- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อหมื่นล้านปี ตื่นขึ้นมาก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 1 ลงชื่อเข้าใช้หมื่นล้านปีถึงฟื้นตื่น
บทที่ 1 ลงชื่อเข้าใช้หมื่นล้านปีถึงฟื้นตื่น
บทที่ 1 ลงชื่อเข้าใช้หมื่นล้านปีถึงฟื้นตื่น
“แคว้นฉวี่หรง...รังแกกันเกินไปแล้ว!”
“อดีตอ๋องประสบเหตุสวรรคต แคว้นของเราจึงไร้ยอดฝีมือระดับเสินทงมาคอยดูแล สัตว์เดรัจฉานพวกนี้ถึงได้กล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ กล้ายื่นข้อเรียกร้องที่เกินจะรับได้เช่นนี้ออกมา”
“ท่านเจ้าแคว้น ท่านเป็นอะไรไป”
“เร็วเข้า...ใครก็ได้ช่วยด้วย ท่านเจ้าแคว้นหมดสติไปแล้ว!”
ฉู่เสินซิ่วลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง เมื่อลืมตาก็พบหญิงสาวหน้าตางดงามผู้หนึ่งนั่งอยู่ข้างกาย บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เมื่อเห็นเขาฟื้นคืนสติ หญิงสาวก็ดูกระปรี้กระเปร่าขึ้น สีหน้าฉายแววดีใจ นางรีบเอ่ยถามทันที
“ท่านพี่ ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง เจ็บปวดตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ”
ฉู่เสินซิ่วนวดคลึงระหว่างคิ้ว เขาจำได้ว่าหลังจากถูกระบบลงชื่อเข้าใช้แห่งพหุจักรวาลผูกมัด เขาก็ทะลุมิติมายังโลกใบนี้ ทว่ามิทราบว่าทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสิ่งใด ได้แต่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าเช่นนั้น วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า ระบบทำงานหมุนเวียนไม่หยุดพัก เขาไม่อาจเอื้อนเอ่ยวาจา ไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกาย สิ่งที่ทำได้ในแต่ละวันมีเพียงการลงชื่อเข้าใช้เท่านั้น
ไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด กระทั่งสติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางลงในที่สุด จากนั้นความเจ็บปวดแสนสาหัสก็เข้าจู่โจม เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งก็พบกับสถานการณ์ตรงหน้านี้แล้ว
ทันใดนั้นกระแสความรู้สึกเย็นสบายสายหนึ่งพลันผุดขึ้นจากกลางใจไหลเข้าสู่สมอง ทำให้เขาเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดในทันที
ร่างเดิมของเขาคือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นโบราณหวาซวี แคว้นเล็กๆ ของเผ่ามนุษย์ บิดาของเขาเกิดเหตุผิดพลาดในระหว่างการทะลวงด่านฝึกตนจนเสียชีวิต เขาจึงต้องขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าแคว้นอย่างกะทันหัน แคว้นโบราณหวาซวีมีประชากรเพียงหนึ่งล้านคน มีเมืองเพียงสองแห่ง เมื่อเทียบกับความกว้างใหญ่ไพศาลของแดนต้าฮวงแล้ว แคว้นนี้ช่างเล็กจ้อยและอ่อนแอราวกับมดปลวก
