- หน้าแรก
- ทั้งครอบครัวข้าทะลุมิติพร้อมพลังวิเศษ
- บทที่ 40 ความผาสุกที่เห็นอยู่ตรงหน้า จะนับว่าเป็นความผาสุกได้อย่างไร?
บทที่ 40 ความผาสุกที่เห็นอยู่ตรงหน้า จะนับว่าเป็นความผาสุกได้อย่างไร?
บทที่ 40 ความผาสุกที่เห็นอยู่ตรงหน้า จะนับว่าเป็นความผาสุกได้อย่างไร?
สวี่อินอินหลับเต็มอิ่มจนตื่นเช้า ร่างกายไม่มีอาการผิดปกติแม้แต่น้อย ทำให้นางยินดีอย่างที่สุด อาการแพ้ที่เคยเป็นมาไม่หลงเหลืออีกต่อไป นั่นหมายความว่า ของทะเลหรือปลาแม่น้ำ นางก็สามารถกินได้ทั้งหมดแล้ว! นางพลันรู้สึกตื่นเต้นราวกับเห็นอาหารทะเลสารพัดชนิดโบกมือเรียกอยู่ตรงหน้า
นางตัดสินใจแน่วแน่ว่า หากวันหนึ่งได้ตั้งหลักปักฐานมั่นคงและมีเงินติดมือ สิ่งแรกที่จะทำก็คือ กินให้หนำใจ!
…
น้ำที่กักเก็บไว้ตลอดคืน เมื่อนำขึ้นมาก็ได้เต็มห้าถัง ครานี้ดูใสกว่ามื้อวานเล็กน้อย แต่ก็ยังขุ่นเหลืองอยู่บ้าง
ดังนั้น ไม่ต้องพูดพร่ำให้เสียเวลา ก็ต้องกรองต่อไป วันนี้ไม่ต้องให้ลิ่วหลางคอยกำชับ ทุกคนก็ขยับตัวช่วยกันเอง เพราะเครื่องกรองยังอยู่ ครั้นตักน้ำมาก็เริ่มกรองได้ทันที ตลอดเช้า น้ำที่กรองได้ถูกต้มเดือดไว้ ตอนกลางวันพอถึงเวลาแบ่งกินเสบียง ทุกคนก็ดื่มน้ำร่วมด้วย พอตอนบ่ายเมื่อตักน้ำจากหลุมกลมขึ้นมาได้อีกและกรองเสร็จ ครอบครัวโจวกับครอบครัวสือที่ไร้เสบียงก็รีบลงมือทำวอวอโถว เปลือกไม้ที่ขูดและตากแห้งไว้ถูกบดเป็นผง แล้วคั่วให้ร้อน คลุกเข้ากับรากหญ้าก็ปั้นเป็นวอวอโถวได้ ไม่เพียงสองตระกูลนั้น แม้แต่บ้านตระกูลเติ้ง บ้านตระกูลเจิ้ง และบ้านจางก็ทำเช่นเดียวกัน ส่วนตระกูลสวี่ แม้ยังเหลือวอวอโถวอีกถุงหนึ่ง แต่แม่เฒ่าสวี่ก็พาลูกสะใภ้ช่วยกันทำเปลือกไม้ที่หาได้ในสองวันมานี้เช่นกัน เสบียงยิ่งมากก็ยิ่งดี เพราะกว่าจะไปถึงชิงโจวยังต้องใช้เวลาอีกกว่าครึ่งเดือน หลังจากทำเสบียงเสร็จ น้ำที่เหลือก็แบ่งกันดื่มเต็มอิ่ม หลุมกลมก็ยังมีน้ำซึมออกมาไม่หยุด ตลอดสองวันนี้ ทุกคนมีทั้งอาหารและน้ำ อีกทั้งไม่ต้องเร่งเดินทาง ทำให้ชีวิตผ่อนคลายราวกับลืมไปว่ากำลังอยู่ระหว่างการหนีภัย จนบางคนอดคิดไม่ได้ว่าจะพักพำนักที่นี่เลย แต่ความคิดนั้นก็ถูกกดลงทันที ความผาสุกที่เห็นอยู่ตรงหน้า จะนับว่าเป็นความผาสุกได้อย่างไร?
พวกเขาจำเป็นต้องเดินทางต่อไป ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ได้ชั่วกาลนาน
…
พออีกวันถัดมา น้ำที่ซึมออกจากหลุมกลมช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนเช้าเมื่อตรวจดูก็พบว่ายังไม่เต็มครึ่งด้วยซ้ำ ผู้เฒ่าสวี่จึงรู้ทันทีว่าพวกเขาต้องออกเดินทางแล้ว จึงให้คนตักน้ำจากครึ่งหลุมขึ้นมากรองและต้ม
ส่วนน้ำที่กรองและต้มไว้เมื่อวานก็ถูกแบ่งไว้ให้แต่ละครอบครัวเรียบร้อยแล้ว แต่แน่นอนว่าการใช้ถังไม้ใส่น้ำผลักไปบนทางอย่างเปิดเผยนั้นไม่อาจทำได้ เพราะเกรงว่าจะยังไม่ทันได้ออกเดินทางก็ถูกจ้องชิงเสียก่อน
ดังนั้นผู้เฒ่าเติ้งจึงให้ลูกหลานช่วยกันทำกระบอกน้ำจากไผ่ แจกให้แต่ละครอบครัวหลายอัน เติมน้ำใส่แล้วซ่อนในถังไม้ ก่อนวางสัมภาระทับด้านบนเพื่อบังตา คนอื่นย่อมมองไม่ออก ดูจะปลอดภัยกว่า บ้านตระกูลสวี่ยังมีน้ำเต้าอยู่อีกสองลูก ก็กรอกเต็มแล้วซ่อนในเกวียนเช่นกัน สวี่อินอินเองก็อาศัยจังหวะให้ลิ่วหลางช่วยบังตา แล้วแอบเอาขวดกลูโคสที่ว่างมาใส่น้ำ อีกทั้งยังเก็บกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำไว้หลายอันในพื้นที่วิเศษด้วย พอถึงสาย น้ำทั้งหมดถูกกรองและต้มจนเย็นลงได้พอสมควร ผู้เฒ่าสวี่จึงให้ทุกคนแบ่งดื่มคนละครึ่งถ้วย จากนั้นเครื่องกรองก็ถูกเก็บและรื้อออก ทุกคนเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางต่อ พวกเขาพากันปีนข้ามเนินเขา ลัดป่ามาจนถึงถนนใหญ่ บนถนนนั้นมีพวกราษฎรที่เร่ร่อนอยู่แล้ว ครั้นเห็นคนกลุ่มใหญ่โผล่ออกมาจากป่าข้างทาง ก็ไม่มีใครสนใจมากนัก แต่ละคนต่างก้าวเดินอย่างโซเซ หน้าซีดคล้ำ ไม่มีแรงแม้แต่จะเหลือบมองใคร
เมื่อผู้เฒ่าสวี่เห็นสภาพคนเหล่านี้ก็ตกใจยิ่งนัก เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ออกเดินทางล่าช้ากว่าพวกเขา แต่สภาพกลับย่ำแย่กว่าเห็น ๆ เขามองภาพเหล่านี้แล้วก็แทบจินตนาการได้ว่า ชาวเมืองอวิ๋นโจวทั้งมณฑล คงพากันออกเร่ร่อนหนีภัยแทบทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่า ชุนสี่กับครอบครัวจะเป็นอย่างไร ฝ่ายญาติสนิทจะเป็นอย่างไร และครอบครัวในหมู่บ้านจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ผู้เฒ่าสวี่ทอดถอนใจ ก่อนจะให้สวี่ต้าหลางส่งคำสั่งบอกทุกคนให้เร่งฝีเท้า อย่าได้ชักช้า พวกเขาหยุดพักอยู่หลายวัน แถมยังมีน้ำดื่มอิ่มหนำ แม้อาหารไร้มันเนื้อ แต่ก็ยังดีกว่าผู้คนเหล่านี้นัก ดังนั้นเมื่อได้ยินคำสั่ง ทุกคนก็เร่งก้าวเดิน จนแซงกลุ่มคนเร่ร่อนข้างทางไปทีละกลุ่ม ๆ กระทั่งล่วงหน้าไกลจนไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเพิ่งออกมาจากป่า จึงชะลอฝีเท้าลง
ใช่แล้ว หากก้าวเร็วเกินไปก็จะสะดุดตาเกินไปเช่นกัน ต้องทำตนให้เหมือนคนอื่น จะได้ไม่สะดุดตาจนเกิดอันตราย พอถึงยามเที่ยงที่หยุดพัก ผู้เฒ่าสวี่เห็นคนรอบตัวต่างก็ลอกเปลือกไม้ ขุดรากหญ้ากิน ไม่มีผู้ใดเป็นข้อยกเว้น จึงให้พวกเขาทำตามเช่นกัน จนถึงยามเย็น ครั้นแสงราตรีบดบัง ทุกคนจึงค่อยหยิบวอวอโถวออกมาแบ่งกันกิน และแอบจิบเก็บน้ำไว้เสริมแรง ผู้เฒ่าสวี่กำชับให้ผู้เฝ้ายามคืนนี้ต้องระวังให้มากที่สุด ครั้นนอนลงแล้วก็ยังหลับตาพลางคิดความกังวลในใจ
เพราะเมื่อพวกเขาหยุดอยู่เชิงเขาหลายวัน จึงล้าหลังกลุ่มคนที่เคยเดินร่วมทางมา ครั้นตามมาทันผู้คนที่อดอยากยิ่งกว่า ทั้งไม่มีอาหารแม้แต่น้อย พวกเขายังมีวอวอโถวและน้ำติดตัว หากเผลอเลินเล่อ อาจเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาได้ ความคิดนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นอีกในสองวันถัดมา เมื่อเห็นต้นไม้สองข้างทางถูกลอกจนเกลี้ยง แม้แต่รากหญ้าก็ไม่เหลือ ผู้คนที่อดอยากถึงขั้นหยิบก้อนดินแข็งขึ้นมาแทะใส่ปาก พวกเขาหลายครอบครัว ต้องระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม!
ทุกย่างก้าวที่ผ่านเห็นต้นไม้แต่ละต้นถูกลอกเปลือกจนเกลี้ยง เหลือเพียงลำต้นเปลือยเปล่าท่ามกลางทุ่งรกร้าง
ก้อนดินแข็ง ๆ หากนำมาปาก้อนคนก็แทบหัวแตกได้ บนเนินก็ไร้แม้แต่รากหญ้า เหลือเพียงความว่างเปล่า
ไม่เพียงเท่านั้น ริมทางที่ผ่านยังเห็นผู้คนล้มพับนอนนิ่งไร้การเคลื่อนไหว