียบเท่าเซียนเดินดิน แล้วในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียร ถือว่าอยู่ขั้นไหน?"

คำถามมากมายผุดขึ้นเต็มหัวจูอู๋ซื่อ จนเขาแทบคิดอะไรไม่ออก

จนกระทั่งเสียงของฉู่เป่ยเสวียนดังขึ้นอีกครั้ง เขาถึงค่อยๆ เรียกสติกลับมา และบังคับให้ตัวเองใจเย็นลง

[ฉู่เป่ยเสวียน]: "ประมุขบูรพา ข้ามีวิธีแก้ปัญหาข้อบกพร่องในวิชาของท่านได้"

[ฉู่เป่ยเสวียน]: "ท่านประมุขเยาเยว่ ยาของข้า สามารถช่วยท่านก้าวข้ามครึ่งก้าวสำคัญนั้นได้"

[ฉู่เป่ยเสวียน]: "ส่วนท่านโหวจู... ความกังวลเรื่องพลังวัตรไม่บริสุทธิ์ และวิกฤตจากเม็ดเทียนเซียงโต้วโค่ว ล้วนมีทางแก้"

ทันทีที่เห็นคำว่า 'วิกฤตจากเม็ดเทียนเซียงโต้วโค่ว' รูม่านตาของจูอู๋ซื่อก็หดเกร็งทันที

เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว รีบลองใช้ความคิดสื่อสารตอบกลับไป

จูอู๋ซื่อ: "ท่านอาจารย์พูดจริงหรือ? แก้ไขเรื่องเม็ดเทียนเซียงโต้วโค่วได้จริงหรือ?"

เมื่อเห็นตัวอักษรปรากฏขึ้นในพื้นที่นั้น จูอู๋ซื่อก็ถอนหายใจโล่งอก

จากนั้น ด้วยความตื่นเต้น กังวล และคาดหวัง เขาจ้องมองพื้นที่ลึกลับนั้นตาไม่กะพริบ

[ฉู่เป่ยเสวียน]: "ย่อมเป็นความจริง เรือนโอสถเป่ยเสวียนซื่อสัตย์ยุติธรรม ขอแค่ท่านจ่ายไหว!"

จูอู๋ซื่อ: "ขอแค่แก้ปัญหานี้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร จูคนนี้ก็ยินดี!"

จูอู๋ซื่อ: "ทรัพย์สินเงินทอง, คัมภีร์ยุทธ์, อาวุธวิเศษ หรือของล้ำค่าหายาก?"

นี่ถือเป็นการลองเชิงกลายๆ

ตอนนี้จูอู๋ซื่อเริ่มตั้งสติได้แล้ว

แม้จะยังไม่เข้าใจว่ากลุ่มสนทนานี้ทำงานด้วยวิชาปาฏิหาริย์อะไร

แต่เขาเริ่มหยั่งเชิงฉู่เป่ยเสวียนอย่างแนบเนียน

แค่ดูจากของที่ฉู่เป่ยเสวียนต้องการ จูอู๋ซื่อก็สามารถประเมินอะไรได้หลายอย่าง!

[ฉู่เป่ยเสวียน]: "การซื้อขายทุกอย่างในเรือนโอสถนี้ ชำระด้วยคะแนนเท่านั้น"

คะแนน?

มันคืออะไร?

จูอู๋ซื่อ: "ขอถามท่านอาจารย์ อะไรคือคะแนน?"

ฉู่เป่ยเสวียนจึงส่งกฎเกณฑ์เรื่องคะแนนที่ร่างเตรียมไว้แล้วลงในกลุ่มทันที

"ยาของเรือนโอสถเป่ยเสวียน แบ่งเป็นเก้าระดับ จากต่ำไปสูง"

"แลกยาระดับหนึ่งต้องใช้ 10 คะแนน, ระดับสอง 100 คะแนน, ระดับสาม 1,000 คะแนน เป็นต้น"

"คะแนนสามารถแลกเปลี่ยนได้ด้วย อาวุธ, คัมภีร์ยุทธ์, ของล้ำค่า ฯลฯ"

