เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 มีให้จึงได้รับ

บทที่ 34 มีให้จึงได้รับ

บทที่ 34 มีให้จึงได้รับ


“เรียกตัวเซียวไฉเหริน”

เพื่อความแน่ใจ ฉู่เสินซิ่วจำเป็นต้องพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตนอีกครั้งกับสตรีที่ชื่อเซียวฉิง

ไม่นานนักเซียวฉิงก็เดินนวยนาดเข้ามา นางมีบุคลิกที่แตกต่างจากหวังอวี่เยียนอย่างสิ้นเชิง หวังอวี่เยียนมีความงามแบบอ่อนช้อย บอบบางน่าทะนุถนอม ส่วนเซียวฉิงนั้นดูเยือกเย็นและไว้ตัวกว่ามาก

“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

เซียวฉิงย่อกายคารวะอย่างงดงาม

“นอนลง”

น้ำเสียงของฉู่เสินซิ่วเย็นชา ราวกับเป็นการออกคำสั่งมากกว่าคำเชิญชวน

เซียวฉิงชะงักไปเล็กน้อย “ฝ่าบาท...ตอนนี้เลยหรือเพคะ”

“ใช่”

ฉู่เสินซิ่วไม่อาจรอให้ถึงค่ำ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าสตรีทุกคนที่มีความสัมพันธ์กับเขาจะได้รับการยอมรับจากระบบและได้รับรางวัลเหมือนกันหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ฉู่เสินซิ่วเพียงแค่รวบรวมสาวงามเข้าวังให้มากที่สุดก็จะสามารถครองใต้หล้าได้ เพราะพรสวรรค์ที่ระบบมอบให้นั้นล้วนเป็นระดับหัวกะทิทั้งสิ้น

ขอเพียงฝึกฝนอีกเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของพวกนางก็จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล สำหรับเขา นี่คือหนทางลัดในการสร้างกองทัพยอดฝีมือเพื่อท้าทายอำนาจของแคว้นต่างๆ

เซียวฉิงไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ นางเพียงทำตามคำสั่งของฉู่เสินซิ่ว

หลังจากเสร็จกิจ ฉู่เสินซิ่วรีบส่งจิตเข้าไปตรวจสอบในระบบทันที แต่สิ่งที่คาดหวังกลับไม่เกิดขึ้น เขาขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้น? มีขั้นตอนไหนผิดพลาดไปหรือ! เขาไม่เข้าใจ

แต่ไม่นานฉู่เสินซิ่วก็สังเกตเห็นรูปโปรไฟล์สีเทา พร้อมข้อความกำกับที่อธิบายสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ สาเหตุคือเซียวฉิงไม่ได้มีใจให้เขา ดังนั้นระบบจึงไม่อาจมอบรางวัลให้ได้

เหตุผลนี้ก็ฟังดูสมเหตุสมผล หากสตรีผู้นั้นไม่ได้จริงใจต่อฉู่เสินซิ่ว ขืนมอบพรสวรรค์ระดับเทพเจ้าให้ไป วันข้างหน้าอาจกลายเป็นหอกข้างแคร่ย้อนกลับมาทำร้ายเขาได้ ระบบทำเช่นนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของฉู่เสินซิ่วเอง ในที่สุดเขาก็เข้าใจกลไกการทำงานของระบบ

“หม่อมฉันจะเช็ดตัวให้ฝ่าบาทนะเพคะ”

เซียวฉิงฝืนความเจ็บปวด ลุกขึ้นมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ฉู่เสินซิ่ว จากนั้นจึงสวมเสื้อผ้าแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “หม่อมฉันทูลลาเพคะ”

เห็นได้ชัดว่านางไม่พอใจกับการกระทำของฉู่เสินซิ่ว แต่ด้วยฐานะของเขานางจึงจำต้องก้มหน้ายอมรับ มิฉะนั้นชีวิตของนางคงรักษาไว้ไม่ได้ ไม่ใช่แค่ชีวิตนาง แต่รวมถึงคนทั้งตระกูลของนางด้วย

ฉู่เสินซิ่วถอนหายใจ เขาเพียงต้องการพิสูจน์กลไกของระบบ ไม่คิดว่าจะทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนหนึ่งเข้า แต่เขาไม่คิดว่าตัวเองผิด นี่คือกฎของโลกใบนี้ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ในฐานะกษัตริย์หากเขาไม่มีอภิสิทธิ์แม้แต่เรื่องแค่นี้ การเป็นกษัตริย์จะมีความหมายอะไร

“ดูท่าระบบจะเน้นเรื่องความจริงใจสินะ” ฉู่เสินซิ่วอดไม่ได้ที่จะรำพึง

หากแค่มีความสัมพันธ์ทางกายแล้วได้รางวัล ป่านนี้เขาคงสร้างกองทัพหญิงแกร่งได้ในเวลาไม่นาน เพียงแค่ร่วมรักทั้งวันทั้งคืนก็จะได้ยอดฝีมือหญิงจำนวนนับไม่ถ้วน การที่ระบบกำหนดเงื่อนไขเช่นนี้ถือเป็นการจำกัดฉู่เสินซิ่วทางอ้อม ทำให้เขาต้องล้มเลิกความคิดมักง่ายนั้นไป เพราะถ้ามีทางลัดใครบ้างจะไม่อยากเดิน?

แต่ด้วยสถานะพิเศษของเขา การจะทำให้ผู้หญิงมอบใจให้อย่างแท้จริงคงต้องใช้ความพยายามไม่น้อย

ฉู่เสินซิ่วออกราชโองการแต่งตั้งเซียวฉิงให้เป็นอีเหริน และมอบของรางวัลให้จำนวนหนึ่ง เนื่องจากเซียวฉิงเป็นผู้ฝึกตน ของรางวัลส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญเพียร

ในเวลาเดียวกัน อวี๋เหม่ยเหรินก็ได้รับข่าวนี้ นางรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก

ในบรรดาสามคน ความงามของนางโดดเด่นที่สุด เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากที่สุด แต่สนมรุ่นแรกที่เข้าวังมาพร้อมกันอีกสองคนกลับได้รับความโปรดปรานจากฉู่เสินซิ่ว มีเพียงนางคนเดียวที่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

เจ้าแคว้นน้อยผู้นั้นคิดอะไรอยู่กันแน่?

เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้นางสับสนงุนงงไปหมด

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน สำหรับเรื่องของอวี๋เหม่ยเหริน ฉู่เสินซิ่วยังคงต้องการจับตามองต่อไป เพราะนางมีความเกี่ยวข้องกับจ้าวฝูถูจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

“ประวัติของอวี๋เหม่ยเหรินยังคงว่างเปล่าอยู่หรือ” ฉู่เสินซิ่วถาม

“ทูลฝ่าบาท ยังไม่พบข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับอวี๋เหม่ยเหรินเลยพะยะค่ะ แม้แต่ข้อมูลการคัดเลือกตัวก็พิสูจน์ได้ว่าเป็นของปลอม หน่วยองครักษ์เสื้อแพรกำลังเร่งตรวจสอบตัวตนของนาง แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่ใช่คนของแคว้นหวาซวีพะยะค่ะ” โถวหลางที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้ารายงานด้วยความเคารพ

“ดี ออกไปได้” ฉู่เสินซิ่วไม่ถามอะไรต่อ

อีกฝ่ายอุตส่าห์ลงแรงแฝงตัวเข้ามาในวังย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝง เพียงแค่คอยระวังตัวไว้ก็พอ นางจะต้องเผยพิรุธออกมาแน่ ปล่อยให้นางกระวนกระวายใจไปสักพัก เดี๋ยวอวี๋เหม่ยเหรินผู้นั้นก็คงทนไม่ไหวเผยธาตุแท้ออกมาเอง ฉู่เสินซิ่วมั่นใจในเรื่องนี้

“ฝ่าบาท ยังมีอีกเรื่องพะยะค่ะ” โถวหลางยังคงคุกเข่าอยู่

“เรื่องที่พระองค์ให้ตามสืบมีเบาะแสแล้วพะยะค่ะ ลู่หลี...เคยเป็นทหารเลวในสังกัดของแม่ทัพจ้าวฝูถู แต่ในการรบครั้งหนึ่งเขาได้หายสาบสูญไป ในรายชื่อผู้เสียชีวิตไม่มีชื่อของเขา การรบครั้งนั้นคือศึกช่องเขากวนซาน เล่าลือกันว่าในศึกครั้งนั้นมีทหารจำนวนมากถูกจับเป็นเชลย ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ลู่หลีจะตกเป็นเชลยศึก” โถวหลางรายงาน

ดวงตาของฉู่เสินซิ่วเป็นประกาย ศึกช่องเขากวนซาน จำได้ว่าเป็นศึกที่แคว้นฉวี่หรงร่วมมือกับแคว้นเยียนบุกโจมตีแคว้นหวาซวี หากตกเป็นเชลยและยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องอยู่ในสองแคว้นนี้ แคว้นฉวี่หรงกลายเป็นอดีตไปแล้ว ถ้าอย่างนั้น...ก็เหลือแค่แคว้นเยียน

“ตามสืบต่อไป หากเขาอยู่ในดินแดนเดิมน่าจะหาตัวไม่ยาก แต่ถ้าอยู่ที่แคว้นเยียน...ข้าจะถล่มแคว้นเยียนให้ราบคาบ” ฉู่เสินซิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“พะยะค่ะ!” โถวหลางรับคำแล้วรีบจากไป

ฉู่เสินซิ่วรู้สึกยินดีไม่น้อย ในที่สุดก็ได้เบาะแสเสียที จะได้ไปบอกกล่าวกับลู่เสวี่ยฉี อย่างน้อยข่าวนี้ก็น่าจะทำให้นางดีใจได้บ้าง วันนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยบอกข่าวดีนี้แก่ลู่เสวี่ยฉี ช่วงนี้งานราชการไม่ยุ่งเหมือนก่อน เขาพอจะหาโอกาสแอบออกไปนอกวังได้

ค่ำคืนนั้น ฉู่เสินซิ่วยังคงเสด็จไปที่ตำหนักของหวังอวี่เยียน

“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ” หวังอวี่เยียนย่อกายคารวะ

“สนมรักไม่ต้องมากพิธี เราอนุญาตให้เจ้าไม่ต้องคุกเข่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเรา” ฉู่เสินซิ่วอารมณ์ดีจึงเอ่ยอนุญาต ในเมื่อระบบยอมรับหวังอวี่เยียนแล้ว แสดงว่านางมีใจให้เขาอย่างแท้จริง การให้สิทธิพิเศษเล็กน้อยจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” หวังอวี่เยียนไม่ได้คิดอะไรมาก รีบกล่าวขอบคุณ “ให้หม่อมฉันปรนนิบัติฝ่าบาทเข้านอนนะเพคะ”

นางเข้าใจไปเองว่าฉู่เสินซิ่วมาหานางเพราะมีความต้องการในเรื่องนั้น

“ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าหรอก” ฉู่เสินซิ่วเห็นนางกำลังจะปลดเปลื้องอาภรณ์ชั้นในจึงรีบห้าม “ร่างกายเจ้ายังไม่ฟื้นตัวดี แค่นอนเป็นเพื่อนเราก็พอ”

สำหรับผู้หญิงเขาค่อนข้างให้ความสำคัญ เรื่องบนเตียงรอวันหน้าก็ยังไม่สาย ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังอวี่เยียนถึงกับชะงักงัน คาดไม่ถึงเลยว่าบุรุษผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินจะให้ความสำคัญและห่วงใยนางถึงเพียงนี้

ความตื้นตันใจเอ่อล้นจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ฉู่เสินซิ่วยิ้มบางๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดูหญิงสาวผู้ใสซื่อคนนี้ เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนแก้มของนางอย่างแผ่วเบา ดังคำกล่าวที่ว่ามีให้จึงได้รับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมในบรรดาสตรีทั้งสาม หวังอวี่เยียนจึงได้รับความโปรดปรานมากที่สุด

จบบทที่ บทที่ 34 มีให้จึงได้รับ

คัดลอกลิงก์แล้ว