แดนต้าฮวงไร้ขอบเขต มีเผ่าพันธุ์นับหมื่นดำรงอยู่ บริเวณรอบแคว้นโบราณหวาซวีมีแคว้นฉวี่หรงตั้งอยู่ เผ่าฉวี่หรงมีศีรษะเป็นสุนัข ร่างกายเป็นมนุษย์ พละกำลังมหาศาลโดยกำเนิด กินมนุษย์เป็นอาหาร แม้ไม่ได้บำเพ็ญเพียร ทว่าเมื่อเติบโตเต็มวัยก็สามารถต่อสู้สังหารชายฉกรรจ์เผ่ามนุษย์ได้ถึงสี่ห้าคน
แคว้นหวาซวีก่อตั้งมาแปดร้อยกว่าปีแล้ว ไม่รู้ว่าถูกแคว้นฉวี่หรงจับกินประชากรไปมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้ แคว้นฉวี่หรงยิ่งกำเริบเสิบสาน มักจะบุกมาจับคนในแคว้นโบราณหวาซวีไปกินอยู่เนืองๆ เจ้าแคว้นฉวี่หรงถึงกับประกาศกร้าวว่า แคว้นหวาซวีคือทุ่งปศุสัตว์ของชาวฉวี่หรง
ในพิธีขึ้นครองราชย์ครั้งนี้ อีกฝ่ายถึงกับส่งทูตมาเรียกร้องให้แคว้นโบราณหวาซวีส่งบรรณาการเป็นเด็กชายหญิงหนึ่งหมื่นคนทุกปี มิเช่นนั้นจะยกทัพมาบดขยี้ ร่างเดิมนี้ได้รับการปกป้องดูแลจากอดีตอ๋องมาโดยตลอด ยังเยาว์วัยและไร้เดียงสา ไหนเลยจะเคยเผชิญกับเรื่องสะเทือนใจเช่นนี้ จึงกระอักเลือดด้วยความโกรธแค้นและหมดสติไปในทันที พิธีขึ้นครองราชย์จำต้องหยุดชะงัก ยังมิทันได้บวงสรวงเทพยดาแห่งขุนเขาและสายน้ำก็ต้องจบลงอย่างลวกๆ
ฉู่เสินซิ่วถึงกับพูดไม่ออก อ่อนแอถึงเพียงนี้ หากมิใช่เพราะอยู่ในแคว้นโบราณหวาซวีจะขึ้นเป็นเจ้าแคว้นได้อย่างไร
ทว่าแคว้นโบราณหวาซวีแห่งนี้กลับมีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ทุกคนต่างดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด กอปรกับเจ้าแคว้นทุกรุ่นล้วนทุ่มเทแรงกายแรงใจบริหารบ้านเมือง มีเจ้าแคว้นถึงสามรุ่นที่พลีชีพในสนามรบ ถูกเผ่าฉวี่หรงตัดศีรษะไป ด้วยเหตุนี้ขุนนางทั้งราชสำนักและราษฎรนับล้านจึงเคารพเทิดทูนราชวงศ์
แม้เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอ ยากจะแบกรับหน้าที่ใหญ่หลวง แต่ก็ยังคงประคองตัวนั่งอยู่บนบัลลังก์เจ้าแคว้นได้อย่างมั่นคง เขาอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ มีเพียงดินแดนอันโหดร้ายอย่างต้าฮวงเท่านั้นที่จะหล่อหลอมให้เกิดแคว้นที่มีความสามัคคีเป็นปึกแผ่นได้ถึงเพียงนี้
ฉู่เสินซิ่วมองใบหน้างดงามหมดจดของหญิงสาวตรงหน้า ในใจพลันเกิดความรู้สึกอบอุ่นใกล้ชิดขึ้นมา นี่คือน้องสาวร่วมอุทรของเขา...ฉู่เสินเยว่ ในแคว้นโบราณหวาซวี แม้แต่เจ้าแคว้นก็มีภรรยาได้เพียงคนเดียว ราชวงศ์จึงมีทายาทน้อยมาโดยตลอด มาถึงรุ่นของเขาจึงมีเพียงเขากับฉู่เสินเยว่สองพี่น้องมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งนัก
“น้องหญิงวางใจเถิด พี่สบายดีมาก”
สิ้นเสียงคำพูด
[ติ๊ง! ต้องการลงชื่อเข้าใช้หรือไม่?]
ฉู่เสินซิ่วชะงักไปครู่หนึ่ง ระบบลงชื่อเข้าใช้ยังอยู่อีกหรือ? จากนั้นเขาก็สะดุ้งโหยง ระบบนี้ลงชื่อเข้าใช้ได้วันละหนึ่งครั้ง ของรางวัลในแต่ละครั้งจะเป็นแบบสุ่ม ครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง มีทั้งศาสตราวุธเทพ เคล็ดวิชา ของวิเศษล้ำค่า แต่ส่วนมากจะเป็นตบะและหยกวิญญาณ
คำถามคือ...เขาลงชื่อเข้าใช้มานานแค่ไหนแล้ว?
