เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 การตัดสินใจ

บทที่ 8 การตัดสินใจ

บทที่ 8 การตัดสินใจ


บทที่ 8 การตัดสินใจ

หลายร้อยปีก่อน มีผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานของสำนักเสวียนหยางที่อยู่ว่างๆได้เคยทำการสำรวจและพบว่า

หลังจากมีแผ่นหยกเขียวของศาลาตรวจสอบผลงาน การค้นหาสมบัติวิญญาณและการได้รับค่าตอบแทนก็ง่ายขึ้น ทำให้จำนวนผู้บำเพ็ญเพียรที่ก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานของสำนักเพิ่มขึ้นถึงสามส่วนเต็ม ๆ

นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลต่อการสืบทอดของสำนักโดยตรง จนกระทั่งทำให้ผู้อาวุโสขั้นหลอมโอสถในสำนักเสวียนหยางตื่นตกใจ

หลังจากนั้น เพื่อให้ภารกิจได้รับการแจ้งเตือนอย่างทันท่วงที แผ่นหยกนี้จึงถูกสร้างขึ้นโดยท่านปรมาจารย์ขั้นหลอมโอสถของสำนักเอง

โดยหลอมรวมวัสดุวิญญาณชั้นเลิศหลายชนิด และใช้พลังเวทอันยิ่งใหญ่หลอมรวมเป็นสมบัติวิเศษหนึ่งเดียว นั่นคือ แผ่นหยกวิญญาณเสียงเขียว

แผ่นหยกวิญญาณเสียงเขียวนี้ ส่วนหลักตั้งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของเจ้าสำนัก โดยมีท่านปรมาจารย์ขั้นหลอมโอสถของสำนักเป็นผู้ดูแล

ส่วนแผ่นหยกในศาลาตรวจสอบผลงานบนยอดเขาหลิงหยางนี้ แม้จะเป็นเพียงส่วนย่อยแต่ก็เป็น สมบัติวิเศษระดับสูงที่มีอักขระสมบัติถึงแปดบท

ในโลกการบ่มเพาะเซียน สมบัติวิเศษ แบ่งออกเป็นสี่ระดับคือ สุดยอด สูง กลางและต่ำ ตามจำนวนตัวอักขระอาคมที่สลักตอนหลอมรวมอยู่ โดยสามบทอาคมนับเป็นหนึ่งระดับ

สมบัติวิเศษระดับต่ำจะสลักอาคมอยู่ที่ 1 ถึง 3 บท

สมบัติวิเศษระดับกลางอยู่ที่ ถึง 6 บท

สมบัติวิเศษระดับสูงอยู่ที่7 ถึง 9 บท

สมบัติวิเศษระดับสุดยอดอยู้ที่ 10 ถึง 12 บท

ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นบำเพ็ญปราณมีพลังปราณน้อยจึงมักจะใช้สมบัติวิเศษระดับต่ำ หรือ ระดับกลาง

ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสร้างรากฐานที่ได้สร้างรากฐานแห่งเต๋าแล้วจะมีอายุขัยและพลังปราณที่เหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรขั้นบำเพ็ญปราณมาก จึงจะสามารถหลอมรวมและสามารถใช้สมบัติวิเศษระดับสูงหรือระดับสุดยอดได้

และเมื่ออาคม 12 บทถูกหลอมรวมเป็นอาคมสมบัติหนึ่งบทและผ่านภัยพิบัติการก่อร่างของสมบัติวิเศษแล้ว นั่นก็จะกลายเป็นสมบัติวิเศษที่ผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหลอมโอสถมักเลือกใช้กัน

ฟางอี้มองข้อมูลภารกิจที่ปรากฏและหายไปอย่างต่อเนื่องบนแผ่นหยก

ภารกิจที่ปรากฏคือภารกิจที่ตั้งขึ้นใหม่ ส่วนที่หายไปคือภารกิจที่มีผู้บำเพ็ญเพียรรับไปแล้ว

ภารกิจระดับต่ำ: รับซื้อโอสถปีศาจธาตุน้ำและธาตุไม้ระดับสองไม่จำกัดจำนวน รางวัล: 1,000 คะแนนผลงาน/เม็ด

