- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อหมื่นล้านปี ตื่นขึ้นมาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 50 สนมรัก โปรดถนอมวรกาย
บทที่ 50 สนมรัก โปรดถนอมวรกาย
บทที่ 50 สนมรัก โปรดถนอมวรกาย
เมื่อเจรจาเรื่องสำคัญเสร็จสิ้น อวี๋เหม่ยเหรินเพิ่งจะรู้ตัวว่าร่างกายของนางยังเปลือยเปล่าอยู่ ใบหน้างดงามแดงระเรื่อขึ้นทันที
“ฝ่าบาท หม่อมฉันขอสวมเสื้อผ้าก่อนเพคะ”
แต่หารู้ไม่ว่าบัดนี้สายตาของฉู่เสินซิ่วกำลังจ้องมองนางด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า เขาคว้าแขนขาวผ่องดุจหยก ดึงนางเข้ามาสู่อ้อมอกทันที ตลอดทั้งวันภายในตำหนักอบอวลไปด้วยเสียงแห่งความสุขสม จนกระทั่งอวี๋เหม่ยเหรินทนไม่ไหวต้องร้องขอชีวิต ฉู่เสินซิ่วจึงยอมปล่อยนางไป
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ภายนอกตำหนักก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้น
“นางกำนัลสามหาว พวกข้ามีราชกิจเร่งด่วนต้องกราบทูลฝ่าบาท พวกเจ้ากล้าดียังไงมาขวางทาง”
“เฮอะ อยากเข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือ อย่าว่าแต่พวกเจ้าเลย ต่อให้เง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จลงมาเองก็อย่าหวังว่าจะได้เข้า!”
หญิงสาวเผ่าหมื่นพิษทั้งสองไม่เห็นเหล่าองครักษ์อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เพียงชั่วพริบตาเดียวผู้คนทั้งหมดรวมถึงเฉินเป่ยเสวียนก็ล้มพับลงไปกองกับพื้น ร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรง สถานการณ์เช่นนี้ช่างน่าสะพรึงกลัว พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ฉู่เสินซิ่วเดินออกมาด้วยสีหน้าสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ทันใดนั้นหญิงสาวเผ่าหมื่นพิษทั้งสองถึงกับตะลึงงัน เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ทำไมฉู่เสินซิ่วถึงยังดูปกติดีทุกอย่าง ขณะที่พวกนางกำลังตกใจจนหน้าถอดสีก็ได้ยินเสียงของอวี๋เหม่ยเหรินดังขึ้น พวกนางจึงได้สติ
ทั้งสองมองฉู่เสินซิ่วด้วยสายตาลึกซึ้ง ก่อนจะช่วยถอนพิษให้ทุกคนแล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปด้านใน
“กายาพิษวิบัติ!”
ทั้งสองตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ ปฏิกิริยาของพวกนางแทบไม่ต่างจากตอนที่อวี๋เหม่ยเหรินรู้เรื่องกายาของตนเอง เผลอๆ อาจจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเสียอีก สถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่พวกนางไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝัน ในชั่วพริบตาเรื่องนี้ก็ชัดเจนแจ่มแจ้ง