ฉู่เสินซิ่วสูดหายใจเข้าลึก ด้วยหัวใจที่เต้นระรัวและมือที่สั่นเทา เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา วินาทีที่เห็นหน้าต่างระบบ ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก
ตบะบำเพ็ญ: หมื่นล้านปี หยกวิญญาณ: 9999999999...
ฉู่เสินซิ่วนับอยู่นานก็ยังไม่รู้ว่ามีเลขเก้ากี่ตัว ส่วนศาสตราวุธเทพและของวิเศษอื่นๆ นั้นมีมากมายมหาศาลจนดูไม่หมด เดิมทีเขายังรู้สึกตึงเครียดกับสถานการณ์อันยากลำบากของแคว้นหวาซวี แต่บัดนี้เขาโล่งใจจนหมดสิ้น เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
แค่แคว้นฉวี่หรงจะมีสิ่งใดน่าเกรงกลัว? ต่อให้ใช้เงินฟาดหัวก็ฟาดพวกมันจนตายได้!
ฉู่เสินเยว่เห็นฉู่เสินซิ่วหัวเราะออกมาอย่างโง่งมก็ตกใจ นึกว่าเป็นผลข้างเคียงจากอาการป่วย จึงรีบยื่นมือมาประคอง
“ท่านพี่! ท่านเป็นอะไรไป ท่านแน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร ให้ข้าไปตามหมอหลวงมาดูอาการดีหรือไม่”
ฉู่เสินซิ่วได้สติกลับมา “ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร เยว่เอ๋อร์ วันนี้เจ้ายังไม่ได้ฝึกยุทธ์กระมัง การบำเพ็ญเพียรเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เจ้าอย่ามัวเฝ้าพี่อยู่เลย รีบกลับไปเถิด”
ฉู่เสินเยว่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์ในคราแรก แต่ต่อมานางก็ครุ่นคิดบางอย่าง ดวงตาใสกระจ่างดุจสายน้ำฉายแววรู้แจ้ง
“ท่านพี่พูดถูก แดนต้าฮวงโหดร้าย ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะได้รับการเคารพ ข้าต้องหมั่นฝึกฝนให้หนัก เป็นยอดฝีมือให้ได้โดยเร็ว จึงจะช่วยเหลือท่านพี่ได้...ข้าจะกลับไปเก็บตัวบำเพ็ญเพียรเดี๋ยวนี้ หากไม่บรรลุขอบเขตไคไม่ ข้าจะไม่ยอมออกจากฌานเด็ดขาด”
กล่าวจบ นางก็จากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ฉู่เสินซิ่วเห็นฉู่เสินเยว่ออกจากห้องไปแล้ว เขาพรูลมหายใจยาว ภาวนาในใจ
“เบิกตบะบำเพ็ญ”
คิดครู่หนึ่ง เขาตัดสินใจลองเบิกตบะสักหนึ่งปีมาทดสอบดูก่อน สิ้นความคิด กระแสความร้อนสายหนึ่งพลันปะทุขึ้นในกาย พุ่งทะลวงไปทั่วสรรพางค์กาย
การบำเพ็ญเพียรในแดนต้าฮวงแบ่งออกเป็น 9 ระดับ ได้แก่ เลี่ยนถี่, อิ๋นหลิง, ไคม่าย, เสินทง, ฝ่าเซี่ยง, ต้งเทียน, ตู้เจี๋ย, ฉุนหยาง, เติงเทียน