ภารกิจระดับกลาง: โรงชำแหละวิญญาณรับสมัครนักชำแหละวิญญาณ คุณสมบัติ: ขั้นบำเพ็ญปราณช่วงกลางขึ้นไป รางวัล: หินวิญญาณระดับต่ำ 80 เม็ด/ปี

* ภารกิจระดับสูง: กวาดล้างสัตว์อสูรในเมืองชิงเหอ รางวัล: หินวิญญาณระดับต่ำ 100 เม็ด

ฟางอี้ข้ามภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการปรุงยา การหลอมสมบัติวิเศษ และภารกิจอื่นๆที่เขาไม่สามารถทำได้ไปก่อน

การบำเพ็ญเพียรมีสิบแปดแขนงและวิชาปรุงยา สร้างยันต์ เขียนอาคม และสร้างสมบัติวิเศษเป็นหลัก แต่ละแขนงล้วนต้องการพรสวรรค์และทรัพยากรที่สูงมาก

ตอนนี้ถุงเก็บของเขาก็ว่างเปล่า สิ่งแรกที่ควรทำคือหาแหล่งรายได้ที่มั่นคงกว่านี้ก่อน

เมื่อหักภารกิจที่ต้องการพลังบำเพ็ญเพียรสูงเกินไป ภารกิจที่ให้ผลตอบแทนไม่สมเหตุสมผลและภารกิจที่อันตรายเกินไปแล้ว ในที่สุดภารกิจที่เหลืออยู่ก็มีไม่มากนัก

ฟางอี้เหลือบไปเห็นภารกิจหนึ่ง สายตาพลันสว่างวาบ

ภารกิจระดับกลาง: สวนสมุนไพรบนยอดเขาหลิงหยางรับสมัครผู้บำเพ็ญเพียรมาปลูกพืชวิญญาณ ไม่จำกัดพลังบำเพ็ญเพียร ต้องการผู้ที่เชี่ยวชาญวิชาฝนโปรยเล็ก วิชากระบี่ทองคำเล็กและวิชาดินหนาเล็ก รางวัล: หินวิญญาณระดับต่ำ 30 เม็ด/ปี

ฟางอี้หยิบเหรียญศิษย์ออกมาเตรียมรับภารกิจ ทันใดนั้นก็มีเสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง

“พี่ฟาง!”

“ต้าเฉิงเหรอ”

ฟางอี้หันไปมอง และเห็นว่าเป็นฟ่านต้าเฉิงจริงๆ

ฟ่านต้าเฉิงสวมชุดรัดกุมคล่องตัว ท่าทางเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากเมื่อก่อน การเคลื่อนไหวทุกครั้งดูเฉียบขาด

ข้างกายเขามีผู้บำเพ็ญเพียรอีกสองคนที่แต่งกายคล้ายกันยืนอยู่ด้านหลังครึ่งก้าว เห็นได้ชัดว่าผู้นำกลุมนี้คือฟ่านต้าเฉิง

เห็นฟางอี้มองมา ฟ่านต้าเฉิงก็เร่งฝีเท้า ไม่กี่อึดใจกลุ่มคนก็เดินมาถึงข้างกายฟางอี้

“พี่ฟาง ท่านอยากไปล่าสัตว์อสูรกับข้าไหม”

“แค่เบี้ยหวัดปีละน้อยนิดของสำนักจะพอสำหรับการบำเพ็ญเพียรได้อย่างไร!”

ฟางอี้กับฟ่านต้าเฉิงรู้จักกันตั้งแต่สมัยอยู่ในโลกมนุษย์ และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็ยังคงไปมาหาสู่กันบ้าง ไม่คิดว่าจะมาพบกันที่ศาลาตรวจสอบผลงานในวันนี้

ฟ่านต้าเฉิงเห็นฟางอี้ถือเหรียญศิษย์เลือกภารกิจ จึงชวนไปล่าสัตว์อสูรด้วยกัน

เพราะรู้จักกันมาหลายปี เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหรือจิตใจก็เหนือกว่าตนเองมากนัก

วันนั้นระหว่างทางไปสำนักเสวียนหยาง ก็เพราะฟางอี้เป็นผู้สั่งการและจัดการฝูงอสูรหมาป่าจึงทำให้ตนเองไม่ตายเหมือนผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นคนอื่น ๆ ที่ถูกหมาป่ากัดกิน

เมื่อนึกถึงร่างของมหาปรมาจารย์สร้างรากฐานที่เหยียบสายลมและสายฟ้า ควบคุมเมฆหมอกบนหอหลวนอวิ๋น

หัวใจของฟ่านต้าเฉิงก็ร้อนรุ่ม

ชายชาตรีควรเป็นเช่นนี้!

เขาเป็นนักรบจากโลกมนุษย์ แม้จะได้ยินชื่อเสียงของเซียนมาก่อน แต่ไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้ด้วยตาตนเองมาก่อนเลย

ทุกคนเป็นศิษย์ของสำนักเสวียนหยาง แล้วทำไมเขาจะเป็นมหาปรมาจารย์สร้างรากฐานที่สูงส่งไม่ได้

ฟ่านต้าเฉิงชี้ไปที่ชายฉกรรจ์สองคนข้างหลัง แล้วแนะนำให้ฟางอี้ฟัง

“พี่ฟาง นี่คือจางหลง นี่คือจ้าวหู่ พวกเขาเป็นนักรบจากโลกมนุษย์เหมือนกัน”

“แม้จะอยู่แค่ขั้นบำเพ็ญปราณระดับหนึ่ง แต่ฝีมือไม่ธรรมดา ข้ากับพวกเขาได้จัดทีมไปล่าสัตว์อสูรที่เทือกเขาชิงอวิ๋นมาหลายครั้งแล้วและก็เก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้ไม่น้อย”

พูดไป ฟ่านต้าเฉิงก็เพิ่มความน่าเชื่อถือโดยการหยิบค้อนทลายขุนเขาซึ่งเป็นสมบัติวิเศษระดับต่ำที่เพิ่งแลกมาจากศาลาหลอมสมบัติวิเศษออกมาจากถุงเก็บของ

ค้อนทลายขุนเขาด้ามนี้เปล่งแสงวิญญาณสีเหลืองดิน หัวค้อนมีเงาร่างภูเขาปรากฏขึ้นเลือนลาง ดูไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ตามสายตาของฟางอี้ สมบัติวิเศษ ชิ้นนี้ก็นับว่าเป็นของดีในบรรดา สมบัติวิเศษระดับต่ำ

ต่างจากสมบัติวิเศษระดับต่ำทั่วไป ที่เพื่อความสะดวกในการหลอมรวม จึงหลอมรวมเพียงอาคมจำกัดชนิดเดียว

เหมือนกับเหรียญศิษย์ของสำนักเสวียนหยางนี้ที่มีเพียงอาคมจำกัดภาพเงาหนึ่งเดียว

แต่ค้อนทลายขุนเขาด้ามนี้ไม่เหมือนกัน ดูจากแสงวิญญาณที่เปล่งออกมาทั่วตัวแล้ว

อย่างน้อยก็มีอาคมจำกัดประเภทกดข่มและแรงโน้มถ่วงที่แตกต่างกันสองประเภท

อาคมจำกัดสองบทเชื่อมโยงและซ้อนทับกัน ทำให้มีพลังเหนือกว่า สมบัติวิเศษในระดับเดียวกันหนึ่งขั้น และราคาย่อมสูงกว่าสมบัติวิเศษในระดับเดียวกันด้วย

สมบัติวิเศษด้ามนี้เมื่อรวมเข้ากับ วิชาเกราะทองคำของฟ่านต้าเฉิง

สัตว์อสูรระดับต่ำในเทือกเขาชิงอวิ๋น เว้นแต่จะเชี่ยวชาญวิชาสายจิตวิญญาณแล้ว มิฉะนั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย

และฟ่านต้าเฉิงที่ถือค้อนทลายขุนเขาด้ามนี้ หากไม่ตายในเทือกเขาชิงอวิ๋น ย่อมได้ผลตอบแทนไม่น้อยอย่างแน่นอน

แต่ฟางอี้ไม่รู้สึกอยากได้ เขาส่ายหน้าปฏิเสธฟ่านต้าเฉิง

ด้วยพลังบำเพ็ญเพียรและอายุขัยในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงอันตราย การพัฒนาอย่างมั่นคงและสะสมพื้นฐานคือทางเลือกที่ดีที่สุด

