- หน้าแรก
- ผมว่า…ผมดันตกหลุมรักยัยเพื่อนสมัยเด็กเข้าแล้ว
- บทที่ 7 - จะหาแฟนทั้งทีต้องดูที่ความเหมาะสม
บทที่ 7 - จะหาแฟนทั้งทีต้องดูที่ความเหมาะสม
บทที่ 7 - จะหาแฟนทั้งทีต้องดูที่ความเหมาะสม
"ไม่มีซะหน่อย!" อวิ๋นซูเฉี่ยนสวนกลับทันควัน
หลี่หยวนที่ยืนอยู่ข้างๆ กะพริบตาปริบๆ ดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อย "อ้าว? หนูเฉี่ยนไปเดตมาจริงเหรอจ๊ะ?"
"ไม่มีค่ะ... ไม่มีจริงๆ นะคะ ครูหลี่อย่าไปเชื่อเขานะคะ! หนูแค่ไปเจอเพื่อนธรรมดาๆ เฉยๆ แถมยังเป็นผู้หญิงด้วย"
ซ่งเจียมู่เป่าแตรสัญญาณเปิดฉากโจมตีกลับ รุกไล่ถามต้อนอย่างไม่ลดละ "ตอนพูดกับฉันเธอไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา เธอบอกว่าคนคนนั้นตัวสูงกว่าฉัน หล่อกว่าฉัน แถมยังเป็นสุภาพบุรุษสุดๆ"
"ฉะ ฉันไม่ได้สนใจเรื่องความรักซะหน่อย ในหัวมีแต่เรื่องเรียน!"
"เรื่องแบบนี้ใครจะไปรู้ล่ะ"
ซ่งเจียมู่ทิ้งระเบิดไว้แค่นั้น แล้วก็ผิวปากอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้จินตนาการของผู้ฟังบรรเจิดต่อไป
ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ โดนเขาใส่ร้ายว่าหนีไปเดตแบบนี้ สาวน้อยหน้าบางจะไปเหลืออะไร ตอนนี้หน้าแดงเถือกไปหมดแล้ว ขืนเรื่องนี้รู้ไปถึงหูพ่อแม่เธอ ความบริสุทธิ์ผุดผ่องสิบเก้าปีของเธอคงพังทลายด้วยน้ำมือของซ่งเจียมู่แน่
หมัดเล็กๆ ของอวิ๋นซูเฉี่ยนกำแน่นอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะครูหลี่อยู่ตรงนี้ เธอคงต้องจัดคอร์สสั่งสอนมารยาทการพูดให้ซ่งเจียมู่สักชุดใหญ่
หลี่หยวนมองลูกชายตัวสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า แล้วหันไปมองสาวน้อยหน้าแดงที่ยืนอยู่ข้างๆ ในฐานะคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน เธอรู้ทันความคิดของคู่กัดคู่นี้ดี
"ครูหลี่คะ ขะ เขาพูดมั่วค่ะ!"
อวิ๋นซูเฉี่ยนไม่รู้จะอธิบายยังไงแล้ว ร้อนรนจนทำตัวไม่ถูก
"ครูรู้จ้ะ"
หลี่หยวนหลุดขำออกมา
เป็นวัยรุ่นนี่ดีจังนะ
เธอสอนเด็ก ม.2 ในฐานะครูประจำชั้น ต้องรับมือกับเรื่องรักในวัยเรียนมาไม่รู้เท่าไหร่ ความรักของเด็กสิบขวบกว่าๆ ถึงจะเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ก็บริสุทธิ์และสวยงาม เวลาเธอจัดการเรื่องพวกนี้ เธอมักจะใช้วิธีละมุนละม่อมเสมอ
ก่อนหน้านี้ก็มีคู่รักวัยเรียนคู่หนึ่งที่โตมาแล้วได้แต่งงานกันจริงๆ ยังเชิญเธอไปร่วมงานแต่งงานเลย
เห็นหนุ่มสาวสองคนตรงหน้า ขึ้นมหาวิทยาลัยกันแล้ว เรื่องมีความรักมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด
สำหรับลูกชายตัวดี ถ้าจะมีแฟน หลี่หยวนก็ไม่คัดค้าน แต่ฝ่ายหญิงต้องเป็นคนดี
เช่นต้องว่านอนสอนง่าย รู้จักหัวนอนปลายเท้า หน้าตาก็ควรจะสมกัน เรื่องฐานะทางสังคมหรือความเหมาะสมอะไรพวกนั้น ก็เป็นเงื่อนไขแรกๆ ที่คนเป็นพ่อแม่ต้องพิจารณา
พอนำเงื่อนไขเหล่านี้มาประกอบกัน ภาพของสาวน้อยที่กำลังทำแก้มป่อง หน้าแดงก่ำ จ้องเขม็งใส่ลูกชายของเธอก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
"หนูเฉี่ยนเกิดปีเดียวเดือนเดียวกับเจียมู่ใช่ไหมจ๊ะ?" หลี่หยวนถาม
"ค่ะ..." อวิ๋นซูเฉี่ยนพยักหน้า รู้สึกเหมือนโชคชะตากำลังเล่นตลก ทำไมต้องมีเรื่องบังเอิญกับไอ้คนน่ารำคาญนี่เยอะแยะขนาดนี้นะ
"งั้นปีนี้นับตามอายุจีนก็ยี่สิบแล้ว จะมีความรักก็เรื่องปกตินะ..." หลี่หยวนทำท่าครุ่นคิด
"ครูหลี่คะ หนูไม่ได้ไปเดตจริงๆ นะคะ ซ่งเจียมู่พูดมั่ว!" อวิ๋นซูเฉี่ยนเริ่มลนลานอีกรอบ
หลี่หยวนหัวเราะชอบใจ "พวกเธอจบ ม.ต้น กันมาตั้งหลายปีแล้ว ปกติเรียกน้าก็ได้จ้ะ น้าเชื่อหนูอยู่แล้ว น้าเห็นหนูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ไม่ค่อยมีหนุ่มๆ คนไหนคู่ควรกับหนูหรอก"
อยู่ดีๆ ก็โดนชม อวิ๋นซูเฉี่ยนรู้สึกเขินจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่ขบเม้มริมฝีปากเบาๆ เอาเท้าถูพื้นด้วยความประหม่า
"แม่ ยัยนี่..."
"แกหุบปาก"
"..."
อวิ๋นซูเฉี่ยนแอบดีใจเล็กๆ เห็นไหมล่ะ ครูหลี่ไม่เชื่อคำพูดนายสักนิด!
"อยู่โรงเรียนต้องมีคนมาจีบหนูเฉี่ยนเยอะแน่เลยใช่ไหม?"
"ก็มีบ้างค่ะ แต่หนูยังไม่อยากมีแฟน..."
พอได้ยินประโยคนี้ ซ่งเจียมู่ทำท่าจะแทรกขึ้นมาอีก แต่โดนหลี่หยวนถลึงตาใส่ เลยต้องกลับไปยืนสงบเสงี่ยมเหมือนเดิม
"หนูเฉี่ยนหน้าตาสะสวย มีหนุ่มๆ มาตามจีบเป็นเรื่องปกติจ้ะ"
"ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ..."
อวิ๋นซูเฉี่ยนยิ่งเขินหนักเข้าไปอีก คิดในใจว่าน้าหลี่สายตาเฉียบคมขนาดนี้ ทำไมถึงคลอดลูกชายออกมาเป็นซ่งเจียมู่จอมทึ่มได้นะ
"แต่หนูต้องดูให้ดีๆ นะ เรื่องหาแฟนจะใจร้อนไม่ได้ เป็นผู้หญิงต้องตาถึง ผู้ชายสมัยนี้หลอกเก่งจะตาย โดยเฉพาะพวกปากหวานก้นเปรี้ยวยิ่งต้องระวัง ทางที่ดีต้องคบหากันให้นานหน่อย ศึกษานิสัยใจคอกันให้ดี รู้จักหัวนอนปลายเท้า ฐานะทางบ้านเหมาะสมกันจะดีที่สุด แล้วก็ต้องดูผู้หลักผู้ใหญ่ฝ่ายชายด้วย เลือกแม่สามีสำคัญกว่าเลือกสามีอีกนะลูก..."
หลี่หยวนแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตให้อวิ๋นซูเฉี่ยนด้วยความหวังดี ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน อวิ๋นซูเฉี่ยนตั้งใจฟังตาแป๋ว ผงกหัวหงึกๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร
โดยไม่ได้เอะใจเลยว่ากำลังโดนฝังชิปความคิดอะไรแปลกๆ ลงไป
ลิฟต์มาถึงแล้ว
ซ่งเจียมู่พนักงานเปิดประตูรีบหลบฉาก รอให้ท่านผู้นำทั้งสองเดินออกไปก่อน แล้วตัวเองค่อยเดินตามหลัง
หลี่หยวนหันมาพูดกับอวิ๋นซูเฉี่ยนอีกว่า "เย็นนี้หนูเฉี่ยนมาทานข้าวที่บ้านนะ พ่อแม่หนูไปทำงานต่างจังหวัดอีกแล้วใช่ไหม?"
"ไม่เป็นไรค่ะครู เดี๋ยวหนูทำกินเองก็ได้ เมื่อเที่ยงยังมีกับข้าวเหลืออยู่ เอามาอุ่นก็กินได้แล้วค่ะ"
"ไม่ได้มาทานข้าวนานแล้ว วันนี้น้าลงมือเข้าครัวเองเลยนะ"
ตอนแรกที่แม่ชวนอวิ๋นซูเฉี่ยนมากินข้าว ซ่งเจียมู่ยังรู้สึกสิ้นหวัง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้แม่จะเป็นคนทำกับข้าว ท่าทีเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงใจขึ้นมาทันที
เพราะลำพังแค่เขากับพ่อ คงรับมือกับเมนูสยองขวัญของแม่ไม่ไหวแน่
"อวิ๋นซูเฉี่ยน เธออย่าเกรงใจไปเลยน่า เย็นนี้ถ้ากินข้าวไม่หมดสามชามอย่าหวังว่าจะได้กลับบ้าน"
"ไม่เอาหรอกค่ะ! ครูคะหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ การบ้านยังไม่เสร็จเลย ครูสวัสดีค่ะ!"
สาวน้อยย่อมไม่กล้ารบกวนมื้อเย็นบ้านคนอื่น เธอรีบไขกุญแจเข้าห้อง โบกมือลาหยอยๆ แล้วผลุบหายเข้าไปในบ้านทันที
ซ่งเจียมู่รู้สึกเสียดายสุดซึ้ง
...
วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ยี่สิบเอ็ดของพ่อกับแม่
ต่างจากบ้านอื่นที่แม่บ้านจะเป็นคนทำอาหาร ปกติบ้านนี้พ่อซ่งฉือจะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องปากท้อง แม่จะลงมือเฉพาะเทศกาลพิเศษเท่านั้น
ซ่งฉือเลิกงานกลับมาแต่หัววัน เพื่อมารอชมภรรยาสุดที่รักทำมื้อค่ำแห่งความรัก
"หยวนหยวน คุณลำบากแย่เลย ให้ผมทำดีกว่ามั้ง"
"พูดอะไรอย่างนั้น ปกติคุณก็ทำอยู่แล้ว คืนนี้คุณพักผ่อนเถอะ เก็บแรงไว้ กระเทียมปอกเสร็จหรือยัง?"
"...ยัง" ซ่งเจียมู่ที่นั่งยองๆ ปอกกระเทียมอยู่ที่พื้นตอบเสียงอ่อย
หลี่หยวนตั้งกระทะใส่น้ำมัน หยิบสเต๊กเนื้อขึ้นมาอย่างมาดมั่น เมื่อคืนเธอศึกษาคลิปสอนทำอาหารในติ๊กต็อกมาอย่างดี รับรองว่าสองพ่อลูกกินแล้วต้องติดใจจนลืมไม่ลง
"คุณออกไปรอข้างนอกไป เกะกะ"
"ผมไม่ดูแล้วไม่วางใจ..." พ่อพูด
"หืม?"
"ผมหมายถึง กลัวน้ำมันกระเด็นใส่คุณน่ะ"
"อย่ามาดูถูกกันนะ"
หลี่หยวนวางชิ้นเนื้อลงในกระทะ เสียงฉ่าดังลั่น
"เป็นไง ทอดได้ที่แล้วใช่ไหมล่ะ?" เธอถามอย่างภูมิใจ
"สุดยอด" ซ่งฉือเอ่ยชม "การทอดสเต๊กมีอยู่สามวิธี คือทอดแบบมั่วๆ ทอดแบบรีบๆ แล้วก็ทอดแบบมั่นหน้า หยวนหยวนของคุณนี่คือการรวมเอาทั้งสามวิธีเข้าด้วยกันจนถึงขั้นสูงสุดเลยนะ"
"ทอดแบบมั่วซั่วตั้วเหลง?" ซ่งเจียมู่ที่นั่งปอกกระเทียมอยู่แทรกขึ้นมา
"..."
"..."
ค่ำคืนนี้คงไม่สงบสุขซะแล้ว
(จบแล้ว)