- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อหมื่นล้านปี ตื่นขึ้นมาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 34 มีให้จึงได้รับ
บทที่ 34 มีให้จึงได้รับ
บทที่ 34 มีให้จึงได้รับ
“เรียกตัวเซียวไฉเหริน”
เพื่อความแน่ใจ ฉู่เสินซิ่วจำเป็นต้องพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตนอีกครั้งกับสตรีที่ชื่อเซียวฉิง
ไม่นานนักเซียวฉิงก็เดินนวยนาดเข้ามา นางมีบุคลิกที่แตกต่างจากหวังอวี่เยียนอย่างสิ้นเชิง หวังอวี่เยียนมีความงามแบบอ่อนช้อย บอบบางน่าทะนุถนอม ส่วนเซียวฉิงนั้นดูเยือกเย็นและไว้ตัวกว่ามาก
“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”
เซียวฉิงย่อกายคารวะอย่างงดงาม
“นอนลง”
น้ำเสียงของฉู่เสินซิ่วเย็นชา ราวกับเป็นการออกคำสั่งมากกว่าคำเชิญชวน
เซียวฉิงชะงักไปเล็กน้อย “ฝ่าบาท...ตอนนี้เลยหรือเพคะ”
“ใช่”
ฉู่เสินซิ่วไม่อาจรอให้ถึงค่ำ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าสตรีทุกคนที่มีความสัมพันธ์กับเขาจะได้รับการยอมรับจากระบบและได้รับรางวัลเหมือนกันหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจริง ฉู่เสินซิ่วเพียงแค่รวบรวมสาวงามเข้าวังให้มากที่สุดก็จะสามารถครองใต้หล้าได้ เพราะพรสวรรค์ที่ระบบมอบให้นั้นล้วนเป็นระดับหัวกะทิทั้งสิ้น
ขอเพียงฝึกฝนอีกเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของพวกนางก็จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล สำหรับเขา นี่คือหนทางลัดในการสร้างกองทัพยอดฝีมือเพื่อท้าทายอำนาจของแคว้นต่างๆ
เซียวฉิงไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ นางเพียงทำตามคำสั่งของฉู่เสินซิ่ว
หลังจากเสร็จกิจ ฉู่เสินซิ่วรีบส่งจิตเข้าไปตรวจสอบในระบบทันที แต่สิ่งที่คาดหวังกลับไม่เกิดขึ้น เขาขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้น? มีขั้นตอนไหนผิดพลาดไปหรือ! เขาไม่เข้าใจ
แต่ไม่นานฉู่เสินซิ่วก็สังเกตเห็นรูปโปรไฟล์สีเทา พร้อมข้อความกำกับที่อธิบายสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ สาเหตุคือเซียวฉิงไม่ได้มีใจให้เขา ดังนั้นระบบจึงไม่อาจมอบรางวัลให้ได้
เหตุผลนี้ก็ฟังดูสมเหตุสมผล หากสตรีผู้นั้นไม่ได้จริงใจต่อฉู่เสินซิ่ว ขืนมอบพรสวรรค์ระดับเทพเจ้าให้ไป วันข้างหน้าอาจกลายเป็นหอกข้างแคร่ย้อนกลับมาทำร้ายเขาได้ ระบบทำเช่นนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของฉู่เสินซิ่วเอง ในที่สุดเขาก็เข้าใจกลไกการทำงานของระบบ
“หม่อมฉันจะเช็ดตัวให้ฝ่าบาทนะเพคะ”
เซียวฉิงฝืนความเจ็บปวด ลุกขึ้นมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ฉู่เสินซิ่ว จากนั้นจึงสวมเสื้อผ้าแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “หม่อมฉันทูลลาเพคะ”
เห็นได้ชัดว่านางไม่พอใจกับการกระทำของฉู่เสินซิ่ว แต่ด้วยฐานะของเขานางจึงจำต้องก้มหน้ายอมรับ มิฉะนั้นชีวิตของนางคงรักษาไว้ไม่ได้ ไม่ใช่แค่ชีวิตนาง แต่รวมถึงคนทั้งตระกูลของนางด้วย
ฉู่เสินซิ่วถอนหายใจ เขาเพียงต้องการพิสูจน์กลไกของระบบ ไม่คิดว่าจะทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนหนึ่งเข้า แต่เขาไม่คิดว่าตัวเองผิด นี่คือกฎของโลกใบนี้ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ในฐานะกษัตริย์หากเขาไม่มีอภิสิทธิ์แม้แต่เรื่องแค่นี้ การเป็นกษัตริย์จะมีความหมายอะไร
“ดูท่าระบบจะเน้นเรื่องความจริงใจสินะ” ฉู่เสินซิ่วอดไม่ได้ที่จะรำพึง
หากแค่มีความสัมพันธ์ทางกายแล้วได้รางวัล ป่านนี้เขาคงสร้างกองทัพหญิงแกร่งได้ในเวลาไม่นาน เพียงแค่ร่วมรักทั้งวันทั้งคืนก็จะได้ยอดฝีมือหญิงจำนวนนับไม่ถ้วน การที่ระบบกำหนดเงื่อนไขเช่นนี้ถือเป็นการจำกัดฉู่เสินซิ่วทางอ้อม ทำให้เขาต้องล้มเลิกความคิดมักง่ายนั้นไป เพราะถ้ามีทางลัดใครบ้างจะไม่อยากเดิน?
แต่ด้วยสถานะพิเศษของเขา การจะทำให้ผู้หญิงมอบใจให้อย่างแท้จริงคงต้องใช้ความพยายามไม่น้อย
ฉู่เสินซิ่วออกราชโองการแต่งตั้งเซียวฉิงให้เป็นอีเหริน และมอบของรางวัลให้จำนวนหนึ่ง เนื่องจากเซียวฉิงเป็นผู้ฝึกตน ของรางวัลส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับการบำเพ็ญเพียร
ในเวลาเดียวกัน อวี๋เหม่ยเหรินก็ได้รับข่าวนี้ นางรู้สึกหงุดหงิดใจยิ่งนัก
ในบรรดาสามคน ความงามของนางโดดเด่นที่สุด เป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากที่สุด แต่สนมรุ่นแรกที่เข้าวังมาพร้อมกันอีกสองคนกลับได้รับความโปรดปรานจากฉู่เสินซิ่ว มีเพียงนางคนเดียวที่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เจ้าแคว้นน้อยผู้นั้นคิดอะไรอยู่กันแน่?
เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้นางสับสนงุนงงไปหมด
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประจำวัน สำหรับเรื่องของอวี๋เหม่ยเหริน ฉู่เสินซิ่วยังคงต้องการจับตามองต่อไป เพราะนางมีความเกี่ยวข้องกับจ้าวฝูถูจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
“ประวัติของอวี๋เหม่ยเหรินยังคงว่างเปล่าอยู่หรือ” ฉู่เสินซิ่วถาม
“ทูลฝ่าบาท ยังไม่พบข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับอวี๋เหม่ยเหรินเลยพะยะค่ะ แม้แต่ข้อมูลการคัดเลือกตัวก็พิสูจน์ได้ว่าเป็นของปลอม หน่วยองครักษ์เสื้อแพรกำลังเร่งตรวจสอบตัวตนของนาง แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่ใช่คนของแคว้นหวาซวีพะยะค่ะ” โถวหลางที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้ารายงานด้วยความเคารพ
“ดี ออกไปได้” ฉู่เสินซิ่วไม่ถามอะไรต่อ
อีกฝ่ายอุตส่าห์ลงแรงแฝงตัวเข้ามาในวังย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝง เพียงแค่คอยระวังตัวไว้ก็พอ นางจะต้องเผยพิรุธออกมาแน่ ปล่อยให้นางกระวนกระวายใจไปสักพัก เดี๋ยวอวี๋เหม่ยเหรินผู้นั้นก็คงทนไม่ไหวเผยธาตุแท้ออกมาเอง ฉู่เสินซิ่วมั่นใจในเรื่องนี้
“ฝ่าบาท ยังมีอีกเรื่องพะยะค่ะ” โถวหลางยังคงคุกเข่าอยู่
“เรื่องที่พระองค์ให้ตามสืบมีเบาะแสแล้วพะยะค่ะ ลู่หลี...เคยเป็นทหารเลวในสังกัดของแม่ทัพจ้าวฝูถู แต่ในการรบครั้งหนึ่งเขาได้หายสาบสูญไป ในรายชื่อผู้เสียชีวิตไม่มีชื่อของเขา การรบครั้งนั้นคือศึกช่องเขากวนซาน เล่าลือกันว่าในศึกครั้งนั้นมีทหารจำนวนมากถูกจับเป็นเชลย ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ลู่หลีจะตกเป็นเชลยศึก” โถวหลางรายงาน
ดวงตาของฉู่เสินซิ่วเป็นประกาย ศึกช่องเขากวนซาน จำได้ว่าเป็นศึกที่แคว้นฉวี่หรงร่วมมือกับแคว้นเยียนบุกโจมตีแคว้นหวาซวี หากตกเป็นเชลยและยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องอยู่ในสองแคว้นนี้ แคว้นฉวี่หรงกลายเป็นอดีตไปแล้ว ถ้าอย่างนั้น...ก็เหลือแค่แคว้นเยียน
“ตามสืบต่อไป หากเขาอยู่ในดินแดนเดิมน่าจะหาตัวไม่ยาก แต่ถ้าอยู่ที่แคว้นเยียน...ข้าจะถล่มแคว้นเยียนให้ราบคาบ” ฉู่เสินซิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พะยะค่ะ!” โถวหลางรับคำแล้วรีบจากไป
ฉู่เสินซิ่วรู้สึกยินดีไม่น้อย ในที่สุดก็ได้เบาะแสเสียที จะได้ไปบอกกล่าวกับลู่เสวี่ยฉี อย่างน้อยข่าวนี้ก็น่าจะทำให้นางดีใจได้บ้าง วันนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยบอกข่าวดีนี้แก่ลู่เสวี่ยฉี ช่วงนี้งานราชการไม่ยุ่งเหมือนก่อน เขาพอจะหาโอกาสแอบออกไปนอกวังได้
ค่ำคืนนั้น ฉู่เสินซิ่วยังคงเสด็จไปที่ตำหนักของหวังอวี่เยียน
“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ” หวังอวี่เยียนย่อกายคารวะ
“สนมรักไม่ต้องมากพิธี เราอนุญาตให้เจ้าไม่ต้องคุกเข่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเรา” ฉู่เสินซิ่วอารมณ์ดีจึงเอ่ยอนุญาต ในเมื่อระบบยอมรับหวังอวี่เยียนแล้ว แสดงว่านางมีใจให้เขาอย่างแท้จริง การให้สิทธิพิเศษเล็กน้อยจึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย
“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” หวังอวี่เยียนไม่ได้คิดอะไรมาก รีบกล่าวขอบคุณ “ให้หม่อมฉันปรนนิบัติฝ่าบาทเข้านอนนะเพคะ”
นางเข้าใจไปเองว่าฉู่เสินซิ่วมาหานางเพราะมีความต้องการในเรื่องนั้น
“ไม่ต้องถอดเสื้อผ้าหรอก” ฉู่เสินซิ่วเห็นนางกำลังจะปลดเปลื้องอาภรณ์ชั้นในจึงรีบห้าม “ร่างกายเจ้ายังไม่ฟื้นตัวดี แค่นอนเป็นเพื่อนเราก็พอ”
สำหรับผู้หญิงเขาค่อนข้างให้ความสำคัญ เรื่องบนเตียงรอวันหน้าก็ยังไม่สาย ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังอวี่เยียนถึงกับชะงักงัน คาดไม่ถึงเลยว่าบุรุษผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินจะให้ความสำคัญและห่วงใยนางถึงเพียงนี้
ความตื้นตันใจเอ่อล้นจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ฉู่เสินซิ่วยิ้มบางๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดูหญิงสาวผู้ใสซื่อคนนี้ เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนแก้มของนางอย่างแผ่วเบา ดังคำกล่าวที่ว่ามีให้จึงได้รับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมในบรรดาสตรีทั้งสาม หวังอวี่เยียนจึงได้รับความโปรดปรานมากที่สุด