อดีตอ๋องอยู่ในระดับที่ 4 คือขอบเขตเสินทง ส่วนเขาแม้จะได้รับการสั่งสอนเรื่องการบำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่เล็ก แต่ด้วยพรสวรรค์อันจำกัด ฝึกฝนมาสิบกว่าปีก็ยังอยู่เพียงระดับเลี่ยนถี่ขั้นสาม พรสวรรค์นับว่าธรรมดายิ่งนัก ทว่าบัดนี้ระดับพลังของเขากลับพุ่งทะยานขึ้นด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพียงชั่วลมหายใจเดียวก็บรรลุระดับเลี่ยนถี่ขั้นสมบูรณ์
ฉู่เสินซิ่วรู้สึกกระปรี้กระเปร่า จึงทำการเบิกตบะต่อ เพียงเวลาชั่วจิบน้ำชา เขาก็เลื่อนระดับจากเลี่ยนถี่ไปจนถึงขอบเขตต้งเทียน ทันใดนั้นเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหวบนท้องนภา ฉู่เสินซิ่วได้สติกลับมา รีบหยุดการเบิกตบะทันที
ระดับต้งเทียนขั้นสูงสุดก็นับว่าเพียงพอแล้วในยามนี้ หากเลื่อนระดับต่อไปจะต้องเผชิญกับทัณฑ์สวรรค์ ซึ่งยังไม่มีความจำเป็น อีกทั้งการบรรลุตู้เจี๋ยมิใช่เรื่องเล็กน้อย รัศมีหมื่นลี้รอบด้านจะได้รับผลกระทบ ดีไม่ดีแคว้นโบราณหวาซวีทั้งแคว้นอาจถูกลบหายไป
แม้เขาจะเป็นผู้ข้ามมิติมา แต่เขาก็เป็นเผ่ามนุษย์เช่นกัน ยิ่งเห็นความมุ่งมั่นสามัคคีของแคว้นโบราณหวาซวีที่ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยและผูกพันอย่างน่าประหลาด เขามองหน้าต่างระบบ เวลาที่ใช้ไปทั้งหมดรวมแล้วยังไม่ถึงหมื่นปีเลยด้วยซ้ำ
ทันใดนั้น เสียงชราภาพสายหนึ่งดังมาจากนอกห้อง
“กระหม่อม จ้าวฝูถู ขอเข้าเฝ้าท่านเจ้าแคว้น”
ภาพลักษณ์ของชายชราผมขาวโพลนปรากฏขึ้นในความทรงจำของฉู่เสินซิ่วทันที เขารีบลุกจากเตียงเดินไปเปิดประตูต้อนรับ
จ้าวฝูถูเป็นผู้ฝึกตนระดับไคม่ายขั้นสูงสุด อีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุขอบเขตเสินทง เขาคือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของแคว้นหวาซวีในเวลานี้ ชายชราผู้นี้ครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิต ปักหลักปกป้องชายแดนต้านทานเผ่าฉวี่หรงมาโดยตลอด บุคคลเช่นนี้จะไม่ให้เคารพได้อย่างไร
ฉู่เสินซิ่วเชิญจ้าวฝูถูเข้ามาในห้อง “ท่านแม่ทัพจ้าวมาพบข้าด้วยเรื่องพิธีขึ้นครองราชย์กระมัง...ร่างกายของข้าหายดีแล้ว พรุ่งนี้สามารถประกอบพิธีบวงสรวงต่อได้”
จ้าวฝูถูได้ยินดังนั้นกลับมีสีหน้าย่ำแย่
“ท่านเจ้าแคว้น กระหม่อมมาด้วยเรื่องนี้จริงพะยะค่ะ แต่ท่านอาจยังไม่ทราบ...ในระหว่างที่ท่านหมดสติไป เทพารักษ์ได้ทอดทิ้งแคว้นหวาซวีของเราไปแล้ว เทือกเขาหินเหลืองได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกกว่าห้าร้อยลี้ บัดนี้เข้าไปอยู่ในเขตแดนของแคว้นฉวี่หรงแล้ว...แม้ตอนนี้ข่าวจะถูกปิดเงียบ แต่หากพรุ่งนี้ประกอบพิธีบวงสรวงเทพารักษ์แล้วไร้การตอบรับ เกรงว่าราษฎรจะตื่นตระหนกหวาดกลัวพะยะค่ะ”