- หน้าแรก
- ตั้งใจล้างผลาญให้หมดตัว ไหงกลายเป็นคนรวยที่สุดในโลกซะงั้น
- ตอนที่ 28 ใส่ฉากแอ็กชันลงไปในหนังรักสักหน่อย
ตอนที่ 28 ใส่ฉากแอ็กชันลงไปในหนังรักสักหน่อย
ตอนที่ 28 ใส่ฉากแอ็กชันลงไปในหนังรักสักหน่อย
ตอนที่ 28 ใส่ฉากแอ็กชันลงไปในหนังรักสักหน่อย
กระแสความนิยมของละครเรื่อง "รักนิรันดร์ข้ามภพ" ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จางฟานจ้องมองหน้าจอระบบของเขาด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? ทำไมเงินมันถึงเพิ่มขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย?!”
ก่อนหน้านี้เขาให้เงินอวี่หย่าไปห้าร้อยล้าน บริจาคให้โรงพยาบาลอีกหนึ่งร้อยล้าน ส่วนเสี่ยวอู่กับหัวหน้าก็ได้ไปสามสิบล้าน แถมยังลงทุนทำละครทีวีไปอีกสิบล้านกว่า ตามหลักแล้วเขาควรจะเหลือเงินอยู่ประมาณหนึ่งพันแปดร้อยห้าสิบล้านสิ
แต่ทำไมตอนนี้ยอดเงินในระบบถึงกลายเป็นหนึ่งพันแปดร้อยแปดสิบล้านไปได้!!!
【ติ๊ง! คฤหาสน์ที่คุณซื้อมีการปรับตัวของราคาประเมินที่สูงขึ้น ราคาตลาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และถูกคำนวณรวมเข้ากับเงินทุนของระบบโดยอัตโนมัติ ยกเว้นในกรณีที่คุณมอบคฤหาสน์เหล่านี้ให้กับเทพธิดาที่ผูกมัดกับระบบ】
จางฟาน: “...”
เขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีลูกไม้นี้ซ่อนอยู่ ถ้าอย่างนั้นความพยายามทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมาของเขาก็สูญเปล่าน่ะสิ! แล้วถ้ามีกฎบ้าบอแบบนี้ ทำไมไม่บอกกันตั้งแต่แรกล่ะฟะ?!
【ติ๊ง! โฮสต์ไม่ได้ถาม】
จางฟาน: “...”
ช่างมันเถอะ ถือว่าเป็นบทเรียนก็แล้วกัน
แม้ครั้งนี้จะได้กำไรมา แต่ทิศทางโดยรวมถือว่าไม่ได้ผิดพลาด การพึ่งพาแค่ตัวเองใช้จ่ายเงินย่อมทำได้ไม่มากนัก แต่ถ้าทำในรูปแบบบริษัท มันก็จะต่างออกไป
ถึงรอบนี้จะกำไรมหาศาล แต่มันต้องมีวันที่ขาดทุนบ้างแหละน่า
พอคิดถึงเรื่องผลาญเงิน เขาก็รีบโทรเรียกเจียงถงออกมาทันที ผู้หญิงคนนี้เก็บไว้ไม่ได้แล้ว
เมื่อเห็นจางฟาน เจียงถงก็มีท่าทีดีใจเป็นอย่างมาก ความสำเร็จของ "รักนิรันดร์ข้ามภพ" ช่วยกู้ชื่อเสียงของเธอให้กลับมาโด่งดังอีกครั้ง นักแสดงที่เคยปฏิเสธเธอต่างพากันเสียดายและติดต่อกลับมาเพื่อขอร่วมงาน บริษัทมากมายต่างก็ยื่นข้อเสนอเชิญชวนเธอ
อย่างไรก็ตาม เจียงถงเชื่อมั่นว่าไม่มีใครเทียบจางฟานได้ และเธอยังคิดว่าเหตุผลที่ละครเรื่องนี้ดังเป็นพลุแตก ก็เป็นเพราะวิสัยทัศน์ของจางฟานล้วนๆ ดังนั้นเธอจึงปวารณาตัวขอภักดีต่อจางฟานอย่างไม่มีข้อแม้
“คุณชายจางคะ คุณมีบทละครเรื่องใหม่ไหมคะ?”
เจียงถงถามด้วยความตื่นเต้น
“เอ่อ... ไม่มีครับ”
ใครจะไปกล้าเขียนบทใหม่ออกมาอีก? แค่บทละครผีบอกที่อยู่ๆ ก็ดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาเรื่องเดียวก็แย่พอแล้ว ถ้าขืนเขียนออกมาอีกเรื่อง แล้วมันเกิดดังขึ้นมาอีกจะทำยังไง?
“คืออย่างนี้นะครับพี่เจียง ผมวางแผนจะตั้งแผนกภาพยนตร์ขึ้นมา เพื่อรับผิดชอบด้านการลงทุนสร้างหนังโดยเฉพาะ ในเมื่อพี่เข้ามาอยู่บริษัทเราแล้ว ผมเลยตั้งใจจะมอบหมายหน้าที่นี้ให้พี่ดูแล พี่คิดว่ายังไงครับ?”
เจียงถงประหลาดใจมาก เธอไม่คิดว่าจางฟานจะมอบโอกาสนี้ให้
เธอรีบปฏิเสธทันที “คุณชายจางคะ ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ! ฉันถนัดแค่ทำละครทีวี! ให้ไปทำหนังใหญ่ฉันไม่ไหวจริงๆ”
เธอพูดความจริง เมื่อหลายปีก่อนเธอเคยลองกำกับภาพยนตร์ แต่หนังเรื่องนั้นเจ๊งยับเยินขาดทุนป่นปี้ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็มุ่งมั่นทำแค่ละครทีวีมาตลอด
จางฟานคิดในใจ ก็เพราะพี่ไม่ถนัดนั่นแหละ ผมถึงต้องการ! ถ้าพี่เก่ง ผมจะมาหาพี่ทำไม!
เขาเคยไปเช็กดูในเน็ตแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าหนังเรื่องนั้นของเธอมันน่าเบื่อขั้นสุด ดูแล้วชวนหลับทันที
และด้วยเหตุผลนี้เอง เขาจึงตัดสินใจให้เจียงถงมารับผิดชอบบริษัทภาพยนตร์ ด้วยฝีมือระดับนี้ บริษัทไม่เจ๊งก็ให้มันรู้ไป!
“พี่เจียงครับ พี่ต้องมั่นใจในตัวเองหน่อยสิ อีกอย่างผมไม่ได้ให้พี่ไปถ่ายหนังเอง แต่ให้พี่บริหารบริษัท พี่แค่หาคนที่เหมาะสมมาทำก็พอ!”
“แต่ว่า ฉัน...”
“พี่เจียงครับ คนรอบตัวผมตอนนี้ไม่มีใครเลยจริงๆ มีแค่พี่คนเดียวที่จะช่วยผมได้ ผมขอร้องล่ะครับ!”
จางฟานพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจสุดซึ้ง
เจียงถงไม่ใช่คนอกตัญญู วินาทีนั้นเธอรู้สึกซาบซึ้งใจมาก เธอรู้ว่านี่คือข้ออ้างที่จางฟานใช้เพื่อตบรางวัลให้เธอ เพราะเธอทำละครออกมาได้ดี
คนระดับคุณชายจาง จะไม่มีคนเก่งๆ อยู่รอบกายได้ยังไง?
เธอคิดในใจว่า ในเมื่อจางฟานดีต่อเธอขนาดนี้ เธอจะต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อพัฒนาบริษัทให้เจริญรุ่งเรือง เพื่อตอบแทนคุณชายจางให้ได้!
“ตกลงค่ะคุณชายจาง วางใจมอบบริษัทให้ฉันดูแลได้เลย! ฉันจะสร้างผลงานให้คุณเห็นแน่นอน!” เจียงถงรับคำอย่างหนักแน่น
จางฟาน: “...”
ไม่ต้องทำขนาดน้านนน!
จางฟานรีบพูดดักคอ “เอ่อ... พี่เจียงครับ ไม่ต้องกดดันตัวเองขนาดนั้น ผมไม่ได้รีบร้อนอยากเห็นผลลัพธ์ สิ่งที่ผมต้องการคือกระบวนการ! ใช่ครับ กระบวนการ! หัวใจสำคัญคือคุณภาพของหนัง เอ่อ... คุณภาพต้องดีเยี่ยม อย่ากลัวที่จะใช้เงิน ผมน่ะไม่มีอะไรเลยนอกจากเงิน สิ่งที่ผมต้องการคือหนังคุณภาพระดับซูเปอร์พรีเมียม พี่เข้าใจไหมครับ?”
“เข้าใจค่ะ คุณชายจาง!”
“เยี่ยมมาก เอ่อ... ผมจะโอนเงินให้พี่ก่อนสามสิบล้าน พี่ไปจัดการเรื่องอาคารสำนักงานและเรื่องจุกจิกอื่นๆ เอาเองเลยนะ ผมจะไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวาย ยกเว้นเรื่องเดียวคือ... ห้ามกลัวเปลืองเงินเด็ดขาด ถ้าเงินไม่พอให้บอก ผมจะโอนเพิ่มให้ทันที!”
“รับทราบค่ะ!”
เจียงถงตอบรับด้วยสีหน้าจริงจัง
“โอเค งั้นแค่นี้แหละครับ พี่ไปทำงานเถอะ จำไว้นะครับ มีปัญหาอะไรอย่าปิดบัง ผมคือแบ็คอัพที่แข็งแกร่งของพี่!”
เจียงถงพยักหน้า ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
หลังจากนี้เธอคงมีงานยุ่งรออยู่เพียบ
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเจียงถงลับสายตาไป จางฟานก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็ส่งเธอไปพ้นๆ ได้สักที ต่อไปก็คือการหาผู้กำกับคนใหม่
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็เหมือนนึกอะไรออก แววตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนจะรีบเรียกแท็กซี่บึ่งกลับไปที่หอพัก
“โย่ เจ้าสาม กลับมาแล้วเหรอ ไม่เจอกันนานเลยนะ หายหัวไปไหนมาเนี่ย?”
พี่รองประจำหอพักที่กำลังนั่งโซ้ยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอ่ยทักด้วยความแปลกใจ
นี่คือพี่รองของหอพักพวกเขา สิงอวี้ปิน!
เขาเป็นพวกบ้าพลัง ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งโป๊กราวกับก้อนหิน สงสัยจะออกกำลังกายมากไปหน่อย สมองเลยกลายเป็นกล้ามเนื้อไปด้วย เรื่องเรียนนี่ห่วยบรม คะแนนสอบต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุดในห้อง สอบตกมันทุกปี ถ้าไม่ใช่เพราะที่บ้านพอมีเส้นสาย ป่านนี้คงโดนไล่ออกไปนานแล้ว
“พี่รอง คืออย่างงี้ ตอนนี้ผมมีเรื่องอยากให้พี่ช่วยหน่อยครับ!”
จางฟานพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“เรื่องอะไรล่ะ?”
“ผมอยากสร้างหนังครับ ตอนนี้ผมได้เงินทุนมาแล้ว ขาดแค่ผู้กำกับ ผมก็นึกถึงพี่รองเป็นคนแรกเลย ในบรรดาคนที่ผมรู้จัก พี่คือคนที่ฉลาดปราดเปรื่องที่สุดแล้ว!”
...นี่ฉันพูดอะไรออกไปวะเนี่ย?
“เจ้าสาม อย่ามาล้อเล่นน่า ไปหาคนอื่นเถอะ เรื่องแบบนี้ฉันทำไม่เป็นหรอก!” พี่รองพูดด้วยท่าทีตื่นตระหนก
ถึงตัวจะใหญ่โตเหมือนยักษ์ปักหลั่น แต่จริงๆ แล้วใจปลาซิวมาก
“พี่รอง ช่วยผมหน่อยเถอะ พี่ก็รู้ชื่อเสียงของผมในคณะดี นอกจากพี่แล้ว ผมก็หาใครไม่ได้อีกแล้วเนี่ย ถ้าขืนชักช้า นายทุนถอนเงินคืน ผมจบเห่แน่ๆ!”
จางฟานโกหกหน้าตายลื่นไหลสุดๆ เขารู้จุดอ่อนดีว่าพี่รองเป็นคนขี้ใจอ่อน
และก็เป็นไปตามคาด พอได้ยินจางฟานพูดแบบนี้ พี่รองก็เริ่มลังเล “งั้น... ก็ได้ ฉันจะลองดู แต่ถ้าทำออกมาไม่ดี อย่ามาโทษฉันนะเว้ย”
“ไม่เป็นไรครับ พี่ใส่ให้เต็มที่เลย ถึงสุดท้ายผลงานจะออกมาห่วยแตก มันก็เป็นปัญหาของผม! ไม่เกี่ยวกับพี่!”
จางฟานพูดด้วยความตื่นเต้น
“โอเค! ว่าแต่... แกอยากทำหนังแนวไหน?”
“หนังรักโรแมนติก!”
ใช่แล้ว เขายังยืนยันจะทำหนังรัก ไม่มีเหตุผลอื่นเลย ก็แค่ดูจากสารรูปถึกทึนของพี่รองแล้ว ให้ตายยังไงพี่แกก็ไม่มีทางทำหนังรักออกมาดีได้แน่นอน!
พอได้ยินดังนั้น พี่รองก็ทำหน้าลำบากใจทันที “เจ้าสาม ปกติฉันไม่ค่อยดูหนังรักนะเว้ย ดูแต่หนังแอ็กชัน”
“งั้นพี่ก็ใส่ฉากแอ็กชันลงไปในหนังรักสิครับ”
“หนังรัก... ที่มีฉากแอ็กชัน? เจ้าสาม ถ้าทำแบบนั้นหนังเราจะไม่ผ่านกองเซนเซอร์เอานะ”
จางฟาน: “...”