- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที อย่าเพิ่งให้ผมวางหมากเลย!
- ตอนที่ 4 เด็กมัธยมคนนี้เก่งเกินไปแล้ว
ตอนที่ 4 เด็กมัธยมคนนี้เก่งเกินไปแล้ว
ตอนที่ 4 เด็กมัธยมคนนี้เก่งเกินไปแล้ว
หลังจากความเงียบงันชั่วครู่ ผู้คนก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง
“อะไรเนี่ย ทีแรกนึกว่าเก่ง สุดท้าย…ให้มาดูอะไรแบบนี้เหรอ?”
“เมื่อกี้ยังทำเอาฉันตื่นเต้นอยู่เลย สุดท้ายก็ดูอะไรอยู่เนี่ย?”
“ต่อให้เป็นมือใหม่ ก็น่าจะรู้ว่าการเปิดเกมด้วยจุดสามสามมันแย่มากนะ เด็กคนนี้ดูเหมือนจะรู้แค่กติกาพื้นฐานของโกะเท่านั้นแหละ”
“น่าเบื่อ ไปดีกว่า”
หลายคนเห็นหมากที่วางลงตรงจุดสามสาม ก็รู้สึกหมดอารมณ์ทันที บางคนถึงกับส่ายหัวเดินออกไปเลย เพราะคิดว่าเกมนี้จบลงแล้วโดยไม่ต้องลุ้น
เปิดเกมแล้ววางจุดสามสาม แบบนี้มันเล่นอะไรอยู่?
แค่คนที่พอรู้โกะหน่อยก็จะรู้ว่า จุดสามสามเป็นวิธีวางหมากที่สั้นและตื้นเขิน
แม้จะยึดตำแหน่งสำคัญไว้ได้ และมีพื้นที่ชัดเจนแน่นหนา ได้ผลประโยชน์แบบเป็นกอบเป็นกำก็เถอะ แต่มันแลกมาด้วยการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพัฒนาอิทธิพลภายนอกแบบไร้ขีดจำกัด!
ต้องเข้าใจก่อนว่า ในช่วงวางหมากของโกะ ทุกตาเป็นสิ่งสำคัญสุดๆ แค่หนึ่งตาก็สามารถชี้เป็นชี้ตายได้มากกว่า 25 คะแนน
ดังนั้น การเปิดเกมด้วยการวางจุดสามสาม ถือเป็นการมองสั้น ทำให้เสียประโยชน์ใหญ่ เป็นวิธีเล่นที่ผิดพลาดร้ายแรง
เจิ้งฉินเหลือบตามองหยูเส้า รู้สึกขำอยู่ในใจที่เมื่อกี้ตัวเองเกือบจริงจังไปซะได้ ฝ่ายตรงข้ามนี่มันชัดๆว่าเป็นแค่มือใหม่
“งั้นก็ต้องเล่นเบาๆหน่อยแล้วกัน”
เจิ้งฉินนิ่งคิดเล็กน้อย แล้วหยิบหมากขึ้นมาวางลงเบาๆ
แปะ
แถวที่ 3 ช่องที่ 4 วางขวาง (การวางหมากเพื่อปิดทางหรือขัดขวางการขยายตัวของฝ่ายตรงข้าม ในแนวราบหรือแนวเฉียง)
หยูเส้าวางหมากต่อทันที
แถวที่ 4 ช่องที่ 3 ลาก (การวางหมากแนบไปตามขอบกระดาน หรือแนบตามแนวหมากของอีกฝ่าย)
ทั้งสองฝ่ายเดินหมากรวดเร็ว หมากดำและหมากขาวถูกวางลงต่อเนื่อง ไม่ช้าก็เดินไปแล้วสิบกว่าตา
และผู้ชมรอบๆก็เริ่มจับสังเกตอะไรบางอย่างจากกระดาน สีหน้าก็เริ่มประหลาดขึ้น
“มันแปลกๆนะ”
“เด็กนี่ ดูไม่เหมือนคนเล่นหมากไม่เป็นเลยนะ แถมการวางหมากยังมั่นคงมากอีกต่างหาก!”
“จริงด้วย ถึงวิธีวางหมากจะไม่ค่อยคุ้นตา การเดินดูแปลกๆ แต่ดูแล้วเขารู้จักโกะแน่นอน ฝีมือก็ไม่เลวเลย”
“แล้วทำไมถึงไปวางจุดสามสามในตาที่สาม?”
“อันนี้...ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ถ้าเขาเล่นโกะเป็น แล้วจงใจวางจุดสามสามในตาแรกๆแบบนั้น มันก็เหมือนดูแคลนคู่แข่งเลยนะ?”
“อันนี้ก็ไม่รู้แหละ แต่ถึงเด็กนี่จะเก่งจริง แต่ก็เสียเปรียบตั้งแต่ต้นเพราะวางหมากผิดไปตาหนึ่ง ต่อให้ตอนนี้จะเล่นมั่นคงแค่ไหน พอเจิ้งสร้างอิทธิพลภายนอกสำเร็จ ก็หยุดไม่อยู่หรอก”
คนหนึ่งพยักหน้าเห็นด้วย
การเปิดเกมด้วยจุดสามสามทำให้เสียเปรียบมาก ต่อให้เด็กมัธยมคนนั้นจะเก่งแค่ไหน ก็ยากจะทวงความได้เปรียบคืนมา ยิ่งอีกฝ่ายคือนักเล่นโกะระดับเจิ้งฉินด้วยแล้ว
ท่ามกลางฝูงคน ซูจื่อจินไม่พูดอะไรเลย เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาสวยๆจับจ้องกระดานอย่างแน่วแน่ เหมือนกำลังพยายามมองหาบางสิ่ง
ไม่รู้ทำไม เธอรู้สึกว่ากระดานในตอนนี้แม้จะดูเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความปั่นป่วนอย่างเงียบๆ หากมองในมุมของหมากขาว จะรู้สึกเหมือนมีความอันตรายบางอย่างรายล้อม
แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามหาแค่ไหน ก็หาไม่เจอสักทีว่ามันคืออะไร
“แค่คิดไปเองงั้นหรือ?”
แต่ไม่นาน ซูจื่อจินก็ปฏิเสธความคิดนั้นในใจ
“ไม่ มันไม่ใช่แค่คิดไปเองแน่ๆ”
“ต้องมีอะไรสักอย่าง ต้องมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่…เป็นอันตรายที่เกินคาดคิด!”
ในจังหวะนั้นเอง หยูเส้าหยิบก็หมากดำขึ้นมาอีกหนึ่งเม็ด
มือของเขาร่วงลงอย่างหนักแน่น เสียงหมากกระทบกระดานดังกังวาน
ปัง
แถวที่ 8 ช่องที่ 12 ตัด! (การวางหมากลงระหว่างหมากของฝ่ายตรงข้ามที่เชื่อมกันอยู่ เพื่อตัดการเชื่อมโยง ไม่ให้กลุ่มหมากนั้นติดต่อกัน)
“อะไรนะ?”
“นั่นมัน…”
“ล้อเล่นเหรอ หมากดำกัดเข้าไปแล้ว?”
หมากนี้ตกลง เหมือนระเบิดกลางฝูงชน ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง แม้แต่ซูจื่อจินก็อึ้งไปกับตานี้
หมากดำ…กลับเลือกโจมตีก่อน?
“เขา…กล้าทำแบบนี้ได้ยังไง?”
มีคนถึงกับเผลอพูดออกมาเสียงดัง
“ก่อนหน้านี้หมากดำได้พื้นที่จากการวางสามสาม ส่วนหมากขาวก็พัฒนาอิทธิพลภายนอก ตอนนี้หมากขาวมีอำนาจมหาศาล หมากดำควรใช้พื้นที่ที่ได้มาเป็นฐานตั้งรับแล้วรอโต้กลับ!”
“ถึงหมากดำจะยึดสามสามไว้แน่นหนาอยู่แล้ว ถ้าจับความผิดพลาดของหมากขาวได้ ก็อาจจะกัดเข้าไปได้บ้าง แม้หมากขาวจะได้เปรียบตั้งแต่ต้น แต่หมากดำก็ยังมีสิทธิ์ลุ้น”
“แต่เขากลับเลือกบุกก่อนเนี่ยนะ???”
ไม่ใช่แค่คนพูด ทุกคนรอบๆก็ไม่มีใครเข้าใจหมากตานี้ของหยูเส้าเลย
ในสายตาพวกเขา หมากดำตอนนี้ไม่ต่างจากหมาบ้า
ส่วนหมากขาว คือตัวสิงโต!
แต่มาตอนนี้ หมาบ้ากลับงับเข้าไปที่คอสิงโตด้วยเขี้ยวอันแหลมคม!
เจิ้งฉินเห็นหมากตานี้ก็อึ้งไปเหมือนกัน
เขาเพิ่งจะหยิบหมากเตรียมวาง แต่พอเห็นหมากดำตานี้ มือที่ถือหมากไว้ก็ชะงักกลางอากาศ
“ตัด…?”
หลังจากนิ่งอยู่พักใหญ่ เจิ้งฉินก็เงยหน้ามองหยูเส้า แล้วค่อยๆวางหมากลงในที่สุด!
แปะ!
แถวที่ 7 ช่องที่ 12 ยืด! (การวางหมากต่อจากหมากของตัวเองในแนวตรง (มักจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน) เพื่อให้กลุ่มหมากขยายตัวและคงความเชื่อมต่อ)
ทันทีที่เจิ้งฉินวางหมาก หยูเส้าก็วางหมากตามทันที ทั้งสองฝ่ายวางหมากกันอย่างรวดเร็ว เสียงหมากกระทบกระดานดังขึ้นต่อเนื่อง
แต่ความรู้สึกตอนนี้ชัดเจนมาก บรรยากาศเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
ตอนช่วงเปิดกระดาน คนที่ดูอยู่รอบๆยังพูดคุยซุบซิบกันอยู่ วิจารณ์การเดินหมากกันตลอด แต่ตอนนี้แทบไม่มีใครออกเสียงเลยแม้แต่คนเดียว
แปะ
แปะ
แปะ
เสียงวางหมากดังขึ้นเรื่อยๆ
ทุกคนจับจ้องกระดานอย่างไม่ละสายตา จิตใจจมดิ่งไปกับเกมบนกระดาน ราวกับเห็นแสงดาบเฉือนฟ้า เห็นการหักหลังแก่งแย่งกันในสนามรบ
เกมโกะตอนนี้เข้าสู่ภาวะที่หมากแต่ละตาส่งผลทั้งกระดาน กลายเป็นการปะทะที่ดุเดือดและรุนแรงที่สุด!
…
“อะไรกันนี่ ฉันไม่กล้าหายใจเลยด้วยซ้ำ!”
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดก็มีคนหนึ่งทนไม่ไหวพูดขึ้นมา แต่ถึงจะพูด ตาก็ยังไม่ละจากกระดานเลยสักวินาที
“ฉันก็เหมือนกัน”
ชายหนุ่มข้างๆพูดด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง “สุดยอดมาก เก่งเกินไปแล้ว! เจิ้งฉินเก่งก็เข้าใจอยู่ แต่เด็กมัธยมนั่นก็เก่งจนไม่อยากเชื่อเลย!”
“ตอนที่หมากขาวพยายามบุกพื้นที่สำคัญของหมากดำ แทนที่หมากดำจะเลือกวางแบบ ‘บาน’ (การวางหมากทแยงมุม เข้าหาหมากของคู่ต่อสู้) ตามปกติ เขากลับเลือก ‘ปู’ (การวางหมากแนบเข้าหากลุ่มหมากของฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะเมื่อคู่ต่อสู้พยายามหนีหรือยืดหมาก) แบบสวนความรู้สึก จนทำให้หมากขาวต้องถอย!”
“แต่การตอบโต้ของหมากขาวก็สุดยอดเหมือนกัน โดยเฉพาะตานั้นที่เลือกปล่อยหมากไว้ก่อนแล้วไปเชื่อมอีกจุด มุมมองภาพรวมของเขานี่โหดจริง ฉันถึงกับอ้าปากค้างเลย!”
“ฉันถึงกับรู้สึกเหมือนกำลังดูการแข่งของมืออาชีพอยู่เลย!”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ก็มีคนพูดขึ้นมาทันที “จริงเลย ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน! ใครจะไปเชื่อว่าจะมีคนที่เล่นได้สูสีกับเจิ้งฉินได้แบบนี้ เด็กคนนั้นเป็นเด็กจากสำนักฝึกเหรอ?”
“ไม่ใช่นะ ได้ยินมาว่าแค่เด็กมัธยมธรรมดา ยังไม่มีระดับสมัครเล่นด้วยซ้ำ”
“เป็นไปได้ยังไง?!”
คนๆนั้นอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “เด็กมัธยมธรรมดาที่ยังไม่ได้ระดับ จะเล่นได้ขนาดนี้เนี่ยนะ? ยังสูสีกับเจิ้งฉินอีก!”
“พูดตามตรง ฉันเองก็ไม่อยากเชื่อ…เด็กที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนมืออาชีพ จะเล่นได้ถึงระดับนี้ได้ยังไง?”
ในฝูงคน ซูจื่อจินยังคงเงียบมองกระดาน แต่ในใจกลับไม่เห็นด้วยกับคำพูดของคนอื่น
“สูสีกัน?”
เปลือกตาเธอหลุบต่ำลง
“ไม่…”
“มันไม่ใช่แค่นั้น หมากดำเลือกโจมตีก่อน ขณะที่หมากขาวได้เปรียบกลับเริ่มถอย ซึ่งหมายความว่า หมากขาว…เริ่มตกเป็นรองแล้ว!”