เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - ผลเก็บเกี่ยวอันงดงาม

บทที่ 16 - ผลเก็บเกี่ยวอันงดงาม

บทที่ 16 - ผลเก็บเกี่ยวอันงดงาม


บทที่ 16 - ผลเก็บเกี่ยวอันงดงาม

คนที่อยู่หน้าประตูทำเป็นหูทวนลม แม้แต่จะเหลือบมองจ้าวจี๋ก็ไม่ทำ ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างขะมักเขม้น

จ้าวจี๋กระทืบเท้าราวกับอกจะแตก กัดฟันกรอด แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้

ขณะนั้น จ้าวถี้ก็เดินออกมาจากห้องหนังสือ มือหนึ่งถือสิงโตหยกขาวที่ทับกระดาษสองตัว อีกมือหนึ่งถือแท่นวางพู่กันมังกรหยก สีหน้าดูพึงพอใจอย่างยิ่ง

จ้าวจี๋เห็นภาพนี้ ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป วิ่งเข้าไปตะโกน “จ้าวถี้ เจ้า... เจ้ากำลังทำอะไร”

จ้าวถี้เหลือบมองเขาด้วยหางตา ส่งของในมือให้โจวทง แล้วกล่าว “น้องสิบเอ็ดทำร้ายคนของข้า ย่อมต้องจ่ายค่าหยูกยาเป็นธรรมดา เจ้าวิ่งหนีหายไป ข้าก็เลยต้องมาหยิบเอาเอง”

จ้าวจี๋ได้ยินก็อ้าปากค้าง ชี้ไปที่หีบที่วางอยู่หน้าประตู หีบบางใบยังปิดไม่สนิท เผยให้เห็นมุมของม้วนภาพวาดหรือฉากกั้นโต๊ะและที่ล้างพู่กัน กัดฟันพูด “ค่าหยูกยาหรือ ค่าหยูกยาอะไรต้องใช้มากขนาดนี้”

“มากหรือ” จ้าวถี้ส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ว่าของพวกนี้มีค่าเท่าไหร่ ก็เลยต้องเอาไปก่อน ถ้าไม่พอก็จะมาเอาอีก”

“อะไรนะ” จ้าวจี๋เบิกตากว้าง โกรธจนไฟลุก “ยังจะมาเอาอีกหรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าของพวกนี้ของข้ามีค่าเท่าไหร่ แค่ชิ้นเดียวก็อาจจะพอแล้ว เจ้าคิดจะขนไปหมดนี่ยังจะมาเอาอีกหรือ”

จ้าวถี้ประสานมือไว้ข้างหน้า ขมวดคิ้ว “องครักษ์และคนรับใช้ในจวนข้าถูกตีจนอาการหนักมาก ทุกคนกระอักเลือดออกมาสามทะนาน ต้องใช้โสมพันปี เหอโส่วอูร้อยปี ยาเทวดาเหล่านี้ยื้อชีวิตไว้ กองขยะของเจ้านี่จะแลกยาเทวดาได้สักกี่ต้นกัน”

จ้าวจี๋โกรธจนตัวสั่น “พูดจาเหลวไหล พูดจาเหลวไหล กระอักเลือดสามทะนานคนก็ตายไปนานแล้ว ยาเทวดาอะไรก็ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้หรอก”

สีหน้าของจ้าวถี้พลันเย็นชา “ถ้าตายไป ก็ถือโอกาสจ่ายค่าทำศพและค่าปลอบขวัญไปเลย”

“นั่น... นั่นก็ไม่ต้องใช้มากขนาดนี้ ไม่ได้ ไม่ได้ ถ้าเจ้าจะเอาไปหมด ก็ต้องข้ามศพเปิ่นหวางไปก่อน ถ้าของพวกนี้หมดไป เปิ่นหวางก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกแล้ว...” จ้าวจี๋พูดพลาง กระโจนเข้าไปกอดหีบไม้ใบหนึ่ง ร้องไห้โฮออกมา

จ้าวถี้ในใจนึกขบขัน แต่ก็ยังตีหน้าขรึม “เช่นนั้นน้องสิบเอ็ดจะเออย่างไร หากไม่ชดใช้ ข้าก็จะทุบทำลายให้หมดตรงนี้ เปิ่นหวางจะออกเงินจ่ายค่าปลอบขวัญให้ลูกน้องเอง”

“ข้า... ข้า...” จ้าวจี๋กล่าว “ข้าชดใช้ก็ได้ แต่ชดใช้มากขนาดนี้ไม่ได้”

“ชดใช้เท่าไหร่” จ้าวถี้ถาม

“หนึ่งชิ้น... แค่ชิ้นเดียว...” จ้าวจี๋ในใจราวกับมีเลือดหยด ของทุกชิ้นในห้องหนังสือนี้คือดวงใจของเขา หายไปชิ้นไหนก็เจ็บปวดราวกับจะตาย

“มานี่” ใบหน้าของจ้าวถี้พลันเย็นชา “ทุบให้เปิ่นหวาง”

“อย่า... อย่าทุบ...” จ้าวจี๋รีบตะโกนร้องไห้ “พี่แปด ท่านว่ามากี่ชิ้น”

จ้าวถี้ลูบคาง “ตอนนี้รู้จักเรียกพี่แล้วหรือ ไม่เรียกชื่อห้วนๆ ไร้มารยาทแล้วหรือ ช่างเป็นการหยามเกียรติปัญญาชนสิ้นดี”

จ้าวจี๋ที่กอดหีบอยู่แทบจะโกรธจนตาย นี่คือคำพูดที่เขาใช้ด่าจ้าวถี้ที่หน้าจวนเยียนหวัง ถูกย้อนกลับมาหมดทุกคำ ตอนนี้เพื่อที่จะรักษาของในหีบไว้ ก็จำต้องยอมอ่อนข้อ “พี่แปด ท่าน... ท่านว่ามากี่ชิ้น”

“สิบชิ้น” จ้าวถี้ชูมือขึ้นมา แล้วพลิกกลับอีกรอบ

“สาม... สามชิ้น” จ้าวจี๋กัดฟันพูด

“สิบชิ้น”

“ห้า... ห้าชิ้น...”

“สิบชิ้น”

“เจ็ด...”

“มานี่ ทุบ” จ้าวถี้ไม่รอให้เขาพูดจบ สั่งอีกครั้ง

“ดีๆๆ สิบชิ้นก็สิบชิ้น” จ้าวจี๋รีบพูด จากนั้นก็ชี้ไปที่ของในอ้อมแขนของโจวทง “สิงโตหยกที่ทับกระดาษสองตัวกับแท่นวางพู่กันเมื่อกี้นี้ไม่นับ อันนี้ไม่ให้”

จ้าวถี้มุมปากยกขึ้น “นับหรือ สามชิ้นนี้ยังจะนับอีกหรือ สามชิ้นนี้เป็นของแถม”

จ้าวจี๋ตกใจมาก “มีของแถมด้วยหรือ”

จ้าวถี้กล่าว “คิดว่าข้าไม่รู้หรือ สามชิ้นนี้ไม่ใช่ของที่เจ้าซื้อมา ไม่ใช่ของที่เจ้าหาช่างฝีมือมาทำเอง แต่เป็นของที่ใต้เท้าหวังส่งมาให้เจ้ามิใช่หรือ”

จ้าวจี๋ชะงัก “พี่แปดรู้ได้อย่างไร”

จ้าวถี้ฮึดฮัด “เรื่องนี้น้องสิบเอ็ดไม่ต้องรู้หรอก เอามาสิบชิ้น แล้วเจ้าก็เขียนสัญญามา ระบุว่าเป็นเงินค่าปลอบขวัญ เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกันไป”

“ทำไมต้องเขียนสัญญาด้วย” จ้าวจี๋สงสัย “ข้าไม่เคยเขียนสัญญาอะไรทั้งนั้น”

“ไม่เขียนสัญญา ไม่แน่ว่าวันหลังข้าอาจจะเปลี่ยนใจ หรือว่าคนของข้าอาจจะยังไม่ตาย ต้องใช้โสมพันปี ยาเทวดายื้อชีวิต เงินไม่พอใช้ ก็จะมาหาเจ้าอีก...” จ้าวถี้เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ยิ้มมุมปาก

“ห๊ะ” จ้าวจี๋อึ้งไป “เช่นนั้นก็เขียนสัญญา เขียนสัญญาแล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกัน พี่แปดห้ามมาเหยียบที่นี่อีกนะ”

จ้าวถี้กล่าว “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น”

“งั้น... ข้าหยิบให้...” จ้าวจี๋ลุกขึ้นจากหีบอย่างไม่เต็มใจ อิดออด

“ไม่ต้อง ข้าเลือกเอง มานี่ เปิดหีบ”

ซูต้าและอวี๋เอ้อร์เปิดฝาหีบหลายใบ จ้าวถี้เดินดูทีละใบ เลือกแล้วเลือกอีก

จ้าวจี๋ใจหายวาบ ในใจคิดแต่ว่า 'ไอ้นักบู๊นี่เมื่อก่อนก็ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ค่อยเขียนตัวอักษร กลอนก็ไม่เคยแต่งสักบท เพลงก็ไม่เคยได้สักเพลง รูปวาดก็ยิ่งไม่เป็น' 'มันจะไปรู้จักของพวกนี้ของข้าได้อย่างไร'

ของที่เขาเก็บไว้ในห้องหนังสือ ล้วนเกี่ยวข้องกับเครื่องเขียน หรือไม่ก็เป็นภาพวาดและอักษรศิลป์ เขาไม่เชื่อว่าจ้าวถี้จะแยกแยะมูลค่าสูงต่ำได้

จ้าวถี้ค่อยๆ เลือกอย่างไม่รีบร้อน ดูแล้วดูอีก จากนั้นก็หยิบออกมาทีละชิ้น ทุกครั้งที่หยิบออกมาหนึ่งชิ้น สีหน้าของจ้าวจี๋ก็จะดำคล้ำลงหนึ่งส่วน ล้วนเป็นของมีค่าที่อยู่ลำดับต้นๆ ทั้งนั้น เอาออกไปข้างนอกก็ล้วนเป็นของหายาก

จ้าวถี้เลือกเสร็จ ก็ให้คนเตรียมพู่กันและหมึก จากนั้นก็เขียนสัญญาลงบนหีบไม้

“น้องสิบเอ็ด ลงชื่อประทับรอยนิ้วมือได้แล้ว”

จ้าวจี๋ยืนนิ่งไม่ขยับ จ้าวถี้สงสัย “ยังไม่มาลงชื่ออีก ข้าจะไปแล้วนะ”

“ลง... ลง” ตอนนี้จ้าวจี๋ในใจราวกับมีมีดกรีด ทั้งยังสงสัยอย่างมาก 'ไอ้นักบู๊นี่มันรู้ได้อย่างไรว่าอันไหนดีที่สุด' 'ของสิบชิ้นนี้ ไม่ต้องพูดว่าตรงตามลำดับของที่แพงที่สุด แต่ก็ใกล้เคียงมาก' 'นี่มันไม่ควรจะเป็นไปได้'

'แต่พอคิดอีกที ใช่แล้ว ใช่แล้ว' 'เมื่อกี้มันต้องทรมานขันทีแน่ๆ' 'เป็นขันทีที่ทรยศข้า ชี้เป้าให้มัน...' 'แต่ก็ยังไม่ถูกอยู่ดี' 'ต่อให้เป็นขันทีตัวเล็กที่ดูแลห้องหนังสือ ก็ยังจำของพวกนี้ได้ไม่หมดเลย'

เขถือพู่กันด้ามเล็ก มือสั่นเทาเซ็นชื่อลงไป จากนั้นก็จุ่มนิ้วลงในตลับชาดสีแดงสด ประทับรอยนิ้วมือ สัญญาฉบับหนึ่งก็เสร็จสมบูรณ์

จ้าวถี้ยกขึ้นมาเป่าเบาๆ พับเก็บใส่ในอกเสื้อ จากนั้นก็สั่งกลับจวน

จ้าวจี๋มองกลุ่มคนที่จากไป กัดฟันแน่น กำหมัดแน่น ทุบไปที่หีบอย่างแรง

ขณะนั้น ก็มีเสียงร้องไห้ดังมาจากไม่ไกล เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นองครักษ์หลายคนพยุงกันเดินมา จ้าวจี๋ด่าอย่างไม่สบอารมณ์ “ร้องโอดโอยอะไรกัน”

เมื่อมาถึงใกล้ๆ หัวหน้าองครักษ์ก็อ้ำอึ้งรายงาน “ฝ่าบาท เมื่อครู่คนของจวนเยียนหวังตามหาคนที่ไปกับฝ่าบาทเมื่อตอนกลางวัน พอเจอก็อัดจนล้มลงกับพื้น พวกข้าเข้าไปห้าม ก็เลยโดนอัดไปด้วย ตอนนี้เจ็บไปทั้งตัวแล้วขอรับ”

“ไอ้พวกโจรชั่วพวกนี้” จ้าวจี๋ด่าอย่างโกรธเกรี้ยว จากนั้นก็เห็นพู่กันและหมึกบนหีบ ก็อดชะงักไปไม่ได้ 'คนของเขาก็โดนอัดเหมือนกัน' 'ทำไมเขาต้องจ่ายค่าหยูกยาค่าปลอบขวัญให้ฝ่ายนั้นด้วย'

'ฝ่ายนั้นมีสิทธิ์อะไรมาเรียกค่าหยูกยาค่าปลอบขวัญจากเขา'

'ไอ้นักบู๊ชั่ว' 'กล้าหลอกลวงเปิ่นหวาง' จ้าวจี๋โกรธจนตาลาย ยกเท้าเตะไปที่หีบ ทันใดนั้นก็เจ็บที่เท้า ถอยหลังไปหลายก้าว ล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น

'เปิ่นหวาง... เปิ่นหวางจะเข้าวังไปฟ้องเจ้าไอ้โจรชั่ว'

จ้าวถี้กลับมาถึงจวน เอาของสิบชิ้นไปไว้ในห้องหนังสือของตนเอง สิงโตที่ทับกระดาษและแท่นวางพู่กันมังกรหยกก็วางไว้บนโต๊ะ ชื่นชมอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กลับไปห้องนอนพักผ่อน

วันรุ่งขึ้น หลังจากล้างหน้าล้างตาและทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ฝึกมวยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ให้ไป๋จ้านเตรียมรถม้า พาโจวทงและอวี๋เอ้อร์ ออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังวังหลวง

เขาจะไปหาไท่หวังไท่โฮ่วเกาเทาเทา เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องสามคลังของไท่จง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - ผลเก็บเกี่ยวอันงดงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว