เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ

ตอนที่ 16 ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ

ตอนที่ 16 ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ


ประตูสำนักถามเซียนช่างใหญ่โตจนน่าตกใจ!

กอปรกับไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามายุ่งกับหลิงเฟิงศิษย์จากยอดเขาไผ่น้อย ดังนั้นหลิงเฟิงจึงเดินลัดเลาะอยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างโอ่อ่าอยู่ครึ่งค่อนวัน กว่าจะหาตำแหน่งของหอคัมภีร์พบ

เขามิทราบเลยว่า หยางเว่ยผู้นำยอดเขาดาวตกได้ออกคำสั่งห้ามมิให้เขารับทรัพยากรใดๆ ของสำนักแล้ว

หลิงเฟิงเดินมาถึงเบื้องหน้าหอสูงสามชั้นบานหนึ่ง ป้ายประตูแขวนตัวอักษร ‘หอคัมภีร์’ สามตัวไว้สูง รอบด้านจอแจอึกทึก มีศิษย์ในสำนักรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย

ศิษย์ในสำนักทุกคนสามารถยืมคัมภีร์เคล็ดวิชาและคัมภีร์วิทยายุทธ์ได้อย่างละหนึ่งเล่มทุกเดือน

ยามนี้เป็นช่วงต้นเดือน จึงเป็นช่วงที่มีศิษย์มายืมและเปลี่ยนคัมภีร์มากที่สุด หลิงเฟิงต่อแถวยาวเหยียด กระทั่งถึงตาเขาเข้าไปเลือกคัมภีร์ในหอคัมภีร์

“เจ้าชื่ออะไร เป็นศิษย์ยอดเขาใด สายใด”

ศิษย์ผู้รับผิดชอบดูแลหอคัมภีร์เหลือบมองหลิงเฟิงอย่างเกียจคร้าน เอ่ยถามตามระเบียบ

“ยอดเขาไผ่น้อย หลิงเฟิง” หลิงเฟิงตอบตามความจริง

“ยอด… ยอดเขาไผ่น้อยหรือ” ศิษย์ผู้ดูแลหอเบิกตาโพลง ลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที “เจ้าคือหลิงเฟิงผู้นั้นหรือ”

“โอ้ เจ้าจำข้าได้หรือ” หลิงเฟิงลูบสันจมูก คิดไม่ถึงว่าตนจะเป็น ‘คนดัง’ ในสำนักถามเซียน

“รีบไสหัวไปให้ข้า! หอคัมภีร์มิใช่สถานที่ที่เจ้าจะมาได้ เจ้าไม่มีคุณสมบัติยืมคัมภีร์ใดๆ ทั้งสิ้น!” สีหน้าของศิษย์ผู้ดูแลหอพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา

กระทั่งโบกมือเรียกศิษย์ผู้ดูแลหอคนอื่นๆ อีกหลายคน ล้อมหลิงเฟิงไว้จางๆ คล้ายกำลังเตือนเขาว่า หากไม่ไสหัวไปดีๆ จะต้องทำให้เขามีจุดจบไม่สวยแน่!

“ข้าก็เป็นศิษย์ในสำนัก เหตุใดจึงยืมคัมภีร์ในหอคัมภีร์มิได้เล่า” หลิงเฟิงส่งสายตาเย็นเยียบ จ้องศิษย์ผู้ดูแลหอผู้นั้นเขม็ง “ผู้ใดให้สิทธิ์เจ้า ถึงกับกล้าเมินกฎของสำนัก”

ศิษย์ผู้นั้นถูกสายตาของหลิงเฟิงมองจนใจสั่น พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

ตามกฎของศิษย์ในสำนัก ศิษย์ในสำนักทุกคนมีสิทธิ์ยืมคัมภีร์จากหอคัมภีร์จริงๆ ทว่าเขาเพิ่งได้รับคำสั่งจากยอดเขาดาวตกให้ห้ามเปิดหอคัมภีร์ให้หลิงเฟิง

นี่เป็นคำสั่งจากเบื้องบน เขาไหนเลยจะกล้าไม่ทำตาม

“หึ คำพูดของข้าผู้เฒ่าคือสิทธิ์!”

ขณะนั้นเอง ชายชราเคราผมขาวโพลนผู้หนึ่งพลันเดินออกมาจากหอคัมภีร์อย่างช้าๆ คนผู้นี้คือผู้อาวุโสผู้ดูแลหอคัมภีร์ แม้จะมิได้โดดเด่นเทียมเท่าผู้นำยอดเขาแต่ละยอด ทว่าก็เป็นผู้อาวุโสผู้กุมอำนาจที่แท้จริงในสำนักถามเซียน

ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ดูคล้ายฝีเท้าเนิบนาบ แต่เพียงพริบตาไม่กี่ครั้งก็เดินมาถึงเบื้องหน้าหลิงเฟิงแล้ว

“คารวะผู้อาวุโส!”

ศิษย์ผู้ดูแลหอและศิษย์คนอื่นๆ ที่มาเพื่อยืมคัมภีร์พากันน้อมกายคารวะ ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอผู้นี้เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตรวมเส้นชีพจร ทั้งยังมีอาวุโสสูงยิ่ง ต่อให้เป็นเจ้าสำนักมายังต้องเรียกเขาว่าอาจารย์อา

ชายชราผู้นั้นหรี่ตาลง จ้องหลิงเฟิงเขม็ง กล่าวเสียงเย็นชา “เจ้าหนู ข้าผู้เฒ่าขอเตือนเจ้าว่ากลับไปเสียดีๆ อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย”

“ท่านคือผู้อาวุโสหรือ” หลิงเฟิงเงยหน้าขึ้น สบสายตาผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ มุมปากยกเป็นรอยโค้ง “หรือว่าในฐานะผู้อาวุโส สามารถเมินเฉยต่อกฎที่บรรพชนของสำนักถามเซียนตั้งไว้ได้”

“ปากดี! เจ้ามีคุณสมบัติมาสงสัยข้าผู้เฒ่าหรือ” ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอหน้าเครียดลง เขามักสนิทสนมกับหยางเว่ยแห่งยอดเขาดาวตก เมื่อหยางเว่ยต้องการกดขี่เด็กรุ่นหลังผู้นี้ เขาย่อมยินดีขายน้ำใจให้

“ข้าเป็นศิษย์สำนักถามเซียน เหตุใดจึงไม่มีคุณสมบัติเล่า” หลิงเฟิงยืนหยัดอย่างทะนงองอาจ เผชิญหน้าผู้อาวุโสผู้ดูแลหอโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

“ดี ดี ดี เจ้าช่างกล้าหาญนัก!” ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอสะบัดแขนเสื้อครั้งใหญ่ “คนอยู่ไหน ลากเจ้าเด็กเหลือขอนี่ออกไปให้ข้า หักขาทั้งสองข้างของมันเสีย ดูซิว่าภายหน้ายังจะกล้าต่อปากต่อคำกับข้าผู้เฒ่าอีกหรือไม่”

“ขอรับ!” ศิษย์ผู้ดูแลหอเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้า พวกเขาเข้าร่วมสำนักถามเซียนมาหลายปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นคนไม่กลัวตายเช่นนี้มาก่อน กล้าล่วงเกินกระทั่งผู้อาวุโส ช่างมีชีวิตอยู่จนเบื่อแล้วจริงๆ

“ข้าอยากเห็นนักว่าผู้ใดกล้า” หลิงเฟิงแค่นเสียงเย็นชา ควักป้ายคำสั่งออกมาจากอก “ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ ท่านดูนี่คือสิ่งใด”

เดิมผู้อาวุโสผู้ดูแลหอสะบัดแขนเสื้อจากไปแล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงเฟิงก็อดหันกลับไปมองไม่ได้

พบว่าในมือหลิงเฟิงมีป้ายหยกขนาดเท่าฝ่ามือแผ่นหนึ่ง บนนั้นสลักอักษร ‘เซียน’ ตัวหนึ่ง ที่แท้คือป้ายหยกเจ้าสำนักของสำนักถามเซียนนั่นเอง!

“อะไรนะ!” รูม่านตาของผู้อาวุโสผู้ดูแลหอหดตัววูบ หมุนตัวกลับมาทันที “ป้ายหยกเจ้าสำนักหรือ ในมือเจ้ามีป้ายหยกเจ้าสำนักได้อย่างไร”

ศิษย์โดยรอบตกใจจนตะลึงงันไปแล้ว ป้ายหยกเจ้าสำนักหมายความว่าอะไร

หมายถึงบารมีของผู้เป็นประมุขแห่งสำนัก!

ในชั่วพริบตา ไหนเลยจะยังมีผู้ใดกล้าไปหักขาสองข้างของหลิงเฟิง แต่ละคนอึ้งงันอยู่กับที่ มองผู้อาวุโสผู้ดูแลหอที มองหลิงเฟิงที ไม่ทราบว่าควรทำเช่นไรดี

“นับว่าท่านยังพอมีสายตาอยู่บ้าง!” หลิงเฟิงลอบบีบเหงื่อเย็นในใจ คิดไม่ถึงว่าป้ายคำสั่งเจ้าสำนักจะใช้ได้ผลจริงๆ ถึงกับข่มผู้อาวุโสผู้ดูแลหอได้

“หึ ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว!” ผู้อาวุโสผู้ดูแลหออึ้งงันไปครู่หนึ่งก็พลันได้สติ “เป็นตวนมู่ชิงซาน ไอ้เฒ่าสารเลวนั่นที่มอบป้ายคำสั่งให้เจ้าใช่หรือไม่”

“ตวนมู่ชิงซานเป็นอาจารย์ข้าแล้ว เขามอบของให้ข้า มีปัญหาอันใดหรือ” หลิงเฟิงกุมป้ายคำสั่งไว้ แค่นเสียงเย็นชา “ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ ท่านเห็นป้ายคำสั่งเจ้าสำนัก ยังไม่คุกเข่าอีกหรือ”

“ฮ่าๆๆๆ!” ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอผู้นั้นพลันหัวเราะลั่นฟ้า “เจ้าหนู ป้ายหยกเจ้าสำนักนี้อยู่ในมือของตวนมู่ชิงซานอาจพอมีบารมีอยู่บ้าง แต่เจ้าเป็นเพียงเจ้าเด็กเหลือขอที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ต่อให้ถือป้ายหยกเจ้าสำนักจะมีประโยชน์อันใด”

ในดวงตาของผู้อาวุโสผู้ดูแลหอส่องประกายร้อนแรง “ป้ายคำสั่งนี้อยู่ในมือตวนมู่ชิงซาน ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าไปช่วงชิง ทว่าอยู่ในมือเจ้าน่ะหรือ!”

กล่าวจบ ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอมองหลิงเฟิงอย่างไม่หวังดี ยื่นมือข้างหนึ่งออกไป พลังอันน่าสะพรึงระลอกหนึ่งพลันปกคลุมทั่วร่างหลิงเฟิง กดดันจนเขาแทบหายใจไม่ออก

“ตวนมู่ชิงซานไอ้ปีศาจเฒ่านั่น ฉลาดมาทั้งชีวิตกลับโง่เง่าไปชั่วขณะ หึๆๆ ป้ายหยกเจ้าสำนักนี้สมควรคืนให้เจ้าสำนักได้แล้ว!”

ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอหัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมา คว้ามือในอากาศครั้งหนึ่ง หลิงเฟิงพลันถูกพลังดูดกลืนอันน่าสะพรึงจับไว้ พุ่งลอยไปยังผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ

“ไม่ดีแล้ว!” หลิงเฟิงลอบร้องทุกข์ในใจ จริงดังที่ตนคาดการณ์ไว้ ป้ายคำสั่งนี้แม้จะหมายถึงบารมีอันสูงสุด แต่หากไม่มีกำลังรักษาก็ไร้ประโยชน์

ขณะที่หลิงเฟิงคิดว่าป้ายคำสั่งกำลังจะถูกช่วงชิงไปนั้นเอง ป้ายหยกก็ส่องประกายสลัววาบออกมาโดยพลัน ปราณกระบี่อันคมกริบสายหนึ่งคล้ายแหวกผ่านห้วงมิติอันห่างไกล ทะลวงออกมาจากความว่างเปล่า ยิงพุ่งใส่ฝ่ามือของผู้อาวุโสผู้ดูแลหออย่างรุนแรง

“อ๊า!”

ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอร้องอย่างน่าอนาถ พลังดูดกลืนนั้นพลันสลายไปสิ้น หลิงเฟิงถอนหายใจโล่งอก กุมป้ายคำสั่งไว้ หัวใจที่หวาดผวาเพิ่งจะสงบลง

“ผู้อาวุโส!” ศิษย์โดยรอบรีบเข้ามาประคองผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ พบว่าเขามองหลิงเฟิงอย่างตกใจระคนสงสัย บนหน้าผากมีเหงื่อเย็นไหลโซม

“หวงเสวียนหลิง ครั้งนี้เป็นเพียงการลงโทษเล็กน้อย หลิงเฟิงเป็นศิษย์ของข้าผู้เฒ่า หากเจ้ากล้ารังแกคนอ่อนแอ ไม่เห็นข้าผู้เฒ่าอยู่ในสายตา เจ้าลองดูผลลัพธ์ที่จะตามมาได้เลย!”

ในป้ายหยกเจ้าสำนักปรากฏเสียงไร้อารมณ์ของตวนมู่ชิงซานดังขึ้น เสียงดังกึกก้องราวอสุนีบาตฟาดผ่านหู ทำเอาศิษย์โดยรอบหวาดผวาจนอกสั่นขวัญแขวน

ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอกุมฝ่ามือตนเองไว้ บนนั้นมีรูขนาดเท่าไข่ไก่รูหนึ่ง เนื้อฉีกขาดเลือดสาดกระเซ็น

“ศิษย์ผู้ดูแลหอทุกคนฟังไว้ ภายหน้าหลิงเฟิงสามารถมาที่หอคัมภีร์เพื่อยืมคัมภีร์ได้ตามใจชอบ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น!”

กล่าวจบ ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอก็หน้าดำคล้ำ เก็บแขนที่ได้รับบาดเจ็บเข้าแขนเสื้อ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป ไหนเลยจะยังกล้าสร้างความลำบากให้หลิงเฟิงอีก

จบบทที่ ตอนที่ 16 ผู้อาวุโสผู้ดูแลหอ

คัดลอกลิงก์แล้ว