- หน้าแรก
- อยากเป็นบอสหน้าเลือด ไหงกลายเป็นพ่อพระแห่งวงการไปได้
- บทที่ 7: การพบเจอเฉียวเซียโดยบังเอิญ
บทที่ 7: การพบเจอเฉียวเซียโดยบังเอิญ
บทที่ 7: การพบเจอเฉียวเซียโดยบังเอิญ
บทที่ 7: การพบเจอเฉียวเซียโดยบังเอิญ
หลังจากมาถึง 'อู่ฟู่พลาซ่า' หานจิง ส่งข้อความหา ถานซือ ก่อนจะแวะร้านชานมใกล้ๆ เพื่อซื้อเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว
จากนั้นเขาหาที่ร่มๆ ยืนรอเธอเลิกงาน
จนกระทั่งเวลา 18.20 น. หานจิงถึงได้รับสายจากถานซือ และได้พบกับคู่เดตของเขา
ถานซือหน้าตาจัดว่าดูดีทีเดียว ในชุดกางเกงยีนส์ขาสั้นคู่กับเสื้อยืดลายทาง ให้ความรู้สึกสดใสตามวัยสาว
หานจิงเดินเข้าไปหาถานซือแล้วยื่นชานมให้ "คุณคงเป็นถานซือสินะครับ อากาศร้อน ดื่มชานมสักแก้วนะครับ"
"ขอบคุณค่ะ" ถานซือรับชานมไป
คนแปลกหน้าสองคนที่มานัดบอดกันย่อมรู้สึกเกร็งเป็นธรรมดา
ในฐานะผู้ชาย หานจิงต้องเป็นฝ่ายรุกก่อน "ผมจองร้านอาหารไว้ที่ 'แวนด้าพลาซ่า' เราไปทานมื้อเย็นกันก่อนดีไหมครับ?"
ถานซือพยักหน้า "โอเคค่ะ เราจะไปกันยังไงคะ?"
หานจิงชี้ไปที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเก่าๆ ไม่ไกลนัก "ผมขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามาครับ"
แววตาดูถูกฉายวาบในดวงตาของถานซือ "เรานั่งแท็กซี่ไปกันดีกว่าไหมคะ? ฉันเห็นคุณมีหมวกกันน็อกแค่ใบเดียว"
"ผมมีสองใบครับ อีกใบอยู่ใต้เบาะ" หานจิงพาถานซือไปที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เปิดเบาะขึ้น ด้านในมีหมวกกันน็อกสภาพใหม่ 80% วางอยู่
หานจิงได้หมวกกันน็อกทั้งสองใบมาตอนต่อรองราคากับเจ้าของร้านตอนซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เรียกว่าครึ่งขายครึ่งแถม
แม้จะรู้สึกรังเกียจเล็กน้อย แต่ถานซือไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า เธอรับหมวกกันน็อกจางหานจิงมาสวม
ร้านอาหารที่ เฟิงเว่ย จองให้หานจิงเป็นร้านอาหารหูหนาน
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรกันเลย จนกระทั่งมาถึงร้านอาหารที่จองไว้
หานจิงรับเมนูจากพนักงานเสิร์ฟแล้วยื่นให้ถานซือ "ผมไม่รู้ว่าคุณชอบรสชาติแบบไหน เลยยังไม่ได้สั่งอาหารไว้ครับ"
ถานซือรับเมนูไป สั่งอาหารราคาปานกลางมาสามอย่าง แล้วส่งคืนให้หานจิง
หานจิงกลัวฝ่ายหญิงจะหาว่าเขาขี้เหนียว เลยสั่งเพิ่มอีกสองอย่าง
หลังจากพนักงานเสิร์ฟเดินออกไป ถานซือเงยหน้ามองหานจิง "คุณทำงานอะไรคะ?"
"จะเรียกว่าทำด้านการลงทุนก็ได้ครับ" หานจิงรู้ดีอยู่แล้วว่าถานซือจะต้องถามคำถามพวกนี้และเตรียมคำตอบไว้แล้ว
หานจิงไม่ได้ชอบถานซือในฐานะคู่เดต แต่ก็ไม่ได้รังเกียจเธอ
ถ้าไปกันได้ ก็ถือว่ามีคำตอบให้ทางบ้าน
ถ้าไปกันไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร
เมื่อเขารวยขึ้นในภายหลัง เขาย่อมหาคนที่ดีกว่านี้ได้
ได้ยินหานจิงบอกว่าทำด้านการลงทุน สีหน้าประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของถานซือ
"ทำไมฉันได้ยินมาว่าเมื่อก่อนคุณทำฝ่ายขายคะ?"
หานจิงกล่าว "ผมเพิ่งเข้ามาในวงการนี้ได้ไม่นาน เลยยังไม่ได้บอกที่บ้านครับ"
ถานซือถามจี้ "แล้วเงินเดือนคุณเท่าไหร่คะ?"
"เงินเดือนพื้นฐานหนึ่งพันบวกค่าคอมมิชชันครับ" หานจิงรู้สึกว่าตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรจากพนักงานกินเงินเดือน
คนอื่นทำงานให้คนจริงๆ ในขณะที่หานจิงทำงานให้ระบบ
ข้อดีอย่างเดียวคือเวลาทำงานยืดหยุ่น และไม่มีใครกล้าวิจารณ์งานของเขา
"น้อยขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" ถานซือผิดหวังเล็กน้อย เธอคิดว่าคนทำงานด้านการลงทุนจะมีเงินเดือนสูงมาก
สิ่งนี้ทำให้ความสนใจในตัวหานจิงลดลงอย่างมาก
จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ไม่หวังจะหาแฟนรวยหรือหาเงินเก่ง?
รู้สึกถึงความผิดหวังของถานซือ หานจิงยังคงพยายามต่อ "เดือนหน้าเงินเดือนพื้นฐานของผมจะเพิ่มเป็นสองพันครับ"
เงินทุนของบริษัททะลุสิบเอ็ดล้านไปแล้ว และเดือนหน้าคาดว่าระบบจะอัปเกรดเป็นเลเวลสองแน่นอน
นั่นหมายความว่าระบบจะให้เงินเดือนพื้นฐานหานจิงสองพันหยวน
ถานซือพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าไม่เปลี่ยน
สองพันหยวนคงไม่พอเลี้ยงตัวเอง นับประสาอะไรกับเลี้ยงเธอ
เห็นดังนั้น หานจิงยิ้มอย่างจนใจ ในสังคมนี้จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ไม่ให้ความสำคัญกับฐานะทางการเงินของผู้ชาย?
บางทีรักแท้อาจมีอยู่จริงในโลกนี้ แต่หานจิงไม่เชื่ออีกแล้วว่าความรักเช่นนั้นจะมาถึงตัวเขา
เขาอายุยี่สิบหกแล้ว ถึงเวลาต้องเป็นผู้ใหญ่เสียที
ทันใดนั้น พนักงานเสิร์ฟก็นำอาหารมาเสิร์ฟ ทำลายบรรยากาศที่ค่อนข้างน่าอึดอัดระหว่างพวกเขา
หานจิงยิ้มและชวนถานซือทานอาหาร
หลังจากทานไปได้ไม่กี่คำ ถานซือก็ถามอีกครั้ง "คุณมีแผนสำหรับอนาคตไหมคะ? คิดจะซื้อบ้านใน 'ซิงเฉิง' (เมืองซิง) ไหม?"
"ไม่มีแผนอะไรมากครับ แค่อยากตั้งใจทำงานหาเงินให้ได้เยอะๆ" หานจิงตอบอย่างขอไปที
หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาไม่ได้คาดหวังอะไรกับถานซือมากนัก
ในเมื่อความสัมพันธ์ต้องหล่อเลี้ยงด้วยเงิน ทำไมไม่หาคนที่เด็กและสวยกว่านี้ล่ะ?
หานจิงเชื่อว่าอีกสักปีสองปี เมื่อเลเวลของระบบเพิ่มขึ้น เขาจะต้องรวยมากแน่ๆ
หลังมื้ออาหาร หานจิงเดินไปที่แคชเชียร์เพื่อจ่ายเงิน
ที่น่าประหลาดใจคือ หานจิงรู้จักแคชเชียร์คนนั้น เธอคือ เฉียวเซีย ดาวมหาวิทยาลัยที่หานจิงเคยขับรถชนเมื่อไม่นานมานี้
"คุณเฉียว ทำไมมาทำงานเป็นแคชเชียร์ที่นี่ล่ะครับ?"
เฉียวเซียเม้มริมฝีปากยิ้ม "ร้านนี้อาของฉันเปิดเองค่ะ พอดีช่วงปิดเทอมหน้าร้อนฉันว่างๆ เลยมาช่วยงาน"
หานจิงเข้าใจทันที เขาเคยสงสัยว่าทำไมคนที่ขับ BMW ถึงมาทำงานเป็นแคชเชียร์ ที่แท้ก็เป็นร้านของครอบครัวเธอนี่เอง
เฉียวเซียชำเลืองมองถานซือที่อยู่ไม่ไกลแล้วถามด้วยความสงสัย "นั่นแฟนคุณเหรอคะ?"
หานจิงยิ้มแห้งๆ "คู่เดตที่ทางบ้านแนะนำให้ครับ"
"มิน่าล่ะ ดูไม่เหมือนคู่รักกันเลย" เฉียวเซียจำหานจิงได้ตอนที่เขาเดินเข้ามาในร้านพร้อมถานซือ
เธอเลยอดไม่ได้ที่จะคอยสังเกต
หานจิงหัวเราะเบาๆ "โต๊ะผมเท่าไหร่ครับ?"
เฉียวเซียหยิบบิลขึ้นมาดูแวบหนึ่งแล้วบอก "สามร้อยหกหยวนค่ะ คิดแค่สามร้อยถ้วนพอ"
หานจิงจ่ายเงินผ่านมือถือ
จากนั้นเขาค้นหาบัญชีแอปพลิเคชันหนึ่งของเฉียวเซีย แล้วโอนเงินให้เธอห้าร้อยหยวน
"คราวที่แล้วที่ผมชนรถคุณ ผมยังติดเงินคุณอยู่ห้าร้อยหยวน วันนี้แม่โอนเงินมาให้พอดี เลยถือโอกาสคืนให้ครับ"
เฉียวเซียส่งซองอั่งเปานั้นคืนให้หานจิง "นี่เงินที่แม่คุณโอนมาให้สำหรับเดต เก็บไว้ก่อนเถอะค่ะ เผื่อเดตล่มจะได้มีใช้"
"อีกอย่าง ฉันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินห้าร้อยหยวนนี่ ไว้คุณมีเงินคล่องมือกว่านี้ค่อยคืนก็ได้ค่ะ"
"เอ๊ะ? นี่..." หานจิงประหลาดใจมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอผู้หญิงใจดีขนาดนี้
เฉียวเซียยิ้มกว้าง "ถ้าอยากขอบคุณฉัน ไว้มีเงินเมื่อไหร่ค่อยเลี้ยงข้าวฉันสักมื้อก็พอค่ะ"
มองดูเฉียวเซียที่ยิ้มแย้ม นัยน์ตาของหานจิงเหม่อลอยเล็กน้อย
ครั้งล่าสุดที่เจอเฉียวเซีย เขาแค่คิดว่าเธอสวย แต่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น
แต่ตอนนี้ หานจิงตกหลุมรักเฉียวเซียเข้าอย่างจัง
ถ้าไม่ได้ระบบมา หานจิงคงไม่กล้าจีบสาวระดับเฉียวเซียแน่ ต่อให้ชอบแค่ไหนก็ตาม
แต่ตอนนี้มีระบบ หานจิงมั่นใจในตัวเองมากกว่าผู้ชายส่วนใหญ่อย่างแน่นอน
"ตกลงครับ ไว้เงินเดือนออกเดือนหน้า ผมเลี้ยงข้าวคุณแน่นอน"