เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: ตัวตนที่แท้จริงของศาสตราจารย์

บทที่ 9: ตัวตนที่แท้จริงของศาสตราจารย์

บทที่ 9: ตัวตนที่แท้จริงของศาสตราจารย์


บทที่ 9: ตัวตนที่แท้จริงของศาสตราจารย์

"มีบางอย่างผิดปกติแน่ๆ!"

แม้ว่าเมื่อวานเขาจะแสดงพลังอันน่าเกรงขามจนทำให้เจสันและพรรคพวกต้องหวาดระแวง แต่ความอาฆาตมาดร้าย ความเกลียดชัง และความแค้นที่ฉายชัดในแววตาของพวกเขาตอนจากไปนั้น เป็นของจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ทว่าตอนนี้ ทุกอย่างกลับอันตรธานหายไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

พวกนั้นทำตัวเหมือนเพื่อนเก่าแก่ที่ไม่มีเรื่องผิดใจกันเลยสักนิด ภาพเหตุการณ์ประหลาดนี้ทำให้หลี่ฮ่าวเทียนต้องตั้งการ์ดระวังตัวทันที

"ไม่ต้องกังวลไปหรอก!"

"ฉันแค่ปรับเปลี่ยนความทรงจำและความคิดของพวกเขาเล็กน้อยเท่านั้น"

ทันใดนั้น เสียงของศาสตราจารย์เอ็กซ์ก็ดังขึ้นในหัวของหลี่ฮ่าวเทียน

"มาหาฉันที่ห้องทำงานสิ"

ศาสตราจารย์เอ็กซ์เอ่ยปากเชิญ แม้หลี่ฮ่าวเทียนจะยังงุนงงและระแวงอยู่บ้าง แต่เขาก็ยอมเดินไปยังห้องทำงานของศาสตราจารย์แต่โดยดี

ไม่นานหลี่ฮ่าวเทียนก็มาถึง ภายในห้อง ศาสตราจารย์เอ็กซ์นั่งอยู่บนวีลแชร์ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง โดยมีสตอร์ม โอโรโร่ ยืนอยู่ข้างๆ พอเห็นเขาเดินเข้ามา เธอก็ยิ้มและพยักหน้าให้ทันที

การที่สตอร์มเป็นฝ่ายทักทายก่อน แสดงว่าหลี่ฮ่าวเทียนได้รับการยอมรับจากเธอแล้ว เขาจึงยิ้มตอบกลับไปตามมารยาท ก่อนจะหันไปสนใจศาสตราจารย์เอ็กซ์

"เธอคงสงสัยมากสินะว่าทำไมฉันถึงทำแบบนี้?"

ศาสตราจารย์เอ็กซ์ถามโดยไม่หันมามอง ยังคงทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดิม

"ครับ!"

หลี่ฮ่าวเทียนตอบตรงๆ โดยไม่ปิดบังความสงสัย

"ชั่วชีวิตของฉัน ฉันเฝ้าศึกษาความแตกต่างระหว่างคนธรรมดากับมนุษย์กลายพันธุ์มาโดยตลอด"

"รู้ไหมว่าสุดท้ายแล้วฉันได้ข้อสรุปว่ายังไง?"

ศาสตราจารย์ค่อยๆ หันหน้ากลับมาสบตากับหลี่ฮ่าวเทียน

"ผมไม่เข้าใจหรอกครับ"

หลี่ฮ่าวเทียนส่ายหน้า เรื่องที่ระดับศาสตราจารย์ศึกษามาทั้งชีวิต เขาจะไปเข้าใจง่ายๆ ได้ยังไง

อีกอย่าง เอาจริงๆ แล้วหลี่ฮ่าวเทียนไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ ไม่ว่าคนธรรมดากับมนุษย์กลายพันธุ์จะต่างกันหรือไม่ เป้าหมายเดียวของเขาตั้งแต่ต้นจนจบคือการมีชีวิตรอดและอยู่ให้สุขสบายที่สุด

ชาติที่แล้วเป็นยังไง ชาตินี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น

แต่ถ้าเป็นไปได้ หลังจากแข็งแกร่งขึ้นแล้ว หลี่ฮ่าวเทียนก็อยากจะหาทางกลับไปยังโลกเดิมเหมือนกัน ถึงชาตินี้เขาจะหนีไม่พ้นชะตากรรมเด็กกำพร้าตามสูตรสำเร็จของคนทะลุมิติ แต่ชาติที่แล้วเขามีพ่อแม่ที่รักเขา และครอบครัวที่อบอุ่น

ถ้ามีโอกาส เขาอยากกลับไปดูแลพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า และอยู่เคียงข้างจนวาระสุดท้ายของท่าน

แต่เรื่องนั้นต้องใช้พลังมหาศาล หลี่ฮ่าวเทียนในตอนนี้ยังห่างไกลจากจุดนั้นมากนัก เขาจึงได้แต่เก็บความรู้สึกเสียดายนี้ไว้ลึกสุดใจ

"ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่แค่การกลายพันธุ์ทางร่างกาย แต่คือความเปลี่ยนแปลงของจิตใจ!"

ศาสตราจารย์เอ็กซ์ยิ้มอย่างจนใจเมื่อเห็นสีหน้าของหลี่ฮ่าวเทียน ชัดเจนว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าแตกต่างจากกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ที่เขาเคยศึกษามา

หลี่ฮ่าวเทียนคือข้อยกเว้นที่หาได้ยากยิ่ง

"อาจเป็นเพราะเอ็กซ์ยีน ฉันค้นพบว่ามนุษย์กลายพันธุ์แทบทุกคน หลังจากพลังตื่นขึ้น จะมีปัญหาทางจิตใจตามมา"

"บุคลิกของพวกเขาจะรุนแรงขึ้นอย่างมาก หรือถึงขั้นบิดเบี้ยว"

"ด้านมืดในจิตใจจะถูกขยายใหญ่ขึ้นจนไร้ขีดจำกัด"

"กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย โหดเหี้ยม และกระหายเลือด!"

"หรือบุคลิกอาจจะบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นบุคลิกตรงข้ามขึ้นมาเลยก็เป็นได้"

"พวกเขาจะไม่กล้าติดต่อกับโลกภายนอก เพราะหวาดกลัวพลังของตัวเอง ในรายที่อาการหนัก จะเริ่มเกลียดตัวเองและทำร้ายตัวเอง"

"และนี่คือสภาพจิตใจของมนุษย์กลายพันธุ์เกือบทั้งหมด!"

"นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันก่อตั้งโรงเรียนเซเวียร์สำหรับเด็กผู้มีพรสวรรค์ขึ้นมา เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้พวกเขา"

"คอยชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง และช่วยให้พวกเขาก้าวผ่านอุปสรรคทางใจไปให้ได้"

ศาสตราจารย์กล่าวช้าๆ นี่คือเจตนารมณ์แรกเริ่มของเขา

"แล้วเรื่องเจสันกับพวกนั้นล่ะครับ?"

หลี่ฮ่าวเทียนถามสวนทันที

เมื่อกี้ศาสตราจารย์เพิ่งบอกเองว่าการเปลี่ยนแปลงของเจสันและพรรคพวก เกิดจากการที่เขาใช้พลังเข้าไปแก้ไขความทรงจำ ตรงจุดนี้แหละที่หลี่ฮ่าวเทียนไม่เข้าใจ

ไหนบอกว่าจะคอยชี้แนะ? แล้วทำไมถึงใช้วิธีบังคับเปลี่ยนความทรงจำ หรือแม้กระทั่งบุคลิกของคนอื่นแบบนี้ล่ะ?

"แม้หน้าที่ของฉันคือการชี้แนะให้พวกเขาก้าวข้ามปมในใจและไถ่โทษตัวเอง"

"ให้กลายเป็นผู้ควบคุมพลัง ไม่ใช่ผู้ถูกพลังควบคุม"

"แต่เธอต้องเข้าใจนะว่า บางครั้งแค่คำชี้แนะหรือการเกลี้ยกล่อม มันก็ไร้ผล"

ศาสตราจารย์พูดพลางส่งยิ้มให้

แต่หลี่ฮ่าวเทียนกลับรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

จู่ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่าความเข้าใจที่มีต่อศาสตราจารย์เอ็กซ์ก่อนหน้านี้มันตื้นเขินเกินไป

หลายคนมักบอกว่าศาสตราจารย์เป็นพ่อพระเกินเหตุ ไม่ว่าจะกับมนุษย์หรือมนุษย์กลายพันธุ์ เขาแทบจะใช้วิธีประนีประนอมเสมอ และมักจะให้อภัยอยู่ตลอด

แต่ศาสตราจารย์เอ็กซ์ที่อยู่ตรงหน้ากลับทำให้หลี่ฮ่าวเทียนรู้สึกแปลกหน้า และถึงขั้นหวาดกลัว

ที่แท้เขาไม่ใช่คนแก่ใจดีหรือพ่อพระ แต่เป็นคนที่มีหลักการของตัวเอง และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อยึดมั่นในอุดมการณ์นั้น ถึงขั้นยอมใช้พลังบิดเบือนความทรงจำและตัวตนของคนอื่น

"ทั้งที่ศาสตราจารย์เคยบอกว่าไม่ชอบบงการจิตใจคนอื่น แต่สิ่งที่ทำอยู่นี่มัน..."

หลี่ฮ่าวเทียนฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้

นี่สินะคือเหตุผลที่ศาสตราจารย์เอ็กซ์เอาชนะแมกนีโตได้หลายครั้งแต่ไม่เคยฆ่าทิ้ง แม้แต่กับลูกสมุนที่ก่อเรื่องวุ่นวาย เขาก็ยังใช้วิธีปรานี แค่เอาชนะแล้วก็ปล่อยไป แทบไม่เคยลงมือสังหารใคร

"เขาไม่ได้ไม่อยากฆ่า แต่เขาต้องการคนทำงานสกปรกแทนต่างหาก!"

หลี่ฮ่าวเทียนเข้าใจแจ่มแจ้งทันที เขานึกถึงหมู่บ้านโคโนฮะในนารูโตะ ที่เบื้องหน้ามีเจตจำนงแห่งไฟลุกโชน แต่ภายใต้แสงสว่างนั้นก็มีดันโซและรากคอยทำงานในเงามืด

และแมกนีโตก็คือคนทำงานสกปรกของศาสตราจารย์นั่นเอง

"บางทีแมกนีโตอาจจะไม่เคยเข้าใจเรื่องนี้เลยจนวันตาย!"

หลี่ฮ่าวเทียนสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของศาสตราจารย์มากยิ่งขึ้น บางทีตัวตนแบบนี้อาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา ส่วนภาพลักษณ์ 'คนแก่ใจดี' 'พ่อพระ' หรือ 'นักบุญ' ที่คนอื่นพูดถึง อาจเป็นเพียงแค่มุมมองด้านเดียว

ตั้งแต่วินาทีนี้ หลี่ฮ่าวเทียนจดจำศาสตราจารย์คนนี้ไว้ในใจอย่างแม่นยำ เขาต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

"ที่ฉันเรียกเธอมา ส่วนหนึ่งเพราะเป็นห่วงว่าเธอจะคิดมากจนเกิดปัญหาทางใจ"

"อีกส่วนหนึ่งก็เพราะโอโรโร่มาปรึกษาเรื่องที่จะให้เธอเข้าร่วมรายชื่อเด็กฝึกงานของทีมเอ็กซ์เมน"

ศาสตราจารย์มองหลี่ฮ่าวเทียนแล้วยิ้มให้ โดยไม่รู้เลยว่าหลี่ฮ่าวเทียนที่รู้พล็อตเรื่องเอ็กซ์เมนทะลุปรุโปร่ง ได้แปะป้าย 'บุคคลอันตราย' ให้เขาไปเรียบร้อยแล้ว

"ไม่ต้องห่วงครับศาสตราจารย์ ผมไม่คิดมากหรอก"

หลี่ฮ่าวเทียนรีบยิ้มตอบ ตอนนี้เขาต้องทำตัวกลมกลืนและเจียมเนื้อเจียมตัวเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นอาจโดนศาสตราจารย์จับแก้สมองเข้าให้

แม้จะมี 'ระบบป้องกันทางจิต' อยู่ แต่เขาก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย เพราะพลังของศาสตราจารย์นั้นครอบคลุมจักรวาลเอ็กซ์เมนทั้งซีรีส์

"ส่วนเรื่องเข้าฝึกงานกับทีมเอ็กซ์เมน ผมขอเก็บไปคิดดูก่อนครับ"

"ผมเพิ่งปลุกเอ็กซ์ยีนและควบคุมพลังได้ไม่นาน ยังใช้ไม่คล่องเท่าไหร่ เลยอยากขอเวลาทบทวนและสำรวจตัวเองดูสักพัก"

หลี่ฮ่าวเทียนตอบปฏิเสธไป

ก่อนหน้านี้ตอนยังไม่มีหน้าต่างสถานะ เขาเคยอยากเข้าทีมเอ็กซ์เมน เพราะจะได้ตรวจสอบความแข็งแกร่งและข้อมูลของตัวเองได้แม่นยำขึ้น

แต่ตอนนี้เขาสร้างหน้าต่างสถานะขึ้นมาเองได้แล้ว สามารถตรวจสอบตัวเองได้ครบถ้วน จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทีมเอ็กซ์เมนอีก

โดยเฉพาะตอนนี้ที่หลี่ฮ่าวเทียนเริ่มระแวงศาสตราจารย์มากขึ้นเรื่อยๆ เอ็กซ์ยีนของเขาจัดว่าเป็นระดับบั๊ก ถึงพลังต่อสู้อาจจะยังไม่ที่สุด แต่ในแง่ความยืดหยุ่นและความหลากหลายของพลัง แทบไม่มีมิวแทนต์คนไหนเทียบติด

ดังนั้นหลี่ฮ่าวเทียนจึงไม่กล้าวางใจว่าศาสตราจารย์จะไม่มีแผนซ่อนเร้น

แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นมิวแทนต์ระดับโอเมก้า ขอแค่แข็งแกร่งขึ้น เขาก็จะไม่ต้องกลัวศาสตราจารย์เอ็กซ์อีกต่อไป ถึงตอนนั้นค่อยเปิดเผยไพ่ในมือก็ยังไม่สาย

ส่วนตอนนี้ เวลายังไม่เหมาะสม

"ระบบป้องกันทางจิต ความทรงจำของฉันถูกแก้ไขรึเปล่า?"

คิดได้ดังนั้น หลี่ฮ่าวเทียนก็เกิดความกังวลจนต้องถามออกมาในใจ นี่คือสิ่งที่เขากลัวที่สุดในตอนนี้

ปล. ช่วงต้นเรื่องอาจจะดูเรื่อยๆ เหมือนชีวิตประจำวันไปบ้าง เพราะเป็นการปูพื้นฐาน แต่รับประกันว่าเรื่องนี้สนุกสะใจแน่นอน! ใครชอบแนวเทพทรูเชิญทางนี้ได้เลย!

จบบทที่ บทที่ 9: ตัวตนที่แท้จริงของศาสตราจารย์

คัดลอกลิงก์แล้ว