เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 อาจารย์ลงมือ!

ตอนที่ 11 อาจารย์ลงมือ!

ตอนที่ 11 อาจารย์ลงมือ!


ยามพลบค่ำ

หลิงเฟิงฝังเข็มให้ตวนมู่ชิงซานแล้ว ช่วยระงับอาการบาดเจ็บเร้นลับในร่างเขาชั่วคราวเพื่อให้ไม่ถึงขั้นจะปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ

แต่หากต้องการรักษาอาการบาดเจ็บเร้นลับของเขาให้หายขาด ทำได้เพียงใช้ยาเป็นตัวช่วย

นี่ล้วนเป็นเรื่องที่รีบไม่ได้ แต่ภายใต้การรักษาของหลิงเฟิง สีหน้าของตวนมู่ชิงซานก็ดีขึ้นมากแล้ว

หลังเก็บรวบรวมสมุนไพรได้มากพอ หลิงเฟิงก็เริ่มฝึกฝนวิทยายุทธ์ที่คัดลอกมาได้ด้วยเนตรวิถีสวรรค์วันนี้ในลานบ้าน ทั้งกรงเล็บวายุทมิฬและก้าวเมฆาไล่ล่า

แม้จะไม่ใช่วิทยายุทธ์ที่ยอดเยี่ยมอันใด แต่ก่อนหน้านี้หลิงเฟิงไม่เคยเรียนวิทยายุทธ์ใดๆ วิทยายุทธ์ที่เชี่ยวชาญในตอนนี้ก็มีเพียงสองวิชานี้เท่านั้น

พรุ่งนี้ยังจะมีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ามาหาอีก หากเชี่ยวชาญวิทยายุทธ์สักหนึ่งหรือสองอย่าง อย่างน้อยก็จะไม่ไร้ซึ่งพลังตอบโต้

ถึงอย่างไร หากพบสถานการณ์ที่ปราณวิญญาณถูกกดทับ เกรงว่าวิทยายุทธ์ที่คัดลอกมาได้ชั่วคราวจะทำได้เพียงตกเป็นเป้าให้ผู้อื่นตีเท่านั้น

หลิงเฟิงฝึกฝนไปจนดึกสงัดจึงค่อยกลับไปยังเรือนไผ่ของตน เริ่มใช้เวลาสามสิบลมหายใจที่เปิดเนตรวิถีมนุษย์ได้ สัมผัสถึงปราณฟ้าดินอันมหาศาลที่รวบรวมมายังร่างกายของตน พลังปราณในร่างก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

…...

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลิงเฟิงตื่นแต่เช้า ยามอรุณรุ่งสาดส่อง เขาก็ไปยังสวนยาที่อยู่ด้านหลังเรือนไม้ของตวนมู่ชิงซาน

ในฐานะแพทย์คนหนึ่ง ตวนมู่ชิงซานถูกผนึกอยู่ที่ยอดเขาไผ่น้อยมาสิบกว่าปีย่อมต้องปลูกสวนสมุนไพรวิญญาณของตนขึ้นมา

หลิงเฟิงหยิบกระบอกไม้ไผ่ออกมา วุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนชั่วยามเพื่อเก็บน้ำค้างยามเช้า นี่ก็เป็นยาชักนำอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยคลี่คลายอาการบาดเจ็บเร้นลับในร่างของตวนมู่ชิงซาน

ในเรือนไม้ไผ่ ตวนมู่ชิงซานเอนกายพิงราวบันได พึมพำกับตนเองว่า “เด็กคนนี้…”

หลิงเฟิงเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ถอนหายใจยาว เก็บกระบอกไม้ไผ่เข้าอก ขณะกำลังจะกลับห้องก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกเรือนไผ่

“หึๆ ข้าล่ะอยากดูว่า เป็นผู้ใดกันที่กล้าตีศิษย์ของยอดเขาดาวตก!”

“ศิษย์พี่สือ ท่านต้องล้างแค้นให้พวกเรานะขอรับ!”

ขณะกล่าว คนหลายคนก็หยุดอยู่นอกเรือนไผ่แล้ว หนึ่งในนั้นคือเหรินอี้เฟยที่ถูกตีจนหนีไปเมื่อวาน ส่วนผู้เป็นหัวหน้ากลับเปลี่ยนเป็นบุรุษหน้าสี่เหลี่ยมร่างสูงใหญ่กล้ามเนื้อกำยำ

บุรุษหน้าสี่เหลี่ยมคิ้วขมวดเป็นอักษรแปดกลับด้าน ยืนประสานมืออยู่ด้านนอกเรือนไผ่ กล่าวอย่างอวดดี

“เด็กน้อย เมื่อวานคือเจ้าที่ตีเหรินอี้เฟยหรือ”

หลิงเฟิงดวงตาหรี่เล็กน้อย ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้มาไม่ดี

“ตีแล้วก็ตีแล้ว เจ้าจะทำไม” หลิงเฟิงกำหมัดแน่น มองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง

บรรยากาศของคนผู้นี้แตกต่างจากพวกเหรินอี้เฟยโดยสิ้นเชิง ทั้งร่างมีกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกยอดฝีมือที่ผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน

คนเช่นนี้ ผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมามากเกินไป ทั้งปราณวิญญาณและวิทยายุทธ์ล้วนถูกขัดเกลาจนกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว หากต้องการรับมือคนเช่นนี้ ...ยาก!

“เด็กน้อยบ้าบิ่นยิ่งนัก!” สือไท่หลงมองหลิงเฟิงอย่างเย็นชา ราวกับอสรพิษเย็นยะเยือกตัวหนึ่ง “ความบ้าบิ่น ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทน!”

กล่าวยังไม่ทันจบ สือไท่หลงก็โถมตัวมาข้างหน้า ก้าวออกไปหนึ่งก้าวราวกับพยัคฆ์ร้ายลงจากเขา

เป็นก้าวเมฆาไล่ล่าเช่นกัน แต่ความเร็วของสือไท่หลงกลับเร็วกว่าเหรินอี้เฟยผู้นั้นหลายเท่า!

ลมแรงพุ่งปะทะหน้า!

กล้ามเนื้อทั่วร่างของสือไท่หลงเกร็งแน่น ระเบิดพลังที่ทำให้ใจสั่นออกมา

“ตายเสีย!”

สือไท่หลงลงมือโหดเหี้ยมยิ่งนัก กรงเล็บหนึ่งกวาดออกไปหมายคว้าคอหอยของหลิงเฟิงโดยตรง

หลิงเฟิงตอบสนองไม่ช้าเช่นกัน ใช้ก้าวเมฆาไล่ล่าถอยหลัง เปิดเนตรวิถีสวรรค์คิดคัดลอกวิทยายุทธ์ของสือไท่หลง

“หึๆ ก้าวเมฆาไล่ล่างั้นหรือ เจ้าใช้ได้เชื่องช้าราวกับเต่าคลานจริงๆ!”

สือไท่หลงหัวเราะอย่างประหลาดใจ กรงเล็บหนึ่งฉีกกระชากลงมา พลังปราณสายหนึ่งไหลออกจากปลายนิ้ว นิ้วทั้งห้าราวกับมีดเหล็กห้าเล่ม ฉีกกระชากมายังอกของหลิงเฟิง

หลิงเฟิงเปลือกตากระตุกอย่างแรง รูปแบบปราณวิญญาณที่ปล่อยออกมาภายนอกเช่นนี้คล้ายกับปีกแห่งปราณ หากไม่มีปราณวิญญาณที่ลึกซึ้งและกลั่นกรองมาย่อมมิอาจทำถึงขั้นนี้ได้เป็นแน่

“คุกเข่าลงให้ข้าเสีย!”

สือไท่หลงพบว่าหลิงเฟิงเป็นเพียงรวบรวมปราณขั้นที่สาม เมื่อปราณวิญญาณปะทุขึ้นก็ผนึกหนทางถอยของหลิงเฟิงทั้งหมดทันที

“แย่แล้ว!” หลิงเฟิงกำหมัดแน่น ตนมิใช่คู่ต่อสู้ของสือไท่หลงเลยแม้แต่น้อย เว้นเสียแต่ว่า จะใช้เข็มทองแทงจุดร้อยบรรจบบนศีรษะเพื่อเปิดดวงตาที่สาม!

แต่หากเปิดดวงตาที่สามที่นี่ เกรงว่าสำนักถามเซียนจะไม่มีที่ให้ตนยืนอีก

ขณะที่หลิงเฟิงจนปัญญา กำลังจะถูกสือไท่หลงคว้าคออยู่นั้น…

“ไปให้พ้น!”

กล่าวช้า แต่ความจริงเร็ว!

ในเรือนไม้ไผ่พลันระเบิดเสียงคำรามอันน่าตกใจออกมา จากนั้นจึงเป็นพลังปราณอันบ้าคลั่งที่ปะทุขึ้น

เงาร่างสีเขียววูบวาบ ตวนมู่ชิงซานพลันบินออกจากเรือนไม้ไผ่ ลงมายืนข้างกายหลิงเฟิง

พลังปราณไร้สภาพระเบิดออกมาจากร่างของเขา ร่างกายของสือไท่หลงผู้นั้นพลันควบคุมไม่อยู่ ถูกกระแทกจนปลิวออกไปโดยตรง เลือดพุ่งออกจากปากอย่างบ้าคลั่ง!

“ร้ายกาจยิ่งนัก!”

ในดวงตาของหลิงเฟิงเจือแววตื่นเต้น อาจารย์ของตนแข็งแกร่งจนน่ากลัวจริงๆ!

เขาเพียงยืนอยู่ที่เดิม ยังไม่ลงมือ แค่อาศัยพลังก็กระแทกสือไท่หลงจนปลิวออกไปได้แล้ว

ตวนมู่ชิงซานประสานมือยืน มองศิษย์ยอดเขาดาวตกหลายคนที่อยู่นอกลานบ้านอย่างเย็นชา กล่าวเสียงเย็นเยียบ “พวกเจ้า กล้าแตะต้องศิษย์ของข้าตวนมู่ชิงซานหรือ”

เหรินอี้เฟยขาอ่อนยวบ เสียง ‘พลั่ก’ ดังขึ้นครั้งหนึ่ง ล้มลงกับพื้น

พลังปราณของตวนมู่ชิงซานน่ากลัวเกินไปแล้ว มิใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์รวบรวมปราณน้อยๆ อย่างพวกเขาจะรับไหว

“ข้าไม่ลงมือหลายวัน เหตุใดกัน หรือเจ้าหยางเว่ยคนไร้ประโยชน์นั่นจะลืมความร้ายกาจของข้าไปแล้ว”

เสียงเย็นยะเยือกของตวนมู่ชิงซานค่อยๆ ดังออกมา แต่กลับทำให้พวกสือไท่หลง เหรินอี้เฟยราวกับตกลงไปในห้องน้ำแข็ง

ในใจหลิงเฟิงเกิดความรู้สึกร้อนระอุ เมื่อใดกัน ตนจึงจะแข็งแกร่งได้เช่นเดียวกับตวนมู่ชิงซาน สามารถเรียกผู้นำยอดเขาของสำนักถามเซียนว่าเป็น ‘คนไร้ประโยชน์’ ได้!

“อาจารย์ปู่ตวนมู่ ไว้…ไว้ชีวิตด้วยขอรับ!” สือไท่หลงกระอักเลือด คุกเข่าล้มลุกคลุกคลานอย่างเรียบร้อย ไม่เหลือท่าทีหยิ่งผยองเมื่อครู่ โขกศีรษะไม่หยุด

“ไว้ชีวิตด้วยขอรับ! ไว้ชีวิตด้วยขอรับ!”

“หึ พวกเจ้ายังไม่มีค่าพอให้ข้าสังหาร!” ตวนมู่ชิงซานสะบัดแขนเสื้อครั้งใหญ่ กล่าวเสียงเย็นชา “กลับไปบอกหยางเว่ย หลิงเฟิงเป็นศิษย์ที่ข้ารับแล้ว เขาจะแตะต้องขนของหลิงเฟิงแม้เพียงเส้นเดียว ก็ให้เขาไปคิดเอาเองว่าจะรับโทสะของข้าไหวหรือไม่!”

“ขอรับ! ขอรับ!”

สือไท่หลงราวกับได้รับอภัยโทษ ล้มลุกคลุกคลานหนีออกจากยอดเขาไผ่น้อย ส่วนศิษย์ยอดเขาดาวตกคนอื่นๆ ผู้ใดบ้างไม่ตกใจจนขี้ขึ้นสมอง วิ่งหนีเร็วยิ่งกว่าผู้ใด

“ขอบคุณอาจารย์ที่ลงมือช่วยเหลือขอรับ!” หลิงเฟิงหันกลับไปมองตวนมู่ชิงซาน เมื่อครู่หากมิใช่ว่าตวนมู่ชิงซานลงมือ สือไท่หลงผู้นั้นเกรงว่าจะเอาชีวิตตนจริงๆ

ความแค้นนี้ หลิงเฟิงจดจำไว้ในใจแล้ว

“เจ้าอย่าเพิ่งดีใจไป ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์ที่สอนด้วยตนเองก็เท่ากับสร้างปัญหาที่ไม่จบสิ้น” ตวนมู่ชิงซานตบบ่าหลิงเฟิง “เด็กน้อย นับจากวันนี้ไป ข้าจะถ่ายทอดวิชาลับทั้งหมดให้เจ้า!”

“ขอบคุณอาจารย์ขอรับ!”

หลิงเฟิงยินดียิ่ง ความสามารถของตวนมู่ชิงซานนั้น เขาเห็นด้วยตาตนเองแล้ว หากได้เรียนวิชาของตวนมู่ชิงซาน วันข้างหน้าต่อให้เป็นหยางเว่ย เขาก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา

การชิงคัมภีร์ฝังเข็มไท่เสวียนเล่มที่สองของท่านปู่เริ่มมีหวังแล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 11 อาจารย์ลงมือ!

คัดลอกลิงก์แล้ว