"ของที่นำมาแลกก็แบ่งเป็นเก้าระดับเช่นกัน และมีระดับย่อย ต่ำ, กลาง, สูง, สูงสุด"

"ตัวอย่างเช่น วรยุทธ์ระดับสาม, อาวุธเหล็กกล้าสิบหลอม, โสมร้อยปี จัดเป็นระดับหนึ่งขั้นต่ำ แลกได้ 1 คะแนน"

"วรยุทธ์ระดับสอง, อาวุธร้อยหลอม, โสมพันปี จัดเป็นระดับหนึ่งขั้นกลาง แลกได้ 2-3 คะแนน"

"สุดยอดวิชา, ศาสตราวุธมีวิญญาณ, เม็ดเทียนเซียงโต้วโค่ว, ผลเลือดโพธิสัตว์ ของหายากเหล่านี้ จัดเป็นระดับหนึ่งขั้นสูงสุด แลกได้ 10 คะแนน"

"อนึ่ง ทองคำหนึ่งร้อยตำลึง แลกได้ 1 คะแนน จำกัดการแลกเพียงหมื่นตำลึงต่อเดือน"

"วรยุทธ์นอกรีต, อาวุธเหล็กธรรมดา, สมุนไพรทั่วไป ไม่สามารถแลกคะแนนได้"

คำอธิบายนี้ละเอียดชนิดที่ว่า

ขอแค่สติปัญญาปกติ ใครอ่านก็เข้าใจ

ไม่นานนัก จูอู๋ซื่อก็ส่งข้อความกลับมา

จูอู๋ซื่อ: "ตัวจูนั้นไม่มีของติดตัว เดี๋ยวข้าจะเข้าวังไปกราบทูลฮ่องเต้ ขอเบิกของมาแลกคะแนน"

จากนั้น เขาก็กระโดดออกจากตำหนัก

มุ่งหน้าตรงไปยังวังหลวง

ที่นั่นไม่ได้มีแค่สมบัติล้ำค่านับไม่ถ้วน

แต่ยังมีเสาหลักที่ค้ำจุนราชวงศ์จูอยู่!

ขันทีชราผู้มีฝีมือระดับเซียนเดินดิน!

...

ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์

เรือนพำนักเป่ยเสวียน

ฉู่เป่ยเสวียนเอนตัวพิงเก้าอี้นอน ส่ายหน้าอย่างขบขันระคนอ่อนใจ ถอนหายใจว่า "ยานี่... จะว่าขายยากก็ยากแฮะ"

สมาชิกทั้งห้าคนในกลุ่ม พูดได้เลยว่าแต่ละคนคือตัวตึง!

อย่างเจ้าหนูหลินผิงจือนั่น สติแตกไปแล้ว ปฏิเสธการสื่อสารทุกช่องทาง

ไม่ว่าจะคุยในกลุ่มหรือแชทส่วนตัว เจ้าตัวก็ยึดคติเดียว — ไม่รู้ไม่ชี้ ผีหลอกวิญญาณหลอน!

ซึ่งฉู่เป่ยเสวียนก็พอเข้าใจได้

ก็นายน้อยที่โตมาแบบไข่ในหิน ใสซื่อบริสุทธิ์

ประสบการณ์ยุทธภพก็ไม่มี ความรู้รอบตัวก็น้อย

จู่ๆ มาเจอเรื่องแบบนี้ จะคิดว่าผีหลอกก็ไม่แปลก

"ทางหลินผิงจือ คงต้องปล่อยไปก่อน หวังว่าเขาจะปรับตัวกับกลุ่มแชทได้เร็วๆ นะ ไม่งั้น..."

ฉู่เป่ยเสวียนกวาดตามองข้อมูลของหลินผิงจือ แล้วส่ายหน้าเบาๆ

ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม เขาดูข้อมูลสมาชิกได้ตลอด

ดูจากสถานการณ์แล้ว วันที่ตระกูลหลินจะถูกล้างโคตร คงอีกไม่นานนัก...

◉◉◉◉◉

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 04 [รวมพลคนแปลกหน้า]

คัดลอกลิงก์แล้ว