“ต้าเฉิง เทือกเขาชิงอวิ๋นมีสัตว์อสูรร้ายกาจ พลังบำเพ็ญเพียรของข้ายังต่ำต้อยนัก รอให้พลังบำเพ็ญเพียรของข้าก้าวหน้าขึ้น จัดเตรียมสมบัติวิเศษและยันต์ให้พร้อมถึงค่อยพิจารณาไปล่าอสูร

ครั้งหน้า หากมีโอกาสข้าต้องไปกับเจ้าแน่”

ฟ่านต้าเฉิงที่ได้ยินคำพูดของฟางอี้ก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย ทำไมนิสัยของฟางอี้ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้

ต้องรู้ว่าในบรรดาผู้บำเพ็ญเพียรเริ่มต้นชุดนี้ ฟางอี้เป็นคนที่เลือดร้อนและกล้าหาญที่สุด

วันนั้นเขาเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปต่อสู้กับหมาป่าหินปฐพีโดยตรงจนฟ่านต้าเฉิงไม่มีโอกาสจะห้ามเลย

บางทีอาจเป็นเพราะถูกหมาป่าหินปฐพีทำร้ายจนหมดสติจากครั้งก่อนจึงทำให้เรียนรู้จากความผิดพลาดและระมัดระวังมากขึ้นก็เป็นได้เขาถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้

เขาก้าวเท้าไปข้างกายฟางอี้ กดเสียงต่ำลงแล้วเกลี้ยกล่อมว่า

“พี่ฟาง พรสวรรค์ของท่านและข้าอยู่ในระดับธรรมดา หากไม่มีหินวิญญาณ การบำเพ็ญเพียรก็จะก้าวหน้าช้ามากแน่นอน

เมื่ออายุมากขึ้น เกรงว่าจะยิ่งยากที่จะทะลวงผ่านไปได้”

ฟ่านต้าเฉิงพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความจริงใจ

“พี่ฟาง แม้รากวิญญาณของท่านจะสูงกว่าข้า แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โดดเด่นเหมือนรากวิญญาณระดับสูงของไฉ่เอ๋อร์ที่มีสำนักคอยหนุนหลัง

หากรอจนอายุมากขึ้น เกรงว่าจะยากแม้แต่จะทะลวงผ่านขั้นบำเพ็ญปราณช่วงปลาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเป็นมหาปรมาจารย์สร้างรากฐานเลยพี่ฟาง ท่านไม่อยากขึ้นสู่สร้างรากฐานหรือ”

เมื่อเห็นฟ่านต้าเฉิงเอ่ยคำว่า มหาปรมาจารย์สร้างรากฐาน ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายร้อนรุ่ม

ฟางอี้เข้าใจในใจ

เมื่อได้เห็นโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่ยิ่งใหญ่และอลังการนี้ เพื่อนของเขาในชาตินี้ก็เริ่มเผยความทะเยอทะยานของตัวเองออกมาแล้ว

ใช่สิ ในโลกการบ่มเพาะเซียน ใครเล่าจะไม่อยากบรรลุขอบเขตที่สูงขึ้น และมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น

แต่ฟางอี้ก็ยังคงปฏิเสธ

แม้จะมีรากวิญญาณระดับกลางเหมือนกัน แต่ต่างจากฟ่านต้าเฉิง เขายังมีทางเลือกที่ดีกว่า

ตอนนี้เขาได้ฝึกฝน คัมภีร์เกิดดับรุ่งโรจน์ร่วงโรยจนสำเร็จขั้นพื้นฐานแล้วและมีอายุขัยที่ยืนยาวกว่าระดับเดียวกันมาก

ก่อนอายุหนึ่งร้อยปี เขาไม่ต้องกังวลเรื่องพลังชีวิตที่เสื่อมถอยเลย และยังมีเวลามากพอที่จะสะสมรากฐาน

การผจญภัยไปล่าอสูรที่เทือกเขาชิงอวิ๋นด้วยพลังบำเพ็ญเพียรเพียงขั้นบำเพ็ญปราณระดับหนึ่งนั้น

อันตรายเกินไป

จบบทที่ บทที่ 8 การตัดสินใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว