เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 กระบวนท่า “จุดสามสาม”

ตอนที่ 3 กระบวนท่า “จุดสามสาม”

ตอนที่ 3 กระบวนท่า “จุดสามสาม”


“จุดดาวเหรอ?”

เห็นหยูเส้าวางหมากลง เจิ้งฉินก็เลิกคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองหยูเส้าทางฝั่งตรงข้าม

ไม่รู้เพราะอะไร ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายที่ยังไม่ได้ระดับ แต่เจิ้งฉินกลับรู้สึกประหม่าขึ้นมานิดหน่อยอย่างไร้เหตุผล

“คงคิดมากไปเองมั้ง”

เจิ้งฉินส่ายหัว คิดว่าตัวเองคงคิดไปเอง จากนั้นก็เอื้อมมือเข้าไปในกล่องหมาก หยิบหมากสีขาวขึ้นมา แล้ววางลงเบาๆ

แปะ

แถวที่ 4 ช่องที่ 16 จุดดาว

“เด็กคนนั้นไม่ให้เจิ้งต่อหมากจริงเหรอ? เจิ้งน่ะกำลังจะเข้าสู่ระดับอาชีพแล้วนะ”

“กล้าดีเหมือนกัน ฉันว่าอาจจะจบตั้งแต่กลางกระดานเลยก็ได้”

“นั่นยังเยอะไป ฉันว่าก่อนถึงกลางกระดาน ช่วงวางหมากเปิดกระดานก็คงยอมแพ้แล้วล่ะ”

“ไปดูไหม?”

“ไปๆๆ”

ขณะนั้นเอง เมื่อเห็นว่าเจิ้งฉินกับหยูเส้าเริ่มแข่งกันแล้ว หลายคนที่อยู่รอบๆก็เดินเข้ามามุงดูเงียบๆ เห็นได้ชัดว่ามาดูเพื่อรอดูหยูเส้าโดนเล่นงาน

หน้าชมรมโกะซานไห่

รถเบนท์ลี่ย์สีดำคันหนึ่งจอดลงที่หน้าชมรม จากนั้นประตูก็เปิดออก เด็กสาวหน้าตาสะสวยเกินคำบรรยายลงมาจากเบาะหลัง

หากหยูเส้าอยู่ตรงนี้ ก็คงจะจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือซูจื่อจินนั่นเอง

ตอนนี้ ซูจื่อจินได้ถอดชุดนักเรียนที่ดูเชยออกแล้ว ด้านบนใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายทางสีแดงขาว ด้านล่างใส่กางเกงยีนส์ที่เน้นรูปร่างเรียวยาวได้อย่างชัดเจน สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวเผยให้เห็นข้อเท้าเรียวสวย

แม้ซูจื่อจินจะเป็นคนที่ใส่ชุดนักเรียนยังดูดี แต่เมื่อเธอถอดชุดนักเรียนออกแล้ว แม้จะแต่งตัวธรรมดา แต่ก็ดูสวยสะดุดตากว่าตอนใส่ชุดนักเรียนเสียอีก เรียกได้ว่าสวยจนใจสั่นเลยทีเดียว

“ลุงหวัง ฝากรออยู่ในรถสักครู่นะคะ”

หลังลงจากรถ ซูจื่อจินก็หันไปขอบคุณคนขับรถที่นั่งอยู่ด้านหน้า

“ไม่เป็นไร เป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ”

คนขับชื่อลุงหวังยิ้มพลางกล่าว “คุณหนู ถ้ามีอะไรส่งข้อความมาได้เลยนะครับ”

“ค่ะ”

ซูจื่อจินพยักหน้าเบาๆ จากนั้นจึงหมุนตัวเดินเข้าไปในชมรมโกะซานไห่

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับ”

เมื่อเห็นประตูกระจกเปิดออก พนักงานสาวที่หน้าเคาน์เตอร์ก็ยิ้มต้อนรับทันที พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นหน้าของซูจื่อจิน ก็อดอุทานออกมาไม่ได้ “ว้าว หนูหน้าตาดีจังเลย!”

“ขอบคุณค่ะ”

ซูจื่อจินยิ้มบางๆ ขอบคุณด้วยเสียงใสไพเราะ

“เสียงก็น่ารักอีกด้วย!”

พนักงานสาวที่โดนความงามกระแทกเข้าอย่างจัง เริ่มเข้าสู่โหมดชมไม่หยุด แล้วถามออกมา “หนูมาครั้งแรกใช่ไหม? เด็กสาวหน้าตาดีแบบนี้ ถ้าเคยมามาก่อนฉันต้องจำได้แน่นอน”

“ขอบคุณค่ะ หนูเพิ่งมาครั้งแรกจริงๆ”

ซูจื่อจินพยักหน้า แล้วถาม “หนูได้ยินมาว่าที่นี่มีคนชื่อเจิ้งฉิน หนูอยากขอเรียนโกะกับเขาสักตา ไม่ทราบว่าเขาอยู่ไหมคะ?”

“หา? มาหาเจิ้งเหรอ?”

พนักงานสาวชะงักเล็กน้อย ก่อนกล่าว “เขาอยู่นะ แต่ว่ากำลังแข่งอยู่กับเด็กชายคนหนึ่ง เด็กคนนั้นดูอายุไล่เลี่ยกับหนู เป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมเจียงหลิงหมายเลขหนึ่ง”

“โรงเรียนเจียงหลิงหมายเลขหนึ่ง?”

เมื่อได้ยินชื่อนี้ ซูจื่อจินก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าแล้วกล่าว “โอเค ขอบคุณค่ะ ขอเข้าไปดูได้ไหมคะ แล้วค่าเข้าล่ะ?”

“แน่นอนจ้ะ”

พนักงานสาวชอบเด็กสาวคนนี้มากเป็นพิเศษ จึงยิ้มแล้วกล่าว “ถ้าแค่มาดูเฉยๆ ไม่ต้องจ่ายค่าบริการเลยนะ”

พูดจบก็ชี้ไปทางห้องแข่ง แล้วบอกทางให้ “พวกเขาอยู่โต๊ะติดหน้าต่างนะ เด็กผู้ชายใส่ชุดนักเรียน หาไม่ยากหรอก”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ซูจื่อจินพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปยังห้องแข่ง ไม่นานก็พบเจิ้งฉินกับหยูเส้า เพราะหยูเส้ายังใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนเจียงหลิงอยู่ จึงหาง่ายมาก

“เขาคือ…”

ซูจื่อจินยืนอยู่ในกลุ่มคนดู มองไปทางหยูเส้า คิ้วสวยขมวดเล็กน้อย พยายามนึกว่าเคยเห็นเด็กคนนี้ที่เรียนโรงเรียนเดียวกันรึเปล่า

จากนั้น…

ก็ไม่คุ้นหน้าเลย

แต่เธอก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะนอกจากเพื่อนร่วมชั้น เธอแทบจะไม่รู้จักคนในห้องอื่นเลย

ที่เธอพอจำเพื่อนร่วมชั้นได้บ้าง ก็เพราะว่าเธอเป็นหัวหน้าวิชาคณิต ต้องรับผิดชอบเก็บการบ้าน

ดังนั้นซูจื่อจินจึงไม่ได้คิดอะไรต่อ หันสายตาจากใบหน้าของหยูเส้าไปมองที่กระดานหมาก

ตอนนี้เพิ่งจะวางหมากกันไปคนละตา ขาวกับดำต่างก็ยึดจุดดาวไว้คนละมุม ถือเป็นการวางหมากเริ่มต้นแบบทั่วไปมาก

จากนั้นก็ถึงตาของหยูเส้าเดินหมากอีกครั้ง

หยูเส้าหยิบหมากจากกล่อง คิดอยู่สักพัก แล้วค่อยๆวางหมากลง

แปะ

แถวที่ 16 ช่องที่ 16

หมากที่สองของหยูเส้า ก็ยังคงเลือกวางที่จุดดาว

“อุ๊ย ลงที่จุดดาวอีกแล้ว?”

“หมอนี่ตั้งใจจะพาเกมเข้าสู่การต่อสู้ที่ซับซ้อนเหรอ?”

“ก็น่าจะใช่นะ ถ้าเจอกับเจิ้งแล้วเลือกเข้าสู่สถานการณ์ซับซ้อนเพื่อเสี่ยงโชค นับว่าเป็นทางเลือกที่ฉลาด อย่างน้อยหมัดมั่วๆบางครั้งก็ต่อยโดนได้เหมือนกัน”

“ก็ไม่แน่ บางทีอาจแค่ไม่เข้าใจการวางมุมแบบ ‘เซียวมู่(1)’ เพราะเทียบกับจุดดาวแล้ว การวางแบบนั้นซับซ้อนเกินไป”

รอบๆต่างก็พากันกระซิบกระซาบกันเสียงเบา พอให้ไม่รบกวนผู้เล่นในเกม

ต้องเข้าใจก่อนว่า การยึดมุมแบบ ‘เซียวมู่’ มีจุดเด่นที่ความซับซ้อน ส่วนจุดดาวเน้นการ “สร้างอำนาจ” วางหมากได้เร็ว และพาเกมเข้าสู่การปะทะที่ดุเดือด เป็นแนวทางที่ผู้เล่นที่มุ่งโจมตีมักเลือกใช้

“อีกแล้วเหรอ จุดดาว?”

เจิ้งฉินมองหมากที่หยูเส้าวางลง แล้วหันไปมองหยูเส้าด้วยแววตาครุ่นคิด

เขาก็คิดว่าหยูเส้าน่าจะตั้งใจใช้กลยุทธ์จุดดาว นำพาเกมเข้าสู่การต่อสู้ที่ดุเดือด เพื่อหาทางชนะในสภาพการต่อสู้สับสน

เจิ้งฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมุมปากก็เผยรอยยิ้มจางๆ จากนั้นก็เอื้อมมือเข้าไปในกล่องหมากอีกครั้ง

“ถ้าเป็นแบบนั้น”

“งั้น…”

เขาหยิบหมากขาวขึ้นมา ดวงตาคมกริบ มือขวาเงื้อสูงขึ้น

“ฉันก็จะเล่นตามน้ำ!”

“มาเลย!”

หมากขาวตกลงกระดาน เสียงชัดเจน!

แปะ!

แถวที่ 4 ช่องที่ 4 จุดดาว

“เฮ้ย…จุดดาวเหมือนกัน?”

“หมายความว่าไงเนี่ย?”

“รับคำท้ารึเปล่า?”

เมื่อเห็นหมากนี้ ทุกคนที่ล้อมดูอยู่รอบๆก็อดประหลาดใจไม่ได้ ต่างมองหน้ากัน แล้วก็เห็นแววสับสนในดวงตาของกันและกัน

มีสำนวนที่ว่า “หลีกเลี่ยงคมมีด” ในเมื่อฝั่งหมากดำต้องการเปิดศึก ฝั่งหมากขาวควรจะหลบเลี่ยง เช่น วางหมากแบบ ‘เซียวมู่’ หรือ ‘มู่ไว่(1)’ ก็เป็นแนวทางธรรมชาติ

ถ้าอีกฝ่ายจะเปิดศึก ฉันก็แค่ใช้เทคนิคเบาๆ พลิกสถานการณ์ให้ได้เปรียบ

แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่า ฝั่งหมากขาวจะเลือกวางที่จุดดาวเช่นกัน ทำให้เกมที่ตอนแรกดูสงบเงียบ กลายเป็นสถานการณ์ตึงเครียดทันที

เพราะฝั่งขาวส่งสัญญาณชัดเจนว่า อยากสู้ก็สู้ แกชักดาบ ฉันก็ชักมีด มาดูกันว่าใครจะอยู่ใครจะไป!

แน่นอน ไม่ใช่ว่าการวางจุดดาวจะไม่ดี ตรงกันข้าม มันเป็นหมากมาตรฐานอย่างไม่มีที่ติ แต่ที่คนไม่ค่อยอยากวาง ก็แค่ไม่อยากให้ฝั่งตรงข้ามได้สิ่งที่ต้องการเท่านั้นเอง

และเมื่อเห็นเจิ้งฉินวางหมากที่จุดดาวเหมือนกัน หยูเส้าก็แทบไม่ต้องคิดอะไรเลย เป็นไปตามสัญชาตญาณ เขายื่นมือไปในกล่องหมาก หยิบหมากดำขึ้นมาอีกเม็ด

จากนั้น—

ค่อยๆวางลง

แปะ

หมากดำตกลงบนกระดาน เสียงชัดเจน

แต่ทันทีที่หมากนี้วางลง ความเงียบก็ค่อยๆปกคลุมทั้งห้อง

มีคนมองหมากดำที่เพิ่งวางลง ตาเบิกกว้าง ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง บางคนถึงกับโน้มตัวไปข้างหน้า อยากดูให้ชัดๆ

แม้แต่ซูจื่อจินที่อยู่ในกลุ่มคนดู ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย

ส่วนเจิ้งฉินที่นั่งตรงข้ามหยูเส้า พอเห็นหมากนี้ก็ยิ่งประหลาดใจ เพราะมันเกินความคาดหมายของเขา และของทุกคน

เพราะหมากที่เพิ่งวางไปนั้นอยู่ที่...

แถวที่ 3 ช่องที่ 3!

“จุดสามสาม!”

1.เซียวมู่ คือการวางหมากที่ตำแหน่ง (3,4) หรือ (4,3) จากขอบกระดาน เป็นตำแหน่งเปิดเกมใกล้มุมที่สมดุลระหว่างพื้นที่จริงและอิทธิพลภายนอก

2.มู่ไว่ คือตำแหน่งวางหมากเปิดในมุมกระดาน ที่อยู่นอกจุดตาหรือถัดออกไปจากเซียวมู่หนึ่งช่อง เช่นตำแหน่ง (3,5) หรือ (5,3)

จบบทที่ ตอนที่ 3 กระบวนท่า “จุดสามสาม”

คัดลอกลิงก์แล้ว