“ใช่แล้ว ชิงเสวียน, ชิงฉาน พลังฝีมือของฝ่าบาทนั้นเหนือล้ำกว่าจินตนาการของพวกเรามาก พระองค์มีความสามารถในการฝืนลิขิตฟ้าเปลี่ยนชะตาคน ต่อไปพวกเราพี่น้องแค่ติดตามรับใช้ข้างกายฝ่าบาทให้ดี อีกสักพักข้าจะทูลขอให้ฝ่าบาทช่วยยกระดับพรสวรรค์ให้พวกเจ้าด้วย วันหน้าพวกเราจะได้ควบคุมเผ่าหมื่นพิษได้ นี่เป็นพระประสงค์ของฝ่าบาทเช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้น เผ่าหมื่นพิษในมือพวกเราอาจจะกลับมารุ่งเรืองเหมือนในอดีตได้”
ดวงตาของอวี๋เหม่ยเหรินลึกล้ำ ตัวนางที่ครอบครองกายาพิษวิบัติย่อมมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะทำเช่นนั้น ชิงเสวียนและชิงฉานที่อายุน้อยกว่าย่อมเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นดี เพราะนั่นคือกายาพิษวิบัติในตำนานเชียวนะ
“พวกเจ้าอาจจะไม่เชื่อ เคล็ดวิชาหมื่นพิษที่สาบสูญไปของเผ่าเราฝ่าบาทก็ประทานฉบับสมบูรณ์ให้ข้ามาอย่างง่ายดาย ข้าเชื่อว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในมือฝ่าบาทต้องมีของดีอยู่อีกเพียบ ขอเพียงพวกเราตั้งใจปรนนิบัติรับใช้ ช่วยงานฝ่าบาทอย่างเต็มที่ พระองค์จะต้องประทานสิ่งเหล่านั้นให้พวกเราอย่างแน่นอน การทวงคืนความรุ่งโรจน์ในอดีต หรือแม้แต่สร้างความยิ่งใหญ่ให้เหนือกว่าเดิมก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้”
นางมีความมั่นใจในเรื่องนี้อย่างเปี่ยมล้น ทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วย
“เคล็ดวิชาหมื่นพิษนี้ข้าจะถ่ายทอดให้พวกเจ้าก่อน ในระยะสั้นมันจะช่วยยกระดับพลังฝีมือของพวกเจ้าได้อย่างมหาศาล”
สำหรับน้องสาวทั้งสอง อวี๋เหม่ยเหรินให้ความสำคัญมาก ทั้งสองรู้สึกราวกับถูกรางวัลใหญ่ เคล็ดวิชาหมื่นพิษ? ด้วยสถานะในเผ่าของพวกนางแม้แต่เศษเสี้ยวของคัมภีร์ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส แต่นี่กลับมีโอกาสได้ฝึกฝนฉบับสมบูรณ์ เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ
อีกด้านหนึ่ง ฉู่เสินซิ่วเรียกพบเฉินเป่ยเสวียน
“มีเรื่องอะไรถึงได้รีบร้อนมาขอเข้าเฝ้าขนาดนี้” เขาเอ่ยถามอย่างสบายๆ
เฉินเป่ยเสวียนรีบคุกเข่าลงด้วยความลนลาน “กราบทูลฝ่าบาท ไม่มีเรื่องสำคัญอันใดพะยะค่ะ เพียงแต่กงกงหวังมารายงานกระหม่อมว่านับตั้งแต่ฝ่าบาทเสด็จเข้าไปหาอวี๋เหม่ยเหริน ก็มีนางกำนัลสองคนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด แถมพวกนางยังมีฝีมือร้ายกาจไม่เหมือนนางกำนัลทั่วไป กระหม่อมเกรงว่าฝ่าบาทจะมีอันตรายจึงคิดจะเข้ามาตรวจสอบดูพะยะค่ะ”
“อ้อ...เจ้ามีน้ำใจดี ขอบใจมาก” ฉู่เสินซิ่วตอบรับเรียบๆ
“ในเมื่อฝ่าบาทปลอดภัยดี กระหม่อมขอทูลลาพะยะค่ะ แต่กระหม่อมมีเรื่องหนึ่งอยากจะขอเตือนสติฝ่าบาท หญิงงามมักนำมาซึ่งหายนะ ขอฝ่าบาทอย่าได้หลงใหลในอิสตรีจนลืมราชกิจ บัดนี้แคว้นหวาซวีเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว ยังไม่ใช่เวลาที่จะเสพสุข ราษฎรมาก่อน แผ่นดินรองลงมา กษัตริย์มาทีหลัง วาจาของปราชญ์เมธีเหล่านี้ขอฝ่าบาททรงจดจำให้ขึ้นใจด้วยเถิดพะยะค่ะ”
เฉินเป่ยเสวียนกัดฟันพูด คำเตือนที่จริงใจมักไม่รื่นหู! นี่คือสิ่งที่กษัตริย์ทุกคนไม่ชอบฟัง แต่เขาก็ต้องพูด ขุนนางฝ่ายบุ๋นยอมตายเพื่อทัดทาน ขุนนางฝ่ายบู๊ยอมตายในสนามรบ หากทุกคนกลัวว่าจะถูกกษัตริย์กริ้วโกรธจนปล่อยให้พระองค์ทำตามอำเภอใจแล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
“เรารู้แล้ว เจ้าออกไปเถอะ” ฉู่เสินซิ่วโบกมือ แล้วเดินกลับเข้าไปในตำหนักบรรทม
เวลานี้อวี๋เหม่ยเหรินฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้ว ทั้งสามเห็นฉู่เสินซิ่วเข้ามาก็รีบคุกเข่าถวายพระพร
“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”
“บ่าวถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”
ฉู่เสินซิ่วโบกมือให้นั่งลง แล้วกวาดสายตามองนางกำนัลทั้งสอง แม้รูปร่างจะไม่ร้อนแรงเท่าอวี๋เหม่ยเหรินแต่ก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เขาหยิบเอาสมบัติวิเศษระดับกลางออกมาจากคลังสองชิ้น
“เรื่องเคล็ดวิชา สนมรักคงถ่ายทอดให้พวกเจ้าแล้ว เราจะไม่มอบให้ซ้ำอีก สมบัติวิเศษสองชิ้นนี้มอบให้พวกเจ้าคนละชิ้น”
ฉู่เสินซิ่วเอ่ยเรียบๆ ทั้งสองตะลึงงันแต่ก็ตั้งสติได้ทันที รีบคุกเข่าขอบพระทัย
สมบัติวิเศษระดับกลาง! ต้องรู้ก่อนว่าในบรรดาของวิเศษที่สร้างขึ้นแบ่งออกเป็น สมบัติวิเศษ, ศาสตราวุธวิญญาณ และศาสตราวุธเทพ ต่อให้เป็นแค่สมบัติวิเศษระดับต่ำ ในเผ่าของพวกนางก็ใช่ว่าจะมีกันทุกคน แต่นี่ฉู่เสินซิ่วกลับมอบให้พวกนางอย่างง่ายดาย เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อจริงๆ และยิ่งตอกย้ำคำพูดของอวี๋เหม่ยเหรินให้หนักแน่นยิ่งขึ้น
“ออกไปก่อน เรามีเรื่องจะคุยกับสนมรัก” ฉู่เสินซิ่วโบกมือ
ทั้งสองยังคงตกอยู่ในความปีติยินดี รีบถอยออกไป
“ฝ่าบาทมีเรื่องอันใดจะรับสั่งกับหม่อมฉันหรือเพคะ” อวี๋เหม่ยเหรินมองฉู่เสินซิ่วด้วยสายตาหลงใหล บัดนี้หัวใจของนางมอบให้ชายผู้นี้จนหมดสิ้น ในสายตามีเพียงฉู่เสินซิ่วเท่านั้น
“สนมรักส่งข่าวไปบอกจ้าวฝูถูได้แล้ว” ฉู่เสินซิ่วสั่งการตรงไปตรงมา
“หม่อมฉันจะให้ชิงฉานไปจัดการเดี๋ยวนี้เพคะ” อวี๋เหม่ยเหรินรับคำทันที “ฝ่าบาทมีเรื่องอื่นอีกไหมเพคะ”
ฉู่เสินซิ่วกวาดสายตามองเรือนร่างของหญิงสาว “สนมรักรู้สึกอย่างไรบ้าง ร่างกายยังไหวหรือไม่ ถ้า...”
นางเข้าใจความคิดของฉู่เสินซิ่วทันที แอบดีใจอยู่ลึกๆ ผู้หญิงคนไหนบ้างไม่อยากให้ผู้ชายหลงใหล แต่ทว่า...ถูกฉู่เสินซิ่วเคี่ยวกรำมาทั้งวัน ร่างกายของนางรับไม่ไหวจริงๆ นางจึงส่งสายตาอ้อนวอน
“ฝ่าบาท ให้หม่อมฉันพักฟื้นสักคืนเถอะเพคะ พรุ่งนี้ค่อยปรนนิบัติฝ่าบาทใหม่ได้ไหมเพคะ”
ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายไม่ไหว นางก็อยากจะปรนนิบัติชายผู้นี้ใจจะขาด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ฉู่เสินซิ่วก็ไม่ฝืนใจ
“สนมรักพักผ่อนให้มากๆ เถิด หากต้องการสิ่งใดก็บอกเราได้ และที่สำคัญที่สุดคือต้องรีบรวบรวมเผ่าหมื่นพิษมาเป็นกำลังให้เราให้ได้”