เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 ผมเย็บถุงเท้าเป็น พอได้ไหม?

บทที่ 90 ผมเย็บถุงเท้าเป็น พอได้ไหม?

บทที่ 90 ผมเย็บถุงเท้าเป็น พอได้ไหม?


บทที่ 90 ผมเย็บถุงเท้าเป็น พอได้ไหม?

ในฐานะมหาลัยแนวหน้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง X สิ่งอำนวยความสะดวกในทุกด้านของมหาลัยเมือง X จึงสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

 

เดิมทีหลิงม่อคิดว่า โรงพยาบาลของมหาลัยแห่งนี้คงมีขนาดไม่ต่างจากคลินิกทั่วไปนัก นึกไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วจะเป็นตึกสามชั้นสไตล์ยุโรปแบบนี้ ยอดหลังคาที่คล้ายกับโบสถ์ถูกห้อยไว้ด้วยป้ายสัญลักษณ์กากบาทสีแดง ด้านหน้าของประตูหลักคือสวนดอกไม้ขนาดเล็ก

 

ซอมบี้ในสวนดอกไม้แห่งนี้มีจำนวนไม่มากนัก จัดการได้อย่างสบาย พวกหลิงม่อจึงสามารถผ่านเข้าไปในโรงพยาบาลได้อย่างราบรื่น

 

คาดว่าตอนที่ภัยพิบัติระบาดประตูใหญ่ของโรงพยาบาลน่าจะโดนพวกซอมบี้รุมกระแทกจนพัง ประตูครึ่งบานจึงห้อยโตงเตงอยู่บนผนัง ราวกับว่ามันพร้อมที่จะล่วงลงมาทุกเมื่อ แค่ลมพัดมา ก็มีเสียง “กุกกัก” ดังขึ้นเป็นระยะๆ

 

จากด้านหน้าประตูมองเข้าไปข้างใน เห็นเป็นทางเดินแนวขวางเส้นหนึ่ง ถึงแม้จะมีแสงสว่างมากพอ แต่สภาพแวดล้อมที่โล่งเปล่ากลับทำให้อดรู้สึกว่ามันมืดครึ้มไม่ได้

 

บันไดที่นำไปสู่ชั้นสองอยู่ตรงข้ามกับประตูใหญ่ในแนวทแยงมุม บนบันไดมีคราบเลือดกองหนึ่งที่แห้งจนเปลี่ยนสีไปนานแล้ว ผนังสีขาวงาช้างก็ถูกสาดด้วยคราบเลือดไปทั่วทั้งผนัง ยามแสงอาทิตย์สาดส่องลงมา ทำให้รู้สึกผวากลัวได้อย่างสุดขีด

 

“ห้องรักษาอยู่ชั้นหนึ่งนี่แหละ” หลินล่วนชิวพูดขึ้นเสียงเบา

 

หลิงม่อพยักหน้า กำมีดสั้นไว้แน่น กวักมือเรียกเย่เลี่ยนกับซย่าน่า

 

พวกเขาสามคนบุกเข้าไปพร้อมกันในระยะประชิด ในเวลาอันรวดเร็วก็สำรวจห้องที่อยู่ตามทางเดินแนวขวางเสร็จไปแล้วหนึ่งรอบ

 

สิ่งที่ทำให้หลิงม่อแปลกใจคือ เขาไม่พบแม้แต่ร่องรอยของซอมบี้เลย

 

ทว่าหากคิดในอีกมุม ปกติผู้ป่วยในโรงพยาบาลของมหาลัยมีจำนวนไม่มากอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าตอนที่ภัยพิบัติระบาด พวกที่กลายพันธุ์เป็นซอมบี้คงไล่ตามคนที่วิ่งหนีเอาตัวรอดและไปจากที่นี่แล้ว

 

หากไม่มีซอมบี้อย่างนี้ก็ถือเป็นเรื่องดี หลังจากสำรวจชั้นหนึ่งเสร็จ หลิงม่อพาคนทั้งกลุ่มเข้าไปในห้องรักษา

 

ในห้องรักษาไม่เคยมีคนตายมาก่อน นอกจากบนโต๊ะซึ่งปกคลุมไปด้วยฝุ่นชั้นหนึ่งแล้ว ที่นี่แทบไม่ต่างไปจากก่อนหน้านั้นเลย แม้แต่โน้ตบุ๊กเครื่องนั้นก็ยังเปิดค้างไว้อยู่อย่างนั้น แต่เพราะแบตเตอร์รี่หมดเครื่องจึงดับอัตโนมัติไปนานแล้ว

 

บนพื้นเต็มไปด้วยเศษกระเบื้องที่แตกกระจาย และแก้วชาที่แตกจนเหลือครึ่งใบ บางทีอาจเป็นตอนที่หมอวิ่งหนีหรือกลายร่างเป็นซอมบี้ไปชนเข้าให้ จนทำให้ร่วงลงมาจากบนโต๊ะ

 

ขาข้างหนึ่งของหลิงม่อเหยียบโดนเศษแตกพวกนั้น พลันเตือนหลินล่วนชิวทันที “ระวัง”

 

“ฉันไม่เคยมาที่นี่เลย” หลินล่วนชิวมีท่าทีแปลกใจ เธอมองการจัดวางสิ่งของสองแบบบนโต๊ะอย่างละเอียด จากนั้นจึงอ้อมไปเปิดลิ้นชักดู แต่กลับพบเพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวและของใช้ส่วนตัวบางอย่างของหมอ เช่น ของจำพวกเครื่องดื่มเป็นต้น สิ่งของที่สามารถใช้ได้ถูกเธอนำออกมาวางไว้บนโต๊ะทั้งหมด ส่วนหลิงม่อเองก็เลือกเอาของที่พอดูได้จากข้างในออกมา ของที่เหลือเขาเกรงว่าจะเปลืองพื้นที่กระเป๋าเป้ จึงยกให้หลินล่วนชิว

 

แต่ในขณะที่ลิ้นชักอีกตัวถูกเปิดออก เรื่องราวที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

 

มียาเพื่อสุขภาพอยู่หลายขวด แถมยังดูเป็นของเกรดสูง ล้วนใช้เพื่อบำรุงสุขภาพทั้งนั้น

 

สำหรับผู้รอดชีวิตที่แม้แต่จะกินยังกินไม่อิ่มนั้น การขาดแคลนสารอาหารจึงไม่ใช่เรื่องแปลก แม้แต่ตัวหลิงม่อเอง ก็ทำได้แค่กินให้อยู่ท้องเท่านั้น ไม่ว่าอาหารพวกนั้นจะให้พลังงานสูงขนาดไหน อย่างไรก็สู้ธัญพืชไม่ขัดสีที่เคยกินเมื่อก่อนไม่ได้อย่างแน่นอน หากไม่ใช่เพราะว่าเขาได้รับพละกำลังจากการวิวัฒนาการ ไม่แน่ว่าบางทีเขาอาจรับมือสงครามในตอนนี้ไม่ทันเพราะร่างกายเขาไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ

 

“อันนี้ดูเหมือนไม่เลวนะ” หลินล่วนชิวหยิบหนึ่งในนั้นขึ้นมาดู สายตาประกายขึ้นอย่างปิดไม่มิด “วันหมดอายุก็ยังอีกนานแหนะ…”

 

แต่ทว่าเธอกลับรู้ข้อจำกัดของตัวเองอย่างดี ถึงแม้นัยน์ตาจะประกายความอาลัยอยู่แวบหนึ่ง แต่ก็ยังนำยาบำรุงพวกนี้ส่งให้หลิงม่อทั้งหมด “นี่น่าจะมีประโยชน์กับคุณมากนะ”

 

หลิงม่อนำยาบำรุงทั้งหมดยัดใส่กระเป๋าเป้ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็นำยาบำรุงขวดหนึ่งยื่นให้หลินล่วนชิว “รับไว้สิ ตอนนี้สภาพร่างกายคุณแย่มากนะ”

 

หลินล่วนชิวอ้าปาก ทำท่าทีเหมือนอยากจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายเธอก็กัดริมฝีปากล่างไว้แน่น แล้วรับยาบำรุงขวดนั้นมา จากนั้นพูดออกมาอย่างจริงใจว่า “ขอบคุณ”

 

ถึงแม้จะมีผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึง แต่จุดประสงค์ของพวกเขาในการมาที่นี่ก็เพื่อหายารักษาอาการของหลินล่วนชิว รวมไปถึงการรวบรวมยาสามัญที่ต้องใช้ประจำและอุปกรณ์ปฐมพยาบาล สำหรับหลิงม่อสิ่งของเหล่านี้ไม่ได้มีความจำเป็นน้อยไปกว่าอาหารเลย อาจจำเป็นมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

 

อาหารนั้นสามารถหาเพิ่มได้ตลอดเวลา แค่มีความกล้ามากพอ และมีกำลังที่จะลงมือทำ ก็จะไม่หิวตายอย่างแน่นอน แต่สำหรับยานั้นไม่เหมือนกัน เดิมทีร้านยาก็ตั้งกระจัดกระจายอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะสามารถเจอได้ทุกที่ นอกจากนั้นทันทีที่ได้รับบาดเจ็บ ก็ยากจะเคลื่อนไหวต่อไปได้ หากออกไปหายาเวลานั้นคงไม่ต่างจากออกไปหาความตาย

 

ทว่าไม่นานหลิงม่อก็พบว่า พื้นที่โดยรวมในห้องใหญ่ขนาดนี้ แต่นอกจากเจอยาบำรุงไม่กี่ขวดในลิ้นชักแล้ว ในตู้มีเพียงยาสามัญอยู่ประปรายไม่กี่อย่าง จำนวนก็มีไม่มาก บางทียาสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉินอาจอยู่ที่ห้องอื่นก็ได้ หลังจากหลิงม่อขบคิดเล็กน้อย จึงได้วางใจลงหน่อย

 

เรื่องหายาสามารถยืดหยุ่นได้ ในทางกลับกันบาดแผลของหลินล่วนชิวต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

 

อุปกรณ์สำหรับดำเนินการรักษาบาดแผลยังอยู่ครบทั้งหมด ไอโอดีนรวมไปถึงน้ำเกลือปลอดเชื้อก็หาได้ถึงอย่างละครึ่งขวด

 

ทว่าพอคนทั้งกลุ่มยืนล้อมรอบเครื่องมือทำแผลเหล่านี้เป็นวงกลม บรรยากาศโดยรอบดูเปลี่ยนไปทันที

 

ไม่ต้องพูดถึงซอมบี้สาวกลายพันธุ์ทั้งสองเลย จะให้พวกเธอสองคนช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้นได้อยู่ แต่หากจะให้พวกเธอจัดการเย็บแผลให้ ถ้าหากเลือดสดๆ ไปกระตุ้นพวกเธอเข้าคงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป

 

ถึงแม้ว่าหลิงม่อจะยับยั้งการโจมตีของพวกเธอได้ แต่สถานะซอมบี้ของพวกเธอคงต้องถูกเปิดเผยออกมาเพราะเหตุนี้อย่างแน่นอน

 

แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ ถึงแม้ถูกเปิดเผยก็ไม่ได้นำมาซึ่งอันตรายอะไรแก่พวกเขา เพียงแต่หากไม่จำเป็นจริงๆ หลิงม่อก็ไม่อยากให้เรื่องราววุ่นวายเกินควบคุม

 

ดังนั้นซอมบี้สาวสองตัวจึงถูกตัดออกอย่างไม่ต้องสงสัย หลิงม่อมองเข็มเย็บแผลในมืออย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถามขึ้นอย่างแน่วแน่ “คุณเย็บแผลเองได้ไหม?”

 

หลินล่วนชิวมีท่าทีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหัวไปมา “ไม่ได้…”

 

“ถ้าอย่างนั้นผมทำเอง” ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากถึงเวลาต้องลงมือทำก็ต้องทำ หลิงม่อได้ตัดสินใจไปแล้ว

 

ทว่าหลังจากหลินล่วนชิวมองเขาอย่างครุ่นคิดอีกครั้งหนึ่ง กลับถามขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกทันที “คุณทำเป็นหรือเปล่า?”

 

หลิงม่ออึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยแน่ใจนัก “ผมเย็บถุงเท้าเป็น พอได้ไหม?…”

 

คำพูดนี้ไม่ใช่เรื่องโกหก เย่เลี่ยนกับเขาถึงแม้ว่าจะเป็นแค่คู่เด็กหนุ่มสาว แต่เธอก็มักจะมาดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของเขาบ่อยๆ ทว่าในตอนนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้ชัดเจนในเรื่องความสัมพันธ์รักๆ ใคร่ๆ หลิงม่อนั้นแอบชอบเย่เลี่ยนจากใจ แต่เขาไม่เคยสารภาพรักออกไปเลย เพราะในความคิดของเขา ตัวเองไม่คู่ควรกับเย่เลี่ยนเลยสักนิด

 

เพื่อเพิ่มคุณค่าในตัวเอง หลิงม่อจึงพยายามมาโดยตลอด แต่พอวันโลกาพินาศมาถึง ความพยายามและความฝันทั้งหมดก็กลายเป็นผงขี้เถ้าลอยหายไป แต่สำหรับหลิงม่อ จิตใจที่มุ่งมั่นของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านั้นก็เพื่อเย่เลี่ยน ตอนนี้ก็เพื่อเย่เลี่ยนเหมือนกัน และยังมีซย่าน่าที่ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มากับเขา

 

ดังนั้นภายใต้สถานการณ์ก่อนหน้านั้น หลิงม่อไม่เคยออกปากขอร้องเย่เลี่ยนให้ช่วยเขาทำอะไรก่อนแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเย็บถุงเท้าที่ขาด

 

หลินล่วนชิวพลันแสดงสีหน้าแปลกประหลาด ทว่าในตอนนี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว เพราะเหตุนี้เธอจึงทำได้แค่กัดฟันแล้วพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วย”

 

“คุณทนหน่อยนะ” แม้จะทายาชาให้แล้ว แต่พอจะเริ่มเย็บแผลหลิงม่อก็อดไม่ได้ที่จะเตือนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

 

“ฮู่!”

 

หลังจากสูดลมหายใจลึกหนึ่งที แววตาของหลิงม่อมุ่งมั่นขึ้นมาในทันใด เขาเย็บเข็มแรกอย่างระมัดระวัง…

 

ส่วนหลินล่วนชิวนั้นสีหน้าแสดงออกถึงความเจ็บปวดทันที แต่เพื่อไม่ให้ตัวเองได้รับผลกระทบอะไร เธอจึงเบนสายตาหลบไปอีกทิศทางหนึ่ง

 

พอหลิงม่อเริ่มมีพลังจิตมากขึ้น สมาธิของเขาก็แน่วแน่กว่าคนทั่วไปมากทีเดียว เวลาลงเข็มเย็บแผลจึงรวดเร็วและแม่นยำอย่างไม่ต้องสงสัย

 

แต่หากอยากให้เย็บให้ดูสวยงามคงจะเป็นการกดดันเขามากไปหน่อย พอเขามัดปม ตัดด้ายเสร็จ และมองแผลที่ตัวเองเพิ่งเย็บเสร็จ สีหน้าก็แสดงออกถึงความอึดอัดใจทันที

 

ในขณะเดียวกันที่หลินล่วนชิวหันกลับมามอง วินาทีที่เห็นบาดแผล หนังตาของเธอก็กระตุกขึ้นทันที

 

หลิงม่อรีบพันแผลให้เธอโดยเร็ว ในใจเธอคิดว่าถึงแม้เขาจะเย็บได้ไม่น่าดูสักเท่าไหร่ แต่ในเวลาแบบนี้คงไม่มีความจำเป็นจะต้องมาประณีตอะไรมาก

 

ในเวลาเดียวกันเย่เลี่ยนก็เอาน้ำแร่และยาแก้อักเสบมาให้หลินล่วนชิวกิน ถึงแม้จะไม่ได้จัดการตามขั้นตอนมาตรฐานอย่างเป็นทางการ แต่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว ที่เหลือคงต้องดูว่าดวงชะตาของเธอเป็นอย่างไรแล้วล่ะ

 

ทว่าหลังจากที่เพิ่งเย็บแผลเสร็จ เธอไม่มีเรี่ยวแรงขยับเขยื้อนอีกต่อไป หลิงม่อจึงให้เย่เลี่ยนช่วยประคองเธอขึ้นมา เตรียมหาห้องที่มีเตียงผู้ป่วยให้เธอได้นอนพักผ่อน

 

-----------------------------------------------------------------------------

สามารถติดตามอ่านตอนต่อไปได้ที่  fictionlog

 

จบบทที่ บทที่ 90 ผมเย็บถุงเท้าเป็น พอได้ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว