เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 หนึ่งคนขวางด่าน

บทที่ 56 หนึ่งคนขวางด่าน

บทที่ 56 หนึ่งคนขวางด่าน


“เหล่าทหารหาญทั้งหลาย! ฉู่เสินซิ่วเป็นทรราช โหดเหี้ยมอำมหิต ฆ่าฟันขุนนางผู้ภักดี วันนี้ข้าจ้าวฝูถูจะแทนคุณแผ่นดิน กำจัดทรราชเพื่อความสงบสุขของปวงชน...”

จ้าวฝูถูชิงประกาศเจตนารมณ์ก่อน แถมยังเตรียมบทสุนทรพจน์ปลุกใจมาอย่างดีเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเอง และปูทางสู่การขึ้นครองบัลลังก์อย่างสง่างาม

เรื่องนี้...นานาจิตตัง ประวัติศาสตร์ย่อมถูกเขียนโดยผู้ชนะ หากฉู่เสินซิ่วพ่ายแพ้เขาจะต้องถูกจารึกชื่อในฐานะทรราชผู้ลุ่มหลงในกามราคะและเข่นฆ่าขุนนางภักดี สิ่งที่หลงเหลือให้คนรุ่นหลังได้รับรู้มีเพียงตัวอักษรบนกระดาษขาว ความจริงจะถูกกลบฝังไปตลอดกาล

แม้จะเป็นการกบฏก็ต้องหาเหตุผลที่สวยหรูมารองรับเสมอ แต่ในทางกลับกันไม่ว่าจ้าวฝูถูจะอ้างเหตุผลสวยหรูเพียงใด หากเขาล้มเหลวคนรุ่นหลังก็จะตราหน้าเขาว่าเป็นกบฏขายชาติ เนรคุณนายเหนือหัว ถูกจารึกไว้บนเสาแห่งความอัปยศไปชั่วลูกชั่วหลาน ส่วนความดีความชอบที่เคยทำมาก็จะถูกลืมเลือนไปจนหมดสิ้น

ฉู่เสินซิ่วฟังคำก่นด่าของอีกฝ่ายพลางคิดว่าช่างน่าขันสิ้นดี

“พูดจบแล้วหรือ”

ฉู่เสินซิ่วเห็นจ้าวฝูถูหยุดพูดจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน สำหรับเขาแล้วคำพูดเหล่านั้นไร้ค่าสิ้นดี เขาหรี่ตาลง จากนั้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน

เขาร่อนลงจากกำแพงเมืองอย่างแผ่วเบา เผชิญหน้ากับกองทัพนับหมื่นเพียงลำพังโดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย สีหน้าของเขายังคงราบเรียบ ไม่ไหวติงต่อสถานการณ์ตรงหน้า

วินาทีนี้ทุกคนต่างตกตะลึงจนตาค้าง ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นภาพนี้ เป็นไปได้อย่างไร? ทุกคนต่างตกใจจนแทบสิ้นสติ เขาคิดอะไรอยู่ หรือคิดจะใช้กำลังคนเดียวต้านทานกองทัพนับหมื่นนับแสน นี่มันบ้าไปแล้ว ทุกคนต่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เหตุการณ์นี้ช่างเหนือความคาดหมายยิ่งนัก

ส่วนจ้าวฝูถูหัวใจของเขาแทบหยุดเต้น...สิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดดูเหมือนจะเกิดขึ้นแล้ว เพราะจากสถานการณ์ตรงหน้าตบะของฉู่เสินซิ่วดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย เขาเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาทันที ระดับความแข็งแกร่งนี้เกินกว่าที่เขาจะคาดเดาได้

คนที่เคยเห็นฝีมือของฉู่เสินซิ่วมาก่อนอย่างเขาย่อมรู้ดีว่าหากตบะของอีกฝ่ายยังอยู่ครบถ้วนจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

อู่หยางหันไปมองจ้าวฝูถู “ดูเหมือนตบะของเขายังอยู่ดีไม่ใช่หรือ ไหนเจ้าบอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว” อู่หยางถามด้วยความไม่พอใจ

เขาเคยอ่านข้อมูลเกี่ยวกับคนผู้นี้และรู้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายพอสมควร หากตบะของอีกฝ่ายยังอยู่ครบถ้วนย่อมสร้างปัญหาได้ไม่น้อย และที่สำคัญที่สุดทหารของเขาจะต้องสูญเสียไปโดยใช่เหตุ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่อู่หยางต้องการ

จ้าวฝูถูเหงื่อแตกพลั่ก รีบเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “เอ่อ...ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วจริงๆ คนของข้าก็ยืนยันว่าตบะของเขาถูกทำลายไปแล้ว”

“ไม่ได้เรื่อง” อู่หยางสบถอย่างหัวเสีย แต่แล้วก็เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “แต่ก็ช่างเถอะ แค่คนคนเดียวคิดจะต้านทานกองทัพของข้า ฝันกลางวันชัดๆ ดีเหมือนกัน...ข้าจะได้ลองฝีมือกับเขาดูสักตั้ง”

คนหยิ่งยโสอย่างอู่หยางย่อมไม่เห็นฉู่เสินซิ่วอยู่ในสายตา สำหรับเขาเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล แววตาดูแคลนของเขาบ่งบอกทุกอย่างชัดเจน

“จัดขบวนทัพ” อู่หยางตะโกนก้อง

กองทัพที่มีระเบียบวินัยสูงเตรียมพร้อมรอคำสั่งอยู่แล้ว พวกเขาส่งเสียงคำรามกึกก้อง พุ่งเข้าใส่ฉู่เสินซิ่วพร้อมกันในทันที

ตูม ตูม ตูม!

พลังมหาศาลระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง กองทัพผู้ฝึกตนปลดปล่อยพลังออกมาพร้อมกันจนแผ่นดินสั่นสะเทือน กองทัพมืดฟ้ามัวดินพุ่งเข้าหาฉู่เสินซิ่วราวกับฝูงตั๊กแตน ไม่ว่าใครได้เห็นภาพนี้ย่อมต้องรู้สึกขวัญผวา ผู้คนด้านหลังต่างกุมมือแน่นด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าฉู่เสินซิ่วจะถูกบดขยี้จนแหลกเหลวในพริบตา

การโจมตีอันรุนแรงภายใต้การเสริมพลังจากค่ายกลพุ่งตรงเข้าหาฉู่เสินซิ่วอย่างรวดเร็ว

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของกองทัพมหาศาล ฉู่เสินซิ่วกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง สีหน้าของเขาเย็นชาถึงขีดสุด ในชั่วพริบตาทุกอย่างก็ดูไร้ความหมาย

ตูม!

เขาซัดหมัดออกไปเพียงหมัดเดียว ภายใต้หมัดนั้นการโจมตีระลอกแรกของกองทัพถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย คลื่นพลังกระแทกพุ่งเข้าใส่กองทหารนับพันจนแตกกระจาย เพียงพริบตาเดียวทหารจำนวนมากก็ล้มตายลง รอบด้านเงียบกริบ

ทุกคนต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก บนกำแพงเมืองฝ่ายแคว้นหวาซวีเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี ความแข็งแกร่งของฉู่เสินซิ่วเหนือกว่าจินตนาการของทุกคนไปไกลโข ในระดับนี้ถือว่าสุดยอดอย่างแท้จริง

อู่หยางเปลี่ยนจากความดูแคลนมาเป็นความจริงจังในทันที เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนอีกฝ่ายก็ไม่ได้กระจอกอย่างที่คิด การรับมือการโจมตีระลอกแรกของกองทัพเขาได้ แถมยังสังหารทหารของเขาไปจำนวนมาก ย่อมพิสูจน์ได้ว่าฉู่เสินซิ่วมีฝีมือไม่ธรรมดา

ยิ่งเป็นเช่นนี้สีหน้าของจ้าวฝูถูยิ่งย่ำแย่ลง เขารู้ซึ้งดีว่าฉู่เสินซิ่วที่มีพลังเต็มเปี่ยมนั้นน่ากลัวเพียงใด หัวใจของเขาดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้ง

“ไว้ค่อยคิดบัญชีกับเจ้าทีหลัง”

อู่หยางปรายตามองจ้าวฝูถูอย่างคาดโทษ ที่ทำให้ทหารของเขาต้องตายไปมากมายขนาดนี้ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ง่ายๆ เขากระโดดลงจากหลังพยัคฆ์มารแล้วเข้าร่วมในขบวนทัพเพื่อบัญชาการด้วยตนเอง

“ทัพหน้า! แปรขบวนเป็นค่ายกลฟ้าดิน ทัพกลาง! สนับสนุนด้วยค่ายกลหมื่นบุปผา ทัพหลัง! ตรึงกำลังด้วยค่ายกลหมื่นอสรพิษ” อู่หยางสั่งการเสียงดัง

ค่ายกลศึกเป็นยุทธวิธีทั่วไปของกองทัพผู้ฝึกตน ช่วยรวบรวมพลังของทุกคนให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างความเสียหายแก่ศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า เมื่อค่ายกลเริ่มทำงานกองทัพนับหมื่นก็เคลื่อนพลเข้าโจมตีฉู่เสินซิ่วอย่างเป็นระบบระเบียบ ต้องยอมรับว่าภายใต้การบัญชาการของอู่หยาง พลังของกองทัพเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

แต่ทว่า...ฉู่เสินซิ่วที่ยืนเผชิญหน้ากับกองทัพมหาศาลกลับไม่แสดงอาการหวั่นไหว เพราะเขาเชื่อมั่นเสมอมา

เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ลูกเล่นแพรวพราวใดๆ ล้วนไร้ความหมาย

จบบทที่ บทที่ 56 หนึ่งคนขวางด่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว